“กรี๊ด ช่วยด้วย”
ทีดาส เด็กหนุ่มสะดุ้งด้วยความใเขาค่อยๆลืมตามองเหตุการณ์รอบๆตัวเขา สิ่งที่เห็นเป็สิ่งที่น่าสยดสยองเกินคำบรรยายศพเพื่อนของเขาแต่ละคนแขนขาฉีกขาด อวัยวะภายในกองลงกับพื้นดินเต็มไปด้วยเื“นี้มันอะไรกัน” ความคิดของเขาย้อนไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น
แฮ๊กๆ เสียงเหนื่อยหอบจากการวิ่งสุดกำลังของเด็กหนุ่มรูปร่างผอมแห้งราวกับผู้หญิง
“มันอยู่ทางนี้ วิ่งไปดักให้ที” เด็กหนุ่มหัวโจกออกคำสั่ง
พวกเด็กนักเลงตัวสูงใหญ่วิ่งอ้อมไป ดักเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบาง “มันอยู่ทางนี้ แจ็คกี้” เด็กหนุ่มไร้ทางหนี โดยกลุ่มนักเลงล้อมไว้ 4คน แต่ละคนร่างกายกำยำแข็งแรง อายุราว 20 ปี
“แหม่ แหม่ แหม่ เ้าหนุ่มน้อยหน้าหวาน จะวิ่งไปทางไหน” แจ็คกี้เด็กหนุ่มที่สูงใหญ่กว่าพรรคพวกทั้งหมดดูก็รู้ทันทีว่าน่าจะเป็หัวหน้ากลุ่มแก๊งอันธพาลนี้
“นายจะตามมาทำไม เงินก็ให้ไปหมดแล้ว”ทีดาสเด็กหนุ่มร่างกายบอบบางมองดูด้วยสายตาที่หวาดกลัว
“เ้านายกระทืบมันเลยไหมเ้านาย”ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“เดี๋ยวก่อนพรรคพวกยังไม่ถึงเวลา ขอต่อรองธุรกิจกันก่อน ได้ข่าวว่าพ่อแม่แกทิ้งเงินไว้ก้อนโตทำไมเอามาให้แค่1,000 ซิล เองละ” แจ๊คกี้พูดขึ้นเมื่อพูดเสร็จก็ง้างหมัดชกเข้าที่เป้าตาของเด็กหนุ่ม สร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าอันธพาล
“พรุ่งนี้ถ้าแกไม่เอาเงินมาให้ทั้งหมดอย่าหวังมีชีวิตรอดเลย ไอ้ตุ๊ด” แจ็คกี้เรียกลูกน้องทั้งหมดรุมทำร้ายอย่างไม่ปราณีก่อนจะทิ้งร่างที่มีแต่รอยาแนอนกองอยู่กับพื้น เด็กหนุ่มโดนทำร้ายจนหมดสติกว่าจะได้สติประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อได้สติเขารู้สึกเวทนาตัวเองที่อ่อนแอไร้ซึ่งกำลังแค่จะรักษาชีวิตตัวเองก็เห็นจะเป็เื่ยากแล้ว เด็กหนุ่มเดินโซเซจนถึงบ้าน
เด็กหนุ่มมองดูรูปภาพพ่อแม่ที่กำลังยิ้มอยู่ เขารู้สึกอีกทีน้ำตาเขาไหลพราก
“พ่อกับแม่ไปอยู่ไหนกัน ทำไมทิ้งให้ผมต้องอยู่คนเดียวแบบนี้”เด็กหนุ่ม รู้สึกคิดถึงพวกเขาจนเกินคำบรรยายชีวิตแต่ก่อนมีคนค่อยดูแลเอาใจใส่ดุจเทวดาแต่ปัจจุบันกลับไม่มีใครเห็นค่าเปรียบเหมือนหมาข้างถนนเมื่อจำต้องอยู่คนเดียวเขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดูแลตัวเองให้ได้เขาได้แต่กล่าวโทษความโง่เหงาของมนุษย์ที่้าความสะดวกสบาย โดยการเชื่อมประตูมิติโลกมนุษย์เข้ากับอีกมิติที่ไม่รู้จักเพื่อหาทรัพย์กรมาใช้ในประดิษฐ์อุปกรณ์อำนวยความสะดวกรวมถึงวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีแต่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็ภัยแก่มนุษย์ มิติที่ถูกเปิดออกกลับเป็มิติที่มีแต่เหล่ามอนสเตอร์ที่ดุร้ายมีมอนสเตอร์บางส่วนหลุดออกมาทำให้มนุษย์จำต้องใช้อาวุธอนุภาพสูงสุดโจมตีอย่างสุดความสามารถถึงจะรอดพ้นวิกฤติในครั้งนั้นได้ แต่นี้มันแค่เพียงจุดเริ่มต้นของภัยที่จะตามมา จึงต้องค้นหาวิธีเพื่อปิดประตูมิตินี้ มิติที่ถูกค้นพบใหม่ถูกเรียกว่า มิติอสูรอาจเป็เพราะเหล่ามอนสเตอร์ที่มีความดุร้ายฆ่าผู้คนอย่างไม่ปราณีปราศรัยไม่ต่างกับผักปลาจึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าพวกมันเหมือนกับอสูรร้ายที่จะมาล้างโลกใบนี้
ทุกประเทศช่วยกันอย่างสุดความสามารถจัดตั้งรัฐบาลโลกขึ้นเพื่อหยุดภัยพิบัติเหล่านี้และรวบรวมนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของทุกประเทศเข้าร่วมงานวิจัยเพื่อปิดประตูมิติแต่มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งค้นพบวิธีเพิ่มความสามารถให้กับมนุษย์โดยให้มนุษย์เข้าไปพัฒนาความสามารถทักษะต่างๆได้ในมิติอสูรและระบบนี้ถูกตั้งชื่อไว้ว่า วาเทรียนระบบที่ทำให้มนุษย์ธรรมดากลายเป็นักรบที่สามารถก่อกรกับเหล่าอสูรร้ายได้อย่างสบายในปัจจุบันมีคนที่สามารถรอดชีวิตจากระบบวาเทรียน เพียง 20 คน เท่านั้นซึ่งทางรัฐบาลโลกยังเก็บทุกอย่างเป็ความลับ ผู้คนที่รอดชีวิตออกมาได้ถูกเรียกว่า นักรบวาเทรียน รัฐบาลโลก้านักรบวาเทรียนจำนวนมากเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ จึงได้มีการติดตั้งระบบวาเทรียนไว้กับมนุษย์ทุกคนแต่มีน้อยคนที่กล้ามากพอที่จะเข้าไปในระบบนี้ ในระบบนี้ทุกคนจะได้รับภารกิจและระยะเวลาที่ต้องผ่านภารกิจนี้ถ้าหมดเวลาแล้วภารกิจยังไม่สำเร็จผู้เล่นจะเสียชีวิต หรือถ้าผู้เล่นถูกฆ่าภายในมิติอสูรผู้เล่นจะเสียชีวิตทันทีเมื่อมีความเสี่ยงขนาดนี้จึงไม่ใช้ทุกคนที่อยากจะเข้าไปในระบบวาเทรียน คงเหลือแต่เพียงพวกที่บ้าหรือไม่ก็พวกที่โง่เท่านั้นที่อยากได้ความแข็งแกร่งขนาดที่กล้าเดิมพันด้วยชีวิต
เด็กหนุ่มเปิดระบบวาเทรียนขึ้นด้วยจิต ภาพที่เห็นเป็ภาพรางๆขึ้นเป็ข้อความว่า
[คุณ้าเข้าไปในระบบวาเทรียนหรือไม่]
เพียงแค่เขาชี้นิ้วไปแค่คำว่าใช้ มันอาจหมายถึงการทิ้งชีวิตไปเลยเด็กหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่พ่อแม่จะถูกนำตัวไป
“พ่อกลับบ้านมาช้าจังครับ” ทีดาสในวัย 18 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“วันนี้มันวันสำคัญนี้จะกลับมาช้าได้ไง มันต้องรีบมาจัดงานวันเกิดให้ใครน้า”ผู้เป็พ่อกล่าวขณะถือกล่องของขวัญชิ้นใหญ่
“พวกหนุ่มๆ กลับมาแล้วหรอแม่เตรียมอาหารไว้เยอะเลย”แม่พูดขณะเดินถืออาหารไปวางที่โต๊ะ
“นี้เป็ของขวัญของลูกรัก” พ่อยื่นกล่องของขวัญขนาดใหญ่ให้
ในใจของเด็กหนุ่มตอนนั้นอดตื่นเต้นกับของขวัญที่พ่อยื่นให้ เขาอดนึกถึงเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ที่เฝ้ารออยากเป็เ้าของมานานแสนนานพ่อแม่ของทีดาสเป็นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงพวกเขาสร้างผลงานมากมายมีหลายผลงานได้รับรางวัลระดับประเทศ ถึงพวกเขาจะมีรายได้มากมายแต่พวกเขาพยายามสอนให้ลูกของเขารู้จักคุณค่าของเงินโดยไม่ซื้อของที่ฟุ่มเฟือยให้ เพื่อเป็การฝึกให้ลูกมีนิสัยประหยัดมัธยัสถ์รู้คุณค่าของเงินทุกๆซิล
(เป็หน่วยเงินในยุคนี้ ซึ่งเป็ปี ค.ศ. 203X เป็ยุคที่แต่ละประเทศถูกรวมกันเป็ทวีป และมีหน่วยเงินเป็ซิลใช้กันทั่วโลก)
เด็กหนุ่มพยายามจะแกะห่อของขวัญ
“ยังไม่ถึงเวลา พ่อหนุ่มน้อยไว้เป่าเค้กก่อนดีกว่าไหม”พ่อกล่าวห้ามพร้อมทั้งยิ้มให้
หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรง เขาอยากแกะกล่องของขวัญใจจะขาด “เรารีบเริ่มกันเลยดีไหมครับ”
การฉลองวันเกิดของพ่อแม่ลูก 3 คน ดูเรียบง่าย อาหารต่างๆ รวมถึงเค้กถูกจัดแบบสบายๆไม่ได้ดูหรูหราสมฐานะ แต่แลดูอบอุ่น ่เวลานี้เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขที่สุด มันเป็่เวลาที่พ่อและแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เพียงเท่านี้เขาก็ไม่้าอะไรอีกแล้ว
ในระหว่างที่ทีดาสกำลังจะเริ่มเป่าเค็ก
ก๊อกๆๆ
งานเลี้ยงถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู
“ขอโทษครับ ด็อกเตอร์วิลสันกับ ด็อกเตอร์ซาริส อยู่ไหมครับ”
พ่อเปิดประตู เห็นทหารประดับเครื่องแบบเต็มยศ จำนวน 10 นายพวกเขาเดินทางด้วยเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถลงจอดอย่างไร้เสียง ไม่แปลกใจที่ครอบครัวของทีดาสไม่รู้สึกถึงการมาเยือน
“ผมขอเชิญตัว ด็อกเตอร์วิลสัน กับ ด็อกเตอร์ซาริสเดินทางไปห้องวิจัยที่ทางรัฐบาลโลกจัดไว้ โดยด่วน ครับผม”นายทหารผู้หนึ่งกล่าวอย่างเข้มแข็ง
“เดินทางตอนนี้เลยหรอ พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางได้ไหม” ด็อกเตอร์วิลสันกล่าวอย่างมีอารมณ์
“ไม่ได้ครับ มันเป็คำสั่งด่วน เพราะเหตุการณ์ปัจจุบันไม่สู้ดีนัก มิติอสูรถูกเปิดออกและเกรงว่าอสูรที่น่ากลัวกว่าเก่าจะหลุดออกมาครับผม” นายทหารกล่าวด้วยวาจาสุภาพ
“นั้นผมขอเวลาอยู่กับครอบครัว 10 นาที” ด็อกเตอร์วิลสันกล่าวนายทหารรู้จักมารยาทอย่างดีถึงจะเร่งด่วนขนาดไหนแต่เวลานี้เป็่เวลาที่ต้องรู้จักคำว่ารอ
ทีดาสดูเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยอาการกังวล ค่ำคืนที่มีความสุขของเขาถูกขัดขวางด้วยรัฐบาลโลก
“ทีดาสลูกพ่อ ลูกคงต้องอยู่คนเดียวแล้วนะพ่อกับแม่ไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ และยิ่งไม่แน่ใจว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า”พ่อพูดทั้งน้ำตา
แม่ของเด็กหนุ่มวิ่งเข้ากอด ตามด้วยพ่อของเขา ทั้งสามคนกอดกันหลั่งน้ำตา เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดในวันเกิดของทีดาสเด็กหนุ่มที่อายุเพียง18 ปี ต่อจากนี้ไปต้องเผชิญโลกด้วยตัวคนเดียว มันเป็ของขวัญที่ย้ำแย่ที่์มอบให้แก่เขา
“พ่อจะโอนเงินมาให้ในบัญชีของลูก ลูกตั้งใจเรียนหนังสือนะและไม่ต้องตามหาพ่อแม่”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นครือ
พ่อมองตาเด็กหนุ่มแล้วกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่น “ต่อไปนี้ลูกต้องเข็มแข็งคนที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้”
แม่ของเด็กหนุ่มได้แต่กอดและร้องไห้ไม่หยุดเหมือนกับว่าการเห็นหน้าลูกชายครั้งนี้จะไม่มีโอกาสในครั้งต่อไป
ทหารพาพ่อแม่ของทีดาสขึ้นเครื่องด้วยอาการเร่งรีบ เขาเห็นเพียงแผ่นหลังของพ่อและน้ำตาของแม่ ในบ้านที่เคยอบอุ่นเหลือเพียงเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวเขามองของขวัญกล่องใหญ่ น้ำตาไหลพรากโดยไม่กล้าเปิดออกมา
“เป็เวลา 5 ปีแล้ว สินะ ที่ต้องอยู่แบบอ่อนแอ”หลังจากที่พ่อแม่ถูกเรียกตัวไป ทีดาสต้องอยู่เพียงคนเดียวและโดนรังแกจากเหล่าอันธพาลทั้งทำร้ายร่างกายและขูดรีดทรัพย์สินโดยมีแจ็คกี้ที่เป็หัวโจก เขาอดคิดไม่ได้ชีวิตที่ถูกรังแก ถูกรีดไถ่เงิน ชีวิตที่อ่อนแอเช่นนี้ สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าคำที่พ่อฝากไว้ยังก้องอยู่ในหูของทีดาส “ลูกต้องเข็มแข็งคนที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะสามารถอยู่รอดได้”ถึงเวลาแล้วที่เด็กหนุ่มต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“ตายเป็ตาย ดีกว่าอยู่แบบอ่อนแอไร้ค่าแบบนี้” เขามองดูาแหลายแห่งบนร่างกายและอดยิ้มให้กับชีวิตของตัวเองที่พอไร้พ่อแม่แล้วไม่ต่างอะไรกับขยะ
เด็กหนุ่มมองข้อความที่ขึ้นมา
[คุณ้าเข้าไปในระบบวาเทรียนหรือไม่]
เขายิ้ม ก่อนที่จะกดปุ่มใช้ ...