ค่ำคืนนั้นในห้องทำงานลับที่ซ่อนอยู่หลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือโบราณและม้วนกระดาษเก่าแก่ เฝิงซือเฉิง นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างสง่างามที่ทำจากไม้สักทองคำ ลวดลายัและนกฟีนิกซ์ที่แกะสลักบนพนักพิงเก้าอี้ดูคมชัดและมีชีวิตชีวาภายใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ ในมือถือถ้วยชาหยกสีเขียวอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดี ไอร้อนจากชาลอยขึ้นมาเป็เกลียวบางๆ ในอากาศเย็นของค่ำคืน
ปู่เหวิน ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีนอบน้อมที่ฝึกฝนมาอย่างดี แต่แววตาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และไหวพริบที่ยากจะซ่อนเร้น ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาเต็มไปด้วยรอยย่นที่เล่าเื่ราวของประสบการณ์อันยาวนานในการรับใช้ตระกูลเฝิง เขาสวมเสื้อผ้าสีเทาเข้มที่เรียบง่ายแต่ดูดี ผมหงอกขาวถูกหวีเรียบร้อย
"ปู่เหวิน" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยความพึงพอใจ สายตาจ้องมองผู้รับใช้คนสนิทผ่านไอน้ำร้อนที่ลอยขึ้นจากถ้วยชา "เ้าทำได้ดีมาก ไป๋ลู่เริ่มแสดงความกังวลแล้ว ข้าเห็นนางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเศร้าหมองทุกเช้า"
"เป็ไปตามที่คาดการณ์ไว้ขอรับนายท่าน" ปู่เหวินตอบด้วยเสียงเบาและระมัดระวัง มือทั้งสองประสานกันไว้ข้างหน้า "ฮูหยินไป๋ลู่รักและเป็ห่วงนายท่านหลี่เจี๋ยมากจริงๆ ข้าสังเกตเห็นว่านางแทบจะไม่ได้กินข้าวเลยั้แ่นายท่านหลี่เจี๋ยออกเดินทางไป ความรักอันแรงกล้าของนางคือจุดอ่อนที่เราจะใช้เป็อาวุธที่คมกริบที่สุด"
เฝิงซือเฉิงยิ้มอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงถึงความอบอุ่น แต่เป็รอยยิ้มของผู้ที่กำลังวางแผนการบรรลุเป้าหมายที่ตนปรารถนามานาน "แล้วนักพรตต้มตุ๋นที่เ้าเตรียมไว้เล่า? เชื่อถือได้หรือไม่? ข้าไม่้าให้แผนการนี้ล้มเหลวเพราะความไม่ระมัดระวัง"
"เชื่อถือได้ในความโลภและความ้าเงินขอรับ" ปู่เหวินหัวเราะเบาๆ ด้วยเสียงที่แฝงไว้ด้วยความเยาะเย้ย "นักพรตชิงหยวน ผู้นี้เดิมเป็เพียงนักบวชธรรมดาที่ถูกขับออกจากวัดเพราะความประพฤติไม่เหมาะสม เขาดื่มเหล้า เล่นการพนัน และมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับผู้หญิงในหมู่บ้าน แต่สิ่งที่เขามีคือวาทศิลป์ที่เป็เลิศและความเชี่ยวชาญในการอ่านใจคน การสังเกตท่าทีและการใช้คำพูดให้คนเชื่อ ข้าได้ให้เงินก้อนใหญ่แก่เขาพอที่จะใช้หนี้และซื้อเหล้าดีๆ ได้หลายปี และเขายินดีที่จะทำตามบทที่ข้าเขียนไว้ทุกประการโดยไม่มีข้อสงสัย"
"บทที่เ้าเขียนไว้?" เฝิงซือเฉิงเลิกคิ้วด้วยความสนใจ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักเล็กๆ ข้างเก้าอี้
"ใช่ขอรับ" ปู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในแผนการของตนเอง "เราจะใช้เื่ ดวงชะตาตกต่ำ ของนายท่านหลี่เจี๋ยเป็ข้ออ้าง โดยอ้างว่าการจากไปของฮูหยินใหญ่ทำให้ดวงชะตาของตระกูลเฝิงอ่อนแอลง และทางแก้คือการ ปรนนิบัติบุพการี อย่างใกล้ชิด ข้าได้ศึกษาความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติของคนในท้องถิ่นมาเป็อย่างดี การดูแลบุพการีเป็หน้าที่สำคัญที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ"
เฝิงซือเฉิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปมาในห้องเล็กๆ ด้วยท่าทีที่แสดงถึงความตื่นเต้นที่ถูกควบคุมไว้ "ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด... ฟังดูน่าสนใจยิ่งนัก บอกข้าให้ฟังรายละเอียดเพิ่มเติม"
"เราต้องทำให้ฮูหยินไป๋ลู่เชื่อว่า การปรนนิบัตินายท่านคือทั้ง หน้าที่ และ กุศล ที่จะช่วยชีวิตสามีของนาง" ปู่เหวินอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมั่นใจ "เราจะเริ่มจากการดูแลเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เช่น การชงชาในเวลาเช้าและเย็น การนวดคลายความเมื่อยล้าหลังจากวันที่เหนื่อยยาก การเตรียมน้ำอาบ และค่อยๆ เพิ่มระดับความใกล้ชิดไปจนถึงการ ดูแลในห้องนอน ซึ่งจะรวมถึงการนอนเฝ้าดูแลยามนายท่านป่วยไข้ การช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า และการอยู่ใกล้ชิดในเวลากลางคืน"
"แล้วหากนางปฏิเสธเล่า?" เฝิงซือเฉิงถามด้วยความกังวลเล็กน้อย "ไป๋ลู่เป็ผู้หญิงที่มีความคิดเป็ของตนเอง"
"นางจะปฏิเสธไม่ได้ขอรับ" ปู่เหวินตอบด้วยความมั่นใจที่แน่วแน่ "เพราะเราจะผูกเื่นี้เข้ากับ ความอยู่รอดของตระกูลเฝิง และ ชีวิตของบุตรชาย หากนางปฏิเสธ ก็เท่ากับนางไม่รักสามีและไม่้าให้ตระกูลรุ่งเรือง เราจะทำให้นางรู้สึกผิดและเป็คนเห็นแก่ตัว ยิ่งไปกว่านั้น เราจะใช้เฝิงหลินเป็ตัวอย่าง บอกว่าแม้แต่ลูกสาวยังต้องดูแลบิดาอย่างใกล้ชิด แล้วสะใภ้จะไม่ทำได้อย่างไร"
เฝิงซือเฉิงลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างมองออกไปยังลานกว้างที่มืดมิด แสงจันทร์ส่องผ่านเมฆบางๆ ทำให้เงาของต้นไผ่ในสวนเต้นไหวเบาๆ "เ้าช่างเป็กุนซือที่ร้ายกาจและฉลาดหลักแหลมยิ่งนักปู่เหวิน ข้าไม่เคยผิดหวังที่เลือกเ้ามาเป็ผู้ช่วยในเื่สำคัญเช่นนี้"
"ข้าเพียงแค่ทำตามความปรารถนาของนายท่านเท่านั้นขอรับ" ปู่เหวินโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง "ความงามของฮูหยินไป๋ลู่และเฝิงหลินนั้น... เป็สิ่งที่คู่ควรกับนายท่านผู้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจ ข้าเชื่อว่าการได้พวกนางจะทำให้นายท่านมีความสุขอย่างแท้จริง"
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์เริ่มส่องผ่านหมอกบางๆ ที่ปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลเฝิง ปู่เหวินก็พานักพรตชิงหยวนเข้ามาในคฤหาสน์อย่างเป็ทางการ โดยได้แจ้งให้คนใช้ทุกคนทราบล่วงหน้าว่าจะมีท่านนักพรตผู้มีชื่อเสียงมาประกอบพิธีปัดเป่าสิ่งอัปมงคล
นักพรตชิงหยวน ชายวัยกลางคนที่สวมชุดนักพรตสีเหลืองอ่อนที่ดูเก่าแต่สะอาด ใบหน้าเคร่งขรึมและถือไม้เท้าไผ่ที่ประดับด้วยลูกแก้วสีแดงและเหลืองที่ส่องแสงระยิบระยับภายใต้แสงแรกของวัน เขาดูน่าเชื่อถือและเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกเกรงขาม ผมหงอกของเขาถูกมัดเป็มวยเล็กๆ ไว้บนศีรษะ และมีเครื่องรางของขลังห้อยอยู่ที่คอ
เฝิงซือเฉิงต้อนรับนักพรตชิงหยวนอย่างสมเกียรติในห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงและทองคำ โดยมีไป๋ลู่และเฝิงหลินนั่งอยู่ด้วยบนเก้าอี้ไม้แกะสลักที่จัดเรียงเป็แถว คนใช้ในคฤหาสน์ยืนเรียงรายอยู่ด้านข้างด้วยท่าทีที่เคารพและตื่นเต้น
"ท่านนักพรตชิงหยวน" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง ลุกขึ้นจากที่นั่งและโค้งคำนับอย่างลึกซึ้ง "ข้าได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมานานแล้ว ว่าท่านสามารถขจัดสิ่งอัปมงคลและเสริมสร้างดวงชะตาให้กับผู้คนได้อย่างน่าอัศจรรย์ วันนี้ท่านเมตตามาที่คฤหาสน์ของเรา ถือเป็บุญของตระกูลเฝิงยิ่งนัก"
นักพรตชิงหยวนพยักหน้าเล็กน้อยด้วยท่าทีที่สง่างามและลึกลับ สายตาของเขาเลื่อนไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่ราวกับกำลังสำรวจพลังงานที่มองไม่เห็น "ข้ามาที่นี่เพื่อปัดเป่าสิ่งอัปมงคลที่เกาะกินคฤหาสน์แห่งนี้หลังการจากไปของฮูหยินใหญ่ ข้าได้รับนิมิตว่าดวงชะตาของตระกูลนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย"
เขาเดินไปรอบๆ ห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทีที่ช้าและเคร่งขรึม ไม้เท้าในมือเคาะพื้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ พึมพำคาถาที่ไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานไปทั่วห้อง บางครั้งเขาจะหยุดยืนนิ่งและปิดตาราวกับกำลังรับรู้สิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ก่อนจะเดินต่อไปและหยุดยืนอยู่ตรงหน้าไป๋ลู่
ไป๋ลู่รู้สึกตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อสายตาของนักพรตจ้องมองเธออย่างเจาะลึก เธอสวมชุดสีฟ้าอ่อนที่เรียบง่ายแต่สวยงาม ผมดำยาวถูกมัดเป็มวยเรียบร้อย ใบหน้าที่งดงามแต่ซีดเซียวเพราะความกังวลใจ
"ฮูหยินไป๋ลู่" นักพรตชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขามและเต็มไปด้วยความหมาย มือที่ถือไม้เท้าชี้ไปทางเธอ "ดวงชะตาของสามีท่าน... ช่างน่าเป็ห่วงยิ่งนัก ข้าเห็นเงาดำทาบทับเส้นทางชีวิตของเขา"
ไป๋ลู่ใจหายวาบ หน้าซีดลงไปอีก มือทั้งสองกำแน่นบนตัก "ท่านนักพรตหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ? หลี่เจี๋ยเขาเป็อะไรหรือเปล่า?"
"ข้าเห็นเงาดำทาบทับเส้นทางการค้าของ หลี่เจี๋ย อย่างหนาทึบ" นักพรตชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่น่าเชื่อถือและเต็มไปด้วยความกังวล เขาปิดตาและสั่นศีรษะอย่างเศร้าโศก "มีเกณฑ์จะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในการเดินทาง หรือขาดทุนย่อยยับจากการค้าขายจนตระกูลเฝิงต้องล่มจม ดวงชะตาของเขาอ่อนแอลงอย่างมากหลังการจากไปของมารดาผู้เป็เสาหลักทางจิติญญาของตระกูล"
เฝิงซือเฉิงทำท่าใและกังวลอย่างมาก ลุกขึ้นจากที่นั่งด้วยความรีบร้อน "ท่านนักพรต! นี่เป็เื่ร้ายแรงมาก มีทางแก้ไขหรือไม่? ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกชาย"
นักพรตชิงหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง ปิดตาและทำท่าคิดอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเปิดตาและมองไปที่เฝิงซือเฉิงด้วยสายตาที่จริงจัง "มีทางเดียวเท่านั้น แต่เป็ทางที่ต้องใช้ความเสียสละและการกระทำที่แท้จริงจากคนในครอบครัว"
"ข้าพร้อมจะทำทุกอย่าง!" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
"ดวงชะตาของหลี่เจี๋ยต้องได้รับการเสริมจาก บุพการี ที่มีอำนาจและบารมีมากที่สุดในตระกูล" นักพรตชิงหยวนกล่าวพลางชี้ไปที่เฝิงซือเฉิง "และผู้ที่จะทำหน้าที่เป็ สะพานบุญ เชื่อมโยงพลังงานบวกจากบุพการีไปสู่บุตรได้ดีที่สุดคือภรรยาของเขาเอง เพราะนางมีสายสัมพันธ์ทางจิติญญาที่แน่นแฟ้นกับเขา"
เขาหันมามองไป๋ลู่ด้วยสายตาที่เคร่งขรึม "ฮูหยินไป๋ลู่ เ้าต้องทำหน้าที่ปรนนิบัติบิดาสามีของเ้าอย่างใกล้ชิดที่สุด เพื่อสร้างกุศลและบารมีส่งเสริมดวงชะตาให้สามีของเ้า การกระทำนี้จะเป็การแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี ซึ่งเป็คุณงามความดีสูงสุดที่จะช่วยขจัดสิ่งอัปมงคลได้"
"ปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด?" ไป๋ลู่ทวนคำด้วยความสับสนและกังวล เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"ใช่" นักพรตชิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ "เ้าต้องดูแลท่านพ่อของเ้าในทุกเื่ ั้แ่การชงชาในเวลาเช้าและเย็นด้วยความใส่ใจ การนวดคลายความเมื่อยล้าหลังจากวันที่ยากลำบาก การเตรียมน้ำอาบน้ำร้อนให้พอเหมาะ ไปจนถึงการ ดูแลท่านในห้องนอน อย่างสม่ำเสมอ การดูแลบุพการีด้วยความบริสุทธิ์ใจและความเสียสละจะช่วยเสริมดวงชะตาของหลี่เจี๋ยให้กลับมาเข้มแข็งและปลอดภัยได้"
ไป๋ลู่รู้สึกอับอายและสับสนอย่างมาก ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา การปรนนิบัติพ่อสามีในห้องนอนเป็เื่ที่เกินเลยกว่าธรรมเนียมปฏิบัติของสะใภ้ทั่วไป เธอไม่เคยได้ยินใครทำเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อคิดถึงความปลอดภัยของหลี่เจี๋ยและอนาคตของตระกูล เธอก็ไม่กล้าปฏิเสธ
"แต่... แต่การดูแลในห้องนอนนั้น..." ไป๋ลู่พยายามจะถามให้ชัดเจน
"การดูแลในห้องนอนหมายถึงการเฝ้าดูแลยามท่านป่วยไข้ การช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า การจัดเตียงนอนให้สะอาดและสะดวกสบาย และการอยู่ใกล้ชิดเพื่อดูแลความ้าต่างๆ ในเวลากลางคืน" นักพรตชิงหยวนอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็ธรรมดา "นี่คือหน้าที่ของลูกสะใภ้ที่ดีที่สุดในการแสดงความกตัญญู"
ไป๋ลู่ยังคงลังเลและกังวล แต่เมื่อมองเห็นสีหน้าเครียดของเฝิงซือเฉิงและนึกถึงหลี่เจี๋ยที่อาจจะตกอยู่ในอันตราย เธอจึงตัดสินใจ
"ข้า... ข้าจะทำตามที่ท่านนักพรตแนะนำเ้าค่ะ" ไป๋ลู่ตอบด้วยเสียงที่สั่นเครือ "หากการกระทำของข้าจะช่วยให้หลี่เจี๋ยปลอดภัย ข้าจะทำทุกอย่าง"
เฝิงซือเฉิงยิ้มอย่างพึงพอใจในใจ แต่สีหน้ายังคงดูเคร่งเครียดและกังวล "ขอบใจเ้ามากนะไป๋ลู่ เ้าช่างเป็สะใภ้ที่กตัญญูและรักครอบครัวจริงๆ ข้าภูมิใจในตัวเ้า"
ในขณะที่ไป๋ลู่กำลังตกอยู่ในความสับสนและความกังวลใจ เฝิงหลิน ผู้เป็น้องสาวของหลี่เจี๋ยและลูกเลี้ยงของเฝิงซือเฉิง ก็มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความไร้เดียงสาและความสนใจ
เฝิงหลิน เป็สาวน้อยวัยสิบเจ็ดปี มีใบหน้าที่งดงามคล้ายกับไป๋ลู่ แต่ยังคงมีความไร้เดียงสาของวัยรุ่น เธอสวมชุดสีชมพูอ่อนที่เหมาะกับวัย ผมดำยาวถูกเปียเป็เปียเดียวห้อยลงมาข้างหลัง ดวงตาใสใสเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เฝิงหลินไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการ "ปรนนิบัติในห้องนอน" เธอคิดว่าเป็เพียงการดูแลเหมือนที่เธอเคยเห็นคนใช้ทำกับคนป่วย แต่เธอเห็นความเคร่งเครียดของพี่สะใภ้และความกังวลของพ่อ ทำให้เธอรู้สึกว่าเื่นี้สำคัญมาก
"ท่านพ่อ" เฝิงหลินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสใสที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "แล้วลูกต้องทำอะไรเพื่อช่วยพี่ชายบ้างเ้าคะ? ลูกก็อยากช่วยให้พี่หลี่เจี๋ยปลอดภัยเหมือนกัน"
เฝิงซือเฉิงหันมามองลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก แต่แฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งและมืดมน สายตาของเขาเลื่อนไปตามรูปร่างที่เริ่มเป็ผู้ใหญ่ของลูกสาว "หลินเอ๋อร์ เ้าไม่ต้องทำอะไรมากหรอก เพียงแค่ อยู่ใกล้ๆ พ่อ และ เชื่อฟังคำสั่งของพ่อ ในทุกเื่ เท่านั้นก็พอแล้ว พ่อจะดูแลเ้าเองและจะบอกเ้าว่าต้องทำอะไรเมื่อถึงเวลา"
นักพรตชิงหยวนเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม "ดวงชะตาของบุตรสาวก็สำคัญไม่แพ้กัน การอยู่ใกล้ชิดบุพการีและแสดงความกตัญญูจะช่วยเสริมดวงชะตาของตระกูลให้มั่นคงและรุ่งเรือง บุตรสาวที่ดีต้องเชื่อฟังบิดาและทำตามที่บิดาสั่งสอน"
เฝิงหลินพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและไร้เดียงสา "ลูกจะอยู่ใกล้ท่านพ่อเสมอเ้าค่ะ และจะทำทุกอย่างที่ท่านพ่อสั่ง ลูกอยากให้พี่หลี่เจี๋ยกลับมาอย่างปลอดภัย"
เฝิงซือเฉิงมองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างลึกซึ้ง เขาคิดในใจว่า "เหยื่อทั้งสองกำลังเดินเข้ามาในกับดักของข้าเองโดยไม่รู้ตัว ไป๋ลู่ด้วยความรักต่อสามี และหลินเอ๋อร์ด้วยความไร้เดียงสาและความเชื่อฟังต่อบิดา"
หลังจากนักพรตชิงหยวนจากไป (พร้อมกับเงินรางวัลจำนวนมากที่ปู่เหวินมอบให้อย่างลับๆ ในถุงผ้าไหมสีแดง) เฝิงซือเฉิงก็เรียกปู่เหวินมาสั่งการในห้องทำงานลับอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความพึงพอใจ เทียนไขหลายเล่มถูกจุดขึ้นทำให้ห้องสว่างไสวและอบอุ่น
"ปู่เหวิน" เฝิงซือเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความพึงพอใจ เขานั่งลงบนเก้าอี้และรินชาให้ตัวเองอีกถ้วย "แผนการของเ้าช่างแยบยลและสมบูรณ์แบบยิ่งนัก บัดนี้ไป๋ลู่ก็ตกอยู่ในกำมือของเราแล้ว นางไม่มีทางหลบหนีได้อีกต่อไป"
"ข้าเพียงแค่ช่วยนายท่านเปิดทางและสร้างโอกาสเท่านั้นครับ" ปู่เหวินตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ฮูหยินไป๋ลู่เป็คนรักสามีมากและเป็ผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว เธอจะไม่มีทางปฏิเสธการดูแลนายท่านอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อว่าการกระทำนั้นจะช่วยชีวิตสามีของเธอได้"
"ดีมาก" เฝิงซือเฉิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "เ้าไปเตรียมห้องนอนของข้าให้พร้อม จัดดอกไม้หอมๆ ไว้ในแจกัน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็ผ้าไหมสีแดงที่นุ่มนวล และจุดธูปหอมๆ ให้บรรยากาศดูดี คืนนี้ข้าจะให้ไป๋ลู่มา ชงชา และ นวดคลายความเมื่อยล้า ให้ข้าก่อน เป็การเริ่มต้นที่ดี"
ปู่เหวินรับคำสั่งและเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้เฝิงซือเฉิงนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องโถงใหญ่ รอยยิ้มแห่งชัยชนะและความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อยปรากฏบนใบหน้าของเขา เขาจิบชาอย่างช้าๆ ขณะคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้
"คืนนี้... คือจุดเริ่มต้นของการ ไป๋ลู่จะต้องมาดูแลข้าด้วยมือของนางเอง และเมื่อเวลาผ่านไป นางจะต้องยอมจำนนต่อข้าในที่สุด"