สีหน้าของทริสตันพลันเคร่งขรึมลงทันที เขาเอ่ยขอตัวกับสามสาวก่อนจะรีบตรงไปยังห้องทำงาน ทันทีที่บานประตูเปิดออก ความตึงเครียดก็เข้าปกคลุม... บุคคลทั้งสามยืนรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นผู้ปกครองหนุ่มเดินเข้ามา ทุกคนก็พร้อมใจกันโค้งกายทำความเคารพ ชายหนุ่มพยักหน้ารับเรียบ ๆ ขณะก้าวไปทรุดกายลงนั่งหลังโต๊ะทำงาน แล้วเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยโดยไม่เสียเวลา
“ในเมื่อพวกเจ้ามีเรื่องด่วนสำคัญจะรายงาน ก็ว่ามาได้เลย”
อาร์วินไม่รอช้า รีบรายงานทันที
“เรียนท่านผู้ปกครอง ผู้น้อยได้รับแจ้งจากกลุ่มพ่อค้าที่เดินทางมายังซิลเวอร์เรสต์ว่า พวกเขาถูกกลุ่มโจรที่มีจำนวนมากดักปล้นชิงทรัพย์ แถมยังลงมือฆ่าฟันอย่างเหี้ยมโหด แม้บางขบวนจะรอดมาได้เพราะมีผู้คุ้มกันฝีมือดี แต่ก็มีอีกหลายขบวนที่โชคร้าย... ถูกพวกมันฆ่าล้างขบวนแล้วกวาดทรัพย์สินไปจนหมดครับ”
ทริสตันขมวดคิ้วแน่น สีหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน “เรามีคำสั่งกวาดล้างโจรในแถบนี้ไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ แล้วพวกมันโผล่มาจากไหนอีก! พวกทหารลาดตระเวนปล่อยให้คนพวกนี้เล็ดลอดสายตาไปได้ยังไงกัน!” จบประโยค เขาพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง ปัง!
เธอาเห็นอารมณ์ของผู้ปกครองหนุ่มก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นทันที
“เรียนท่านผู้ปกครอง จากการสอบถามทหารลาดตระเวน ดูเหมือนโจรพวกนี้จะเป็นกลุ่มที่มาจากนอกเขตปกครองของเราค่ะ พวกมันซุ่มโจมตีเสร็จก็รีบถอยร่นออกนอกพื้นที่ลาดตระเวนไปทันที... แต่ยังโชคดีที่ตอนทหารของเราออกไล่ล่า สามารถกุมตัวพวกมันไว้ได้บางส่วนค่ะ”
ผู้ปกครองหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์เดือดดาลที่ปะทุขึ้นภายใน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกดดัน “แล้วพวกโจรที่จับได้... มันยอมง้างปากสารภาพอะไรออกมาบ้างแล้วหรือยัง?”
เอ็ดการ์รีบรายงานกลับทันที “ผู้น้อยสอบเค้นพวกมันจนได้ความแล้วครับ... โจรกลุ่มนี้แท้จริงแล้วคือคนของผู้ว่าการเมืองแวนการ์ดที่ถูกส่งมาครับ”
สีหน้าทริสตันฉายแววประหลาดใจ สายตาคมกริบจ้องมองเอ็ดการ์อย่างตั้งคำถาม
“เอ็ดการ์... เจ้าแน่ใจหรือว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง? คนระดับผู้ว่าการ หากคิดจะบงการอยู่เบื้องหลังจริง มีหรือจะยอมเผยตัวให้พวกโจรชั้นปลายแถวรู้ว่าใครเป็นคนบงการ?”
“ผู้น้อยมั่นใจครับ” เอ็ดการ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาแน่วแน่ปราศจากความลังเล
“เพราะหนึ่งในโจรที่จับได้ เป็นถึงน้องชายของลูกเขยผู้ว่าการเมืองแวนการ์ด มันจึงรู้เรื่องนี้มาจากพี่ชายของมันครับ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้น้อยยังให้คนวาดภาพเหมือนของชายผู้นี้ ส่งไปให้สายข่าวในแวนการ์ดช่วยตรวจสอบ... ซึ่งได้รับการยืนยันกลับมาแล้วว่า ชายคนนี้คือน้องชายของลูกเขยผู้ว่าการจริงไม่ผิดตัวแน่ครับ”
ปัง! เสียงกำปั้นทุบลงบนโต๊ะดังสนั่น เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผาก จิตสังหารก่อตัว ทริสตันกัดฟันพูดด้วยความโมโห
“เจ้าผู้ว่าการบัดซบนั่น... ที่มันกล้ากำเริบเสิบสานก็เพราะคิดว่ามี ไอ้คอร์วินคอยคุ้มกะลาหัวอยู่สินะ... ช่างโง่เขลานัก... ดี! อาร์วิน เจ้าจงจัดทัพทหารห้าพันนาย บุกโจมตีแวนการ์ด แล้วเอาหัวของมันกลับมาให้เรา!”
คำสั่งนั้นทำให้อาร์วินเย็นวาบไปทั้งตัว เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มใบหน้า ชายหนุ่มชั่งใจอยู่นานด้วยความลังเลว่าจะเอ่ยปากเตือนดีหรือไม่... แต่สุดท้ายก็กลั้นใจเอ่ยออกไป
“ท่านผู้ปกครอง ได้โปรดระงับโทสะลงก่อนเถอะครับ! หลักฐานที่เราจะใช้เป็นข้ออ้างในการยกทัพครั้งนี้ยังมีน้อยเกินไป ลำพังแค่คำให้การของตัวน้องเขยของผู้ว่าการ... น้ำหนักยังไม่มากพอจะมัดตัวมันได้ หากฝ่ายนั้นยืนกรานปฏิเสธ เราก็ไร้เหตุผลอันชอบธรรมที่จะบุกเข้าโจมตี
ยิ่งไปกว่านั้น... การเคลื่อนทัพโจมตีเมืองโดยปราศจากพระราชโองการจากจักรพรรดิธีโอดอร์ ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายจักรวรรดิ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เมืองรอบข้างยกทัพเข้าบดขยี้เราได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สภาพของเราในเวลานี้... ยังไม่พร้อมรับศึกรอบด้านเช่นนั้นได้เลย! ดังนั้น ผู้น้อยขอความกรุณาท่านผู้ปกครอง ได้โปรดอดทนอดกลั้นไว้เพื่อการณ์ใหญ่ในวันข้างหน้าด้วยเถอะ!”
พูดจบ เขาก็น้อมกายลงต่ำ ก้มหน้านิ่งค้างไว้ในท่าทางนั้นเพื่อรอรับฟังคำตอบ
เมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมและได้ฟังคำทัดทานเช่นนั้น ทริสตันก็พลันได้สติ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ค่อย ๆ ดับลง... อันที่จริง เขารู้ดีแก่ใจถึงข้อจำกัดเหล่านี้ แต่เพราะโทสะชั่ววูบแท้ ๆ ที่บดบังสติปัญญาจนออกคำสั่งสิ้นคิดออกไป ต่อไปจะมีคำสั่งอะไรเขาจะต้องคิดให้รอบคอบมากกว่านี้…
“เอ็ดการ์ เจ้าเงยหน้าขึ้นมาเถอะ”
ทริสตันเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย สายตามองไปทาง เอ็ดการ์ ที่ยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นมาโดยตลอด
“เอ็ดการ์... เจ้าพอจะมีแผนการดี ๆ สำหรับรับมือกับสถานการณ์ในตอนนี้บ้างหรือไม่?”
“เรียนท่านผู้ปกครอง... ผู้น้อยคิดว่า แผนตอบโต้ที่ดีที่สุดในยามนี้ คือการ หนามยอกเอาหนามบ่ง ครับ”
เอ็ดการ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งราบเรียบ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา
คำพูดนั้นทำเอาดวงตาของทริสตันลุกวาวขึ้นมาทันใด เขาเข้าใจแนวทางแผนการของอีกฝ่ายทันที ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจ
“ดี! ดีมาก! ในเมื่อมันเล่นเล่ห์เหลี่ยมใส่เราก่อน เราก็แค่ตอบโต้กลับด้วยแผนเดียวกันเลย จะได้ไม่ถือว่าเสียเปรียบ! ต่อให้อีกฝ่ายจะรู้หรือจับคนของเราได้ แล้วอย่างไรเล่า? ขอแค่ไม่ใช่คนสำคัญจริง ๆ ของฝ่ายเราเสียอย่าง ย่อมยืนกรานปฏิเสธได้อยู่แล้ว พวกมันจะทำอะไรเราได้?!”
ทริสตันละสายตากลับมาที่ผู้บัญชาการทหารหนุ่ม “อาร์วิน... เจ้าคิดว่าแผน หนามยอกเอาหนามบ่ง ของเอ็ดการ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
อาร์วินนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อประเมินผลดีผลเสีย ก่อนจะพยักหน้ายอมรับในที่สุด
“แผนนี้ผู้น้อยเห็นด้วยครับ เรามีกองกำลังที่เชี่ยวชาญการรบแบบกองโจรอยู่แล้ว การส่งคนพวกนี้ปลอมตัวเป็นโจรแล้วไปก่อกวนฝั่งนั้น นอกจากจะสร้างความเสียหายแล้ว ยังเป็นการสั่นประสาทให้พวกมันระแวง จนต้องคิดหนักหากคิดจะส่งกำลังคนมาก่อเรื่องกับเราอีก”
ทริสตันเผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ดวงตาส่องประกายสังหาร
“ทางเราต้องตอบโต้ให้หนักหน่วงกว่าที่พวกมันทำไว้สิบเท่า! เหอะ! กล้ามากระตุกหนวดเสือถึงเพียงนี้ ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลย!”
“เอ็ดการ์! เจ้าไปวางแผนปิดตายพวกมันซะ บีบให้พวกมันอึดอัดจนอกแตกตายอยู่ภายในเมืองนั่นแหละ! ต่อแต่นี้ไป... ใครก็ตามที่จะเข้าออกแวนการ์ด ให้หน่วยทหารกองโจรของเราไปดักปล้นชิงและก่อความวุ่นวายให้สิ้น!
เรื่องกำลังคน... ตามข้อมูลที่เรามีก็ชี้ชัดว่าฝั่งเราเหนือกว่าพวกมันหลายเท่า นี่ยังไม่นับรวม อาวุธพัฒนาใหม่ ที่เราเพิ่งยกระดับอานุภาพขึ้นมาอีก... พวกมันไม่มีทางสู้เราได้แน่!”
“ผู้น้อยรับทราบคำสั่งครับ” เอ็ดการ์ตอบรับเสียงนิ่งเรียบ
ทริสตันพยักหน้าพอใจกับท่าทางตอบรับชายหนุ่ม แต่เขานึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะมองไปที่หญิงสาว
“จริงสิ... ฤดูหนาวใกล้เข้ามาทุกที แต่ทหารลาดตระเวนที่เฝ้าระวังตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ จะหย่อนยานลงไม่ได้โดยเด็ดขาด! เธอา... เจ้าจงเพิ่มกำลังคนลงพื้นที่เส้นทางของขบวนพ่อค้าที่ใช้สัญจร แจ้งพวกพ่อค้าให้รวมกลุ่มเป็นขบวนใหญ่ก่อนออกเดินทาง จะได้คอยช่วยเหลือดูแลกันเองได้... ทว่าอย่างไรเสีย ก็ต้องจัดทหารของเราประจำการคุมเส้นทางไว้ด้วย เราขอฝากเรื่องนี้ไว้ในมือเจ้าด้วยล่ะ”
“ผู้น้อยรับทราบคำสั่งคะ” หญิงสาวตอบรับเสียงดังหนักแน่น
“อาร์วิน เจ้าไปหารือกับเอ็ดการ์เรื่องแวนการ์ดให้เรียบร้อย แล้วก็เรื่องทหารเกณฑ์ใหม่... และเรื่องการฝึกทหารต่อให้หน้าหนาวมาเยือน การฝึกก็ห้ามหยุดลงเด็ดขาด! แค่ลดการฝึกกลางแจ้งลง แล้วปรับการฝึกตามความเหมาะสมก็พอ เราไม่อยากได้ชื่อว่าทำทหารตัวเองหนาวตายก่อนได้ออกรบหรอกนะ จำไว้ว่าปีหน้า... ดินแดนนี้จะไร้ซึ่งความสงบสุขอีกต่อไปแล้ว ทหารเก่ง ๆ ที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีทุกคน คือสิ่งที่เราขาดไม่ได้เด็ดขาด!”
“ผู้น้อยรับทราบคำสั่งครับ” เสียงดังหนักแน่นดังขึ้นพร้อมกับการโค้งตัวลงด้วยความเคารพ
ผู้ปกครองหนุ่มเห็นก็ยกยิ้ม ก่อนจะหันไปมองทางเสนาธิการหนุ่ม เอ่ยเสียงเรียบ
“เอ็ดการ์... เราได้อ่านรายงานและแผนงานปรับปรุงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เจ้าเสนอมาแล้ว นับว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่... แต่ละหน่วยงานจะนำไปปรับใช้ได้มากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ จะพิจารณา ยามที่พวกเขามีข้อสงสัยเรื่องไหน เจ้าก็ช่วยอธิบายเหตุผลให้ละเอียดด้วยล่ะ
แล้วก็… อย่าลืมแผน หนามยอกเอาหนามบ่ง สำหรับครั้งนี้ด้วย นี่คือเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุดอันดับหนึ่ง! เมื่อทำเสร็จแล้ว ให้นำไปให้อาร์วินกับเธอาช่วยกันดู แล้วพวกเจ้าก็ประชุมวางแผนกันเลยว่าจะลงมืออย่างไร หรือต้องปรับแก้ตรงไหนเพิ่มเติม พอได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายแล้ว ค่อยส่งแผนงานมาให้เราตรวจสอบพิจารณาอีกที”
“ผู้น้อยรับทราบคำสั่งครับ” เสนาธิการหนุ่มตอบเสียงนิ่งเรียบกลับ
เมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจหน้าที่ของตนดีแล้ว ทริสตันจึงเอ่ยอนุญาตให้ทั้งหมดแยกย้าย แต่ทันทีที่ทั้งสามก้าวพ้นประตูห้อง ก็พบ ฟิโอร่า กับ เบียทริซ ยืนรออยู่ภายนอก พวกเขารีบโค้งคำนับให้สตรีทั้งสองด้วยความนอบน้อม ซึ่งฝ่ายหลังก็ตอบรับด้วยความสุภาพ แล้วจึงปล่อยให้ทั้งสามไปทำธุระของตนต่อ
เมื่อสองสาวก้าวเข้าไปในห้อง ภาพของทริสตันที่นั่งเอนหลังหลับตา นวดหน้าผากด้วยสีหน้าไม่สู้ดีพลันปรากฏแก่สายตา... แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาเห็นหญิงสาวทั้งสองตรงหน้า รอยยิ้มมีความสุขก็ผุดขึ้นบนใบหน้าชวนให้บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้าสลายไปทันตา ชายหนุ่มกวักมือเรียกพวกเธอให้ขยับเข้ามาใกล้
“พวกเจ้าทั้งสองคนนั่งพักกันในห้องนี้ก่อนสิ... เราต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องรีบปลีกตัวออกมากลางคันเช่นนั้น”
เขายิ้มบาง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาเบนไปมองน้องสาว “ว่าแต่อาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากเจ้าไหม... ฟิโอร่า?”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ขอบตาของฟิโอร่าก็พลันเห่อแดงขึ้นมาทันที เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“อื้อ... อาหารมื้อนี้อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ ท่านพี่ทริสตัน”