เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 5 บทที่ 133 พลังอันน่าสะพรึงกลัวของจั่วชิงเหวิน

            ณสนามกีฬาขนาดใหญ่

            ในเวลานี้

            บนจอภาพถ่ายทอดสด

            สองร่างที่พันพัวกันพลังเวทและทักษะที่ปะทะกันอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดร่องรอยลึกบนผืนดินในรัศมีหลายสิบเมตร

            คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายฝ่ายหนึ่งคือนักรบผู้สวมเกราะและถือดาบยาวส่วนอีกฝ่ายคือนักเวทหญิงผู้บอบบางที่กวัดแกว่งไม้เท้าเวทมนตร์

            การต่อสู้ของทั้งสองทำให้ผู้ชมในสนามกีฬาต่างตื่นตาตื่นใจและส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย

            “สมกับเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำผู้เข้าแข่งขันจากมหาวิทยาลัยหัวชิงคนนี้เป็นปีศาจชัดๆอาชีพโจมตีระยะไกลสามารถกดดันอาชีพโจมตีระยะประชิดในเลเวลเดียวกันได้!”

            “น่าสะพรึงกลัวจริงๆ! ผู้เข้าแข่งขันที่สู้กับเธอคือ โยวเหวินจากมหาวิทยาลัยหยวนซาน นักรบเลเวล 70 ที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้วเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในทีมมหาวิทยาลัยหยวนซานพลังของเขาก็แทบจะไม่ต่างจากผู้เปลี่ยนอาชีพขั้นสามทั่วไป”

            “แต่กลับถูกจั่วชิงเหวินเล่นงานจนไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย”

            “ใช่เลย! แถมจั่วชิงเหวินไม่เพียงแต่แข็งแกร่งเท่านั้นหน้าตาของเธอก็ยังงดงามอีกด้วย!”

            “ได้ยินมาว่าจั่วชิงเหวินคนนี้ยังไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทีมมหาวิทยาลัยหัวชิงเลยด้วยซ้ำแทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าหลานเฉียนหลงในทีมของเธอจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดไหน!”

            “...”

            ผู้ชมต่างถกเถียงกันถึงความงามและพละกำลังที่โดดเด่นของจั่วชิงเหวินทำให้หลายคนมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

            ในพื้นที่ชมการแข่งขันของทีมผู้เข้าแข่งขันเฉินเสี่ยวหลินมองภาพสาวงามที่พลิ้วไหวอย่างสง่างามบนจอด้วยแววตาชื่นชม

            ด้วยสายตาของเขาเขาสามารถมองเห็นได้ว่าความแข็งแกร่งของจั่วชิงเหวินในตอนนี้ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่แม้จะดูเหมือนว่าเธอกับนักรบคนนั้นกำลังต่อสู้กันอย่างสูสีแต่แท้จริงแล้วจั่วชิงเหวินไม่เคยเอาจริงเลย

            “แม่หนูคนนี้มีพรสวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆไม่รู้ว่าจะสามารถบีบให้หวังเฉินใช้พลังทั้งหมดได้หรือเปล่า?”

            เฉินเสี่ยวหลินคิดในใจอย่างเงียบๆด้วยความคาดหวังเล็กน้อย

            ส่วนด้านหลังเขาโจวอู่ จ้าวลี่ และคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมสายตาที่มองจั่วชิงเหวินบนจอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

            “ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งมาก!”

            “ถ้าฉันต้องสู้กับเธอละก็ คงตัดสินแพ้ชนะได้ยาก!”

            โจวอู่คิดในใจเงียบๆเหลือบมองจ้าวลี่ที่อยู่ข้างๆ แล้วกระซิบถามว่า

            “ถ้าต้องเจอเธอ นายมั่นใจว่าจะชนะได้ไหม?”

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาจ้าวลี่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า

            “ถ้าสู้ระยะประชิด ฉันอาจจะมีโอกาสประมาณหกส่วน แต่ถ้าถูกเธอทิ้งระยะห่างโอกาสชนะของฉันคงไม่ถึงสามส่วน”

            จ้าวลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเล็กน้อย

            “สามส่วนเชียวหรือ?”

            เมื่อได้ยินดังนั้นโจวอู่ก็พยักหน้า สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยดีนัก

            “จั่วชิงเหวินยังไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในมหาวิทยาลัยหัวชิงได้ยินมาว่าหลานเฉียนหลงแข็งแกร่งกว่าเธออีก!”

            “การประลองบนเวทีในรอบคัดเลือกอย่างเป็นทางการ พวกเราคงต้องเจอศึกหนักแน่”

            โจวอู่กล่าวอย่างเคร่งขรึม

            ทว่า...

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขาจ้าวลี่กลับส่ายหน้าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า

            “นายจะกังวลเรื่องนี้ไปทำไม?”

            “มีไอ้หวังเฉินอยู่ด้วย พวกนั้นก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ทำใจให้สบายปีนี้นักศึกษาใหม่ชิงความเป็นหนึ่งพวกเราก็แค่รอให้หวังเฉินพาเราบินไปให้ถึงฝันก็พอ!”

            “จริงด้วย!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นโจวอู่ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย

            แม้ในฐานะอัจฉริยะเขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น แต่ถ้าคนคนนั้นคือหวังเฉินเรื่องนี้ก็ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ

            เงาแห่งความพ่ายแพ้ที่หวังเฉินทิ้งไว้ให้เขาในการประลองจัดอันดับนักศึกษาใหม่ยังไม่จางหายไปจนถึงตอนนี้

            เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวที่หวังเฉินแสดงออกมาในชั่วพริบตาโจวอู่ก็หันไปมองจั่วชิงเหวินบนจอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมน้ำหน้า

            ถ้าอยู่ในดันเจี้ยนลับในรอบคัดเลือกถ้าจั่วชิงเหวินไปเจอกับหวังเฉิน สงสัยคงต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่

            ...

            ในตอนนี้

            การต่อสู้บนจอภาพมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว

            โยวเหวินจากมหาวิทยาลัยหยวนซานถูกจั่วชิงเหวินกดดันอย่างสมบูรณ์

            ในฐานะผู้ใช้เวทมนตร์จั่วชิงเหวินถือไม้เท้าเวทมนตร์ร่างกายของเธอพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อที่กำลังบินวนเวียนอยู่รอบกายของโยวเหวินอย่างต่อเนื่อง

            เมื่อไม้เท้าเวทมนตร์ของเธอโบกสะบัดทักษะการโจมตีเวทมนตร์ก็พวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้โยวเหวินตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพช

            ยิ่งไปกว่านั้นหากสังเกตให้ดีจะพบว่าจั่วชิงเหวินใช้เวทมนตร์ได้รวดเร็วมากระยะห่างระหว่างทักษะแต่ละอย่างแทบไม่ถึงหนึ่งวินาทีเลยด้วยซ้ำ

            ความเร็วในการร่ายเวทมนตร์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้การโจมตีเวทมนตร์ของจั่วชิงเหวินแทบจะต่อเนื่องกันเป็นชุด

            ถึงแม้ว่าพลังของทักษะเวทมนตร์แต่ละอย่างจะไม่รุนแรงมากนักและส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อนักรบผู้มีพละกำลังมหาศาลและผิวหนังดั่งเกราะ

            แต่การโจมตีที่ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วก็สามารถสร้างความเสียหายได้มหาศาล

            “บัดซบ!”

            โยวเหวินที่ถูกลำแสงน้ำแข็งเล่นงานทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ช้าลงไปอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะสบถในใจ

            ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งในการต่อสู้ระยะประชิด เขาจะถูกอาชีพโจมตีระยะไกลกดขี่ข่มเหงถึงขั้นถูกล้อเล่นเช่นนี้

            เทคนิคการต่อสู้และสัญชาตญาณที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมกลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวของจั่วชิงเหวินและการคว้าจังหวะในการต่อสู้ที่เหลือเชื่อของเธอ

            ตลอดการต่อสู้จนถึงตอนนี้เขาถูกอีกฝ่ายทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวการโจมตีที่เขาปล่อยออกไปนั้นไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสปลายเสื้อของจั่วชิงเหวินเลยสักครั้ง

            “ฉันกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีความต่างกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

            ชั่วพริบตาโยวเหวินรู้สึกราวกับถูกบีบคั้นหัวใจ ท่าทีป้องกันตนเองจึงผิดเพี้ยนไป

            “โอกาสนี้แหละ!”

            อีกด้านหนึ่งจั่วชิงเหวินเห็นช่องว่างของโยวเหวิน แววตาของเธอก็เป็นประกายด้วยความยินดี

            ชิ้ง!ชิ้ง!

            ไม้เท้าเวทมนตร์โบกสะบัดลำแสงน้ำแข็งสองสายพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แช่แข็งร่างของโยวเหวินไว้กับที่ทันที

            จากนั้น

            จั่วชิงเหวินหยุดเคลื่อนไหวกำไม้เท้าเวทมนตร์แน่นแล้วร่ายทักษะ

            นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องใช้เวลาเตรียมทักษะนานขนาดนี้ในการต่อสู้กับโยวเหวิน

            “จบเห่แน่!”

            เมื่อเห็นภาพนี้โยวเหวินที่ถูกความเย็นยะเยือกปกคลุมไปทั่วร่าง แววตาของเขาก็ฉายแววสิ้นหวัง

            ก่อนหน้านี้การโจมตีที่จั่วชิงเหวินปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจก็มีพลังไม่น้อยตอนนี้ที่เธอใช้เวลาเตรียมตัวพลังของทักษะที่จะต้องเผชิญต่อไปนั้นต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน

            และก็เป็นไปตามคาด!

            สามวินาทีต่อมา...

            เมื่อร่างของโยวเหวินหลุดพ้นจากสถานะเชื่องช้าจั่วชิงเหวินที่อยู่ตรงข้ามก็เตรียมทักษะเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            ครืนนนนน!!

            ดาราหิมะเยือกแข็ง!

            พลังเวทที่ปั่นป่วนซึ่งถูกกักเก็บไว้ที่ปลายไม้เท้าเวทมนตร์พุ่งออกไปในชั่วพริบตาราวกับสายฟ้าผ่าเข้าใส่โยวเหวิน

            แกร๊ก!

            ความเย็นยะเยือกสุดขีดระเบิดออกมาร่างกายของโยวเหวินถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ก่อนจะกลายเป็นละอองแสงและถูกส่งออกจากดันเจี้ยนไป

            [ได้รับ 110 แต้ม!] 

            “เสร็จสิ้นภารกิจ!”

            เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากดันเจี้ยนจั่วชิงเหวินก็ปรบมือพลางยิ้มแย้มอย่างน่ารัก

            “นี่เป็นผู้เข้าแข่งขันคนที่เจ็ดที่ฉันกำจัดออกไปแล้วตอนนี้แต้มของฉันคงทิ้งห่างจากคนอื่นๆ ไปมาก!”

            จั่วชิงเหวินคิดอย่างยินดีแล้วเรียกดูตารางแต้มด้วยความคิด

            ทว่าในวินาทีต่อมาเธอกลับเบิกตากว้าง

            [หวังเฉิน มีแต้มสะสม 1,065 แต้ม] 

            [จั่วชิงเหวิน มีแต้มสะสม 775 แต้ม] 

            [จ้าวหมิงคง มีแต้มสะสม 632 แต้ม] 

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน