“ตาเฒ่านั่นเจ้าเล่ห์ที่สุด”
ผมแหกปากดังลั่นเมื่อพ้นกระโจมออกมาได้ และดูเหมือนเอกอนจะตกใจนิด ๆ ด้วย ส่วนเทลเลอร์นั้นเขาชินแล้ว เพราะตั้งแต่เหตุการณ์เจ๊หมาป่า เขาก็ตระหนักได้แล้วว่าอาจารย์นักดาบคนนี้ฟิวส์ขาดง่ายแค่ไหน และจะบ่นไม่หยุดจนกว่าจะระบายเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดออกมาให้หมด
“ใจเย็นหน่อยก็ได้ ไหนลองว่ามาซิว่าไปเจออะไรมาในภารกิจ” ผมหันมามองเอกอนที่เป็นคนถาม ก่อนจะสูดหายใจจนเต็มปอดแล้วเริ่มสวดทันที
“ก็จะไม่ให้มันหงุดหงิดได้ไง ก็ตาเฒ่านั่นเล่นเอาเงื่อนไขนี้มาเป็นตัวกำหนดว่า ผมจะได้ทักษะลับหรือไม่น่ะสิ…ให้ตายเถอะ” การระบายสิ้นสุดลงแต่ดูเหมือนเอกอนจะยังงง ๆ อยู่ ผมก็เลยอธิบายเพิ่ม
“ตอนแรกก็บอกให้โจมตีโดนสามครั้งตามเงื่อนไข แต่พอผ่านไป 30 นาทีแล้ว ผมยังทำอะไรกับเส้นผมของมันไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่หน้าตาเฉย จริงอยู่ที่ NPC ที่มีระบบเอไอคิดได้เองนั้นสามารถกำหนดรายละเอียดของภารกิจได้ แต่นี่มันเล่นเอาตำแหน่งแม่ทัพมายัดเยียดให้ผมเนี้ยสุดยอด” เอกอนมองผมอย่างกับตัวประหลาด ไม่รู้ว่าไปอัดอั้นที่ไหนมามากมายถึงได้ระบายออกมาทีเดียวแบบเบรกไม่อยู่แบบนี้
“แต่ก็ดีไม่ใช่เหรอที่ได้เป็นน่ะ อย่างน้อยเราก็มีกองทัพนกฟินิกซ์เป็นกองหนุน คงจะช่วยถล่มอเล็กซ์ได้อยู่หรอก”
“ผมยอมไปนั่งแช่น้ำพุร้อนกับไอ้อเล็กซ์ ดีกว่าต้องมาเป็นแม่ทัพของกองทัพที่นอกจากจะมีทหารที่หลุดโลกแล้ว ยังมีหัวหน้าหน่วยอีก 2 ตัวที่สติเพี้ยนขั้นเทพ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“พูดปากเปล่าอาจจะไม่เชื่อ ถ้าไงนายอยากรู้จักกับกองทัพนกฟินิกซ์มั๊ยล่ะ” เอกอนกับเทลเลอร์พยักพร้อมกันราวกับนัดไว้ ซึ่งผมก็ได้แค่ฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัยเท่านั้น
“จัดให้งามๆ สำหรับลูกทัวร์”
++++++++++++++++++++++++++++
เข้าสู่วันที่สองแล้วแต่ดราก้อนฟิชกลับยังไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย เขาเลือกที่จะนอนแผ่หราอยู่บนทุ่งหญ้าลมหวนใกล้กับเมืองเวลูน่าอย่างสบายใจ ข้าง ๆ เขานั้นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุก็คงไม่เกิน20 แน่นอน และเขาก็กำลังนั่งชันเข่าปล่อยสายตาให้เลื่อนลอยไปไกล ใบหน้าของเขาในตอนนี้แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงอารมณ์หลากหลายที่สุมรุมกันอยู่
“พวกอันดับที่2 3 และ4 ของปัจจุบันว่าไงบ้างล่ะ…เดลต้า” ดราก้อนฟิชเปรยขึ้นมาเบา ๆ ในขณะที่ดวงตาของอดีตอันดับที่ 1 มองก้อนเมฆสีขาวที่เคลื่อนคล้อยอย่างอิสระบนท้องฟ้า
“เทสก้าตอบตกลง ส่วนเดม่อนโครวรู้สึกจะมีปัญหากับพี่วรรณภานิดหน่อย เห็นว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับกิลด์น่ะครับ แต่ก็ตอบตกลง สุดท้ายราเชลไอซ์ผมไม่ต้องบอกคุณก็น่าจะรู้” ชายที่ถูกเรียกว่าเดลต้าตอบอย่างยาวยืด ส่วนสายตาก็ค่อย ๆ เงยจ้องมองก้อนเมฆเช่นเดียวกับดราก้อนฟิช
“หลานของผมไม่มีปัญหาหรอก พอเลิกจากร้านอาหารเมื่อวาน ผมก็ตามไปเจอราเชลไอซ์ที่เมืองแอลเฟสต้าน่ะ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ตกใจเลยที่ลุงรอดจากกองทัพมอนเตอร์มา”
“ทำไมละครับ”
“รู้สึกว่าเจ้าตัวจะไปเสียเชิงให้เควินละมั่ง” เดลต้าพยักหน้าเข้าใจ เขาพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวขึ้นมาได้บ้าง
“เป็นความผิดลุงเองแหละที่ดันไปเล่าเรื่องเมื่อตอนต่อสู้กับเควินที่หุบเหวเดียวดายให้เขาฟัง….เลยคงนึกอยากลองดูมั่งถ้ามีโอกาส แต่คงแพ้นั่นแหละ” เดลต้ายิ้มนิด ๆ เมื่อดราก้อนฟิชกล่าวถึงตอนนี้
“ทำไงได้ก็เขาอายุแค่14 ปีเองนี่นา”
“นั่นสินะ” แล้วทั้งสองก็ตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง ปล่อยให้ความคิดไหลไปตามก้อนเมฆที่เคลื่อนผ่านตัดกับสีฟ้าของท้องนภาอย่างเลื่อนลอย
“คุณลุงดราก้อนฟิชคิดว่าจะสามารถเอาชนะคนที่มาแข่งขันได้มั๊ยครับ” เดลต้าถามขึ้นมาทำลายความเงียบ เขาเอามือปัดปอยผมที่ยาวประบ่าขึ้นทัดที่หู ก่อนจะเอียงหน้าน้อย ๆ เพื่อรอคำตอบ
“คนเก่งมีอยู่ การที่ลุงเคยได้ตำแหน่งที่ 1มาก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นหนึ่งตลอดไป คนเก่งมันมีขึ้นตลอด การจัดอันดับของระบบก็เป็นเพียงแค่ฉากหน้า ที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้เล่นคนอื่นเท่านั้น ฉะนั้นแล้วหากลุงจะบอกว่าไม่มั่นใจเลยก็คงจะฟังดูเหมือนไม่ค่อยมีหนทางเท่าไหร่ เอาเป็นถ้าหากเป็นการสู้ตัวต่อตัวละก็ ต่อให้เก่งระดับเทพเจ้าลุงก็จะสอยมันลงมาเอง”
“ได้ฟังแบบนี้แล้วรู้สึกว่าผมค่อนข้างเป็นคนอ่อนแอจังเลย”
“ฟังนะเดลต้า...เธอก็มีความแข็งแกร่งในแบบเธอ ลุงก็มีความแข็งแกร่งในแบบลุง มันเอามาวัดกันไม่ได้หรอก แต่มันอยู่ที่ว่าเธอจะใช้ความแข็งแกร่งที่มี ให้เหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามยังไงต่างหาก เกมส์น่ะมันก็เป็นแค่สถานที่ฝึกให้คนรู้จักเอาตัวรอด อย่าไปยึดติดกับมันมากนัก ชีวิตจริงต่างหากที่เธอต้องขบคิดว่าจะทำยังให้ยืนหยัดต่อสู้กับสภาพสังคมได้”
“ครับ”
เดลต้าตอบรับออกไปแบบนั้น แต่ลึก ๆ แล้วเขายังคงไม่เข้าใจทั้งหมด อาจจะเป็นเพราะวัยของตัวเขาเองที่ยังคงก้ำกึ่งระหว่างวัยรุ่นกับวัยผู้ใหญ่อยู่ก็เป็นได้ เลยทำให้ความคิดในแบบเด็กๆ ที่มีความอยากเอาชนะมาบดบังสติปัญญา และคำพูดของดราก้อนฟิช
“ถ้าจะให้ดีก็ขออย่าให้พวกที่เหนือความคาดหมาย มาโผล่เอาตอนแข่งขันก็แล้วกัน” แม้จะเป็นการกล่าวลอย ๆ แต่ประโยคที่หลุดออกจากปากดราก้อนฟิช กลับทำให้เดลต้าขมวดคิ้วทันที
“อย่างเช่นพวกรุ่นที่2”
“ว่าไงนะ” ดราก้อนฟิชเด้งตัวขึ้นนั่งแล้วหันไปมองเดลต้าที่มองตัวเองอย่างงงๆ “อะไรคือรุ่นที่ 2”
ผู้ที่ได้ชื่อว่าอันดับที่ 1ของปัจจุบันคลายคิ้วที่ขมวดกันออกแล้วลุกขึ้นนั่งจ้องมองคุณลุงวัย 50ที่ยังเล่นเกมส์อยู่ ก่อนจะใช้มือรวบผมที่ยาวห้อยลงมาข้างหน้าให้ไปอยู่รวมกันข้างหลัง
“ไม่แปลกหรอกที่คุณลุงจะไม่รู้จัก เพราะพวกเขาคือท็อป 5 เมื่อ 7 ปีก่อน” ดราก้อนฟิชยังคงทำหน้าไม่เข้าใจนั่นทำให้เดลต้าต้องอธิบายเพิ่ม “คืออย่างนี้นะ...หลังจากที่พวกคุณหายจากเกมส์ไปประมาณ5 ปีในโลกจริง ทางเกมส์เซียออนไลน์ก็ได้จัดการแข่งขันจัดอันดับผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดอีกครั้ง แล้วผลการแข่งขั้นในตอนนั้นก็ทำให้เกิด ผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในเกมส์ที่เป็นหน้าใหม่แทนที่พวกคุณทันที สรุปถ้าเปรียบพวกคุณคือ 5อันดับที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นรุ่นที่ 1 พวกเมื่อ 7 ปีก่อนก็เป็นรุ่นที่ 2 ส่วนพวกผมถือว่าเป็นรุ่นที่ 3”
“แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขาหายไปก่อนที่จะมีการจัดอันดับครั้งที่3 ล่ะ”
“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้ครับ ที่รู้ก็มีแค่พวกเขาได้หายไปเป็นเวลาประมาณ 1 ปีนอกเกมส์ ก่อนที่เกมส์เซียออนไลน์จะจัดการแข่งขันอีกครั้งเพื่อคัดหาผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดหน้าใหม่เมื่อ2 ปีก่อน แต่ถึงกลับมาผมว่าก็คงไม่ได้ลงแข่งหรอกครับ เพราะถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกว่าตอนนั้นมันจะเพิ่มกฎว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ที่เคยได้อันดับเข้าร่วมการแข่งขันเข้ามาน่ะครับ” เกิดความเงียบที่ไม่รู้สาเหตุหลังจากที่เดลต้าพูดจบ แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะดราก้อนฟิชก็ถามแทรกขึ้นมาต่อทันที
“แล้วรู้หรือปล่าวว่าพวกเขามีใครบ้าง”
“ครับ...พอดีว่าผมเริ่มเล่นเกมส์ในช่วง4 ปีก่อนก็พอจะรู้ว่าพวกเขามีใครบ้าง”
“ว่ามา”
“อันดับที่1 ชื่อแครกเกอร์ ฉายาจอมขมังเวทย์ อันดับที่ 2 ชื่อเบริงโก้ ฉายาเทพอสูรมือสังหาร อันดับที่ 3 ชื่อหมานเฟิง ฉายาคมหอกเดียวดาย อันดับที่ 4 ชื่ออินเซ็ปชั่น ฉายาภูกันทองคำ อันดับที่ 5 ชื่อกองกอย ฉายาหมอเทวดา”
ดราก้อนฟิชเงียบลงอีกครั้ง เขากำลังครุ่นคิดในสิ่งที่พึ่งได้ยิน ถ้าหากว่าพวกนั้นกลับมาละก็ต้องเป็นเรื่องยุ่งแน่ ๆ อย่างน้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะชนะรวดต้องลดลงอีกแน่นอน แต่ถ้าพวกเขาร่วมมือกับทางเรามันก็จะไม่เป็นปัญหา แถมเป็นผลดีอีกต่างหาก
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เดลต้าถามขึ้นมาเมื่อเห็นดราก้อนฟิชนิ่งเงียบไป
“ลุงกำลังสงสัยอยู่น่ะ ว่าถ้าหากมีรุ่นที่ 2จริงทำไมดร.เนวันถึงไม่ไปร้องขอให้พวกเขาร่วมมือกับเรา”
“เรื่องนั้นผมพอรู้ครับ” ดราก้อนฟิชหันควับไปมองผู้พูดทันที ซึ่งนั่นทำให้เดลต้าต้องกล่าวต่อ “ผมเคยถามดร.เนวันแล้วถึงเรื่องนี้ แต่ด็อกเตอร์บอกว่าพวกเขาไม่ตกลง อีกทั้งทั้ง 5 อันดับในรุ่นที่ 2 ยังเป็นลูกหลานของตระกูลใหญ่ที่ถือหุ้นส่วนในบริษัทเซียคอเปอเรชั่นด้วย ซึ่งพอดร.เนวันรู้เขาก็เลิกล้มที่จะขอความช่วยเหลือทันที เพราะไม่อยากจะไปมีเรื่องกับตระกูลที่มีหุ้นส่วนบริษัทแบบนั้น ซึ่งมันจะยิ่งยุ่งยากกว่าเก่าอีก”
“งั้นเหรอ” ดราก้อนฟิชครางอย่างเข้าใจ “ลูกคุณหนูว่างั้นเถอะ”
“แต่เห็นอย่างนั้นก็ฝีมือพอตัวเลยนะครับ”
“อืม…” ดราก้อนฟิชเอ่ยแค่นั้นก็เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นเราต้องแจ้งให้คนอื่นๆ รู้ล่วงหน้าก่อน พวกเขาจะได้เตรียมตัวรับมือทัน หากว่าพวกนี้จู่ ๆ โผล่เข้ามาในการแข่งขันจริงๆ ”
“ผมก็ว่าแบบนั้นแหละครับ ต้องขอโทษด้วย...ที่ผมก็ลืมบอกเรื่องสำคัญนี่ไปสนิทเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก...แต่ว่าชักลางสังหรณ์ไม่ดีแล้วสิ เหมือนเรื่องยุ่งยากกำลังจะ….”
วูบ!!!
เสียงของดราก้อนฟิชขาดห้วงไปเมื่อจู่ๆ พลังอะไรบางอย่างพุ่งมาจากที่ไกล ๆ แล้วมากดดันพวกเขาอยู่ ถ้าหากเป็นคนอื่นอาจจะอึดอัดทนไม่ได้ แต่นี่ดีว่าทั้งเขาและเดลด้าพอมีฝีมืออยู่บ้าง ดังนั้นมันจึงทำอะไรได้ไม่มากอย่างดีก็แค่สะกิดให้รู้ว่ากำลังมีคนปองร้ายไกล้เข้ามาก็เท่านั้น
ทักษะพู่กันจตุธาตุ หมึกมหาสมุทรอักษร S
ซูม!
ปรากฏอักษรแปลกประหลาดขึ้นตรงหน้าของทั้งสองห่างไปเพียง4-5 เมตรเท่านั้น ก่อนที่มันจะเปล่งแสงสีฟ้าจ้าแล้วหลอมรวมกลายเป็นก้อนน้ำที่ไม่ได้รูปก้อนหนึ่ง แล้วม้วนตัวทะยานขึ้นท้องฟ้า จากนั้นก็พุ่งลงมาอย่างรุนแรงเป็นทางยาว เป้าหมายคือดราก้อนฟิชและเดลต้า
“จงขานรับเสียงของข้า คลายผนึก การ์ดทักษะกำบังฝน”
ตูม!
ชั่วพริบตาก่อนที่การโจมตีของศัตรูจะถึงตัว เดลต้าหยิบการ์ดใบหนึ่งจากกล่องใส่การ์ดจำนวนหนึ่งที่ห้อยอยู่ข้างเอว อย่างรวดเร็วแล้วคลายผนึกมัน ให้กลายเป็นม่านพลังสีม่วงที่กว้างพอจะต้านลำน้ำที่พุ่งมาได้อย่างทันท่วงที แล้วน้ำเหล่านั้นก็กระจายหายไปพร้อม ๆ กับที่ทักษะจากการ์ดก็หายไปเช่นกัน
“ใคร” ดราก้อนฟิชเป็นคนพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วมองหาผู้ที่ลอบโจมตีตัวเอง
“ขออภัยที่ต้องทักทายคุณลุงวัย50 กว่าด้วยวิธีเสียมารยาท”
ทั้งเดลต้าและดราก้อนฟิชหันควับไปข้างหลังซึ่งเป็นต้นเสียงทันที และก็พบชายหนึ่งเด็กผู้หญิงหนึ่งที่ยืนอย่างสุภาพแล้วยิ้มให้อย่างสดใส โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ดูเด็กเหลือเกินยิ่งเธออยู่ในชุดกระโปรงบานสีชมพูขลิบลายลูกไม้สีขาวด้วยแล้ว ทำให้มองดูไม่ต่างจากตุ๊กตาบาร์บี้ที่ขายตัวละ299 บาทตามร้านค้า
“อินเซ็ปชั่นกับ กองกอยงั้นเรอะ” เดลต้าอุทานออกมาอย่างตกใจ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เขาเท่านั้น แต่ดราก้อนฟิชที่ได้ยินชื่อที่หลุดจากปากของเดลต้าก็ตะลึงค้างไม่แพ้กัน
“อะไรมันจะโชคดีปานนี้” ดราก้อนฟิชสบถอย่างลืมตัว นี่เขากำลังพูดถึงพวกมันไปหยก ๆ ก็แห่กันมาเลยเหรอ อะไรมันจะบังเอิญปานนั้น ถ้าเขาซื้อล็อตเตอรี่ละก็ต้องถูกแน่นอน
“กองกอยขอจองพี่เดลต้านะค่ะ” จู่ ๆ ผู้หญิงที่ดูเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ก็สะกิดที่แขนของชายที่ยืนอยู่ข้างๆ
“อย่าพึ่งเสียมารยาทสิกองกอย เราไม่ได้ต่อสู้กับเขานะ แถมเรายังไม่ได้แนะนำตัวอีก...ผมชื่ออินเซ็ปชั่นครับ”
ประโยคท้ายหันมาแนะนำตัวเองกับเดลต้าและดราก้อนฟิช แล้วมันก็เป็นการพูดเองเออเอง โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สบายใจ หรืออยากจะทำความรู้จักอะไรกับบุคคล 2คนที่อยู่ตรงหน้าสักนิด
“หนูชื่อกองกอยค่ะ อายุ 14 ปี อาชีพหมอ เผ่าพันธุ์นางฟ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เด็กหญิงที่อยู่ข้าง ๆ แนะนำตัวเองบ้าง ก่อนจะส่งยิ้มแบบใสซื่อมาให้ซึ่งดูแล้วไม่มีพิษภัยอันใด
“กองกอยอย่าบอกข้อมูลตัวเองหมดสิ เดี๋ยวคู่ต่อสู้ก็รู้ทางหรอก” ชายที่ชื่ออันเซ็ปชั่นปรามเด็กหญิง แต่ดูเหมือนคุณเธอจะไม่พอในนิด ๆ
“ก็มันชินนี่ค่ะ อีกอย่างการโกหกก็ไม่ดีด้วย”
“เราไม่ได้โกหก แต่เราพูดไม่หมดต่างหาก” แล้วเด็กหญิงกองกอยก็ทำหน้ามุ่ยให้ทีหนึ่ง จากนั้นก็หยุดพูดไปเลย ซึ่งนั่นทำให้อินเซ็ปชั่นหันมาหาดราก้อนฟิชอีกครั้ง
“พวกเราต้องการมาทดสอบฝีมือพวกคุณน่ะครับ” เงียบ...ทั้งดราก้อนฟิชและเดลต้าไม่มีใครพูดออกมา พวกเขากำลังปั้นหน้าคิ้วขมวดอย่างยิ่งยวด ในเรื่องที่พวกเขากำลังเป็นกังวลและมันดันกลับเกิดขึ้นมาจริงๆ
“ไม่ตอบถือว่าตกลงนะครับ ขอล่วงเกินล่ะ” พูดจบอินเซ็ปชั่นก็คว้าภูกันสีทองในหน้าต่างเก็บไอเทมออกมาถืออย่างรวดเร็ว แล้ววาดตัวอักษรอะไรบางอย่างกลางอากาศตรงหน้าอย่างรีบๆ
ทักษะพู่กันจตุธาตุ หมึกศิลาแลงอักษร M
อักษรที่ฝ่ายตรงข้างเขียนเปล่งแสงสีเทาเรืองรอง พลันเปลี่ยนเป็นลูกหินเท่ากำปั้นนับพันลูกลอยอ้อยอิ่ง ทั่วบริเวณที่ทั้งดราก้อนฟิชและเดลต้ายืนอยู่ ก่อนมันจะพุ่งด้วยความเร็วและแรงเข้าหาเป้าหมาย
ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ ร่างแยกสัมภเวสี
พริบตานั้นดราก้อนฟิชสร้างดาบขึ้นบนนิ้วชี้และนิ้วกลาง ด้วยพลังออร่าอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นดาบใสยาวหนึ่งเมตร ก่อนตวัดดาบไปทั่วรอบตัว และวินาทีนั้นเองที่ร่างของดราก้อนฟิชแยกออกเป็นสิบร่างอย่างอัศจรรย์ และ...
ตูม!
ลูกหินเหล่านั้นรุมถล่มจุดที่ดราก้อนฟิชยืนอยู่ในที่สุด แต่ทั้งเขาและเดลต้าก็หลบฉากออกมาได้โดยในตอนที่เป็นร่างแยกนั้น ดราก้อนฟิชใช้มือผลักร่างเจ้าขางฉายาโจ๊กเกอร์การ์ดอย่างแรงให้อยู่พ้นวิถีโจมตี ก่อนตัวเองจะอาศัยผลของทักษะกระจายร่างออกไปรอบทิศเพื่อหลีกหนีแรงปะทะนั้น
“เยี่ยม” เป็นคำชมจากศัตรูที่เดลต้าแทบไม่อยากฟัง แต่จะให้โดนดูถูกอยู่ฝ่ายเดียวก็กระไรอยู่ ฉะนั้นแล้วเขาต้องเอาคืนบ้าง แม้จะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ต้องฝากรอยแผลให้บ้างล่ะ
พรึ่บ!
เดลต้าดึงการ์ดที่อยู่ในกล่องข้างเอวออกมาทั้งหมดก่อนจะคลี่มันออก แล้วกระจายการ์ดร่วมสามสิบใบให้เรียงเป็นแถวสามแถวตรงหน้าตัวเอง โดยที่ใช้พลังออร่าควบคุมให้มันลอยนิ่ง ๆ ก่อนจะดีดการ์ดใบที่สามในแถวที่สองให้ลอยออกไปข้างหน้าพร้อมๆ กับคลายผนึกมันทันที
“จงขานรับเสียงของข้าคลายผนึก การ์ดทันเดอร์บอมม์”
สิ้นคำคลายผนึกการ์ดที่ถูกดีดออกไปก็เปล่งแสงสีเหลืองจ้า แล้วพุ่งหายขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อม ๆ กับที่ปรากฎสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งฟาดลงมาตรงที่อินเซ็ปชั่นกับกองกอยยืนอยู่พอดิบพอดี
ทักษะพู่กันจตุธาตุ หมึกศิลาแลงอักษร T
พู่กันในมือถูกตวัดวาดเป็นรูปอักษรแปลกประหลาดอย่างรวดเร็ว แล้วพริบตานั้นมันก็เปล่งแสงสีเทานวลอีกครั้ง พร้อมกับขยายตัวเองกลายเป็นรูปมือหินขนาดใหญ่ที่อ้ารับกระแสไฟฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างเต็มแรง จนเกิดระเบิดตูมใหญ่แล้วสลายหายไปในบันดล ราวกับว่าการต่อสู้เมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้นเลย
“จบการทดสอบแต่เพียงเท่านี้ครับ”
“...”
“หวังว่าพวกเราคงเจอพวกคุณในการแข่ง ที่จะมีขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าที่เมืองเกรย์นะครับ” พูดจบร่างของทั้งอินเซ็ปชั่นกับกองกอยก็ค่อย ๆ ถูกแสงสีขาวบางอย่าง ที่สว่างจ้ามาจากข้างหลังของพวกเขาดูดกลืนจนหายไปต่อหน้าต่อตาในที่สุด ทิ้งไว้เพียงความงุนงงของผู้เล่นที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับที่ 1 ทั้งสอง ให้ต้องขบคิดถึงการแก้ปัญหาใหญ่ในครั้งนี้
“เราต้องส่งข่าวให้คนอื่นๆ รู้อย่างเร็วที่สุด”