“นี่เรียกว่ากระบวนการไหมแดง คนผู้นี้ถือว่าโชคดีนักเป็หนึ่งในแสนที่สามารถเข้ากระบวนการไหมแดงและผ่านด่านประตู์ไปได้!”
ทุกคนล้วนหันหน้ามองกันเอง และเมื่อมองไปยังอาเจ๋อ พวกมันค่อยพบว่าคนมีสีหน้าสดใสผุดผ่องขึ้น ร่างกายของมันลั่นเปรี๊ยะอยู่ตลอดเวลาราวกับว่ากระดูกของมันได้รับการชำระใหม่ และยามเมื่อมันลืมตาตื่นขึ้น ทั้งโต๊ะและเก้าอี้บริเวณนั้นพลันะเิกระจัดกระจายออกทุกทิศทาง
ตูม!!!
กู้เจี้ยนรีบเอาตัวบังเด็กน้อยไว้..
ร่างกายของอาเจ๋อห่อหุ้มด้วยละอองน้ำสีแดง กลิ่นของมันหอมกรุ่นจนทำผู้คนโดยรอบเคลิบเคลิ้มงมงาย เสื้อผ้าของมันโบกสะบัดพัดพริ้วไปมาราวกับว่ามีลมหมุนอยู่รอบกาย พลังปราณของมันรุดหน้าเป็อันมาก จนผู้คนโดยรอบััได้
“ยินดีกับท่านจอมยุทธ์ด้วย!” กู้เจี้ยนประสานมือคารวะ
นั่นทำเอาผู้คนโดยรอบถึงกับตาโต ก่อนที่มันจะถามอะไรออกมา กู้เจี้ยนชิงกล่าวขึ้นว่า
“นายของเรา้าเจรจาการค้ากับพวกท่าน ขอเพียงพวกท่านยอมสยบต่อนายเรา ทุกท่านจะได้รับไหมแดงทิพย์์คนละจอกจนกระทั้งข้ามพ้นขั้นประตู์ไปได้”
เหล่าปรมาจารย์ถึงกับหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ โอกาสทองเช่นนี้ช่างน่าเย้ายวนเหลือเกิน แต่มันไม่ได้ผลสำหรับดาบมารเหล็กไหล เพราะตัวมันนั้นได้ก้าวข้ามผ่านขั้นประตู์ไปแล้ว แต่ด้วยผลประโยชน์เช่นนั้นนั่นก็พอจะทำให้ผู้คนแตกแยกกันได้
“อย่าไปฟังมัน นี่เป็กลลวง ของล้ำค่าเช่นนี้มีรึจะมอบให้พวกเ้าง่ายๆ! อย่าได้หลงเชื่อ”
กู้เจี้ยนยังคงสีหน้ายิ้มแย้มดุจเดิม มันเพียงผายมือไปหาอาเจ๋อ บ่งบอกว่าก็นี่ไง! ตัวอย่าง
“แต่พวกเราจะทำเช่นนั้นไปทำไมกัน ขอเพียงพวกเราฆ่าเ้าได้เราก็จะได้เหล้านี้เช่นกันมิง่ายกว่ารึ!”
ดาบมารเหล็กไหลพยักหน้าให้กับข้อเสนอของพรรคพวกมัน
“ในสถานที่แห่งนี้มีสุราอีกเพียงแค่สามไห เกรงว่าจะไม่พอให้พวกท่านดื่มแล้ว” กู้เจี้ยนตอบ
นั่นทำเอาพวกมันถึงกับลังเลอีกรอบ
ในตอนนั้นเองที่เด็กน้อยกระตุกดึงชายเสื้อกู้เจี้ยนอยู่สองสามครั้ง กู้เจี้ยนเห็นดังนั้นจึงก้มลงฟังที่นางพูด
ซุบซิบ...ซุบซิบ พอฟังจบมันก็ประกาศกร้าวทันที
“ข้าจะให้โอกาสพวกเ้าอีกแค่ครั้งเดียว หากไม่ยอมสยบ ข้าจะให้พวกเ้าอยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ จงรีบๆเลือกมาซะ!” เวลานี้สีหน้าของกู้เจี้ยนเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
“คิดว่าคนอย่างเ้าจะทำอะไรพวกเราได้รึ”
“ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับหาเื่ตาย!”
“อย่าคิดว่าพวกเราจะทรยศพวกพ้อง ของแค่นี้พวกเราไม่อยากได้!” เหล่าพวกพ้องดาบมารเหล็กไหลพากันก่นด่าสาดเสียเทเสีย
“ดี ตอบได้ดี!” ดาบมารเหล็กไหลประสานมือคารวะพวกพ้องของตน ส่วนกู้เจี้ยนทำได้เพียงยิ้มคำเล็กๆออกมา
“เช่นนั้นก็ถึงเวลาตายของเ้าแล้ว” ดาบมารเหล็กไหลแกว่งดาบขึ้นพร้อมกับถ่ายปราณสีดำครอบคลุมดาบของมันไว้ มันฟาดดาบออกอย่างว่องไวถึงสามกระบวนในพริบตา
ปง!! ปง!! ปง!!
แต่ดาบทั้งหมดกลับถูกสกัดอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มรูปงาม เพียงแค่ใช้สันมือของมันรับดาบ ปราณดาบดำที่ห่อหุ้มตัวดาบของมันยามที่ฟันลงกลับถูกสลายหายไปในพริบตา จากวิชาดาบที่ควรจะผ่าผู้คนให้ขาดครึ่งได้ บัดนี้กลายเป็วิชาดาบธรรมดาที่ไร้เรี่ยวแรง
พรวดดด!!!
เืสีดำไหลทะลักออกมาทั้งทางจมูกปาก ดาบมารเหล็กไหลรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ราวกับว่าตัวมันไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของกำลังภายในอีกต่อไป
‘นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น’ คนมองดูมือตนเองก็พบว่าเส้นเืตามหลังมือของมันเริ่มกลายเป็สีแดงแล้ว
ทันใดนั้นเองสติของทุกคนก็ค่อยๆเลือนลาง
“เฮือกกก!!”
“เอื้อออออ!!! หรือว่าในเหล้ามีพิษ!”
ดาบมารเหล็กไหลรีบสกัดจุดตนเอง แต่ทว่าสายไปแล้ว พิษสีแดงลุกลามขึ้นบนลำคอของมันก่อนที่จะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เหล่าปรมาจารย์พากันรวมลมปราณเพื่อต้านพิษแต่ทว่ามันสายไปแล้ว คนทั้งหมดค่อยๆฟุบหน้าล้มลงทีละคน....
“สุราดีไม่ดื่มชอบสุราจับกรอก ถือว่าพวกเ้าหาเื่เองนะ!” กู้เจี้ยนตอบ
จนกระทั่ง....เช้าวันต่อมา
ดาบมารเหล็กไหลตื่นขึ้นมาในสภาพงัวเงีย เวลานี้โลกทั้งใบเหมือนกับตาลปัตร บนหัวของมันล้อมรอบไปด้วยผู้คนนับร้อย ที่กำลังมุงดูอะไรบางอย่าง
‘มองบ้าอะไรกันวะ’ มันคิดในใจ
คนมึนงงอยู่ชั่วขณะจนกระทั่งพบว่าตนเองโดนแขวนอยู่ที่ประตูเมืองพร้อมกับพวกพ้องของตน นั่นยังไม่เท่าไหร่ ที่ร้ายแรงที่สุดคือเวลานี้บนตัวมันกลับไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว
“ห๊ะ!!! อ๊ากกกกกกกกกกก!!!!”