เซวียเสี่ยวหรั่นถอยหลังกรูดเบิกตากว้างอย่างตื่นกลัวจนกระทั่งหลังเท้าชนกับก้อนหิน สะดุดล้มลงไปด้านหลัง
"ว้าย..."
เสียงกรีดร้องแหลมกว่าตอนแรก
"โอ๊ย ก้นฉัน..."
เพื่อปกป้องกระเป๋าเป้ในอ้อมแขนการล้มลงไปครั้งนี้จึงค่อนข้างหนัก ก้นกระแทกกับก้อนหินอย่างรุนแรงเจ็บจนแทบน้ำตาไหล
งี่เง่าบัดซบนี่ไม่เรียกว่ารักสนุกเลยทุกข์ถนัดหรอกหรือ เซวียเสี่ยวหรั่นเจ็บจนน้ำตาไหลพราก
เหลียนเซวียนซึ่งพิงโขดหินอยู่ตรงนั้นได้ยินเสียงกรีดร้องเป็ชุดๆของนาง ก็รู้สึกอยากยกมือกุมหน้าผาก
นางใอะไรขนาดนั้น?
เซวียเสี่ยวหรั่นวางเป้ในอ้อมแขนลงด้านข้างก่อนทิ้งตัวแผ่หลาลงไปบนพื้นทว่าก็ต้องพลิกตัวตะแคงข้างอย่างยากเย็นเพื่อคลายความเ็ปที่ก้น
"โอ๊ย เจ็บจังเลย ก้นกบของฉันไม่หักไปแล้วหรือเนี่ย"
เธอร้องโอดโอยพลางลูบคลำกระดูกก้นกบของตนเองชาแต่กลับไม่รู้สึกเท่าไร ต่างกับิัที่ก้นเจ็บจนจะตายอยู่แล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นลูบคลำก้นของตัวเองทั้งซ้ายขวาบนล่างหินใหญ่ในใจค่อยปล่อยวางลงได้ กระดูกก้นกบไม่มีปัญหา แต่ก้นนี่สิน่าจะช้ำไปทั้งแถบ
เสียง "ตึง" ดังเบาๆเหลียนเซวียนอยู่ตรงนั้นพยายามฝืนร่างกายคิดจะลุกขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในสภาพย่ำแย่มือทั้งสองยันพื้น เข่าทั้งสองข้างคุกเข่าลงไปบนพื้นที่เต็มไปด้วยหินขณะกำลังตะกายตัวดันไปชนถูกตอไม้เข้าจึงเกิดเสียงดังออกมา
เซวียเสี่ยวหรั่นสะกดกลั้นความเจ็บหันไปมองาแน่าเกลียดน่ากลัวเต็มหน้ายามอยู่ภายใต้แสงตะวันแลดูบาดตาแต่เขาก็กัดฟันตะกายลุกขึ้น ทำให้หัวใจของเธอสั่นะเืเขาได้ยินเสียงร้องครวญครางของเธอ ดังนั้นจึงอยากมาช่วยกระมัง
ตัวเองาเ็จนเหมือนตายไปครึ่งตัวยังคิดจะเข้ามาช่วยเหลือ เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกแสบจมูกเล็กน้อยหุบเขาในซอกหลืบแห่งนี้ ดีชั่วอย่างไรก็ยังมีคนเป็ห่วงเป็ใยตนเอง
ทันใดนั้นเธอก็ลุกขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่ห่วงความเ็ปของตนวิ่งโซซัดโซเซเข้ามาหาเหลียนเซวียนโดยไม่กลัวว่าก้นยังเจ็บอยู่ประคองแขนของเขาอย่างระมัดระวัง
"อย่าเคลื่อนไหวซี้ซั้วสิ ฉันไม่ได้เป็อะไรใหญ่โตแค่หกล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกถูกหินเท่านั้น เจ็บเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว"
ขณะกล่าววาจาก็มีเสียงซี้ดแทรกอยู่ในลมหายใจ
ร้องครวญครางเสียงดังขนาดนั้นต้องล้มกระแทกไม่เบาเป็แน่ เหลียนเซวียนถอนใจอยู่เงียบๆก่อนนั่งลงตามแรงบังคับที่กดลงมา แล้วใช้นิ้วเขียนอักษรสองสามตัวบนพื้นช้าๆ
"ไม่ต้องกลัว ตายแล้ว"
หลังเซวียเสี่ยวหรั่นอ่านจบก็อึ้งงันก่อนรั้งสติกลับมา หันไปมองตัวการที่ทำให้เธอใจนกรีดร้องเมื่อครู่
โลหิตคล้ำเข้มที่สาดกระจายไปทั่วเป็ของงูตัวหนึ่งหากพิศให้ดีจะเห็นว่าที่หัวของมันมีมีดสั้นสีเงินปักอยู่โลหิตงูไหลเจิ่งนองั้แ่หัวของมันลงมา
"คุณ... เป็คนฆ่ามันตาย?"
เซวียเสี่ยวหรั่นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อมือเท้าของเขาไม่มีแรง ดวงตาก็มองไม่เห็นแล้วใช้มีดสั้นปักหัวงูแม่นยำขนาดนั้นได้อย่างไร
เหลียนเซวียนพยักหน้าอย่างเรียบเฉยไร้อารมณ์
เซวียเสี่ยวหรั่นอ้าปากตาค้างมองเขาั้แ่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง
"คุณ... ทำได้ยังไง?"
มุมปากที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนวดเครารกครึ้มกระตุกเล็กน้อยไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร เพื่อรวบรวมพลังที่อ่อนแอสายนั้นเอามาใช้เขาต้องนอนนิ่งเหมือนเป็อัมพาตอยู่นานกว่าจะฟื้นคืนสติ
สถานการณ์ของตนเองตอนนี้คงเป็่เวลาเลวร้ายที่สุดในชีวิตแล้ว
เห็นเขานิ่งเงียบไม่ให้คำตอบเซวียเสี่ยวหรั่นพลันรู้สึกว่าเป็โชคดีหัวใจพองฟูคิดว่าตนเองคาดเดาคำตอบถูกต้องแล้ว
เธอยิ้มย่องในใจเมื่อเธอทะลุมาต่างภพ เหลียนเซวียนเองก็แต่งชุดโบราณ ด้วยอาการาเ็ของเขาก็น่าจะถูกศัตรูไล่ล่าสังหารเพื่อแก้แค้นกระมัง
ก้นยังรู้สึกเจ็บอยู่เธอร้องซี้ดไปพลางคาดคะเนไปพลาง "เมื่อก่อนท่านคงเป็ยอดฝีมือในยุทธภพสินะอืม... อาจจะถูกคู่แค้นลอบสังหาร ไม่ก็ถูกวางยาพิษดังนั้นถึงเปลี่ยนมาเป็อย่างตอนนี้ แม้ปรกติมือเท้าจะไม่มีแรงแต่เมื่อเกิดอันตรายก็ยังสามารถรวบรวมพลังเพื่อช่วยชีวิตตนเองได้?"
นับว่าละครทีวีกับนิยายที่อ่านตลอดหลายปีมานี้ไม่ไร้ประโยชน์เสียทีเดียวประกอบกับลองคิดเชื่อมโยงถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาะเิพลังเอื้อมมือมาบีบคอเธอกะทันหันเซวียเสี่ยวหรั่นก็เชื่อมั่นว่าสมมติฐานของเธอน่าจะถูกต้องถึงแปดเก้าส่วน
เหลียนเซวียนหนังตากระตุกสาวน้อยคนนี้ดูภายนอกเป็คนโผงผางหยาบกระด้าง แต่ความคิดอ่านกลับเฉียบคม
เห็นเขายังคงไม่ตอบเซวียเสี่ยวหรั่นก็อมยิ้มทำหน้าว่า 'ข้ารู้หรอกน่า' เธอแน่ใจว่าเดาถูก เขาไม่ส่ายหน้าก็แสดงว่าไม่ปฏิเสธ
"ว่าแต่งูตัวนี้มันตายสนิทแล้วแน่นะ ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวฟื้นขึ้นมาแว้งกัดข้าล่ะ"
เธอไม่คิดตอแยกับเหลียนเซวียนอีกแม้เห็นว่างูตัวนั้นไม่ขยับเขยื้อน แต่เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยังระแวงอยู่บ้าง
ทว่าครั้งนี้เหลียนเซวียนกลับมีการตอบสนองเขาสั่นศีรษะ แสดงว่างูตายสนิทแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นอย่างนั้นก็โล่งใจ
ว่าแล้วก็ไปหาท่อนไม้มาก่อนเดินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ใช้ท่อนไม้เขี่ย งูตัวนี้ไม่ใช่เล็กๆความยาวเกือบสองเมตร ขนาดเท่ากับกำปั้นของผู้ใหญ่ เห็นแล้วชวนขนลุก
หากไม่เพราะเป็เช่นนี้เมื่อครู่เธอก็คงไม่ใถอยหลังจนหกล้มก้นจ้ำเบ้า ตอนนี้เจ็บจนแทบไม่รู้สึกว่าก้นเป็ของตัวเองแล้ว
แต่งูสีน้ำดำสลับน้ำตาลตัวนี้แลดูคุ้นตาอยู่สักหน่อย
เซวียเสี่ยวหรั่นหรี่ตาพิจารณาอย่างละเอียดยามเห็นส่วนคอที่ขยายแผ่แม่เบี้ยของมัน ก็อดหนาวใจไม่ได้
"โอ พระเ้า นี่คือจ้าววายุขุนเขา หรือาางูจงอาง พิษร้ายแรง ถูกกัดคำเดียวรับรองว่าตายสนิท"
แม้ว่าเซวียเสี่ยวหรั่นไม่เคยเห็นงูจงอางตัวจริงมาก่อนแต่เคยดูรายการเกี่ยวกับสัตว์โลกมาไม่น้อย
ละแวกหมู่บ้านของเธอก็มีงูแต่ส่วนใหญ่จะเป็งูที่จับหนูกินไม่มีพิษ แต่เดี๋ยวนี้ก็น้อยมากแล้วั้แ่เล็กจนโตเธอเคยเห็นแค่สองสามครั้งเด็กผู้ชายที่ใจกล้าและซุกซนหน่อยก็มักจะใช้ท่อนไม้ไปจับงูมาโยนใส่ให้คนใเล่นซึ่งเธอก็เป็หนึ่งในนั้น
ไม่ว่าจะมีพิษหรือไม่มีในความคิดของเธองูก็เป็สัตว์เืเย็นที่น่ากลัว
เหลียนเซวียนััความหวาดกลัวได้จากเสียงร้องตื่นตระหนกของนางาางูจงอาง? เหตุไฉนเขาไม่เคยได้ยินชื่องูชนิดนี้มาก่อนแต่ถ้าเป็จ้าววายุขุนเขาก็พอจะคุ้นหูบ้างในบรรดางูที่มีพิษร้ายมีชนิดหนึ่งชื่อว่างูหัวแบนไม่รู้ว่างูที่นางเอ่ยถึงจะเป็งูชนิดนี้หรือเปล่า
"ว้าว พวกเรานี่ดวงแข็งกันจริงๆเคราะห์ดีที่งูตัวนี้ไม่ออกมาหาเหยื่อั้แ่เมื่อคืน ไม่อย่างนั้นละก็.... จิ๊ๆๆ" เธอเดาะลิ้นอย่างอดไม่ได้ แต่ไม่พูดต่อ ใช้ท่อนไม้ในมือเขี่ยๆ งูตัวนั้น
ถึงแน่ใจว่าตายแล้วเธอก็ยังไม่กล้าถอนมีดสั้นสีเงินเล่มนั้นออกจากตัวงู
"ปัดโธ่เอ๊ย มีดปักอยู่ที่หัวงู จะอาบพิษมาด้วยไหมล่ะนี่" เซวียเสี่ยวหรั่นย่อตัวลงในตำแหน่งที่ห่างจากงูราวสองเมตร "นั่นคือมีดปอกผลไม้ ต่อไปยังใช้ปอกเปลือกผลไม้ได้อยู่หรือเปล่า"
เธอบ่นพึมพำอยู่ราวหนึ่งเค่อ[1] แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมเดินหน้าเข้าไปอีกก้าว
เหลียนเซวียนมุมปากกระตุกไม่รู้จะอธิบายอารมณ์ของตนเองอย่างไร
เขาคลำไปข้างตัวจนพบท่อนฟื้นดุ้นหนึ่งจากนั้นก็เคาะที่พื้นจนหักเป็สองท่อน เพื่อดึงความสนใจของแม่นางคนนั้นกลับมา
"มีอะไร หิวแล้วหรือ อ้อ จริงด้วยสิ ข้าลืมไปเสียสนิทว่ามีของอยู่" เซวียเสี่ยวหรั่นนึกถึงผลงานที่เก็บมาเต็มกระเป๋าจากนั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากเย็น
ให้ตายสิ ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเขียนอักษรบรรยายได้คำเดียวคือ 'เจ็บ'
เซวียเสี่ยวหรั่นกัดฟันเดินไปยังกระเป๋าเป้ด้านข้างหลังจากนั้นก็ลากมันไปไว้ข้างกายเหลียนเซวียน
คราวนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะย่อตัวคุกเข่านั่งยองๆเพียงแค่ก้มลงหยิบกล้วยน้ำว้าจากในกระเป๋าเป้ออกมา แล้วปอกเปลือกส่งให้เขาถึงมือ
"เอ้า นี่คือกล้วยน้ำว้า ข้าอุตส่าห์แย่งมาจากปากของลิงเลยนะ"
แย่งมาจากปากลิง? เหลียนเซวียนถึงกับตะลึงงัน
...
[1] เค่อ คือหน่วยบอกเวลามีค่าเท่ากับสิบห้านาที