Chapter 3
Venu-ar
ลมทะเลพัดเอื่อยๆ อยู่เหนือเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าชายฝั่ง ส่งเสียงซ่าจากการกระทบกันท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินซีดเปล่งแสงสีนวลลงบนทะเลเกิดเป็ประกายระยิบระยับ บนชายหาดแห่งหนึ่งในอาณาจักรเวนูอาร์ ปรากฏร่างของสตรีผมยาวสีเงิน ถูกคลื่นทะเลซัดขึ้นมาเกยบนชายหาด ท่อนล่างของนางมีหางเป็ปลามีเกล็ดสีเงินเป็ประกายแวววาวแต่เปื้อนด้วยเืสีแดงจากาแหลายจุดบนตัวของนาง นางเงือก คือชื่อที่มนุษย์และเผ่าอื่นๆ เรียกขานพวกนางกัน นอกจากหางที่เป็ปลาที่บ่งบอกถึงลักษณะของนางเงือกอีกจุดหนึ่งคือที่หูของพวกนางจะมีลักษณะเป็ครีบปลายาวมีสีเดียวกันกับหางของแต่ละตน นางสำลักเืออกมา บนร่างกายมีาแหลายที่โดยเฉพาะบริเวณที่หน้าท้องของนางมีเืออกมากที่สุด นางประครองสติตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นทรายพยายามที่จะขึ้นมาให้พ้นจากน้ำ โดยปกตินางเงือกสามารถรักษาตัวเองได้ด้วยเวทมนตร์ของพวกนางผสมกับการใช้ดอกไม้ทะเลในการรักษา แต่แผลของนางต่างจากแผลทั่วไป เกิดจากคำสาปของอาวุธที่ลงด้วยมนต์ดำโบราณ ยากต่อการรักษาด้วยเวทมนตร์ของตนเอง แม้แต่น้ำตาของพวกนางที่มนุษย์ลือกันว่าเป็ยาอายุวัฒนะยังมิอาจบรรเทาความเ็ปจากคำสาปของอาวุธมนต์ดำ มือข้างขวาของนางกำด้ามกระจกสีเงินฉลุลวดลายงดงาม มือข้างซ้ายก็พยายามที่ตะเกียกตะกายบนพื้นทราย ความเ็ปจากาแที่หน้าท้องทำให้นางกระอักเืออกมาอีก เืของนางมีทั้งสีแดงสดและสีดำเป็ผลจากมนต์ดำ สายตาเริ่มพร่าและเลือนราง ในใจของสตรีครึ่งปลาตนนี้คิดว่านางคงมาไกลได้ที่สุดเท่านี้
เสียงฝีเท้าม้าประมาณห้าตัวดังจากระยะไกล จากปลายสุดของชายหาด แสงของคบเพลิงลอยอยู่ในความมืดอันเงียบสงบของชายหาด บุรุษราวๆ สิบกว่าคนบนหลังม้า ควบม้าสีขาวพันธุ์เกลิอาส หนึ่งในม้าพันธุ์ที่หายากที่สุดบนนาคารัส พวกมันวิ่งได้เร็วกว่าม้าปกติถึงสามเท่าและอึดมากกว่า กลุ่มนักรบบนหลังม้าทั้งห้าคนควบม้ามาถึงตรงที่สตรีครึ่งปลานอนได้รับาเ็อยู่บนชายหาด แสงคบเพลิงกระทบบนใบหน้าพวกเขา พวกเขามีรูปร่างผอมสูง ผมยาวสีเงิน และสีบลอนด์ขาว ใบหูเรียวยาว ชนเผ่าของพวกเขาอาศัยอยู่ในอาณาจักรเวนูอาร์ั้แ่โบราณกาลถูกเรียกว่าอาณาจักรแห่งลุ่มแม่น้ำและอ่าวคริสทัลอยู่ทางทิศใต้ของทวีปนาคารัส กลางอ่าวคือที่ตั้งของนครวีเรีย มีลักษณะเป็นครลอยน้ำ เมืองหลวงของเอลฟ์แห่งวารี ผู้บูชาเทพีอันดีน เทพีแห่งน้ำ กับ ฟอส เทพีแห่งแสง เอลฟ์แห่งวารีผมสีเงินะโลงจากหลังม้าสีขาวพร้อมด้วยคบเพลิง ชุดเกราะสีเงินฉลุด้วยลวดลายคล้ายคลื่นน้ำ ที่เอวคาดดาบเลเปียร์ปลายแหลม กับดาบโค้งทั้งสองข้าง
“ชาวเงือก นางาเ็” เอลฟ์แห่งวารีผู้นั้นกล่าว เขามองสำรวจตามร่างกายของเงือกสาว เอลฟ์แห่งวารีผู้นี้เป็ผู้นำของกองลาดตระเวนของนครวีเรีย นามว่า เฮลิออส
สตรีครึ่งปลาหมดสติก่อนที่จะทันได้พูดอะไรกับพวกเขา
“มาช่วยนางเร็ว! พานางกลับไปหา เลดี้ ซิลลิเอน” เฮลิออสสั่ง เอลฟ์แห่งวารีอีกสามคน พวกเขาะโลงจากหลังม้า ช่วยกันแบกสตรีครึ่งปลาผู้นั้นขึ้นหลังม้าสีขาว
หน่วยลาดตระเวนของเฮลิออส ควบม้าอย่างรวดเร็วมุ่งหน้ากลับไปยังวีเรีย พร้อมกับร่างที่หมดสติของสตรีชาวเงือก เืยังคงไหลออกมาจากาแของนาง
พวกเขามาถึงเวิ้งหาดสีขาวมองเห็นแสงจากนครวีเรียที่ตั้งอยู่กลางอ่าว แสงไฟจากยอดโดมของวิหารแห่งวารีเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนระเรื่อท่ามกลางความมืดของอ่าวคริสทัล ทะเลอันเงียบสงบสะท้อนภาพของหมู่ดาวนับล้านบนฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์ราวกับภาพนิมิต สะพานศิลาทอดยาวบนชายหาดสีขาว มุ่งตรงสู่ประตูเมืองหลักของนครวีเรีย กองลาดตระเวนควบม้าผ่านสะพานศิลามุ่งเข้าประตูเมืองอย่างรวดเร็ว ผ่านตัวเมืองมุ่งสู่วิหารแห่งวารีใจกลางนครวีเรีย สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวเอลฟ์แห่งวารี ที่พำนักของเลดี้ซิลลิเอน ราชินีของเหล่าเอลฟ์แห่งวารี พระนางดำรงตำแหน่งผู้ผนึกแห่งวารี หรือเรียกว่า เอสทีเลีย (Esteria) ผู้สามารถควบคุมเวทมนตร์แห่งน้ำและหลอมรวมเข้ากับธาตุน้ำ พระนางขึ้นดำรงตำแหน่งมาเพียงไม่กี่ปี หลังจากพระสวามีของนางหรือาา เลดิอาส สิ้นพระชนม์ในากับผู้ศรัทธาเืที่บุกเข้ามาในอาณาจักรเวนูอาร์หลายปีก่อน ว่ากันว่า่ชีวิตของชาวเอลฟ์มีชีวิตที่ยืนยาวมากที่สุดคือพันปีและเข็มนาฬิกาแห่งความโรยราเดินช้ากว่าเผ่าอื่นๆ ในนาคารัสนัก หากพวกเขาไม่โดนสังหารหรือตายด้วยโรคร้ายแรงต่างๆ พวกเขามีอายุขัยยืนยาวมากที่สุดรองจากเผ่าต้นไม้ เดนโทรและไดรอาร์ด
ประตูบานใหญ่ของวิหารถูกเปิดออกโดยทหารยามที่เฝ้าอยู่ เฮลิออสเดินนำหน่วยลาดตระเวนโดยมีเอลฟ์หนุ่มอีกคนที่อุ้มสตรีชาวเงือกเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง ลมหายใจของเธอเริ่มแ่เบา พวกเขากึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรีบร้อนผ่านโถงทางเดินขนาดใหญ่ มีเสาหินประดับด้วยคริสทัลเปล่งแสงสีฟ้าออกมาตามโถงทางเดิน และรูปปั้นของเทพีอันดีนและเทพีแอสเทรี เทพีแห่งดวงดาวในอิริยาบถต่างๆ ถูกสลักตามเสาหินเ่าั้ ถัดจากโถงทางเดินคือโดมกระจกขนาดใหญ่ ลักษณะครึ่งวงกลม มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับล้าน แสงจันทราสาดส่องมายังใจกลางของห้องมีสระน้ำขนาดใหญ่รูปวงกลมตั้งอยู่ตรงกลาง ในแอ่งปรากฏภาพของดวงดาวมากมายสะท้อนจากบนท้องฟ้ายามค่ำคืน บัลลังก์คริสทัลสีฟ้าครามตั้งอยู่ที่ปลายสุดของโถงทางเดินพ้นจากสระน้ำแห่งนี้ บุรุษชาวเอลฟ์แห่งวารีปรากฏกายออกมาจากประตูทางด้านขวาของท้องพระโรงแห่งนี้ เขามีนามว่า โอเบเลียส ผู้ดำรงตำแหน่งอุปราชแห่งวารี คอยช่วยเหลือราชินีซิลลิเอน อย่างใกล้ชิด
“เกิดเื่อันใด เฮลิออส?” โอเบเลียสเดินตรงมายังกองทหารลาดตระเวนที่ยืนอยู่ใกล้ริมสระน้ำวงกลม
“พวกเราพบสตรีชาวเงือกได้รับาเ็ อยู่ที่ริมหาดไวท์แซนด์ ลมหายใจของนางโรยราเต็มที าแของนางสาหัสนัก” เฮลิออสกล่าว ก่อนจะหลีกทางให้กับโอเบเลียสเดินไปดูอาการของสตรีชาวเงือก เอลฟ์หนุ่มที่อุ้มนางอยู่ประคองนางนั่งพิงลงที่พื้น โอเบเลียสเอามือััที่าแของนางที่ท้องพร้อมกับรายคาถาแห่งการรักษาของชาวเอลฟ์แห่งวารี ดวงตาของโอเบเลียสกลายเป็สีฟ้าคริสทัลขณะที่กำลังร่ายเวทมนตร์ ฝ่ามือของเขาที่อยู่บนาแของสตรีชาวเงือกเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา
“ไม่ได้ผล การเยียวยาด้วยเวทย์วารีของข้ามิอาจรักษาาแจากอาวุธลงคำสาปมืดนี้ได้ ข้าทำได้เพียงถ่ายพลังเวทย์ส่วนหนึ่งให้กับนางเพื่อต่อลมหายใจ” โอเบเลียส กล่าว
ร่างของสตรีชาวเอลฟ์แห่งวารีย่างกรายออกมาจากโถงทางเดินทางซ้ายของท้องพระโรง บนหัวของนางสวมมงกุฎเทียร่าลักษณะคล้ายรากไม้สีเงินบางเส้นเล็ก ที่หน้าผากประดับคริสทัลลักษณะคล้ายหยดน้ำสีฟ้าคราม ผมสีเงินเป็ประกายคล้ายเครื่องเงิน เปล่งประกายยามต้องแสงของดวงดาวที่ลอดผ่านโดมกระจก ชุดเดรสยาวสีฟ้าบางพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดผ่านในท้องพระโรงแห่งนี้ นางเดินมาพร้อมกับสาวรับใช้ชาวเอลฟ์วารีอีกสองคน มายังสระน้ำวงกลมกลางท้องพระโรงที่เหล่าชาวเอลฟ์แห่งวารีพยายามช่วยเหลือสตรีชาวเงือก ทหารเอลฟ์ต่างพากันหลีกทางก่อนจะโค้งตัวทำความเคารพให้กับนางรวมถึง เฮลิออส และโอเบเลียส เหลือเพียงทหารหนุ่มที่ประคองสตรีชาวเงือกเอาไว้ที่ตัก นางคือราชินีของเหล่าเอลฟ์แห่งวารี นามว่า ซิลลิเอน ราชวังแห่งนี้ถูกเรียกขานว่ามหาวิหารวารีสงบ
“นางคือเ้าหญิงเงือกแห่งคาบสมุทรเนดาร์ลีอาร์ ผู้พิทักษ์วิหารอันดีน นามว่า ลิโนเลียร์” ซิลลิเอน เลื่อนมือไปจับแก้มก่อนจะกล่าวนามของสตรีชาวเงือก ผู้มีศักดิ์เป็เ้าหญิงของวิหารศักดิ์สิทธิ์
“อุ้มนางลงไปในสระจันทรา เวทย์วารีปกติมิอาจเยียวยาาแต้องสาปนี้ได้ โชคดีที่เผ่าพันธุ์ของนางใช้เวทมนตร์วารีเหมือนกับพวกเรา ข้าจะผนึกวารีและถอนคำสาปมืดออกจากนาง” ซิลลิเอนกล่าว ก่อนจะเดินนำไปที่สระวงกลมขนาดใหญ่กลางวิหาร ทหารเอลฟ์หนุ่มประคองร่างหมดสติของเงือกสาว หรือที่ซิลลิเอนเรียกนางว่า ลิโนเลียร์ เดินลงไปในสระจันทรา ตามมาด้วยซิลลิเอน สาวใช้ส่งขวดแก้วคริสทัลขนาดเล็กบรรจุน้ำเอาไว้ ให้กับนาง นางค่อยๆ เทน้ำลงบนมือก่อนจะลูบหน้าผากของลิโนเลียร์
“อันดีน ได้โปรดรับฟังข้า เอสทีเรีย แห่ง เวนูอาร์ ขอผนึกิญญาเข้ากับคริสทัลแห่งวารี”
ซิลลิเอนกล่าวก่อนที่ร่างของนางจะกลายเป็น้ำ น้ำในสระแห่งจันทราเคลื่อนไหวเป็วงกลมอย่างช้าๆ
ซิลลิเอนผู้กลายเป็น้ำมีรูปร่างเป็สตรีแต่โปร่งใสเหมือนน้ำ ผลจากการผนึกเวทย์ด้วยคริสทัลแห่งวารีเข้ากับิญญา นางประคองร่างของลิโนเลียร์จากทหารเอลฟ์หนุ่ม เอลฟ์แห่งวารีคนอื่นยืนอยู่รอบๆ บริเวณสระแห่งจันทรา นางอุ้มเงือกสาวไปยังใจกลางของสระน้ำ แสงของพระจันทร์สะท้อนสีเงินนวลลงมายังสระแห่งนี้ น้ำในสระเริ่มไหลวนแรงขึ้น ซิลลิเอนเริ่มร่ายมนตร์ เสียงของนางสะท้อนไปทั่ววิหาร
“โอ อันดีน เทพีผู้ปกครองแปดคาบสมุทรรวมถึงทะเลนิรนาม พรแห่งวารีสถิตแก่นาง
โอ ฟอส เทพีผู้ปกครองหอคอยนิรันดร พรแห่งแสงสว่างได้โปรดนำทางนาง
โอ แอสเทรี เทพีผู้ปกครองนครลอยฟ้าดินแดนแห่งท้องนภา พรแห่งดวงดาวโปรดจุดแสงให้กับดวงิญญาของนาง”
แสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากสระแห่งจันทราสะท้อนไปทั่วทั้งมหาวิหาร กระแสน้ำในสระไหลวนช้าลง ซิลลิเอนเอามือลูบที่แก้มของลิโนเลียร์ าแที่ท้องและหางของนางค่อยๆ สมาน ของเหลวสีดำค่อยๆ ไหลออกมาจากาแและปากของนาง
“แบล็ก เมนารา…….คำสาปต้นไม้โบราณ เป็ไปไม่ได้ มันถูกทำลายทิ้งจนสิ้นั้แ่ายุคโบราณ พวกมันสะสมพลังเวทย์มืดไว้ในรากของมันและกลืนกินพลังชีวิตในบริเวณที่มันหยั่งราก อาวุธที่ทำร้าย ลิโนเลียร์ ถูกสร้างจากรากของต้นไม้ทมิฬนี้” ซิลลิเอนใกับสิ่งที่นางเห็น นางััถึงพลังความมืดที่ถูกขับออกมาจากาแของสตรีชาวเงือก เวทมนตร์ที่สูญหายไปจาก นาคารัส เป็พันปีนับจากายุคโบราณ ต้นไม้ทมิฬ นามว่า แบล็ก เมนารา กลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ซิลลิเอน เปลี่ยนร่างตัวเองจากน้ำกลายเป็ร่างเอลฟ์แห่งวารีตามปกติ เดินขึ้นมาบนริมสระ สาวรับใช้สวมชุดคลุมสีฟ้ายาวให้กับนาง โอเบเลียส กับ เฮลิออส เดินมาหานาง
“ให้นางสมานาแในสระจันทราก่อน าแของนางสาหัสนัก คนที่ร่ายคำสาปใส่นางคงเตรียมลงอาคมใส่อาวุธของตนเองมาเป็เวลานานมาก คำสาปถึงหยั่งรากลึกได้ขนาดนี้ สั่งนักบวชของวิหารคอยนำวารีศักดิ์สิทธิ์เติมลงไปในสระด้วยในยามราตรี นางยังคงต้องรักษาตัวอยู่ในน้ำอีกหลายวัน” ซิลลิเอน กล่าว
เหล่าทหารเอลฟ์แห่งวารีโค้งตัวคำนับ เป็การรับทราบคำสั่งของราชินีเอลฟ์
“ข้ามีเื่ต้องหารือกับผู้าุโของเผ่าเรา รวมถึง เอเลเทีย ของเอลฟ์แห่งป่า” ซิลลิเอนเดินออกจากโถงของวิหารพร้อมกับสาวใช้ทั้งสองของนาง สีหน้าวิตกกังวลถึงสิ่งชั่วร้ายที่นางพึ่งค้นพบจากาแของลิโนเลียร์
โถงทางเดินของสวนน้ำ มหาวิหารวารีสงบ
“ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นครับ?” เด็กชายชาวเอลฟ์แห่งวารี วัยเพียงเก้าปี วิ่งมาหา เลดี้ซิลลิเอน ระหว่างทางที่นางกำลังเดินทางไปยังลานประชุม ที่ตั้งอยู่ทางซีกขวาของมหาวิหารแห่งนี้
“มาทีอุส เ้ากลับไปยังห้องของเ้าเถิด เื่นี้หาใช่ธุระของเด็กน้อยอย่างเ้า” ซิลลิเอนกล่าวกับบุตรชายของตน ก่อนจะลูบผมสีเงินของเด็กชายชาวเอลฟ์วารี ผมข้างขวาถักเปียเล็กๆ มีห่วงเงินสลักรูปพระจันทร์คล้องไว้ที่เปีย มันทำให้นางคิดถึงพระสวามีของนางที่สิ้นพระชนม์ไป ดวงตาสีฟ้าครามที่ไร้เดียงสา จ้องมองมารดาของตนด้วยความอยากรู้อยากเห็น นามของเขาคือ มาทีอุส ผู้มีศักดิ์เป็เ้าชายของชาวเอลฟ์แห่งวารี ผู้ที่จะปกครองนครวีเรียต่อจาก เลดี้ ซิลลิเอน ในอนาคต
“เอสเม่ ไปเชิญผู้าุโของพวกเรามาที่ลานประชุม บอกว่านี่เป็เื่ด่วน ส่วนไรเซลา พา มาทีอุส กลับห้องไป” ซิลลิเอนสั่งนางกำนัลทั้งสอง เอสเม่เดินแยกตัวผ่านทางสวนน้ำที่มีต้นไม้สีขาวนวลปกคลุมมากมาย ต้นไม้พวกนี้ถูกเรียกว่า ไลท์ เอลม์ ต้นไม้ที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์ของแสงสว่าง ปัจจุบันสามารถพบได้เพียงในป่า เอลดาร่า ของเอลฟ์แห่งป่ากับนครวีเรียของเอลฟ์แห่งวารี
“ตามข้ามาเพคะ องค์ชาย” ไรเซลา เดินนำ มาทีอุส กลับไปยังห้องของตน
มาทีอุส เดินตามไรเซลาไปตามโถงทางเดินก่อนจะเหลียวมามองมารดาของตน นางเดินไปตามทางก่อนจะเลี้ยวขวาไปยังลานประชุมของวิหาร
ลานประชุมมหาวิหารวารีสงบ
ซิลลิเอนยืนอยู่ ณ ใจกลางของลานประชุม พื้นของลานแห่งนี้ถูกปูด้วยหินบริเวณตรงกลางลานมีอ่างหินบรรจุน้ำ ลานแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้สีขาวนวลที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เบื้องหน้าของนางคือ ผู้าุโของเผ่าเอลฟ์แห่งวารี มีด้วยกันทั้งหมดห้าคน คนแรกคือไซราเนีย นักบวชหญิง สวมชุดคลุมสีฟ้าคราม มือขวาของนางถือคทาคริสทัลรูปร่างคล้ายกิ่งไม้ ผู้ดำรงตำแหน่งนักบวชสูงสุดของวิหารวารีสงบ คนที่สองคือ โรเดซาร์ ผู้เฒ่าของเอลฟ์แห่งวารี เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาว ผมและหนวดสีขาวยาว พยุงตัวเองด้วยไม้เท้าสีขาวทำจากต้นไลท์ เอลม์ ที่หัวของไม้มีคริสตัลสีขาวประดับอยู่ ดำรงตำแหน่งนักปราชญ์แห่งท้องทะเล ผู้นำของนักเวทย์ชาวเอลฟ์แห่งวารีของนครวีเรีย คนที่สามคือ ไลโอเดน ดำรงตำแหน่งแม่ทัพของนครวีเรีย เขาสวมชุดเกราะสีน้ำเงินมีสัญลักษณ์รูปต้นไม้และเกลียวคลื่นบนชุดเกราะ ผมยาวสีเงิน ด้านหลังสะพายดาบโค้งกับโล่สีน้ำเงิน คนที่สี่คือ โอเบเลียส ผู้ดำรงตำแหน่งอุปราชแห่งวารี และคนสุดท้ายคือ เฮลิออส ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนของนครวีเรีย
“ท่านหญิง ข้าััได้ถึงไอความมืดในบริเวณวิหารขณะที่กำลังประชุมกับเหล่านักเวทย์แห่งวารี ทำให้ข้ารีบร้อนมายังมหาวิหาร” โรเดซาร์ กล่าวขึ้นมา ไลโอเดน ก็ััได้เช่นกันก่อนที่พวกเขาจะถูกเรียกมายังลานประชุมเสียอีก
“เลดี้ซิลลิเอน ได้ช่วยเหลือลิโนเลียร์ เ้าหญิงของชาวเงือกแห่งเนดาร์ลีอาร์ นางถูกทำร้ายด้วยคำสาปมืด เฮลิออส เป็ผู้พบนางที่ริมชายหาดระหว่างลาดตระเวน” ไซราเนีย ได้รับรายงานจากนักบวชแห่งวารีที่มีหน้าที่ดูแลมหาวิหาร ขณะที่นางกล่าวสายตานางสบเข้ากับสายตาของเฮลิออสโดยบังเอิญก่อนที่ทั้งคู่จะหลบสายตากัน
“ข้าได้ถอนคำสาปมืดนั้นออกมาแล้ว วารีศักดิ์สิทธิ์ในบ่อจันทราจะค่อยๆ เยียวยานาง เพียงแต่คำสาปนี้ทำให้ข้าวิตกยิ่งนัก” เลดี้ซิลลิเอน กล่าว สีหน้านางมีความกังวลเมื่อนึกถึงเวทมนตร์โบราณนี้
“มันคือคำสาปประเภทไหนหรือครับท่านหญิง ข้าไม่เคยรู้สึกถึงพลังของมนต์ดำที่มีความรุนแรงขนาดนี้มาหลายร้อยปี ต่างจากเวทย์ของพวกผู้ศรัทธาเืยิ่งนัก” ไลโอเดน ถาม เขาเคยสู้กับพวกผู้ศรัทธาเืเคียงบ่าเคียงไหล่กับาาเลดิอาส จนวาระสุดท้ายของพระองค์ ยังไม่เคยพบผู้ที่ใช้เวทมนตร์ดำที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ แม้แต่ผู้นำของพวกมันที่บุกเข้ามายังเวนูอาร์ยังเทียบไม่ได้ เหล่าชาวเอลฟ์แห่งวารีผู้อาศัยในนครแห่งนี้ถึงกับพากันตื่นตระหนก พวกเขาััความรุนแรงของความมืดที่ย่างกรายเข้ามาในเมืองติดมากับร่างที่าเ็ของลิโนเลียร์ สีหน้าของทุกคนในลานประชุมมีแต่ความตึงเครียด
“แบล็ค เมนารา พลังของต้นไม้ทมิฬ อาวุธที่ทำร้ายลิโนเลียร์น่าจะทำจากรากไม้ของมัน” เลดี้ ซิลลิเอน กล่าว โรเดซาร์ กับ ไลโอเดนถึงกับผงะด้วยความใ ไซราเนีย โอเบเลียส และ เฮลิออส รับรู้ถึงข้อมูลของคำสาปนี้แล้ว ในรอบหลายร้อยปีนี้ไม่มีใครเคยพูดถึงเวทย์มนต์โบราณที่ถูกลืมเลือนนี้ั้แ่ายุคโบราณ
“ถ้าเป็เช่นนั้น เลดี้ลิโนเลียร์โชคดียิ่งนัก ในตำราโบราณกล่าวไว้ว่ามันสามารถดูดิญญาของผู้ที่ตายเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ ผู้ที่ใช้อาวุธนี้ต้องสะสมดวงิญญามาไม่ใช่น้อย” โรเดซาร์ กล่าว
“แต่ใครกันที่ทำอาวุธต้องคำสาปนี้ ใครกันที่เมล็ดพันธุ์ทมิฬและพวกมันถูกปลูกไว้ที่ไหน? ทำไมเวทย์มนต์นี้ถึงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ทำไมวิหารแห่งอันดีนในมหาสมุทรเนดาร์ลีอาร์ถึงถูกโจมตี?” เฮลิออส กล่าวขณะที่เขายืนพิงเสาหิน มือสองข้างกอดอก ทุกคนมองมาที่เขา
“เื่นี้เราคงต้องรอให้ลิโนเลียร์รักษาตัวให้หายก่อนแล้วค่อยถามนาง เพียงแต่เหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องมีจุดประสงค์ที่จะนำหายนะมาสู่ทวีปนาคารัสเป็แน่ ทุกเผ่าพันธุ์ตกอยู่ในอันตราย” ไซราเนีย กล่าว เลดี้ ซิลลิเอน เดินไปยังแท่นที่ตั้งของอ่างหินบรรจุน้ำ ก่อนจะออกคำสั่งให้กับเหล่าผู้าุโ
“โรเดซาร์ เตรียมประชุมเหล่านักเวทย์แห่งวารีทั้งหมดในยามรุ่งสางของวันพรุ่งนี้ เราต้องเก็บเกี่ยวผลของไลท์ เอลม์ทั้งหมดในอาณาจักรเวนูอาร์ ให้เหล่านักเวทย์เตรียมความพร้อมในห้องเครื่องจักรของนครวีเรีย ไลโอเดน ท่านจงเตรียมกองทัพให้พร้อมรับมือทุกชั่วยาม แบ่งกองกำลังให้กับหน่วยของเฮลิออส เพิ่มกองลาดตระเวนในการเฝ้าระวังในอาณาจักรเวนูอาร์ รวมถึงให้ช่างตีเหล็กของพวกเราตีอาวุธเพิ่ม รวมถึงลูกธนูที่ลงอาคมจากผลของไลท์ เอลม์ จัดเวรยามตามเห็นสมควรตามจุดต่างๆ ของป่าเสียงสะท้อนและชายหาดคริสทัล โอเบเลียส ท่านส่งสาสน์ออกไปในป่าเสียงสะท้อน ชาวเผ่าเอลฟ์แห่งวารีของพวกเราจำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในป่าทั่วอาณาจักร ให้พวกเขาทราบถึงภัยครั้งนี้ รวมถึงให้พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะอพยพมายังนครวีเรีย หากได้รับการแจ้งเตือนจากมหาวิหาร ไซราเนีย ท่านจงให้เหล่านักบวชดูแลเ้าหญิงของเผ่าเงือกให้ดี สระจันทราจะต้องถูกเติมด้วยวารีศักดิ์สิทธิ์จากน้ำพุของอันดีนตลอดเวลา หากนางหายเป็ปกติแล้วเื่ราวจากนางจะเป็สิ่งสำคัญของเราที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะมา เราไม่รู้ว่าศัตรูที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในตอนนี้มีจุดประสงค์อะไรและจำนวนเท่าใด ความมืดที่ติดอยู่กับาแของนางอาจจะนำพวกมันมาสู่อาณาจักรของเรา อาวุธของพวกมันกระหายดวงิญญาที่จะเพิ่มพลังให้กับตัวมันเอง ลิโนเลียร์มีพลังเวทย์ที่ทรงพลังเหมือนมารดาของนาง ดวงิญญาของนางสามารถเพิ่มพลังให้กับพวกมันได้มากมายนัก เราต้องปกป้องนาง รวมถึงดวงิญญาของพวกพ้องแห่งเรา” เลดี้ ซิลลิเอน ถ่ายทอดคำสั่งให้กับผู้าุโทั้งห้าของเผ่า พวกเขาโค้งตัวน้อมรับคำสั่ง
“พวกท่านไปได้แล้ว ข้าต้องหารือเื่นี้กับราชันย์แห่งพงไพร เอลฟ์แห่งป่าจะต้องเตรียมรับมือกับความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในภายภาคหน้า”
ผู้าุโทั้งห้าของเผ่าเดินออกไปจากลานประชุม เหลือเพียงซิลลิเอนที่ยืนมองอ่างหินที่มีน้ำ นางเอามือจุ่มลงไปก่อนจะเอาฝ่ามือของนางแตะหน้าผากตัวเอง ดวงตาของนางเปล่งแสงสีฟ้าคริสทัลออกมา
“กระจกแห่งวารีสดับฟังข้า ดวงดารานับล้านเฝ้ามองทะเลยามรัตติกาลโปรดนำทางดวงจิตข้า ลำธารนิรันดรโปรดเปิดทางให้ข้า เสียงแห่งข้า จิตแห่งข้า นำพาสู่ดินแดนแห่งป่าเอลดาร่า สู่เอลมาเรีย
โอ…..เอเลเทีย….ราชันย์แห่งพงไพร….วาสกาเลี่ยน....รับฟังข้า
โอ…..เอเลเทีย….ราชันย์แห่งพงไพร….วาสกาเลี่ยน....รับฟังข้า” เลดี้ ซิลลิเอน ยื่นมือขวาออกไปขณะที่ร่ายมนตร์ น้ำในอ่างหินค่อยๆ ลอยขึ้นมาม้วนตัวเป็วงกลมช้าๆ แล้วไหลเข้าไปรวมกันเป็กลุ่มก้อนวงกลม ซิลลิเอนกล่าวมนต์ซ้ำอีกสองรอบ ก่อนที่น้ำจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างคล้ายกับคนที่มีใบหูเรียวยาวสูงโปร่ง ผมยาวถึงกลางหลังมีมงกุฎรากไม้ขนาดใหญ่อยู่ที่ศีรษะ แต่ร่างที่เห็นเป็เพียงน้ำที่ถูกทำให้มีรูปร่าง เป็เวทย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากอ่างหินแห่งนี้ถูกเรียกว่ากระจกวารี ที่ซิลลิเอนใช้ติดต่อกับผู้อื่นที่อยู่ไกลโพ้น นาง้าที่จะติดต่อกับราชันย์ของเอลฟ์แห่งป่า นามว่า วาสกาเลี่ยน ผู้ดำรงตำแหน่ง เอเลเทีย ผู้ควบคุมแสงและพงไพร ร่างจำลองน้ำนั้นค่อยๆ หันหน้ามาหาซิลลิเอน
“ดาวเหนือแห่งแปดคาบสมุทรและทะเลนิรนาม….ผู้ผนึกวารี….เอสทีเรีย….มีเื่เร่งด่วนอันใดหรือ?” วาสกาเลี่ยนกล่าวทักทายซิลลิเอนด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ผ่านร่างจำลองน้ำที่ลอยอยู่เหนืออ่างหิน
“แสงแห่งพงไพร…ผู้พิทักษ์ป่าศักดิ์สิทธิ์…เอเลเทีย….ข้าเกรงว่าจะเป็เื่ที่จะทำให้ท่านรู้สึกไม่ยินดีนัก วาสกาเลี่ยน” ซิลลิเอน กล่าว ก่อนที่ร่างจำลองน้ำของวาสกาเลี่ยนทำท่าทีสนใจ มือซ้ายของเขากอดอกและมือขวาขึ้นมาแตะคางมีท่าทีสนใจ กับเื่ที่ซิลลิเอนจะบอกกับเขาในยามวิกาลเช่นนี้
“จงบอกข้ามาเถิด ซิลลิเอน”