ตอนที่ 58
ศึกตัดสินหุบเขาพรางอากาศ·จิตแห่งดาบ
เฉินหมิงจนปัญญาเป็นอย่างยิ่ง ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่ เป็นเจ้าเองที่ไม่ยอมเชื่อ
ถึงแม้ตามร่างกายราชาปีศาจทั้งห้าจะได้รับบาดเจ็บ แต่ว่ามีอย่างที่ไหนที่จะไปสนใจมากความเช่นนี้ บัดนี้ยังไงก็เป็นศึกสังหารราชา ไม่ใช่เจ้าตายก็ต้องเป็นข้ารอด
เมื่อพบเห็นราชาปีศาจราชสีห์เดาผิดอีกครั้ง แน่นอนว่าย่อมต้องบังเกิดความสุขสมขึ้นในใจ : “ความรอบรู้ในด้านวิชาค่ายกลของน้องเฉินหมิง ช่างถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับผู้คนเสียจริงๆ พวกเราเองก็อย่าได้ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป อย่างไรก็ต้องลดทอนพลังของราชาปีศาจราชสีห์ต่อไป!”
ราชาปีศาจทั้งห้าต่างพากันบุกเข้าไปอีกครั้ง บัดนี้หลงเหลือกระบี่เพียงแค่สองเล่ม กระทั่งพวกเขาเองก็ไม่แน่ใจว่า เฉินหมิงจะยังสามารถต้านทานต่อไปได้อีกนานแค่ไหน
บัดนี้ราชาปีศาจราชสีห์ได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง : “สวะทั้งห้า ยังหาญกล้าที่จะมาเปิดศึกกับข้า ขอเพียงข้าจัดการกับพวกเจ้าได้หมด เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ใช้ค่ายกล ยังสามารถทำอะไรข้าได้อีกกัน ? ”
ราชาปีศาจราชสีห์ไม่สามารถทนแบกรับความอับอายที่คาดเดาดวงตาค่ายกลผิดได้อีกแล้ว เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นราชาปีศาจจิ้งจอกขาวแทน ราชาปีศาจจิ้งจอกขาวเองก็ได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงจากราชาปีศาจราชสีห์ ถึงแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากค่ายกลจตุลักษณ์ แต่ก็ไม่อาจที่จะต้านทานต่อไปได้นาน เพียงแต่การถูกธงรวบปีศาจโจมตีติดต่อกันสามครา ปะทะจนมาถึงสู่ใจกลางสนามรบ
ราชาปีศาจราชสีห์คิดที่จะฆ่าราชาปีศาจจิ้งจอกขาว แต่ราชาปีศาจตนอื่นกลับหันเข้ามาโจมตีที่เขาโดยพลัน ราชาปีศาจราชสีห์จึงหยิบยืมสภาวะกล้ามเนื้อของตนเองรับการโจมตีของราชาปีศาจทั้งสี่ตน จนมีเลือดไหลรินออกมาที่มุมปาก แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาสูญเสียพลังในการต่อสู้ไป ที่เขาต้องการในตอนนี้คือการฆ่าราชาปีศาจจิ้งจอกขาวที่ไร้ความสามารถในการต้านทานนั่นเอง !
ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้เขาคิดที่จะเข้าถึงร่างของราชาปีศาจจิ้งจอกขาว บนพื้นดินก็มีเสาน้ำแข็งผุดขึ้นพยุงราชาปีศาจจิ้งจอกขาวเอาไว้ เสาน้ำแข็งต้นแล้วต้นเล่าขยับเคลื่อนไหวสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งตัวราชาปีศาจจิ้งจอกขาวมาจนถึงด้านหลังของเฉินหมิง
ดวงตาทั้งคู่ของราชาปีศาจราชสีห์แผ่ซ่านไปด้วยเปลวไฟสีดำ : “เฉินหมิง ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้อย่างแน่นอน ในยามที่กินเจ้า ข้าจะลิ้มรสชาติของเจ้าอย่างละเอียดลออเอง ! ”
เฉินหมิงหันกลับไปมองราชาปีศาจจิ้งจอกขาวที่ไม่อาจคงสภาพร่างต้นได้อีก ราชาปีศาจจิ้งจอกขาวที่กลับสู่ร่างมนุษย์นอนแผ่บนอยู่พื้น จึงได้ถามขึ้นว่า : “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
ราชาปีศาจจิ้งจอกขาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าว : “ยังไม่ตาย น่าเสียดาย ข้าไร้ซึ่งพลังที่จะลงมือได้อีกต่อไป”
การสู้รบระหว่างราชาปีศาจยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ราชาปีศาจงูเหลือมดำที่ไม่ทันระวังได้ถูกราชาปีศาจราชสีห์คร่ากุมเอาไว้ พร้อมกับที่ระรัวกำปั้นใส่บนร่างของราชาปีศาจงูเหลือมดำ ราชาปีศาจราชสีห์ใช้พลังทั้งหมดในการคร่ากุมราชาปีศาจงูเหลือมดำเอาไว้ โดยคิดที่จะทำให้ราชาปีศาจงูเหลือมดำถูกฉีกร่างออกเป็นสองส่วนไปในทันที!
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำมีหรือที่จะปล่อยให้เขามีโอกาสเช่นนั้นได้ พริบตานั้นพลองสัมฤทธิ์ทมิฬในมือก็กระแทกเข้าใส่แผ่นหลังของราชาปีศาจราชสีห์ไปถึงสิบสองครั้งติดต่อกัน กระแทกจนราชาปีศาจราชสีห์ต้องกระอักเลือดคำโตออกมาติดกัน
ราชาปีศาจราชสีห์ระเบิดเสียงดังก้อง : “ตายซะเถอะ ! ”
ราชาปีศาจงูเหลือมดำถูกราชาปีศาจราชสีห์ฉีกร่างเป็นสองส่วน พร้อมกับโยนออกจนกระแทกชนเข้ากับพื้น
ยังดีที่ราชาปีศาจงูเหลือมดำจะอย่างไรก็ยังถือเป็นราชาปีศาจ ขอเพียงไม่ถูกตัวหัว ควักหัวใจ ก็ยังไม่ถึงกับต้องตายในทันทีไม่ เฉินหมิงควบคุมเสาน้ำแข็ง เพื่อเข้าช่วยเหลือราชาปีศาจงูเหลือมดำมาไว้ได้ พร้อมทั้งหยิบยาปราณเข้ารักษาราชาปีศาจงูเหลือมดำได้ทันควัน ราชาปีศาจงูเหลือมดำกระตุ้นพลังมนตร์ตราหยาดสุดท้ายจากทั่วทั้งร่าง จนสามารถที่จะเชื่อมร่างส่วนบนและส่วนล่างติดกันได้
บัดนี้ในสนามรบคงเหลือแต่เพียงราชาปีศาจสามตนเท่านั้น ทว่าราชาปีศาจราชสีห์ในตอนนี้กลับหาได้อยู่ในสภาพที่เบิกบานไม่ เนื่องจากทั่วร่างล้วนแต่เต็มไปด้วยบาดแผล
เฉินหมิงถึงกับถอนหายใจออกมาแล้วกล่าว : “ขอบเขตคลังเทวะนี้ก็ช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว ! ”
ราชาปีศาจงูเหลือมดำกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง จากนั้นก็ได้กล่าว : “ตามปกติขอบเขตคลังเทวะจะไม่มีความร้ายกาจเทียบเท่ากับราชาปีศาจราชสีห์เช่นนี้ได้ เคล็ดวิชาที่เขาฝึกปรือ เมื่อเทียบกับเคล็ดวิชาของพวกเราถือว่าแข็งแกร่งกว่ามาก! เป็นเคล็ดวิชาของเขา ที่ทำให้เขาสามารถที่จะสู้ได้ยืดเยื้อนานถึงเพียงนี้ ขอบเขตคลังเทวะระยะแรกโดยทั่วไป ย่อมไม่อาจที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้”
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำที่พบเห็นงูเหลือมดำถูกแยกจนเอวขาด จิ้งจอกขาวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส การสู้รบที่สู้มาจนถึงขั้นนี้ได้ พวกเขาไม่มีหนทางให้ถอยหนีอีกแล้ว หากไม่ใช่เจ้าตายก็เป็นข้าสิ้น : “ราชาปีศาจราชสีห์ มารับพลองของข้าอีกสักรอบ ! ”
ราชาปีศาจราชสีห์ขยับธงรวบปีศาจกระแทกใส่จนราชาปีศาจพยัคฆ์ดำต้องล่าถอย เพียงหนึ่งการเหยียบย้ำด้วยพลังทั้งหมด ก็ทำให้หอกน้ำแข็งนับไม่ถ้วนถูกเหยียบจนแหลกสลาย พร้อมกับกระโดดขึ้น ในระหว่างที่ยื่นมือก็ได้ปล่อยหมัดปะทุเข้าไปทางด้านของราชาปีศาจนางแอ่นไฟ !
ราชาปีศาจนางแอ่นไฟอ้าปากเพื่อปล่อยต้นหม่อนไฟร้อนระอุนับหลายร้อยสายลอยออก แต่ราชาปีศาจราชสีห์หาได้สนใจไม่ กระโดดพุ่งเข้าใส่กำแพงอัคคี เผาจนทั้งร่างกลายเป็นสีดำดุจขี้เถ้า ยกหมัดโจมตีเข้าใส่ราชาปีศาจนางแอ่นไฟ กระแทกจนราชาปีศาจนางแอ่นไฟกระดูกหักไปอีกหลายท่อน
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เฉินหมิงเริ่มตระหนักได้ว่าตนเองอาจไม่มีโอกาสในการควบคุมค่ายกลได้อีกต่อไป ดาบโลงศพโลหิตสมุทรจึงได้ถูกหยิบออกมาจากภายในแหวนเก็บวัตถุ วางไว้อยู่เบื้องหน้าของเฉินหมิง
มือข้างหนึ่งของเฉินหมิงกุมดาบโลงศพโลหิตสมุทรไว้ ส่วนมืออีกข้างกุมไว้ด้วยดาบโลหิตมายาสมุทร
เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นจริงๆ เขาย่อมลงสู่สนามรบด้วยตนเองอย่างแน่นอน !
ถึงแม้ราชาปีศาจราชสีห์จะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่ว่าเมื่อต้องปะทะเข้ากับราชาปีศาจทั้งสามตน ยังคงเสมือนมังกรกระจ่างพยัคฆ์ร้าย ระหว่างหนึ่งกระบวนท่าหนึ่งกลยุทธ์ล้วนแต่เปรียบเสมือนคลื่นอัสนีคำรณระเบิดขึ้นมา จนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำสะบัดพลองกระแทกเข้าใส่ช่วงเอวของราชาปีศาจราชสีห์ อย่างรุนแรงจนราชาปีศาจราชสีห์ต้องระเบิดเสียงร้อง เสียงราชสีห์คำรามถึงกับดังไม่ขาดสาย ราชาปีศาจราชสีห์ดึงพลองสัมฤทธิ์ทมิฬของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเอาไว้ แทงธงรวบปีศาจออก จนทำให้ทรวงอกของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำเกิดเป็นแผลขนาดใหญ่แหวกออก จนสามารถที่จะมองเห็นอวัยวะภายในของราชาปีศาจพยัคฆ์ดำได้
ราชาปีศาจนางแอ่นไฟเองก็สามารถที่จะรับหมัดจากราชาปีศาจราชสีห์ได้อยู่หลายสิบหมัด สู้กันจนทั่วร่างแทบจะไม่มีกระดูกแม้สักท่อนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ร่วงหล่นล้มลงดุจโคลนตมตามชายหาด
ราชาปีศาจราชสีห์ร่อนกายลงสู่พื้นดิน เหยียบเข้าไปที่ด้านบนกระดองของราชาปีศาจเต่า ภายใต้การระเบิดพลังธงรวบปีศาจ ถึงแม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งด้านพลังการป้องกันอย่างราชาปีศาจเต่า กระนั้นในขณะนี้เองก็ได้เกิดเป็นรอยแตกร้าวขึ้นมาเป็นสาย !
ขุนพลปีศาจหมาป่าเผือกหัวเราะอย่างลิงโลดแล้วกล่าว : “ฮ่าฮ่าฮ้า ราชาปีศาจทั้งหก ล้วนแต่มิใช่คู่ต่อสู้ของใต้เท้าราชาปีศาจราชสีห์พวกเรา หลังการต่อสู้ในครั้งนี้ ราชาปีศาจราชสีห์ย่อมต้องก้าวเข้าสู่การเป็นจ้าวราชาปีศาจอย่างแน่นอน ! ”
ขุนพลปีศาจวานรที่บาดเจ็บไปทั่วทั้งร่าง แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทำการฆ่าฟัน : “ใต้เท้าราชาปีศาจราชสีห์ไร้ผู้ต้าน ! ”
สองเท้าเหยียบกระดองของราชาปีศาจเต่าจนแหลกลาญ ราชาปีศาจราชสีห์ที่หอบหายใจด้วยอาการเหนื่อยล้าหันไปมองที่เฉินหมิง : “เหตุใดถึงยังไม่สลายค่ายกลของเจ้า บัดนี้เหลือแต่เจ้าเพียงแค่คนเดียวแล้ว ข้าเองก็อยากจะดูว่ายังมีผู้ใดที่จะขัดขวางข้าได้อีก! ยังมีผู้ใดที่สามารถคุ้มครองเจ้าได้อีก!”
ราชาปีศาจจิ้งจอกขาวหันไปมองทางเฉินหมิง แล้วกล่าว : “เฉินหมิง ไม่ต้องสนใจพวกข้า ราชาที่สูญเสียมงกุฎ ผู้อ่อนแอย่อมกลายเป็นอาหารของผู้เข้มแข็ง นี่ก็คือกฎเกณฑ์ของเผ่าปีศาจ เจ้าจงหนีไป หลังจากที่เจ้าหนีไปแล้ว ย่อมมีโอกาสที่จะกลับมาหาราชปีศาจราชสีห์เพื่อล้างแค้นได้ ! ”
เฉินหมิงส่ายหน้าไปมา
ราชาปีศาจพยัคฆ์ดำโพล่ง : “เฉินหมิง อย่าได้ทำอะไรโง่ๆ แพ้ก็คือแพ้ อย่างมากก็แค่ตายเท่านั้น ส่วนเจ้า ยังมีโอกาสที่จะหนีไปได้อยู่ ราชาปีศาจราชสีห์เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่อาจที่จะไล่ตามเจ้าได้อย่างแน่นอน ! เจ้ายังมีดาบโลหิตมายาสมุทร ยังมีโอกาสอยู่ ! ”
เฉินหมิงหันมองไปที่ดาบโลหิตมายาสมุทร : “บรรลุเคล็ดดาบโลหิตมายาสมุทรจนถึงขอบเขตจิตแห่งดาบ ทำการบรรลุในทันที!”
“ใช้จริยธรรม 312 แต้ม บรรลุไปจนหมดสิ้น!”
ราชาปีศาจราชสีห์หันไปมองที่ดาบโลหิตมายาสมุทรในมือของเฉินหมิง :“อือ ดาบมารด้ามนี้ เป็นดาบมารที่เลือกผู้เป็นนายด้วยตัวเอง ช่างถือเป็นของดีเลยทีเดียว!”
เฉินหมิงพยักหน้าแล้วกล่าว : “ใช้ ถือได้ว่าเป็นของดีเลยทีเดียว!”
ราชาปีศาจราชสีห์มองท่าทีของเฉินหมิง ยิ้มแล้วกล่าว : “เจ้าคงจะคิดที่จะพึ่งพาพลังทำลายของดาบโลหิตมายาสมุทรด้ามนี้ มาเพื่อโค่นล้มข้างั้นหรือ ? ตามที่ข้าได้ทราบมา เจ้าเองเป็นมือกระบี่ ถ่องแท้วิชาค่ายกล แต่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเจ้านั้นเป็นวิชาดาบกับเขาด้วย เจ้าแทบจะไม่อาจที่จะปลดปล่อยพลังทำลายของดาบโลหิตมายาสมุทรออกมาได้เลย!”
เฉินหมิงหัวเราะแล้วกล่าว : “ก่อนหน้านี้ยังถือว่าเข้าใจในหลักวิชาอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เข้าใจเลย บังเอิญว่า วิถีอันยิ่งใหญ่ไร้จำกัดของผู้น้อยล้วนแต่ยังพอที่จะเข้าใจได้อยู่ประปราย ! ”
เฉินหมิงกล่าวจบ กระแสพลังดาบก็ได้ไหลเวียนไปทั่วร่าง กระแสวิถีดาบหลายร้อยสายก็ได้รายล้อมเฉินหมิงเอาไว้ เฉินหมิงในขณะนี้ได้อยู่ในขอบเขตจิตแห่งดาบแล้ว !
.
.
.
.