ลมหายใจของคำอินทร์สงบนิ่ง...สวนทางกับหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นระรัวราวกับกลองรบ
เบื้องหน้าของเขาคือช่องประตูที่แตกพ่าย...คือปากทางสู่นรกที่กำลังอ้าออกกว้าง...และคือคลื่นทหารพม่าระลอกแรกที่กำลังทะลักเข้ามาพร้อมเสียงโห่ร้องที่บ้าคลั่ง
ส่วนเบื้องหลังของเขาคือเมือง...คือผู้คน...คือชีวิตที่บริสุทธิ์นับพันที่กำลังจะถูกคลื่นมรณะนี้กลืนกิน
เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป...
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาา!"
คำอินทร์เปล่งเสียงคำรามก้อง! มันไม่ใช่เสียงร้องด้วยความกลัว...แต่เป็นเสียงประกาศก้องถึงการมาถึงของเขา!
เขาพุ่งทะยานร่างเข้าใส่ขบวนทหารพม่าที่อยู่แถวหน้าสุด...เป็นประกายไฟดวงเดียวที่กล้าหาญพอจะพุ่งเข้าใส่พายุที่โหมกระหน่ำ!
เหล่าทหารสยามที่กำลังตั้งแนวป้องกันอย่างสิ้นหวัง ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! พวกเขาเห็นเพียงเด็กหนุ่มในชุดมอมแมมคนหนึ่ง...ที่บ้าบิ่นพอจะวิ่งเข้าใส่ศัตรูนับร้อยแต่เพียงผู้เดียว!
"ไอ้หนุ่มนั่นมันจะไปตายรึ!" นายกองคนหนึ่งตะโกนขึ้น
แต่ภาพที่เกิดขึ้นต่อมา...ก็ได้ลบคำสบประมาทนั้นไปจนหมดสิ้น
ทหารพม่าสามนายที่อยู่หน้าสุดหัวเราะเยาะ...พวกมันเงื้อดาบขึ้นสูง...หมายจะสับร่างของเด็กหนุ่มที่วิ่งเข้ามาให้แหลกเป็นชิ้นๆ...
แต่คำอินทร์เร็วกว่า!
ร่างของเขาพลันทรุดตัวลงต่ำจนเกือบจะแนบไปกับพื้นดิน...หลบคมดาบทั้งสามที่ฟันผ่านอากาศไปอย่างหวุดหวิด...แล้วดาบในมือของเขาก็ตวัดออกไปในแนวราบ...ราวกับคมเคียวของพญามัจจุราช!
ฉัวะ!
คมดาบอันแหลมคมตัดผ่านข้อเท้าของทหารทั้งสามนายพร้อมกันในพริบตาเดียว!
"อ๊ากกก!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับร่างที่เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น! ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ทันรู้สึกถึงความเจ็บปวด...คำอินทร์ที่ลุกขึ้นยืนแล้วก็ได้ตวัดดาบซ้ำอีกครั้ง...ปลิดชีพของพวกมันทั้งสามอย่างเลือดเย็น!
การสังหารที่รวดเร็วและโหดเหี้ยมเกินมนุษย์...ทำให้ทหารพม่าที่ตามมาข้างหลังชะงักไปชั่วขณะ...
และนั่นคือโอกาสของคำอินทร์!
เขาไม่รอให้พวกมันตั้งตัวได้...เขากระโจนเข้าใส่ใจกลางของกลุ่มทหาร...ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่หลุดออกมาจากกรงขัง!
บัดนี้...การร่ายรำแห่งความตายได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง!
ดาบในมือของเขาวาดลวดลายเป็นวงโคจรแห่งการทำลายล้าง...ทุกครั้งที่ดาบถูกตวัดออกไป...จะมีโลหิตที่สาดกระเซ็น...และหนึ่งชีวิตที่ดับสิ้น...
เขาไม่ได้สู้ด้วยกระบวนท่าที่สวยงาม...แต่สู้ด้วยสัญชาตญาณนักฆ่าที่ถูกปลุกขึ้นมา...ทุกการเคลื่อนไหว...ทุกการโจมตี...ล้วนมุ่งไปที่จุดตายของศัตรู...ลำคอ...หัวใจ...และช่องท้อง...
พลังจากแก่นอาคมแผ่นดินไหลเวียนไปทั่วร่าง...เสริมพละกำลังและความเร็วของเขาให้เหนือมนุษย์!
เขาทะลวงเข้าไปในกลุ่มศัตรู...ทำลายรูปแบบการจัดทัพของพวกมันจนปั่นป่วน...สร้างช่องว่างและจุดอ่อนขึ้นกลางแนวรบของข้าศึก!
เหล่าทหารสยามที่เคยตั้งรับอย่างสิ้นหวัง...บัดนี้กลับมีประกายแห่งความหวังลุกโชนขึ้นในดวงตา! พวกเขาไม่ได้มองเห็นเด็กหนุ่มที่บ้าบิ่นอีกต่อไป...แต่พวกเขาเห็น "เทพสงคราม" ที่กำลังต่อสู้อยู่เคียงข้างพวกเขา!
"ตามเด็กคนนั้นไป! อย่าให้เขาสู้คนเดียว!" นายกองคนเดิมตะโกนสั่งด้วยเสียงที่ฮึกเหิม "ตีมันกลับออกไป! รักษาประตูเมืองไว้!"
"เฮ!!!!!!!!!"
เสียงโห่ร้องของฝ่ายสยามดังกระหึ่มขึ้น! ขวัญกำลังใจที่เคยตกต่ำถึงขีดสุด...บัดนี้กลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า! พวกเขาเปลี่ยนจากแนวป้องกัน...เป็นการรุกกลับ! โดยใช้ร่างของคำอินทร์เป็นหัวหอกในการทะลวงฟัน!
แนวรบที่ปากประตูเมืองกลายเป็นการปะทะกันอย่างดุเดือดที่สุด! เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่ว!
คำอินทร์กลายเป็นศูนย์กลางของพายุแห่งคมดาบ...เขาไม่ได้สู้เพียงลำพังอีกต่อไป...แต่มีเหล่าทหารสยามผู้กล้าหาญคอยป้องกันปีกซ้ายและขวาให้! พวกเขาร่วมกันต้านทานคลื่นทหารพม่าที่ทะลักเข้ามา...และเริ่มผลักดันศัตรูกลับออกไปทีละคืบ...ทีละคืบ...
บนกำแพงเมืองที่อยู่สูงขึ้นไป...
เจ้าพระยาเพชรพิไชย เจ้าเมืองชากังราว...บุรุษวัยกลางคนในชุดเกราะเต็มยศ...กำลังยืนบัญชาการรบด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและแววตาที่คมกริบดุจเหยี่ยว
ท่านมองเห็นความโกลาหลที่ประตูเมืองเบื้องล่าง...ในใจของท่านเริ่มรู้สึกสิ้นหวังเมื่อเห็นว่าประตูเมืองกำลังจะถูกตีแตก...
แต่แล้ว...ท่านก็ได้เห็นภาพอันน่าเหลือเชื่อ...
ท่านเห็นแนวรบของฝ่ายตนที่กำลังจะแตกพ่าย...กลับรวมตัวกันและผลักดันศัตรูกลับไปได้อย่างน่าอัศจรรย์!
"เกิดอะไรขึ้นที่นั่น!" ท่านตะโกนถามนายทหารคนสนิท "เหตุใดขวัญกำลังใจของทหารจึงกลับมาฮึกเหิมได้ถึงเพียงนี้!"
นายทหารคนสนิทพยายามเพ่งมองฝ่าม่านควันและแสงไฟลงไปเบื้องล่าง...
"เรียนท่านเจ้าคุณ...ข้า...ข้าเองก็มองไม่ชัดเจน...แต่ดูเหมือนว่า...จะมีทหารกล้าผู้หนึ่ง...บุกทะลวงเข้าไปกลางวงล้อมของข้าศึกแต่เพียงผู้เดียว...และกำลังไล่สังหารพวกมันราวกับผักปลาขอรับ!"
เจ้าพระยาเพชรพิไชยขมวดคิ้ว "ทหารกล้างั้นรึ? จากหน่วยใดกัน? ข้าไม่เคยเห็นกระบวนท่าดาบเช่นนั้นมาก่อน!"
ในสายตาของจอมทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชน...ท่านมองเห็น "บางสิ่ง" ที่แตกต่างออกไป ณ ศูนย์กลางของการต่อสู้...มันไม่ใช่แค่ทหารกล้า...แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและรุนแรงเกินกว่ามนุษย์จะทำได้...เป็นดั่งพายุหมุนที่ดูดกลืนชีวิตของศัตรูเข้าไป...
และในจังหวะที่คลื่นทหารพม่าระลอกแรกถูกตีแตกกลับออกไปนอกประตูเมืองจนหมดสิ้น...เกิดเป็นช่องว่างชั่วขณะหนึ่ง...ท่านก็ได้เห็นร่างนั้นชัดเจนขึ้น...
ไม่ใช่ชายฉกรรจ์ในชุดเกราะ...แต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มผมเผ้ารุงรังในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ...ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางกองศพ...
แต่ยังไม่ทันที่ท่านจะได้ทันเอ่ยคำใด...
เสียงแตรของฝ่ายพม่าก็ดังขึ้นอีกครั้งจากอีกทิศทางหนึ่ง!
เจ้าพระยาเพชรพิไชยหันขวับไปมอง...และหัวใจของท่านก็เย็นวาบ...
ครานี้...บันไดพาดจำนวนนับไม่ถ้วนได้ถูกนำมาพาดเข้ากับกำแพงเมืองในส่วนที่การป้องกันเบาบางที่สุด! ทหารพม่าระลอกใหม่กำลังปีนป่ายขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับฝูงมด!
การโจมตีที่ประตูเมือง...เป็นเพียงแผนลวง!
"ศัตรูบุกขึ้นกำแพง! ไป! ไปสกัดพวกมันไว้!" เจ้าพระยาเพชรพิไชยชักดาบคู่กายออกจากฝัก...แล้ววิ่งนำทหารของท่านไปยังสมรภูมิแห่งใหม่ด้วยตนเอง...
สงครามที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น