หลังจากที่ทั้งสองทานอาหารเสร็จพวกเขาก็แยกย้ายกันเข้าห้องพัก เย่ซวนนั้นอยู่ทางปีกขวา ส่วนฮุ่ยหมิงนั้นอยู่ปีกซ้ายของโรงเตี๊ยม พวกเขาพักที่ชั้น 2 ของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นห้องพักขนาดใหญ่มีห้องอาบน้ำภายในตัว
เย่ซวนนอนแช่อยู่ในถังไม้ขนาดใหญ่ น้ำที่อุ่นกำลังดีทำให้เขารู้สึกไม่อยากลุกไปไหน เขาหลับตาอย่างผ่อนคลายนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่เขามายังโลกนี้ การที่เขาคิดที่จะพัฒนาหุบเขาจันทรา ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายแรกในที่เขาคิดจะทำ
เขาไม่คิดว่าความรู้สึกผูกพันจะมีมากขนาดนี้ ถือแม้ร่างนี้จะมีสายเลือดเดียวกับพวกเขา แต่ในตอนนั้นเขาคิดว่าคงไม่รู้สึกอะไร หลังจากที่มาหาพวกเขาเย่ซวนจะขอออกไปท่องเที่ยวสำรวจที่ต่างๆให้ทั่ว แต่เมื่อได้อยู่กับพวกเขาแล้ว อาจเป็นเพราะมีสายเลือดเดียวกัน หรือความอบอุ่นจากครอบครัวที่เย่ซวนไม่เคยได้รับจากชีวิตก่อน ทำให้ตอนนี้เย่ซวนอยากที่จะเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเขาจริงๆ
'หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย เราค่อยออกเดินทางไปสถานที่ต่างๆ' เย่ซวนตั้งเป้าหมายเอาไว้
ขณะที่เย่ซวนกำลังจะเผลอหลับ อยู่ๆจมูกของเย่ซวนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้น เขามองสำรวจรอบๆ ตอนนี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยหมอกสีขาว ที่หลังฉากกั้นเย่ซวนเห็นเงาดำเดินใกล้เข้ามา เย่ซวนกำลังจะเอ่ยปากถาม แต่กลับไม่สามารถทำได้
'เกิดอะไรขึ้นกัน'
เงานั้นค่อยๆใกล้เขามาขึ้นเรื่อยๆ
'เถ้าแก่เนี้ย !' เย่ซวนตกใจเมื่อนางเดินผ่านฉากกั้นเข้ามา
"คุณชายไม่ต้องตกใจ" นางใส่ชุดวาบหวิว เดินเข้าใกล้เย่ซวนอย่างช้าๆ ก่อนที่นางจะนั่งลงข้างๆถังไม้
"ท่านต้องการอะไร" ในที่สุดเย่ซวนก็สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
"ข้าแค่ต้องการปรนนิบัติคุณนายอาบน้ำ" นางพูดก่อนที่จะนวดแขนให้เย่ซวนเบาๆ
เย่ซวนสั่นไปทั้งตัว เขาไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงมากเท่านี้มาก่อน
"เถ้าแก่เนี้ยไม่ต้องลำบาก" เย่ซวนพูด ก่อนที่เขาจะรู้สึกพลังปราณของเขาค่อยๆถูกดูดออกไปทีละน้อย
"คุณชายทำตัวให้สบายเถอะ" นางยิ้มให้กับเย่ซวน
"เถ้าแก่เนี้ยท่านต้องการอะไรกันแน่"
นางไม่ยอมพูด แต่กลับขยับมือขึ้นมาเรื่อยๆ จากที่นวดแขนของเย่ซวนอยู่ ก็ขยับมานวดไหล่ให้เย่ซวน เย่ซวนตกใจเป็นอย่างมาก
'แย่แน่ๆ ต้องทำอะไรสักอย่าง' เย่ซวนพยายามที่จะหาวิธีรับมือ เพราะเขารู้สึกพลังปราณค่อยๆไหลออกจากร่างกายเร็วขึ้น แต่ที่แย่ที่สุดคือเขาไม่สามารถขยับร่างกายได้
"ท่านเป็นใครกันแน่"
"คุณชายไม่ต้องกังวล ข้าน้อยไม่ฆ่าคุณชายหรอก" นางยื่นหน้ามาพูดใกล้หูของเย่ซวน
นางดูดพลังปราณเย่ซวนไปไม่ใช้น้อยแต่พลังปราณของเย่ซวนก็ยังคงไหลเข้ามาภายในร่างกายของนางอย่างคงที่ไม่มีวี่แววที่จะลดน้อยลงเลย นี้ทำให้นางแปลกใจเป็นอย่างมาก 'เขาไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆด้วย'
ผ่านไป 2 เค่อ กลิ่นหอมค่อยๆจางลง เย่ซวนรู้สึกว่าเขาสามารถขยับนิ้วได้แล้ว เถ้าแก่เนี้ยหลับตาดูดพลังปราณเย่ซวนอย่างเพลิดเพลินโดยที่ไม่รู้ว่ากลิ่นหอมที่นางวางเอาไว้นั้นเริ่มที่จะหายไปแล้ว
'เป็นเพราะกลิ่นหอมนี้จริงๆด้วย' เย่ซวนรออีกสักพักให้สามารถขยับแขนได้ จนสุดท้ายเขาก็สามารถยกแขนขึ้นมาได้ เย่ซวนกัดไปที่นิ้วชี้เพื่อที่จะใช้เลือดเขียนอักขระค่ายกล ค่ายกลที่เขาจะเขียนขึ้นนั้นคือค่ายกลที่ใช้กักขังศัตรู มันคือค่ายกลจันทราสยบเทพ ประสิทธิภาพของมันยากจะคาดเดา ยิ่งผู้วางค่ายกลมีพลังปราณที่สูงและยิ่งเขียนอักขระได้เยอะ ประสิทธิภาพของมันก็ยิ่งสูงขึ้น
ค่ายกลนี้ไม่สามารถเขียนด้วยอักขระธรรมดาได้ เย่ซวนต้องเขียนด้วยอักขระพิเศษเท่านั้น เย่ซวนสามารถเขียนได้แค่เพียง 10 กว่าตัวอักษรเท่านั้น
น้ำให้อ่างไม้ค่อยๆเป็นสีแดงเพราะเลือดของเย่ซวน พอได้จังหวะเย่ซวนก็กระตุ้นการทำงานของค่ายกล ทำให้เถ้าแก่เนี้ยไม่สามารถขยับร่างกายได้ เมื่อเย่ซวนรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของนางได้หยุดลง เย่ซวนค่อยๆลุกขึ้น
เถ้าแก่เนี้ยลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ 'เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าไม่สามารถขยับร่างกายได้' นางมองเย่ซวนที่กำลังใส่เสื้อผ้าก่อนที่จะถามขึ้น
"คุณชายท่านทำอะไรกับข้า" นางพยายามมองรอบๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เย่ซวนไม่ได้ตอบคำถามของนางเขารีบเดินออกจากห้องเพื่อที่จะไปดูว่าฮุ่ยหมิงปลอดภัยหรือไม่
"ท่านฮุ่ยหมิงท่านตื่นอยู่หรือไม่" เย่ซวนเคาะห้องก่อนที่จะตะโกนเรียก
"ใคร ?" เสียงจากภายในห้องดังออกมา ก่อนที่จะได้ยินเสียงเดินเข้ามาใกล้ประตู "นายน้อย ?" ฮุ่ยหมิงแปลกใจ
เมื่อเห็นว่าฮุ่ยหมิงปลอดภัยดีเย่ซวนก็โล่งอก "ท่านปลอดภัยก็ดีแล้ว" เย่ซวนยิ้ม
เมื่อฮุ่ยหมิงได้ฟัง เขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง "เกิดอะไรขึ้น ?"
เย่ซวนไม่ได้พูดก่อนที่จะพยักหน้าไปทางห้องของตน ก่อนที่จะเดินนำฮุ่ยหมิงกลับไปยังห้องพักของตน
เมื่อฮุ่ยหมิงเข้ามาเขาก็ได้กลิ่นหอมจางๆ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าเถ้าแก่เนี้ย เมื่อฮุ่ยหมิงเห็นนางก็ตกใจตาเบิกโพลงทันที "นางอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?" ฮุ่ยหมิงหันไปถามเย่ซวน
เย่ซวนเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฮุ่ยหมิงฟัง "เรื่องก็เป็นแบบนี้"
"วิชาค่ายกลของนายน้อยยอดเยี่ยมจริงๆ" ฮุ่ยหมิงอดที่จะชมไม่ได้
"เจ้าต้องการอะไร !" ฮุ่ยหมิงตะคอกถามเถ้าแก่เนี้ยอยู่ห่างๆ อย่างโกรธเกรี้ยว ถ้าหากนางเป็นนักฆ่าเย่ซวนคงตายไปแล้ว ฮุ่ยหมิงกำลังจะเดินไปแต่ถูกเย่ซวนห้ามเอาไว้ซะก่อน เพราะค่ายกลกำลังทำงาน
"เดี๋ยวข้าวางค่ายกลเอาไว้ที่ตัวนางก่อน" เย่ซวนเดินอ้อมไปด้านหลังของนางและเขียนอักขระค่ายกล จันทราสยบเทพไว้ที่กลางแผ่นหลังของนาง เมื่อมันถูกวางเอาไว้ที่ตัวมนุษย์ หรือ สัตว์อสูร มันจะเป็นเครื่องพันธนาการชั้นดี ทำให้พวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ แตกต่างกับการวางค่ายกลไว้ที่พื้นหรือสถานที่ต่างๆ เพราะฉะนั้นต้องรอให้คนมาติดกับ ค่ายกลถึงจะทำงาน
"เอาล่ะทีนี้เจ้าพูดมาได้แล้ว" เย่ซวนถามนาง
"นายน้อยข้าว่าพวกเราออกไปคุยกันด้านนอกดีกว่า" ฮุ่ยหมิงเดินไปอุ้มเถ้าแก่เนี้ยขึ้นบ่า
เมื่อด้านมาถึงด้านนอก ฮุ่ยหมิงโยนเถ้าแก่เนี้ยลงกับพื้นอย่างแรงจนนางร้องออกมา
"โอ้ย !" นางมองตาขวางใส่ฮุ่ยหมิง
"เถ้าแก่เนี้ยท่านพูดมาเถอะว่าท่านเป็นใครกันแน่ และต้องการอะไร" เมื่อได้ยินเสียงของเย่ซวนนางก็หันหน้ามามองเขา
"คุณชายข้าก็แค่..ข้าก็แค่"
"เจ้ายังไม่พูดความจริงออกมาอีก" ฮุ่ยหมิงทนไม่ไหวเดินเข้าไปตบใบหน้าของนาง "เพี๊ยะ !"
"นี้เจ้า !!!" นางหันมาจ้องฮุ่ยหมิงด้วยสายที่อาฆาต เลือดค่อยๆไหลออกที่มุมปากของนาง
"ท่านฮุ่ยหมิงให้ข้าถามนางเอกเถอะ"
"ข้าจะคลายพันธนาการให้ท่าน แต่ถ้าท่านคิดหนีหรือใช้กำลังท่านจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดเข้าใจหรือไม่" เย่ซวนถามนาง เมื่อได้ฟังนางก็พยักหน้าตอบ หลังจากที่เย่ซวนคลายพันธนาการให้นางแล้ว นางกลับคิดที่จะใช้วิชาตัวเบาหลบหนี
"อ๊ากกกกกกกก เจ็บปวดเหลือเกิน !" นางดิ้นทุรนทุราย และ ตะโกนของมาด้วยความเจ็บปวด ผ่านไปสักพักความเจ็บปวดค่อยๆลดน้อยลง นางหันมองเย่ซวนด้วยความหวาดกลัว ภายใต้ใบหน้าที่หล่อเหลา กลับกล้าใช้วิชาที่โหดร้ายขนาดนี้กับนางได้
"เอาล่ะที่นี้ท่านตอบคำถามข้ามาตามตรงเถอะ"
"ข้าแค่ต้องการที่จะดูดพลังปราณของท่านเท่านั้น" นางพูดออกมาเสียงเบา
"เจ้ายังจะโกหกอีก !" ฮุ่ยหมิงตะคอก ยกมือเตรียมที่จะตบนางอีกครั้ง
เถ้าแก่เนี้ยหันมาจ้องตาฮุ่ยหมิงพร้อมกับเชิดหน้าใส่
"ท่านฮุ่ยหมิง" เย่ซวนเอ่ยเตือน
"ข้าพูดจริงๆ" นางหันหน้าไปมองเย่ซวน แต่ก็ถูกสายตาของเย่ซวนมอง ทำให้นางทำอะไรไม่ถูก
"แล้วข้าก็ยัง..ก็ยัง"
"ก็ยังอะไร ?"
นางหน้าแดงขึ้น "แล้วข้าก็ยังอยากที่จะร่วมฝึกปราณกับท่านด้วย"
"นางมารร้ายเจ้าคู่ควรรึ !" ฮุ่ยหมิงตะโกนออกมาอีกครั้ง
"นายน้อยนางต้องเป็นผู้ฝึกวิชามารแน่นอน พวกเราฆ่านางเถอะ" ฮุ่ยหมิงมองไปที่เถ้าแก่เนี้ย
เมื่อได้ยินแบบนั้นเถ้าแก่เนี้ยหันมองเย่ซวนด้วยความหวาดกลัว
"อืมงั้นฆ่านางเถอะ" เย่ซวนตัดสินใจ ถ้าหากเกิดว่านางคือนักฆ่าเขาคงตายไปแล้วจริงๆ
เมื่อได้ยินการตัดสินใจของเย่ซวน เถ้าแก่เนี้ยก็ตกใจทันที เมื่อได้ยินคำตอบของเย่ซวน ฮุ่ยหมิงยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างชั่วร้าย เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้นาง
"ท่านอย่าฆ่าข้าเลยข้ามีอะไรจะ.." นางพยายามที่จะพูดบางอย่าง แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้วฮุ่ยหมิงซัดฝ่ามือเข้ากลางอกของนางจนนางกระอักเลือดออกมาก่อนที่จะสิ้นใจตาย
"นางจะบอกอะไรนะ ?" เย่ซวนสงสัย
"ท่านลองค้นตัวนางหน่อย เผื่อจะเจออะไร"
ฮุ่ยหมิงพยักหน้าก่อนที่จะใช้มือค้นหาภายใต้เสื้อผ้าของนาง ก่อนที่เขาจะเจอเข้ากับของบางอย่าง
"นายน้อยเจอบางสิ่งแล้ว" ฮุ่ยหมิงยื่นให้กับเย่ซวน มันคือกล่องสีดำใบหนึ่ง มีขนาดเท่ากับกล่องใส่พู่กัน
"ท่านว่าด้านในคืออะไร" เย่ซวนหันหน้าไปถามฮุ่ยหมิง
"ข้าเองก็เดาไม่ได้" ฮุ่ยหมิงส่ายหน้า
"เอาไว้เราเปิดในภายหลังแล้วกัน" เย่ซวนเก็บกล่องนั้นเข้าไปในเสื้อ
"นายน้อยแล้วเราจะทำยังไงกันต่อดี ?" ฮุ่ยหมิงอดที่จะถามไม่ได้
"ท่านไปสำรวจเสี่ยวเอ้อร์คนนั้นกับพวกพ่อครัวหน่อยว่าพวกเขามีอันตรายกับเรามั้ย"
"ถ้ามีอันตรายกับเราท่านก็จัดการได้เลย"
ผ่านไป ครึ่งชั่วยาม ฮุ่ยหมิงก็กลับมา เขารายงานให้เย่ซวนฟังว่า พวกนั้นต่างฝึกวิชามารทั้งหมด ในห้องของเสี่ยวเอ้อร์เขายังเห็นผู้หญิงที่ถูกดูดพลังจนหมดแรงนอนอยู่ด้านใน
"ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ ?"
"เรียบร้อยขอรับ ข้าจัดการฆ่าพวกเขาเรียบร้อยแล้ว"
"ส่วนผู้หญิงพวกนั้นข้าไม่ได้ทำอะไรนาง รอให้พวกนางตื่นขึ้นมาเดียวพวกนางก็คงโวยวายเอง"
เย่ซวนพยักหน้าและคิดตาม "งั้นพวกเรารีบไปจากที่นี้กันเถอะ"
เย่ซวนกับฮุ่ยหมิงรีบเดินออกจากโรงเตี๊ยมทันที
"นายน้อยนี้ก็ ยามจื่อ โรงเตี๊ยมที่สงบๆคงหายากแล้ว พวกเราคงต้องไปพักที่โรงเตี๊ยมใหญ่ๆ"
"ไม่เป็นไร"
...
ฮุ่ยหมิงใช้เวลาไม่นานก็บังคับรถมาถึงยังย่านการค้าของเมืองเสิ่นหยาง แม้ตอนนี้จะเป็นยามจื่อแล้วแต่ถนนก็ยังพลุกพล่านไปด้วยผู้คน โรงเตี๊ยมต่างๆมากมายคนกำลังเดินเข้าเดินออก หอคณิกาเต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายคอยยืนโบกผ้าเช็ดหน้าไปมา
ฮุ่ยหมิงพยายามที่จะหาโรงเตี๊ยมที่สงบที่สุดในย่านนี้ ในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมหงลู่ฟาง มันเป็นโร๊งเตี๊ยมเดียวที่คนเขาออกน้อยที่สุดเพราะราคาค่อนข้างแพง ฮุ่ยหมิงจอดรถม้าเอาไว้ด้านข้างก่อนที่จะเดินลงไปติดต่อห้องพัก
ขณะที่เย่ซวนนั่งรออยู่ในรถเขาก็ได้ยินเสียงของใครสักคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
"ใครบังอาจกล้ามาจอดรถม้าในที่ของนายน้อยหยวนกัน !"
เป็นเสียงที่ค่อนข้างโอหัง แต่เย่ซวนก็ไม่สนใจเพราะคิดว่าพวกนั้นไม่น่าจะพูดถึงเขา
"คนที่อยู่ในรถม้าจงออกมาซะ" เขามีชื่อว่าอี้คัง เป็นลูกสมุนคนสนิทของนายน้อยตระกูลหยวน หยวนเหวินคัง เสียงของเขาทำให้คนรอบข้างเริ่มที่จะหันมามอง
"บังอาจ ทำไมเจ้าไม่ยอมตอบ" อี้คังกำลังเดินมาที่รถม้าของเย่ซวน
"เจ้าลงจากรถม้ามาซะถ้าไม่อยากตาย" อี้คังใช้เท้าเตะล้อรถม้า จนรถม้าสั่นไหว โชคยังดีที่ฮุ่ยหมิงผูกม้าเอาไว้กับเสา ไม่งั้นม้าคงวิ่งเตลิดด้วยความตกใจ
เย่ซวนกำลังจะอ้าปากพูดก็ได้ยินเสียงของฮุ่ยหมิงดังขึ้นซะก่อน "บังอาจนัก !" ฮุ่ยหมิงพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมาถึงตัวของอี้คัง ฮุ่ยหมิงใช้มือบีบคอของอี้คังจนตัวเขาลอยเหนือจากพื้น
"เจ้.." อี้คังพยายามจะพูดแต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ เขามองไปที่รถม้าของหยวนเหวินคัง พยายามที่จะเรียกนายน้องของตน
"พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่รีบไปจัดการซะ" เสียงของหยวนเหวินคังดังออกมา ก่อนที่จะมีคนสองคนพุ่งมาทางฮุ่ยหมิงด้วยความเร็ว
เมื่อเห็นแบบนั้นฮุ่ยหมิงก็หักคอของอี้คังก่อนที่จะโยนไปทางสองคนนั้นทันที
"เจ้ากล้าฆ่าคนของตระกูลหยวนรึ !" หนึ่งในชายสองคนพูด
"พวกเจ้าเป็นใครทำไมข้าจะไม่กล้าฆ่า ?" ฮุ่ยหมิงทำหน้าไม่แยแส
"เจ้า !!" พวกเขาโมโห ก่อนที่ทั้งสองจะรีบพุ่งเข้าต่อสู้กับฮุ่ยหมิง
"มีฝีมืออยู่บ้าง" ฮุ่ยหมิงยิ้มมุมปาก การต่อสู้ผ่านไปได้ไม่นานฮุ่ยหมิงก็จัดการพวกนั้นได้
ตอนนี้ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คน พวกเขามายืนดูเรื่องสนุกๆ
"พวกเจ้าดูนั้นสิ ไม่ใช่คนของตระกูลหยวนรึ" ชาวบ้าน 1
"นั้นไม่ใช่ อี้คังคนรับใช้คนสนิทของนายน้อยหยวนรึ" ชาวบ้าน 2
"แย่แล้วเจ้าอี้คังจอมประจบ โดนหักคอไปซะแล้ว" ชาวบ้าน 3
"งั้นในรถม้าคันนั้นต้องเป็นนายน้อยหยวนแน่เลย" ชาวบ้าน 4
"ต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ " ชาวบ้าน 5 พูดก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
เสียงของคนที่ยืนดูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ หยวนเหวินคังได้ยิน เขาเดินลงจากรถม้า และมองดูรอบๆ เมื่อเห็นสภาพการตายของคังอี้ที่ตอนนี้นอนคอหัก ด้านข้างมีองครักษ์ของตระกูลหยวนเขานอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ ใบหน้าของชายหนุ่มก็แดงก่ำขึ้นทันที
"เจ้ากล้าฆ่าคนของตระกูลหยวนของข้างั้นรึ !" หยวนเหวินคังตะโกนถาม
"เจ้าโง่นี้คงจะเป็นหัวหน้า ถามคำถามเดียวกันกับเจ้าพวกสองคนนั้นเลย" ฮุ่ยหมิงบ่นพึมพำ
"ข้ากล้าแล้วเจ้าจะทำไม" ฮุ่ยหมิงยิ้มหยอกล้อ
"เจ้า ! เจ้าต้องไม่ตายดี !" หยวนเหวินคังตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
"ฮ่าๆ ข้าจะตายดีหรือไม่ นั้นมันเรื่องของข้าแต่ตอนนี้เจ้าก็ตายได้แล้ว" สิ้นเสียงของฮุ่ยหมิงเขาก็พุ่งตัวเข้าไปหา หยวนเหวินคังทันที
"ท่านจอมยุทธได้โปรดยั้งมือ" เสียงลอยมาจากด้านหลังของ หยวนเหวินคัง
แต่ได้ยินแบบนั้นฮุ่ยหมิงยังไม่ลดความเร็วลง
"หึ !" เสียงนั้นสบท ก่อนที่จะมีเงาดำพุ่งมาด้านหน้าของหยวนเหวินคัง ก่อนที่ทั้งสองจะปะทะฝ่ามือกัน
ฮุ่ยหมิงมองคนมีหนวดตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ส่วนชายมีหนวดตรงหน้าก็มองฮุ่ยหยวนด้วยสายตาตื่นตกใจ แต่เพียงเสี้ยววิ สายตานั้นก็กลับมาเป็นปกติ
"พวกท่านทั้งสองได้โปรดหยุดมือ" อยู่ๆก็มีเสียงไพเราะ ดังมาจากด้านหลังของฮุ่ยหมิง
เมื่อได้ยินแบบนั้นพวกเขาทั้งสองก็กระโดดถอยหลังคนก้าว
คนที่มาใหม่นั้นเป็นเถ้าแก่เนี้ยของหงลู่ฟาง ที่ด้านหลังของนางมีหญิงชราที่ดูไม่ธรรมดายืนอยู่
"ขอบคุณท่านทั้งสองที่เห็นแก่หน้าข้า" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับฮุ่ยหมิง และคนของตระกูลหยวน
"ลู่ฟางคารวะนายน้อยหยวน คารวะท่านเก้า" นางย่อตัวคารวะให้กับทั้งสอง กิริยาท่าทางของนางช่างทำให้หัวใจของชายหนุ่มรู้สึกชุ่มชื่นจริงๆ
"แต่ว่าแม่นางลู่ เจ้าแกนี้มันกล้าข้าคนของข้านะ" หยวนเหวินคังพูดพร้อมกับชี้ไปที่ฮุ่ยหมิง
"แล้วเจ้าจะเอายังไง ข้ายื่นอยู่ตรงนี้เข้ามาได้เลย !" เมื่อถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าตัวเองหลายสิบปีชี้หน้า อารมณ์ของฮุ่ยหมิงเริ่มไม่ดี
"เจ้าแก่ เจ้าต้องต.." หยวนเหวินคังกำลังจะพูดแต่ถูกคนข้างๆห้ามเอาไว้ก่อน
"นายน้อยเหวินคัง" เขายกมือห้ามไม่ให้หยวนเหวินคังพูด "พวกเรากลับกันเถอะ"
"แต่ว่าท่านอาเก้า พวกเขาฆ่าอี้คังนะ !" หยวนเหวินคังตะโกน แต่เมื่อถูกสายตาของท่านอาเก้ามองเขาก็หุบปากลงทันที
"คุณหนูลู่ ท่านรู้จักเขาคนนี้หรือ" ท่านอาเก้าหันหน้าไปถามลู่ฟาง
"เปล่าเลย " นางส่ายหน้า
"อ่อ งั้นพวกข้าต้องขอตัวก่อน" ท่านอาเก้า เดินไปยังศพของอี้คังก่อนจะแบกขึ้นไหลพร้อมกับสองคนที่นอนบาดเจ็บอยู่
"ข้าขอตัวก่อนแม่นางลู่" หยวนเหวินคังหันมาคารวะให้นาง สายตาของเขานั้นหวานเยิ้มแทบจะกลืนกินลู่ฟางไปทั้งตัว แต่เมื่อถูกสายตาของหญิงชราด้านหลังจ้องเขาก็รีบหันหลังเดินจากไปทันที
"หึ นึกว่าจะแน่" ฮุ่ยหมิงสบทออกมาก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไปที่รถม้าของตน
"นายน้อยพวกเราคงต้องไปหาโรงเตี๊ยมแห่งใหม่ ที่นี้เต็มแล้ว" ฮุ่ยหมิงบอกกับเย่ซวน
เย่ซวนนั้นไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกเลยเพราะเขากำลังสนใจเจ้ากล่องสีดำที่อยู่ในมือ
"อืม" เย่ซวนตอบเบาๆ
ขณะที่ฮุ่ยหมิงจะบังคับม้าออกไปนั้น ก็ถูกเสียงของลู่ฟางเรียกเอาไว้ซะก่อน
"เดี๋ยวก่อนท่านลุง"
"ว่ายังไง ?" ฮุ่ยหมิงมองนางด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดอยู่ที่หญิงชราด้านหลัง
'ยายแก่นี้ไม่ธรรมดา'
"ท่านต้องการห้องพักใช่รึเปล่า ?"
"ใช่" ฮุ่ยหมิงพยักหน้าตอบ
"ท่านสามารถพักที่โรงเตี๊ยมของข้าได้" ลู่ฟางยิ้ม
"โรงเตี๊ยมของเจ้าไม่ได้เต็มแล้วรึ ?"
"ป่าวๆยังไม่เต็ม เมื่อกี้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น"
"เข้าใจผิด ?" คิ้วของฮุ่ยหมิงขมวดเข้าหากัน
"นี้ก็ดึกมากแล้วท่านไม่ต้องไปหาโรงเตี๊ยมให้ลำบาก" ลู่ฟางรีบพูดเพราะเห็นท่าทางลังเลของฮุ่ยหมิง
"ก็ได้" ฮุ่ยหมิงพยักหน้า "นายน้อยพวกเราเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมกันเถอะ" เขาหันไปบอกกับเย่ซวน
"อืม" เย่ซวนยังตอบเหมือนเดิมเพราะเขากำลังหมกมุ่นกับกล่องในมือจนคิ้วขมวดเข้าหากัน
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม
“ยามจื่อ” ช่วงเวลา 23.00-01.00 น.