รินก้าวเท้าลงมาจากคอนโดด้วยท่าทางที่ดูต่างจากภาพลักษณ์บนแทร็กอย่างสิ้นเชิง วันนี้เธออยู่ในชุดเสื้อแขนยาวพอดีตัวสีอ่อนและกางเกงขายาวที่ดูเรียบร้อยมิดชิด ผมที่เคยรวบเป็แกละสองข้างถูกปล่อยลงมาเป็หน้าม้าพริ้วไหว ส่วนด้านหลังรวบเป็หางม้าต่ำมัดไว้อย่างง่ายๆ นี่คือ “ริน”" ในโหมดปกติที่กานต์ตกหลุมรักมาั้แ่สมัยเรียนผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวและอ่อนโยน
ที่หน้าคอนโด ชัยกร ผู้จัดการทีมยืนรออยู่ข้างรถเก๋งซีดานสีขาวคันเก่าของเขา รินมองเขาด้วยสายตาแห่งความเคารพและขอบคุณเสมอมา สำหรับเธอ ชัยกรคือพี่ชายที่ทุ่มเทเพื่อทีมอย่างหนัก เขาคือคนที่วิ่งรอกหาอะไหล่และติดต่อสปอนเซอร์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ในยามที่ทีม Vortex Apex Racing กำลังล้มลุกคลุกคลาน
“พี่กรคะ... เื่สปอนเซอร์รายใหม่ที่ว่า...” รินเอ่ยถามด้วยความหวัง
ชัยกรมีสีหน้าอ้ำอึ้งและลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด “เขามีกำลังจ่ายสูงมากริน... สูงพอที่จะพาทีมเราไปถึงจุดที่ฝันไว้เลย แต่เขามีเงื่อนไขเดียว” เขาเว้นวรรค “คือรินต้องตกลงเป็ ‘ของเล่น’ ให้เขาตลอดอายุสัญญา”
รินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอหล่นวูบ แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกโกรธชัยกรเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอเข้าใจดีว่าสถานการณ์ของทีมในตอนนี้มันเข้าตาจนขนาดไหน เธอรู้ว่าพี่กรคงพยายามจนสุดความสามารถแล้ว และการที่เขาต้องมาพูดเื่ที่น่าลำบากใจแบบนี้กับเธอ มันคงเป็เพราะเขาไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ
“ของเล่น... มันหมายความว่ายังไงคะพี่กร?” รินถามเสียงแ่ หวังว่ามันอาจจะเป็แค่การเปรียบเปรย
ชัยกรหลบสายตาครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงแ่เบา “มันหมายความว่า... เขาจะมีสิทธิ์ในตัวรินทุกอย่างริน ไม่ว่าเขาจะ้าให้รินไปที่ไหน ทำอะไร หรือใช้ร่างกายรินปรนเปรอเขาแบบไหน... รินไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เขา้าให้รินเป็สิ่งของที่เขาสามารถหยิบมาหาความสุขได้ทุกเมื่อที่เขา้า”
คำอธิบายนั้นชัดเจนจนรินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ความผิดหวังถาโถมเข้ามาแทนที่ความหวังจนเธอแทบยืนไม่อยู่
“รินขอโทษนะคะพี่กร... รินขอบคุณที่พี่พยายามเพื่อทีมมาตลอด รินรู้ว่าพี่ลำบากใจที่ต้องมาบอกรินแบบนี้” รินส่ายหน้าช้าๆ แววตาเศร้าสร้อย “แต่รินให้เขาไม่ได้จริงๆ... รินรักกานต์ และรินยังมีศักดิ์ศรีของความเป็เมีย รินอยากจะซื่อสัตย์กับกานต์ไปตลอดชีวิต”
ชัยกรพยักหน้าอย่างช้าๆ แสดงท่าทีเห็นใจ “พี่เข้าใจริน... พี่ขอโทษจริงๆ ที่ต้องหยิบเื่นี้มาพูด พี่แค่อยากเห็นทีมรอด แต่ถ้ามันต้องแลกด้วยสิ่งนี้ พี่ก็ยอมรับการตัดสินใจของริน”
รินยกมือไหว้ลาพี่ชายที่เคารพด้วยความรู้สึกขอบคุณในความหวังดี ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าคอนโดไปพร้อมกับหัวใจที่หนักอึ้ง เพราะเธอเพิ่งจะปฏิเสธ “ลมหายใจสุดท้าย” ของทีมไปเพียงเพื่อรักษาศีลธรรมของตัวเอง
รินเดินหายเข้าไปในตัวอาคารคอนโดมิเนียมแล้ว ทิ้งให้ชัยกรยืนอยู่เพียงลำพัง ทันทีที่แผ่นหลังของหญิงสาวลับตาไป สีหน้าที่ดูพะอืดพะอมและลำบากใจเมื่อครู่ก็อันตรธานหายไปราวกับถอดหน้ากากออก ชัยกรกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถเก๋งสีขาวของเขา รถลำนี้ดูเรียบง่ายธรรมดาเหมือนรถพนักงานออฟฟิศทั่วไป ไม่ได้เก่าโทรมแต่ก็ไม่ได้หรูหราสะดุดตา ซึ่งมันเป็เกราะกำบังชั้นดีที่ทำให้ไม่มีใครสงสัยในตัวเขา
เมื่อเข้ามานั่งในรถและปิดประตูสนิท ชัยกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนทันที
“เรียบร้อยครับ ทุกอย่างเป็ไปตามแผน... ใช่ครับ ตอนแรกเธอก็ปฏิเสธตามฟอร์มคนดีนั่นแหละ แต่เชื่อผมเถอะ อีกไม่นานเธอต้องซมซานกลับมาหาผมเอง” ชัยกรหัวเราะหึในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความโลภ
“เื่เงินหนึ่งล้านบาทที่ตกลงกันไว้ อย่าลืมโอนเข้าบัญชีส่วนตัวผมตามที่คุยกันนะ... ใช่ครับ เงินก้อนนี้ไม่เกี่ยวกับงบสปอนเซอร์ของสโมสร อันนั้นคุณก็จ่ายไปตามระเบียบ ให้ผัวมันได้มีเงินซื้ออะไหล่ มีรถแข่งเป็ของเล่นแก้เซ็งไป ส่วนตัวริน... ผมรับรองว่าคุณจะได้เย็ดเธอสมใจแน่ จะทำอะไรกับเธอ จะเล่นท่ายากแค่ไหน หรือจะใช้งานเธอหนักยังไงก็ได้ทั้งนั้น เพราะตอนนี้ผมบีบให้เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
ชัยกรพิงหลังกับเบาะรถอย่างอารมณ์ดี ความจริงแล้วเป้าหมายเดียวที่เขาเลือกเข้ามาบริหารทีมเล็กๆ อย่าง Vortex Apex Racing ก็เพื่อผู้หญิงคนเดียวคือริน ทันทีที่เขาเห็นเธอในสนามแข่งครั้งแรก เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือ “สินค้าเกรดเอ” ที่จะทำเงินให้เขาได้อย่างมหาศาล ตลอดเวลาที่ผ่านมามีมหาเศรษฐีและเ้าของบริษัทหลายคนติดต่อเขามาเป็การส่วนตัว เสนอเงินใต้โต๊ะจำนวนงามเพื่อแลกกับการได้ “เชยชม” เรซควีนเบอร์หนึ่งคนนี้
เขาคือผู้อยู่เื้ัการแอบติดต่อดึงตัวช่างเครื่องฝีมือดีออกไป และเป็คนส่งสัญญาณให้สปอนเซอร์รายเก่าๆ ถอนตัว เพื่อสร้างสถานการณ์ “นรก” บีบให้ทีมล่มสลายและบีบให้รินจนมุม
“คนอย่างรินน่ะ ทั้งสวยทั้งซื่อสัตย์แบบโง่ๆ... ของแบบนี้แหละครับที่ตลาด้า และผมจะขายเธอให้ได้ราคาที่สุด”
เขาวางสายด้วยความกระหยิ่มใจ ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไปจากหน้าคอนโด ทิ้งคำลวงที่สร้างไว้เื้ัอย่างเืเย็น
รินเดินกลับเข้ามาในห้องพักด้วยหัวใจที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอพบว่ากานต์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาสวมชุดหมีของทีมที่เริ่มมีรอยเปื้อนคราบน้ำมันจางๆ เตรียมตัวจะออกไปที่ศูนย์รวมทีม กานต์หันมามองรินเพียงครู่เดียว แววตาของเขาดูว่างเปล่าแต่ก็แฝงไปด้วยการยอมรับความจริง เขาไม่ได้เอ่ยถามถึงผลการเจรจาแม้แต่คำเดียว เพราะเพียงแค่เห็นสีหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่หม่นแสงของภรรยา เขาก็เดาผลลัพธ์ออกได้ในทันที
ความเงียบที่ปกคลุมระหว่างทั้งสองคนนั้นกรีดลึกยิ่งกว่าคำตัดพ้อ กานต์เดินไปหยิบกุญแจรถและหมวกกันน็อกด้วยท่าทางที่ยังคงรักษาความเป็ระเบียบและวินัยของนักแข่งไว้อย่างดี แม้ในใจจะรู้ดีว่าความพยายามหลังจากนี้อาจจะเป็เพียงการนับถอยหลังสู่จุดจบ แต่เขาก็เลือกที่จะทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดจนวินาทีสุดท้าย
“กานต์... จะไปที่สโมสรเลยเหรอ” รินถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“อืม... ถึงทีมจะลำบาก แต่หน้าที่ของนักแข่งคือต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดริน ข้อมูลจากการแข่งคราวที่แล้วยังมีจุดที่ต้องวิเคราะห์เพิ่ม ผมอยากไปช่วยช่างดูตรงนั้นหน่อย” กานต์ตอบโดยไม่สบตา เขาไม่ได้กระโชกโฮกฮากหรือแสดงอาการโกรธเคืองที่รินหาเงินทุนมาไม่ได้ แต่นั่นยิ่งทำให้รินรู้สึกเ็ปมากขึ้นไปอีก
รินมองดูแผ่นหลังของสามีที่ดูแบกรับภาระไว้จนล้นไหล่ เธอรู้ดีว่ากานต์ทุ่มเทให้กับการเป็นักแข่งมากขนาดไหน แม้สถานการณ์จะล่อแล่ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์แบบที่สุด รินกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกที่ไม่ได้บอกความจริงเื่ "เงื่อนไข" ของสปอนเซอร์มันกลายเป็ก้อนแข็งๆ ที่จุกอยู่ที่ลำคอ เธอทำได้เพียงหยิบกระเป๋าแล้วเดินตามเขาออกจากห้องไปเพื่อมุ่งหน้าไปยังสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขา
เมื่อทั้งคู่มาถึงศูนย์รวมทีมแข่ง (Team HQ) ซึ่งเป็อาคารกึ่งโกดังหลังใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ Vortex Apex Racing ติดอยู่ด้านหน้า บรรยากาศภายในกลับไม่ได้ดูหดหู่เหมือนที่รินคิดไว้ ทุกคนยังคงประจำตำแหน่งหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน เสียงเครื่องมือช่างและเสียงปั๊มลมดังกึกก้องเป็จังหวะ ราวกับว่าข่าวเื่การยุบทีมเป็เพียงเื่โกหก
กานต์เดินตรงเข้าไปหา บาส ฝ่ายโลจิสติกส์ที่กำลังตรวจเช็กสภาพยางที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชุด ทั้งคู่เริ่มคุยกันเื่ฟีลลิ่งยางในสนามที่ผ่านมาด้วยท่าทางจริงจัง ในขณะที่ เต้ย ช่างไฟหนุ่มแว่นหนาก็กำลังก้มหน้าก้มตาเสียบสายพ่วงกับโน้ตบุ๊กเพื่อดึงค่าดาต้าจากกล่อง ECU ของรถแข่งลำเก่งออกมาวิเคราะห์รอบเครื่องยนต์ ส่วน เก่ง ผู้ช่วยช่างเครื่องตัวล่ำก็กำลังใช้ประแจขันน็อต่ล่างอย่างขะมักเขม้น
รินเดินผ่านกลุ่มช่างเข้าไปข้างใน แม้เธอจะอยู่ในชุดมิดชิดมัดหางม้าแบบปกติ แต่ด้วยรูปร่างที่ “ซ่อนรูป” ไม่มิด หน้าอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าออกมาจนเห็นส่วนเว้าโค้งชัดเจนก็ยังคงเป็จุดสนใจเสมอ สายตาของพวกช่างอย่างเก่งหรือเต้ยมักจะเหลือบมองมาที่หน้าอกหน้าใจของเธออยู่เป็ระยะยามที่เธอเดินผ่านหรือก้มลงหยิบของ
แต่สายตาเ่าั้ไม่ใช่สายตาแห่งความรักหรือความหลงใหลแบบชู้สาว พวกเขาเพียงแต่มองตามสัญชาตญาณผู้ชายที่เห็นสิ่งสวยงามและเย้ายวนใจ สำหรับช่างในทีม รินคือ “ของสวยงามประจำทีม” ที่ช่วยให้บรรยากาศเคร่งเครียดในอู่ดูซอฟต์ลงบ้าง แต่ความเคารพในฐานะเมียของนักแข่งหลักและพี่สาวร่วมทีมยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม
รินมองไปที่กานต์ซึ่งตอนนี้เข้าไปช่วยเก่งถอดแฟริ่งรถแข่งด้วยตัวเอง มือของเขาเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องสีดำสนิท ใบหน้าที่เคร่งเครียดนั้นไม่ได้แสดงถึงความท้อถอย แต่กลับแสดงถึงความรับผิดชอบที่อยากจะทำให้รถคันนี้สมบูรณ์ที่สุดก่อนที่มันจะไม่มีโอกาสได้วิ่งอีก
ความมุ่งมั่นของทุกคนในทีมที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเอง โดยไม่มีใครปริปากบ่นหรือถอดใจทิ้งทีมไปไหน แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้อาจไม่มีเงินค่าจ้างรออยู่ มันทำให้รินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบคั้นอย่างรุนแรง เธอเป็คนร่วมก่อตั้งทีมนี้มากับมือ เห็นทุกคนเหนื่อยมาด้วยกัน และตอนนี้เธอกำลังยืนมองความฝันที่ยังมีลมหายใจโรยรินนี้กำลังจะดับวูบลงเพียงเพราะคำปฏิเสธของเธอเมื่อเช้า
รินกวาดสายตามองไปรอบๆ ศูนย์รวมทีมที่เธอรัก ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพราะไม่สามารถทนเห็นความพยายามที่ไร้ทางออกนี้ได้อีกต่อไป
รินปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวายของเสียงเครื่องมือช่าง เธอเดินเลี่ยงเข้าไปในส่วนลึกของอู่ ซึ่งเป็ห้องทำงานกระจกใสที่เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลเก่าๆ และภาพถ่ายวันวาน เธอเห็น น้าชัย นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ในมือถือประแจที่เพิ่งเช็ดจนสะอาด เขากำลังจ้องมองรูปถ่ายใบหนึ่ง เป็รูปวันแรกที่ทีมคว้าอันดับ 3 มาได้ ในรูปนั้นรินยังดูเด็กกว่านี้มาก เธอใส่แว่นหนาเตอะยืนยิ้มเขินๆ อยู่ข้างกานต์และน้าชัย
"น้าชัยคะ..." รินทักเสียงเบา
ชายสูงวัยเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูให้เธอ "อ้าว ริน มาหาไอ้กานต์มันเหรอ? เห็นมันไหมล่ะนั่น... มุดอยู่ใต้ท้องรถเหมือนตอนที่เริ่มตั้งทีมใหม่ๆ เลยนะ"
รินพยายามฝืนยิ้มตอบ "น้าชัยยังอารมณ์ดีเสมอนะคะ ทั้งที่... ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้มัน..."
น้าชัยหัวเราะเบาๆ พลางวางประแจลง "รินเอ๊ย... ความฝันของคนแก่แบบน้าน่ะ มันไปถึงจุดสูงสุดั้แ่วันที่เห็นพวกเราเอาทีมเล็กๆ ขึ้นไปยืนบนโพเดียมได้แล้วล่ะ ความฝัน MotoGP น่ะ ใครๆ ก็หัวเราะเยาะน้าตอนที่น้าเริ่มพูดถึงมัน แต่น้าก็ได้ลองสู้กับมันมาแล้ว ถึงวันนี้จะยังไม่ชนะเลิศ แต่การได้เห็นกานต์มันขับ ได้เห็นรินคอยเชียร์ และได้เห็นพวกไอ้เก่งไอ้เต้ยมันทำงานด้วยกันแบบนี้ น้าก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจแล้ว"
น้าชัยหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งแกร่งสั่นไหวเล็กน้อย "ที่จะเสียดายก็แค่... ถ้ายุบทีมตอนนี้ พวกเราทุกคนที่รวมกันมาเพราะชื่อ Vortex Apex Racing ก็คงต้องแยกย้ายกันไปตามทาง น้าสงสารพวกเด็กๆ มัน... แล้วก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าไม่มีสนามแข่งให้ไป กานต์มันจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ยังไง เพราะมันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ"
คำพูดของน้าชัยเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของริน เธอเบือนหน้ามองออกไปนอกห้องกระจก เห็นกานต์กำลังเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาแต่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการปรับจูนโช้คอัพอย่างไม่ละสายตา เขาปฏิเสธทีมใหญ่เพื่ออยู่ที่นี่... เขายอมเหนื่อยและลำบากเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของทีมเล็กๆ ที่เขารัก
รินรู้สึกจุกในอกจนแทบหายใจไม่ออก เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ อู่ที่ซอมซ่อแห่งนี้ แต่มันกลับเต็มไปด้วยจิติญญาและความทุ่มเทของสมาชิกทุกคนที่เธอกอดคอร่วมสร้างมา เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บจี๊ด ความซื่อสัตย์ต่อสามีที่เธอเคยยึดถือเมื่อเช้าเริ่มสั่นคลอนด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่กว่า
‘ถ้าฉันยอมเสียสละเพียงคนเดียว... ความฝันของทุกคนก็จะไปต่อได้ใช่ไหม?’
รินหันกลับมามองน้าชัยอีกครั้ง แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็ความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเ็ป “มันก็ไม่แน่นะคะน้าชัย... บางทีปาฏิหาริย์อาจจะมีจริง สปอนเซอร์รายใหญ่อาจจะกำลังเดินทางมาหาเราก็ได้”
“น้าก็หวังอย่างนั้นริน... น้าก็หวังอย่างนั้น” น้าชัยยิ้มตอบอย่างมีความหวัง
รินเดินออกจากอู่ไปเงียบๆ เธอเดินไปยังมุมอับหลังโกดังที่ไม่มีใครเห็น ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาและความร้อนของแทร็กแข่งที่อยู่ไกลออกไป รินหยิบโทรศัพท์มือถือที่มือยังสั่นเทาขึ้นมา เธอเลื่อนหาเบอร์ที่โทรเข้ามาเมื่อเช้า... เบอร์ของ ชัยกร
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนหน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดมิดชิดสะท้อนขึ้นลงแรงๆ ก่อนจะกดโทรออก เสียงสัญญาณดังเพียงสองครั้งปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะรอคอยอยู่แล้ว
“ว่าไงริน... เปลี่ยนใจแล้วเหรอ?” เสียงของชัยกรเต็มไปด้วยความผู้เหนือกว่า
รินเงียบไปอึดใจใหญ่ เธอมองไปที่ประตูอู่ที่กานต์กำลังทำงานอยู่ น้ำตาหนึ่งหยดไหลอาบแก้มก่อนที่เธอจะปัดมันออกอย่างรวดเร็ว เธอตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรีที่ภาคภูมิใจลงแทบเท้าความฝันของคนทั้งทีม
“ผู้จัดการคะ... เื่ที่คุยกันเมื่อเช้า...” รินพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “รินตกลงค่ะ... รินจะรับข้อเสนอนั้น พี่ช่วยประสานงานกับสปอนเซอร์ให้ทีนะคะ รินยอมทำตามเงื่อนไข... ทุกอย่าง”
ปลายสายดูลังเลและเป็ห่วง “รินแน่ใจนะว่าจะเอาแบบนี้จริงๆ”
“รินแน่ในค่ะถ้ามันจะช่วยทีมได้”
“โอเคถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ไปรับเดียวชุด race queen ไว้ด้วยล่ะ”
รินวางสายลงอย่างช้าๆ มือของเธอตกอยู่ข้างลำตัว แววตาของเด็กเรียนผู้เรียบร้อยในวันวานแตกสลายหายไป เหลือเพียงเรซควีนที่กำลังจะกลายเป็สินค้าในกามเทพเพื่อแลกกับลมหายใจของคนที่เธอรักที่สุด