ทั้งหกคนกลับมาเมืองกังซางต่างแยกย้ายกันเข้าสู่ห้องพักของตนเอง ช่วงสี่วันมานี้ทุกคนต่างก้าวหน้ากันอย่างมากจางเฉินเองก็ถึงระดับหลอมรวมลมปราณขั่นห้าแล้ว ต้วนเฉินถึงขั่นเก้า ส่วนคนอื่นๆนั้นก็อยู่ขั้นหกเจ็ดทุกคนฝึกได้เร็วกว่าจางเฉินมากเพราะจางเฉินถูกดึงด้วยรากวิญญาณ 5 ธาตุการดูดซับพลังสวรรค์และโลกนั้นนานกว่าคนอื่น เนื่องจากมีความหลากหลายเกินไปแต่ก็ทดแทนด้วยพลังปราณที่สูงกว่าคนระดับเดียวกันเกือบสองเท่า
พักผ่อนกันหนึ่งคืน ในตอนเช้าจางเฉินก็ออกเดินทางคนเดียวไปที่ตึกตระกูลโม่ตามคำเชิญที่ได้รับในเมืองนั้นจางเฉินไม่ค่อยคุ้นเคยนักจึงถามทางและสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการณ์ตระกูลต่างๆในเมืองไปเรื่อยๆ มีคนเดินไปมาจำนวนมากเพราะใกล้เปิดดินแดนลับแล้วในอีกสองวัน ผู้คนนั้นเพิ่มมากขึ้นสองสามเท่าตัวจากเดิม มีนักรบปราณอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่นานจางเฉินจึงถึงบ้านตระกูลโม่
บ้านหลังไม่ใหญ่เกินไปแต่ก็ไม่เล็ก ถ้ามองจากตระกูลจางในเมืองเซียงซีแล้ว ตระกูลโม่นับว่าเล็กกว่าน่าจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวขนาดกลางด้านหน้าประตูบ้านมีคนมากมายกำลังล้อมรอบประตูเหมือนกำลังชี้อะไรบางอย่าง
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าทำไมมีคนจำนวนมากเหมือนมามุงดูอะไรในบ้าน”
จางเฉินแทรกผูกชนเพื่อที่จะเข้าไปในบ้าน ที่ลานบ้านเห็นโม่หยุนเฟยยืนอยู่ข้างชายชราชุดเทาที่เคยเจอ มีคนยืนกันอยู่สองฝั่ง ฝ่ายละราว ๆ 30คนแต่จำนวนนั้นฝ่ายของโม่หยุนเฟยมีน้อยกว่าพื้นดินเต็มไปด้วยผู้ด้วยคนได้รับบาดเจ็บดูจากการแต่งตัวล้วนเป็นคนของสกุลโม่ทั้งสองฝ่ายกำลังดูท่าทีกันอยู่จางเฉินจึงถามคนที่มุงดู
“นายน้อยตระกูลหลี่ต้องการโม่หยุนเฟยไปเป็นภรรยา แต่ตระกูลโม่ไม่ยอม จึงเกิดการต่อสู้กันเกิดขึ้นก่อนหน้านี้สู้กันในบ้าน เจ้าดูประตูบ้านทีพังทลาย ต่อสู้กันมาอย่างนี้กว่า 1ชั่วยามแล้ว ยังไม่ได้ข้อสรุป”
“นายน้อยตระกูลหลี่”จางเฉินมองที่กลุ่มคนที่แต่งชุดคลุมตระกูลหลี่อีกครั้ง เขาจึงพบหลี่ชิงฟงที่เคยต้องการให้เขาเป็นลูกน้องครั้งหนึ่งอีกครั้งหนึ่งข่มขุู่เขาที่งานประลองยุทธประจำปี
ที่ผ่านมาจางเฉินพบว่าโลกนี้เต็มไปด้วยการเล่นพรรค เล่นพวกการกดขี่ข่มเหงกันเพื่อให้ได้รับทรัพยากรสำหรับบ่มเพาะพลังปราณปัญหาแบบนี้เป็นเรื่องทั่วไปมาก ไปที่ไหนก็มักจะเจอ ผู้คนมากมายฆ่ากันง่ายๆเพื่อให้ได้ทรัพยากรสำหรับปลูกฝัง ปกติจางเฉินจะไม่สนใจแต่ครั้งนี่เป็นหลี่ชิงฟงซึ่งครั้งหนึ่งเคยต้องการฆ่าเขา
“แม่นางโม่หยุนเฟยเจ้าควรแต่งงานกับข้าเพื่อเข้าตระกูลหลี่ ถ้าแต่งงานกับข้าแล้วจะมีทรัพยากรสำหรับบ่มเพาะมากมายทำไมพวกเจ้าจึงขัดขืนพวกข้ามากนักหรืออยากให้พวกข้าลบตระกูลเจ้าออกจากเมืองกังซางแทนที่เจ้าจะแต่งกับข้าแล้วเรารวมสองตระกูลเข้าด้วยกันข้าก็จะได้ช่วยดูแลร้านค้าทั้งสองแห่งของพวกเจ้าด้วย”
โมหยุนเฟยกำหมัดแน่นขมวดคิ้วเป็นปม กลุ่มของตระกูลโม่นั้นล้วนเต็มไปด้วยความโกรธ
“แม้ต้องตายวันนี้ข้าก็จะไม่ยอมให้เจ้าเตะต้องสมบัติตระกูลข้า และตัวข้าแม้เส้นผม”
จางเฉินเดินออกจากฝูงชนไปด้านข้างของโม่หยุนเฟยแล้วมองไปที่คนของตระหลี่ โม่หยุนเฟยเห็นจางเฉินก็ดีใจยิ้มแย้มขั้นมาทันทีเพราะมันกังวลกับอาการป่วยของบิดามันมาก
“จางเฉินเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ท่านหลบไปก่อน”
จางเฉินพยักหน้าให้กับโม่หยุนเฟยแสดงว่าเข้าใจ
“เจ้าเด็กเหลือขอจางเฉินไม่ได้เจอกันนานวันนี้เจ้ามาหาข้าถึงที่ เจ้าคงสะกดคำว่าตายไม่เป็น”
หลี่ชิงฟงพอเห็นหน้าจางเฉินก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เย้ยหยัน มันเก็บความไม่พอใจจางเฉินไว้นานมากวันนี้ย่อมเป็นโอกาสดีเพราะมันมีคนของตระกูลอยู่ด้วยหลายคนแม้การฝึกของจางเฉินจะไม่ธรรมดาแต่ก็เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ฆ่าคนในเมืองกังซางมีความผิดหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ดูแลเมืองหรือเปล่า”จางเฉินหันมาถามโม่หยุนเฟย
“ไม่มีที่นี้ทุกคนอยู่กันอย่างอิสระ”
“มิน่าตระกูลหลี่ถึงได้มาหาเรื่องกันถึงขนาดนี้”จางเฉินหันกลับมามองพวกของหลี่ชิงฟงอีกครั้ง
“ใช่แล้ว วันนี้เจ้าตายทุกคนช่วยข้าฆ่ามัน” ตระกูลหลี่นั้นฝึกวิชากำปั้นทมิฬกันเป็นหลักทุกคนต่างอัดพลังปราณปลดปล่อยกระบวนท่าเกิดเป็นเงากำปั้นขนาดใหญ่จำนวนมากทะลุผ่านอากาศ ส่งเสียงกึกก้องตรงเข้าหาจางเฉิน
“จางเฉินระวัง”โม่หยุนเฟยเป็นห่วงมาก เพราะถ้าเป็นตัวนางเองก็คงจะตายทันทีด้วยพลังหมัดขนาดนี้
จางเฉินไม่สนใจนำหม้อเก้ามังกรออกมาแล้วสะบัดต้านรับพลังหมัดที่เข้ามา
บูมมมม
พลังปราณต่างกระจัดกระจายกันไปคนของตระกูลหลี่ต่างถูกแรงพลักดันกระเด็นกันไปคนละทิศคนละทางได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ส่วนจางเฉินนั้นเพียงถอยหลังสองสามก้าวช่วงที่ฝึกในป่านั้นเขาผ่านหลอมรวมลมปราณขั่นห้านอกจากนี้ยังฝึกร่างกายเหนือปฐพีถึงระดับสามช่วงปลายทำให้ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาสูงมากด้วยอาวุธวิญญาณอย่างหม้อเก้ามังจางเฉินก็สามารถรับมือกับนักรบปราณระดับต่ำจำนวนมากนี้ได้อย่างง่ายดาย
จางเฉินเพียงถือขาหม้อข้างหนึ่ง แล้วกระโดดหาฝ่ายตรงข้าวที่อยูใกล้ที่สุดกวาดหม้อแทกเข้าไปจนปลิวกระเด็น เสียงกระดูกแตกหักดังลั่นเหมือนกับจะโดนบดจนละเอียด
“เจ้ากล้าทำร้ายคนของสกุลหลี่” หลี่ชิงฟงโกรธจนหน้าแดง แต่มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจางเฉิน
ตูม ตูม ตูม
เสียงดังมาจากด้านนอกเมือง ทุกคนต่างเปลี่ยนความสนใจไปที่เสียงดังที่เกิดขึ้นทันทีไม่นานนักอาเรย์ป้องกันระดับเจ็ดของเหมืองก็เปิดขึ้นกลายเป็นโดมโปรงแสงรูปกระดองเต่า
ตูม ตูม ตูม
“นี่เกิดอะไรขึ้นทำไมมีอาเรย์ป้องกันเมือง”
“ใครบอกได้บ้างเกิดอะไรขึ้น”
ไม่นานก็มีคนวิ่งมาประกาศข่าว มีสัตว์อสูรหลายหมื่นตัวไม่สามารถนับได้ บางทีอาจเป็นแสนตัวเข้าโจมตีเมืองนำโดยกลุ่มหมาป่า มนุษย์หมาป่า นกอีกาดำ นกฟามิงโก้เพลิง เสือสายฟ้า ฯลฯ พุ่งเข้าโจมตีเมือง เสียงก่อนหน้านี้เป็นการต่อสู้ด้านนอกกำแพงเมืองเสียงครั้งหลังเป็นเสียงของการกระแทกกำแพงป้องกัน จึงมีการเปิดใช้อาเรย์
ตระกูลหลี่รีบกลับไปที่ตระกูลเพื่อฟังข่าวรีบพยุงผู้บาดเจ็บออกเดินทางทันที เสียงสัตว์อสูรกรีดร้องและเสียงการต่อสู้ยังคงดังไม่ขาดสาย เสียงนั้นคล้ายใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ พื้นดินสั่นสะเทือน อากาศมีความบิดเบือนเหมือนอาเรย์ของเมืองจะพังเมื่อไหร่ก็ได้แต่จางเฉินมองแล้วว่ามันสามารถป้องกันได้ราวๆ สองถึงสามวัน
“เอาละก่อนหน้านั้นเรารักษาพ่อของเจ้าก่อนแล้วค่อยไปดูกัน”จางเฉิน
โม่หยุนเฟยนำทางจางเฉินเข้าไปห้องด้านในเพื่อดูอาการบิดาของตนเอง
“นี่พ่อข้า โม่เฉิงท่านพอจะสามารถหาวิธีรักษาได้หรือไม่”
จางเฉินตรวจสอบดูชายวัยกลางคนที่นอนไม่ได้สติเขาจับข้อมือแล้วส่งพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายเพื่อตรวจสอบภายใน
“ก่อนหน้านี้พ่อเจ้าได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนเมื่อ3 เดือนที่แล้ว แต่ระหว่างที่รักษาสองสัปดาห์ก่อนหน้าที่ข้าจะมา ใครให้ยาเขามีการวางยาพิษจึงทำให้อาการทรุดลง”
โม่หยุนเฟยตกใจและประหลาดใจมากเป็นอาจารย์ปรุงยาระดับสามของตระกูลมันเองที่ทำทุกอย่างแต่ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นคนทรยศโดยพวกตระกูลหลี่ทุ่มเงินเพื่อจะได้ยึดครองร้านค้าของตระกูลโม่
“ท่านรักษาได้หรือไม่”
“เพียงฝังเข็มเท่านั้นง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง” จางเฉินนำเข็มออกมา แล้วทำการรักษาโม่เฉิง แล้วใช้พลังลมปราณแทรกเข้าไปตามเข็มเพื่อผลักดันพิษให้ออกจากร่างกายไม่นานโม่เฉิงก็คายเลือดสีดำ มีกลิ่นเหม็นออกมา จางเฉินเอาเข็มที่ฝังออกมาแล้วเปลี่ยนจุดฝังเข็มใหม่ส่งพลังความร้อนเข้าสู่ร่างกายโม่เฉิงเพื่อกระตุ้นการรักษาภายในไม่นานจากหน้าที่ซีดขาว โม่เฉิงก็กลับมามีสีแดงสุขภาพเป็นปกติอีกครั้ง
“ขอบคุณท่านที่ช่วยชวิตแม้บุกน้ำลุยไฟ ข้าจะติดตามท่านไปแล้วแต่ท่านจะสั่ง”โม่เฉิงคำนับจางเฉินทันทีเมื่อลืมตาขึ้นมา มันได้สติเมื่อครั้งคายพิษออกมาแล้วแต่ไม่กล้ารบกวนการรักษาจึงรอจนแล้วเสร็จ
“นั่นเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับข้าท่านมิต้องทำเช่นนั้น" จางเฉินพยุงโม่เฉิงขึ้นมา
โม่เฉิงนั้นเรียกสอบสวนนักปรุงยาขั่นสามที่ดูแลมันตามปกติทันทีในห้องตามที่คาดไว้เป็นการจ้างวานจากตระกูลหลี่
“เอาละตอนนี้เราต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมสัตว์อสูรถึงโจมตีเมือง”จางเฉินขอตัวและรีบไปที่โรงแรมเพื่อดูสหายของเขาทันที