Trance : ทางผ่านเทพเจ้า

    ตอนที่ 35 : ค่ายวฤตระห้าแฉก

            สูรย์กระชับย่าของสมิทธิ์ไว้กับตัวเตรียมที่จะเหาะหนีไปอีกครั้งแต่เมื่อหันมองไปรอบตัว เขาก็รู้ตัวแล้วว่าการตัดสินใจที่จะเคลื่อนไหวเหมือนก่อนหน้านี้คงทำได้ไม่ง่ายนัก

            รอบตัวของสูรย์และย่าของสมิทธิ์ถูกบดบังไปด้วยลำตัวของวฤตระผิวหนังของอสูรงูยักษ์ปล่อยของเหลวที่เหมือนเมือกออกมาเมื่อเมือกนั้นหยดลงถึงพื้นก็เกิดปฏิกิริยากัดกร่อน จนบริเวณนั้นเต็มไปด้วยควันและกลิ่นที่เหม็นเหมือนไข่เน่า

            “เมื่ออยู่ใน ค่ายวฤตระห้าแฉก พวกเจ้าก็หนีไปไหนไม่ได้แล้วเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะยอมเสียเวลาเล่นไล่จับไปเรื่อยๆ หรอกนะ” การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทั้งหมดของศุนั้นก็เพื่อต้อนสูรย์ให้จนมุมตามที่เธอต้องการนี่เอง

            ศุเหาะลอยอยู่กลางอากาศมือข้างหนึ่งถือคฑาชี้มาที่สูรย์ ด้านหลังของเธอนั้น ส่วนหัวของวฤตระโผล่ออกมาจากโพรงอสูรจ้องไปที่สูรย์เหมือนคุมเชิงเอาไว้น้ำลายที่หยดย้อยออกจากปากนั้นมีฤทธิ์เป็นกรดเช่นเดียวกับเมือกของมัน ส่วนลำตัวที่เหลือของอสูรงูล้อมสูรย์และย่าของสมิทธิ์ไว้เป็นรูปร่างดาว5 แฉก โดยเลื้อยผ่านโพรงอสูรที่ศุสร้างขึ้น

            สูรย์และย่าของสมิทธิ์พยายามหาทางหนีทีไล่แต่ไม่ว่าจะมองไปที่ใด ต้นไม้พืชพรรณที่โดนน้ำเมือกของวฤตระหยดใส่ก็ละลายไปด้วยความร้อนกลายเป็นตอตะโกก่อนจะสลายไปอย่างไร้ร่องรอย ถ้าพวกเขาขยับไปโดนเมื่อไหร่มีหวังได้กลายเป็นปุ๋ยสูตรน้ำให้กับป่าแห่งนี้แน่ ส่วนด้านบนนั้นศุและอสูรรับใช้ของเธอ คงไม่ปล่อยให้สูรย์เหาะผ่านหนีไปได้ง่ายๆ

            ท่าทางของสูรย์ดูจนตรอก จนศุรู้สึกว่าน่าจะรู้ผลแพ้ชนะกันแล้วภารกิจที่เธอได้มาจากภาคีสหเทพคือการพาตัวย่าของสมิทธิ์กลับไปเท่านั้นดังนั้นถ้าไม่จำเป็นเธอก็ไม่อยากให้สูรย์ตาย

            “ถ้าเจ้ามอบตัวยายแก่นั่นมา ข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปและทำเป็นว่าข้ากับเจ้าไม่เคยพบกัน” ศุพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

            สูรย์ได้ฟังก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นกัน

            “ข้อเสนอน่าสนใจดีนี่”สูรย์พูดพลางวางย่าของสมิทธิ์ลงข้างๆ

            หน้าตาของหญิงชราดูสับสนเธอเริ่มไม่มั่นใจว่าหลานที่จากเธอไปตั้งแต่ยังเล็ก ผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมากมายเมื่อถึงคราวคับขัน จะเลือกปกป้องเธอเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน หรือจะเอาตัวรอดเหมือนกับที่เขาทำมาตลอด10 ปีที่ผ่านมา

            สูรย์กางแขนออกทั้ง 2 ข้าง ฝ่ามือของเขาส่องแสงเจิดจ้า

            “แต่ข้าไม่กระจอกขนาดที่ช่วยคนแก่คนหนึ่งไว้ไม่ได้หรอกนะ”

            ทันทีที่เขาพูดจบ ก็เหวี่ยงแขนทั้ง 2 ไปข้างหน้า กลุ่มก้อนพลังงานเป็น10 ดวงพุ่งออกจากฝ่ามือของสูรย์ ตรงเข้าหาศุที่อยู่ด้านบนทันที

            รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงชราสูรย์ได้พิสูจน์แล้วว่า เขายังเป็นสูรย์คนเดิมเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน หลานชายผู้เสียสละดวงตาเพื่อปกป้องย่าของสมิทธิ์

            “เฮอะ... จนป่านนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าพลังแสงพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้!”ศุตวาดขึ้นด้วยความรำคาญ

            ศุสร้างโพรงอสูรซ้อนกันหลายวงไม่มีจุดบอดวงแหวนแสงที่อยู่ด้านหน้าทำหน้าที่เหมือนโล่เมื่อกลุ่มก้อนแสงที่ยิงมาจากสูรย์ปะทะกับโพรงอสูรก็ถูกดูดเข้าไป หายลับไปจนหมด

            สูรย์เห็นดังนั้นกลับไม่มีท่าทีตกใจ มือของเขาข้างหนึ่งส่ายไปมาด้านหน้าเหมือนกำลังเล็งเป้าเขาจ้องไปที่วงแหวนแสงวงใหญ่ที่สุดที่อยู่ด้านหลังของศุโพรงอสูรที่อสูรวฤตระโผล่ส่วนหัวออกมา

            “เปิดโพรงอสูรค้างไว้แบบนี้ก็เสร็จข้าซี่แสงของข้านอกจากมีพลังทำลายแล้ว ยังควบคุมทิศทางได้ด้วยนะ”

            ไม่นานนัก กลุ่มก้อนพลังงานที่ถูกดูดเข้าไปผ่านโล่วงแหวนแสงที่อยู่ด้านหน้าของศุก็ยิงออกมาจากโพรงอสูรที่อยู่ด้านหลัง เข้าจู่โจมศุและวฤตระอย่างแม่นยำ

            ศุส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจก้อนแสงปะทะเข้าที่ร่างของเธออย่างจัง จนแผ่นแสงที่อยู่ด้านหลังศีรษะแตกละเอียดเป็นผุยผงส่วนอสูรงูนั้น ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนเมื่อโดนทำร้ายด้วยระเบิดพลังงาน ก็ตกใจกลัวจนหดตัวกลับไปยังมิติอสูรผ่านวงแหวนแสงค่ายวฤตระห้าแฉกแตกพ่ายไปแล้ว สูรย์จึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระอีกครั้ง