“ข้าว่าแล้วเชียว มันแปลกั้แ่พี่สาวรองไม่เคยส่งเงินรายเดือนของเด็กหยุนซีมาให้พวกเราเลย” หลินเอ๋อชุนตบโต๊ะแล้วเอ่ยอย่างเดือดดาล หากบอกว่าเป็ห่วงหลานสาวก็คงมิใช่ ต้องพูดว่าห่วงเงินของหลานมากกว่า
“ดีที่อาตี้ของพวกเราไม่ได้ไปทำงานกับพี่รองนะเ้าคะท่านพี่” นางหลิวลี่ฮวาผู้เป็ภรรยาของหลินเอ๋อชุนพูดขึ้น
“ก็มิใช่เพราะพวกเ้าต้องอยากได้เงินจนตัวสั่นและบีบบังคับให้บ้านอาสามส่งซีซีไปหรอกเหรอ เดิมทีเ้าเองนั่นแหละที่เป็ตัวตั้งตัวตีเื่นี้” โจวชิวหยาแค่นเสียงใส่สามีภรรยาบ้านสี่
“เอ้า พี่สะใภ้ใหญ่พูดเช่นนั้นก็มิถูก นั่นไม่ใช่ว่าเราทำเพื่อคนในบ้านหรอกรึเ้าคะ แล้วเหตุใดครานั้นท่านไม่ให้อี้เหมยของบ้านท่านไปกับเด็กหยุนซีบ้านพี่ชายสามเล่า” นางหลิวลี่ฮวาหาได้เกรงกลัวสะใภ้ใหญ่ของบ้าน เพราะสามีนางนั้นเป็ถึงบัณฑิตของสำนักศึกษาเหตุใดต้องเกรงกลัวชาวไร่ชาวนากุลีแบกหามด้วยเล่า
“เื่พวกนี้บ้านข้าไม่เห็นด้วยั้แ่ต้นและลุกขึ้นปกป้องอี้เหมย หากข้าอ่อนแอเช่นน้องสามและน้องสะใภ้สาม ป่านนี้อี้เหมยของข้าคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากซีซีแล้ว” แม้นางโจวชิวหยาจะเถียงกับนางหลิวลี่ฮวาแต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องพาดพิงหลินไห่เทาและซูซุนลี่ เพราะหากทั้งสองกล้าที่จะปฏิเสธเหมือนบ้านนาง หลินหยุนซีคงไม่ต้องกลับมาบ้านในสภาพเช่นนี้
ซูซุนลี่นางรู้ดีถึงถ้อยคำแฝงของโจวชิวหยาและนางก็รู้สึกผิดมากจนได้แต่โทษตัวเอง ั้แ่วันที่ส่งหลินหยุนซีออกไปไม่มีวันไหนที่นางไม่คิดถึงบุตรี ส่วนหลินไห่เทาก็เช่นกัน แม้จะไม่ได้รักบุตรสาวสักเท่าใดแต่เขาก็พยายามออกไปรับจ้างหากมีงานก่อสร้างก็ไม่อิดออด จะแบกจะหามก็ไม่เคยเกี่ยง ด้วยอยากจะเก็บเงินให้ได้มากๆ เพื่อที่จะรับบุตรสาวกลับมาอยู่บ้าน แต่ด้วยว่าเงินที่ทำงานได้มาจะต้องเข้ากองกลาง ทีแรกเขาก็ลังเลเพราะอยากแอบเก็บเงินไว้บางส่วน แต่เพราะจดหมายของนางหลินฮุ่ยที่ส่งมาบอกว่าหลินหยุนซีสบายดีและไม่ประสงค์จะกลับบ้าน เขาจึงมอบเงินทั้งหมดให้แม่เฒ่าหลินเพื่อเอาไว้ให้บ้านสี่เพราะถ้าเทียบความสำคัญแล้วน้องชายอนาคตไกลของเขาต้องมาก่อนบุตรสาวที่ห่างเหินกัน
“หยุดเถียงกันได้แล้ว! สะใภ้สามวันนี้เ้าก็ต้มโจ๊กและให้ไข่ไก่ซีซีสักฟองเถิดนางจะได้ฟื้นตัวเร็วๆ” พ่อเฒ่าหลินเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้นะเ้าคะ วันนี้สามีข้ากลับมาอย่างไรก็ต้องเก็บไข่ไว้ให้ด้วย ไหนจะอาฮังอีก” นางหลิวลี่ฮวารีบท้วง
“กับอีแค่ไข่ไก่ฟองเดียวเ้าจะเสียสละให้หลานไม่ได้เชียวรึไง หรือว่าบ้านสี่จะออกเงินค่ายาให้กับซีซีเพิ่มล่ะ” นางโจวชิวหยาเบ้ปากแล้วผลักให้ซูซุนลี่เข้าครัวไปทำโจ๊กให้หลินหยุนซี
“สะใภ้ใหญ่พูดถูก ไม่ใช่ว่าบ้านเรามีไข่ไก่แค่ฟองเดียวเสียที่ไหน แค่ให้ซีซีสักฟองคงมิเป็อันใดหรอก” แม้จะเจ็บใจที่ต้องสละไข่ให้หลานสาวที่ไม่ได้พบหน้ามาสองปี แต่แม่เฒ่าหลินก็ต้องกัดฟันยอม การเสียสละไข่ครั้งนี้หาใช่ความมีมโนธรรมแต่อย่างใด แต่เพราะไข่ไก่นั้นไม่ได้ใช้เงินซื้อแต่ยาต้องใช้เงินซื้อ หากหลานสาวหายเจ็บป่วยโดยไม่ต้องจ่ายค่ารักษาครั้งต่อไปคงจะดีมิใช่น้อย
นางหลิวลี่ฮวาได้แต่สะบัดตัวออกไปด้วยความไม่พอใจ นางคิดไว้แล้วว่าหากหลินไห่เทากลับมาจากการรับจ้างจะต้องให้เขาชดใช้แทนหลินหยุนซีให้ได้!
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งแผลของหลินหยุนซีหายดีประจวบเหมาะกับถึงวันที่หลินต้วนเหรินและหลินไห่เทาจะกลับบ้าน อาหารของบ้านจึงมากขึ้นเป็พิเศษ ซึ่งในที่นี้คือเพิ่มจำนวนแผ่นแป้งขึ้นมาอีกคนละสองแผ่นและมีอาหารจากไข่เพิ่มอีกหนึ่งจาน
ดวงตาของหลินไห่เทาเป็ประกายเมื่อเห็นบุตรสาว เขาเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ
“นั่นดูเหมือนซีซี โอ้ข้าคงตาฝาดไปแล้วกระมัง ซีซีจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ไม่พูดเปล่าเขาใช้สองมือขยี้ตาอีกครั้ง
หลังจากที่ได้ยินผู้ชายที่เดินเข้ามาเรียกตัวเองว่าลูก หลินหยุนซีก็อนุมานได้ว่านี่คงจะเป็หลินไห่เทาเป็แน่ ดังนั้นนางจึงพยักหน้าแล้วขานรับ
“ข้าเองเ้าค่ะท่านพ่อ”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากของบุตรสาว เขาเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“พ่อคิดว่าเ้าจะไปได้ดีที่นู่นแล้วไม่กลับมาเสียแล้ว ฮ่าๆ ปีนี้เ้าถึงวัยปักปิ่นพอดี ดียิ่งๆ หากเ้ากลับมาช้าอาตี้ก็จะได้ปักปิ่นช้า”
พอคนอื่นได้ยินเช่นนั้นล้วนมีท่าทีอึกอักแต่เพราะความดีใจที่พบหน้าบุตรสาวทำให้หลินไห่เทาไม่ทันได้สังเกตเห็น ส่วนหลินหยุนซีก็เอาแต่มองบิดาด้วยความสงสัย เมื่อครู่ตอนเขาเห็นนางก็ดูมีความดีใจแต่เหตุใดจึงพูดถึงเื่การปักปิ่นหลินตี้ นี่เขาเป็คนเช่นไรกันแน่
“เ้าเกือบจะไม่ได้ปักปิ่นให้ลูกแล้วล่ะน้องสาม” นางโจวชิวหยาเอ่ย
“พี่สะใภ้ใหญ่ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?” หลินไห่เทาขมวดคิ้วแล้วถามนางโจวชิวหยา
“นั่นสิ ภรรยาเ้าพูดอะไรของเ้า นี่มิใช่ว่าเ้าแช่งข้ากับน้องสามหรอกเหรอ”หลินต้วนเหรินไม่สบอารมณ์นักเมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้
“ข้าไม่ได้แช่งท่านกับน้องสาม ที่ข้าพูดนั่นหมายถึงซีซีต่างหาก” นางโจวชิวหยาเอ่ยขึ้นจากนั้นก็เล่าเื่ราวที่ได้ฟังจากหลินหยุนซีให้ทั้งคู่ฟัง
“เอาล่ะๆ มีอะไรค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้พวกเ้าไปอาบน้ำเสียก่อนเถิด พวกเ้าไม่เห็นหรืออย่างไรว่าตอนนี้ซีซีก็สบายดีไม่าเ็แล้ว” แม่เฒ่าหลินเอ่ยขัดขึ้นเพราะเกรงว่าหลินไห่เทาและหลินต้วนเหรินจะแค้นเคืองบ้านสี่ที่เสนอให้หลินหยุนซีไปอยู่กับนางหลินฮุ่ย
หลินหยุนซียิ้มแหยๆ พลางคิดว่าสบายดีอะไรกัน ิญญาของเ้าของร่างได้ไปที่ชอบๆ แล้ว
บรรยากาศระหว่างมื้ออาหารของบ้านหลินเต็มไปด้วยความมืดครึ้ม นางหลิวลี่ฮวาไม่กล้าส่งเสียงอันใดเนื่องจากวันนี้หลินเอ๋อชุนไม่อยู่ นางคนเดียวก็ไม่กล้าที่จะสู้รบปรบมือกับบ้านใหญ่และบ้านสาม แต่พอหลังมื้ออาหารนางก็อดเอ่ยปากไม่ได้ว่า
“ซีซีอย่างไรเ้าก็หายดีแล้ว เมื่อเ้ากลับมาค่าใช้จ่ายในบ้านก็เพิ่มมากขึ้น อย่างไรเสียเ้าก็ต้องทำงานเสียหน่อยนะ เริ่มจากการล้างจานก่อนเป็อย่างไร”
“โอ้ว พอข้ากลับมาก็ไม่เคยเห็นอาตี้ของบ้านท่านทำอะไรสักอย่าง เหตุใดอาสะใภ้สี่จึงไม่ให้อาตี้ทำงานบ้านบ้างล่ะเ้าคะ” หลินหยุนซีสบตากับนางหลิวลี่ฮวาอย่างไม่เกรงกลัว
ั้แ่ที่นางได้กลับมาอยู่บ้านหลินก็ได้สังเกตความเป็ไปและอุปนิสัยใจคอของคนในบ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลินหยุนซีไม่ได้หวังว่าหลินไห่เทาที่เพิ่งกลับมาและซูซุนลี่มารดาของนางจะช่วยปกป้องนางได้ สองคนนี้พูดน้อยและไม่สู้คน นางคิดว่าสองคนนี้คิดว่าทำงานหนักจะชนะใจพ่อเฒ่าและแม่เฒ่าหลินได้ แต่นั่นเป็ความคิดที่ผิดมหันต์ ดูอย่างหลินตี้กับหลินฮังสิ หลินตี้อายุเท่ากับตัวนางแต่ไม่เห็นว่าจะช่วยงานอะไรสักเท่าไหร่ หากต้องลงแปลงนาหรือทำไร่ก็จะแอบอู้เช่นเดียวกับนางหลิวฮวา
ส่วนหลินฮังนั้นแม้จะอายุเพียงหกหนาวแต่ก็ไม่ใช่ว่าอายุเท่ากับหลินจุนจุนน้องชายของบ้านนางหรือ แต่หลินฮังเอาแต่กินและเกเร แต่แม่เฒ่าหลินก็ยังเอ็นดูหลินฮัง บ้านใหญ่ถึงจะทำงานหนักเท่ากับบ้านสามของนางแต่เพราะนางโจวชิวหยาต่อสู้เพื่อลูกทั้งสามของนางทำให้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจนเกินไป
“อาตี้ถึงวัยปักปิ่นอีกไม่นานก็ออกเรือนแล้ว จะให้มาทำงานหนักไม่ได้หรอก ลูกสาวข้าต้องดูแลตัวเอง” เมื่อเห็นว่าเป็หลินหยุนซีนางหลิวลี่ฮวาก็ไม่เกรงกลัวที่จะตอบโต้
“นั่นสิ เ้าพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ขอโทษอาสะใภ้สี่เสีย” หลินไห่เทาจ้องลูกสาวอย่างไม่พอใจ
“โอ้ะ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าอี้เหมย อาตี้แล้วก็ซีซีอายุเท่ากัน หากเ้าว่าเยี่ยงนั้นแสดงว่าทั้งสามคนก็ไม่ควรทำงานสินะ” นางโจวชิวหยาเบ้ปากใส่นางหลิวลี่ฮวา
ยังไม่ทันที่นางหลิวลี่ฮวาจะตอบโต้ แม่เฒ่าหลินก็หมดความอดทน นางตบโต๊ะกินข้าวดังปั้งจนน้ำแกงกระฉอก
“ไร้สาระไม่ว่าใครก็ต้องทำงานทั้งนั้น! หากไม่ทำงานข้าจะไม่ให้สินเดิมพวกเ้าแม้แต่อีแปะเดียว!!!”
“ท่านย่าเ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าออกเรือนไม่ได้แล้ว” หลินหยุนซีแสร้งเอ่ยด้วยความเศร้าสร้อย