เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 59 ถูกโต้กลับ!!


    ตลาดหุ้นเริ่มตกหนักขึ้นทุกทีๆ ไอ้วรเดชมันร้ายกาจมาก ผู้จัดการกองทุนหญิงผมหยิกรีบพูด
    “ฉันว่าเราควรขายหุ้นก่อนนะ”
    ผมส่ายหน้า ผมรู้ดีว่าถ้าขายหุ้นจะเกิดอะไรขึ้น
    ตั้งแต่ตั้งกองทุนกลางเป็นต้นมา พวกผมใช้เงินหลายหมื่นล้านในการระดมซื้อหุ้น ถ้าผมสั่งเทขาย แน่นอนผมจะได้กำไรอยู่บ้าง แต่ที่จะเกิดขึ้นก็คือ
    ตลาดพัง!
    ตลาดหุ้นพังแน่นอนเพราะว่าวรเดชมันชวนพวกต่างชาติขายชอตหุ้นซึ่งก็ทำให้หุ้นตกพอสมควรแล้ว ถ้าพวกผมซึ่งเป็นกองทุนเทขายหุ้นซ้ำเข้าไปอีก ตลาดจะรับไม่ไหว แมงเม่าไม่มีทางรับการขายของกองทุนและต่างชาติพร้อมๆ กันได้แน่
    ผมรีบเกลี้ยกล่อมว่า “ถ้าเราขายหุ้นตอนนี้ ตลาดจะยิ่งตกหนักนะครับ แผนที่จะเราจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นของตลาดก็จะหายไป สิ่งที่เราทำก็จะเสียเปล่า”
    ผู้หญิงผมหยิกตอบ “แล้วจะทำยังไง จะใช้เงินรับหุ้นไปเรื่อยๆ เหรอ ถ้าทำแบบนั้น เราอาจติดดอยก็ได้ ซึ่งจะทำให้เราเสียหายหนัก”
    ผู้จัดการกองทุนหัวล้านบอก “ถ้าเราไม่ขาย คนอื่นก็ขายอยู่ดี ต้องรีบตัดสินใจ”
    ต่างคนต่างความคิด ผู้จัดการกองทุนแต่ละคนล้วนมีความสามารถ งัดเหตุผลมาถกเถียงกันไม่หยุด ผมเองก็ไม่ได้เป็นผู้บริหารกองทุนมาก่อน ไม่ได้มีอำนาจอะไรเหนือพวกเขา
    รอให้เหล่าผู้บริหารเถียงกันสักพัก ผมค่อยพูดขึ้น
    “ทุกคนใจเย็นก่อนครับ เงินที่เราใช้ซื้อหุ้นคือเงินของผู้มาซื้อหน่วยลงทุนใช่ไหม?”
    ทุกคนต่างพยักหน้า“การซื้อหน่วยลงทุนบางคนซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี บางคนซื้อเพื่อลงทุนระยะยาว เราไม่จำเป็นต้องเล่นตามเกมวรเดช ซื้อๆ ขายๆ หุ้นหรอกครับ”
    ธีร์ถาม “แล้วเธอจะให้เราทำยังไง?”
    “เราจะทำให้แผนวรเดชสำเร็จไม่ได้ ถ้าเราแพ้ ก็หมายถึงตลาดแพ้ด้วย กองทุนคือเจ้ามือของตลาดหุ้น เราต่างหากที่ต้องคุมตลาด ไม่ใช่วรเดชและต่างชาติ”

    คุณเคยได้ยินคำว่าเจ้ามือไหม? เจ้ามือในตลาดหุ้นหมายถึงคนที่อยู่เบื้องหลังการปั่นหุ้น บังคับราคาหุ้นขึ้นตกให้เป็นไปตามต้องการ คนนั้นเรียกว่าเจ้ามือ
    แต่สำหรับเมืองไทยแล้ว ในอดีตต่างชาติเคยมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากๆ แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศพัฒนามากขึ้น คนไทยเล่นหุ้นเยอะขึ้น รู้จักการลงทุนมากขึ้น เจ้ามือไม่ใช่ต่างชาติ แต่เป็นกองทุน!
    กองทุนคือเจ้ามือของตลาดหุ้นอย่างแท้จริง มีเงินหลายแสนล้านที่จะรับหุ้นได้ ส่วนเงินมาจากไหนน่ะเหรอ ก็มาจากนักลงทุนและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลที่มาซื้อหน่วยลงทุนไง
    บางรัฐบาลที่มีเงินมากๆ อยากปั่นหุ้นเพื่อหาเงินก็ใช้วิธีโอนเงินผ่านกองทุนให้กองทุนช่วยปั่นหุ้น ทำให้ภาพลักษณ์เศรษฐกิจดูดี สร้างคะแนนนิยมก็มี
    ดังนั้นกองทุนคือเจ้ามือของตลาดหุ้นไทย
    ถ้ากองทุนสู้ ต่างชาติแม้จะพยายามทุบหุ้นไทยก็ไม่สำเร็จง่ายๆ เว้นแต่ปัจจัยลบมันเยอะจริงๆ จนกองทุนใช้เงินรับหุ้นไม่ไหว

    ผมบอก “ทุกคนครับ เราจะซื้อหุ้นและเล่นลอง (Long-เล่นขึ้น) ในเซ็ทห้าสิบด้วย ผมจะต้องสอนให้วรเดชมันเข็ดหลาบ”
    ทุกคนมีสีหน้าตกใจ ผู้หญิงผมหยิกถาม
    “อะไรนะ เล่นขึ้นอีกเหรอ?”
    “ครับคุณอ้วน ต้องเล่นขึ้นนะครับ”
    คุณอ้วนบอก “เราได้กำไรอยู่ตอนนี้ จะไปหาเรื่องทำไม ถ้าสู้กันเราอาจจะแพ้ก็ได้”
    ผมส่ายหน้า “เราจะปล่อยให้คนที่ทำร้ายตลาดหุ้น ปั่นหุ้นทั้งตลาดขึ้นลงเล่นตามใจชอบเป็นคนชนะเหรอครับ ถ้าทำแบบนั้น เกิดวรเดชทุบหุ้นจนดิ่งเหว ตลาดพังไปหมดแล้ว เราจะมาแก้ก็ไม่ทันแล้วนะ เราตั้งศูนย์ประชุมกลางขึ้นมาเพื่อสู้กับวรเดชไม่ใช่เหรอครับ?”
    ทุกคนต่างนิ่งเงียบ
    ผู้จัดการกองทุนหัวโล้นที่ชื่อนครบอก
    “เอาแบบนั้นก็ได้ ขืนให้มั่นป่วนตลาดหุ้นลากขึ้นลากลงแบบนี้ อีกหน่อยคนได้เลิกเล่นหุ้นกันหมด”
    “ถึงไม่เลิกเล่น ตลาดก็สูญเสียความเชื่อมั่นแน่นอนครับ” ผมบอก
    “งั้นลองสั่งสอนไอ้วรเดชกัน” คุณนครพูด
    ผมพยักหน้าและสั่งการซื้อหุ้นทันที

    เมื่อเปิดตลาดหุ้นภาคบ่าย ผมเริ่มจากเล่นลองในเซ็ทห้าสิบก่อนเพื่อเล่นขึ้น จากนั้นสั่งซื้อหุ้นเพื่อไล่ราคาหุ้นขึ้นไป ตลาดหุ้นดีดจาก 1490 จุดขึ้นไป 1500 จุดในช่วงภาคบ่าย
    พอตลาดแตะ 1500 จุด ก็มีแรงเทขายลงมา
    ลูกน้องคนหนึ่งพูด
    “แรงเทขายในเซ็ทห้าสิบเยอะมากครับ ไม่แค่นั้นนะ หุ้นธนาคาร โรงพยาบาล และพลังงานขนาดกลางก็โดนเทขายด้วย!”
    ดัชนีลงจาก 1500 เหลือ 1490 จุดอีกครั้งในเวลาครึ่งชั่วโมง ผมสั่งให้ไล่ราคาขึ้นไปอีก แต่มันไม่ได้ผล ตลาดขึ้นแค่เล็กน้อยสุดท้ายก็ตกดัชนีเหลือ 1488 จุดดัชนีเหลือ 1485 จุด
    พอตลาดลงแรงเท่านั้นแหละ แรงเทขายก็ออกมาทันที ธีร์บอกว่า
    “ทำไมแรงเทขายเยอะแบบนี้ เราจะรับไหวได้ยังไง?”
    ผมรู้ว่าวรเดชตอนนี้มีเงินเหลือเยอะมากเพราะได้กำไรมาจากรอบก่อนหน้าที่ทั้งเล่นขึ้นและตก พวกต่างชาติบางส่วนก็ด้วย ตอนนี้มันมีเงินทุนไปชอตหุ้นได้สบาย

    สรุปวันนี้ตลาดหุ้นปิดไปที่ 1482 จุด ผมคำนวณดูแล้ว พวกผมไล่ซื้อหุ้นตั้งแต่ 1390 จุด ไล่ไปถึง 1520 จุด วันนี้ซื้อเพิ่มไปอีก ทำให้ต้นทุนของพวกผมอยู่ที่ 1460 จุด โดยประมาณ ถ้าต่ำกว่า 1460 จุด พวกผมจะขาดทุน พวกเราต่างเลิกงานกันด้วยความเคร่งเครียด

    ผมขับรถกลับบ้านเห็นวรเดชออกข่าวอีก นักข่าวถามถึงสถานการณ์ตลาดหุ้น วรเดชบอกว่า
    “หุ้นจะลงได้อีกเยอะครับ ช่วงนี้เศรษฐกิจไทยและโลกถดถอย ตลาดหุ้นคงต้องซึมในระยะยาว ผมอยากให้ทุกคนเก็บเงินสดไว้เยอะๆ เพื่อรอซื้อหุ้นตอนถูกแบบผม”
    ผมรู้วรเดชมันจะให้ทุกคนเลิกลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อตลาดหุ้นซบเซา มันก็จะยิ่งทุบหุ้นง่ายขึ้นเพราะไม่มีคนไปไล่ซื้อหุ้น มีแต่แรงขายเป็นส่วนใหญ่
    คำพูดของมันแต่ละคำดูเหมือนหวังดีแต่เต็มไปด้วยแผนการ

    เช้าวันต่อมา ผมรีบไปทำงานอีกครั้ง เปิดตลาดเช้ามาไม่กี่นาที ดัชนีหลุด 1380 จุด เหลือ 1370 จุดอย่างรวดเร็ว ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
    “ซื้ออีก!” ผมสั่ง
    ผมสั่งซื้อและเล่นลองในเซ็ทห้าสิบ แต่ราคาหุ้นยังตกลงไม่หยุด พนักงานคนหนึ่งพูด
    “แย่แล้วคุณรณรงค์”
    “อะไร?”
    พนักงานบอก “เช้าวันนี้จีนรายงานตัวเลขการผลิตสินค้าและตัวเลข GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ-ใช้วัดขนาดเศรษฐกิจประเทศ) ซึ่งบวกเพียงแค่ 1% ต่ำสุดในรอบหลายสิบปี!”
    ช่วงเศรษฐกิจจีนดีๆ GDP บวกถึงปีละ 10% กว่า แต่ส่วนใหญ่จะบวกอยู่ที่ 6% ตอนนี้บวกเหลือเพียง 1% ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่!
    ผมรีบกดโทรศัพท์ดูตลาดหุ้นฮั่งเสงของฮ่องกงและตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ของจีนซึ่งมักจะขึ้นลงตามตัวเลขเศรษฐกิจจีน มันติดลบแดงเถือก!
    พอตลาดหุ้นจีนแดงเถือก ตลาดหุ้นไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็พลอยแดงหนักไปด้วย มันกระทบถึงประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
    ดัชนีหุ้นไทยตอนนี้ตกไปเหลือ 1465 จุดแล้ว !
    ผมเข้าใจแล้ว วรเดชมันคงรู้ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจประเทศสำคัญทั่วโลกมาก่อน มันเลยกล้าเล่นตกอีกรอบ มันมีเพื่อนเป็นต่างชาติเยอะ ย่อมมีข้อมูลมาก
    ความรู้เรื่องหุ้นต่างประเทศของผมต่างกับวรเดชลิบลับ!

    คุณนครพูดขึ้น“ราคาน้ำมันตกหนักอีกแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ 26 ดอลล่าห์ต่อบาร์เรลเท่านั้น!”
    พอตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดี ราคาน้ำมันก็ต้องตกตาม เพราะน้ำมันคือตัวสะท้อนเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง
    โอย พอน้ำมันตกตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
    หุ้นพลังงานในไทยก็ต้องตกไง!
    ตลาดหุ้นไทย หุ้นน้ำมันพวก ปตท. มีน้ำหนักในตลาดมากที่สุด พอมันตกก็พลอยดึงตลาดหุ้นภาพรวมให้ตกหนักขึ้นไปอีก
    ดัชนีหลุด 1460 จุด พวกผมเข้าจุดขาดทุนเรียบร้อย
    “ฉันบอกให้ขายก่อนก็ไม่เชื่อ” คุณอ้วนบอก
    “ใช่ ขายแต่แรกก็จบแล้ว จะไปฝืนดันมันทำไม?” ผู้จัดการกองทุนคนหนึ่งอายุประมาณห้าสิบกว่าปีบอก
    เสียงโวยวายด่าผมไม่หยุด เวลาสู้ก็สู้ร่วมกันแท้ๆ แต่พอพลาดขึ้นมา โดนอยู่คนเดียวเลยกู
    ผมบอก “รอหุ้นตกให้มากกกว่านี้ เราค่อยเข้าไปซื้ออีกก็ได้ครับ”
    “ขาดทุนหมดแล้วจะซื้ออะไรอีก!” คุณนครพูด
    “แต่เราจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้นะครับ” ผมบอก
    “ไม่ได้เหรอ ตอนแรกเรากำไรอยู่แท้ๆ ไม่ได้แพ้อะไรเลย คุณบอกให้สู้ต่อทำให้พวกเราขาดทุน” คุณนครตอบ

    หลังจากเราเลิกงาน ผมกลับไปบ้านหาข้อมูลอย่างหนัก ตลาดหุ้นดาวโจนส์ของอเมริกาก็ตกหนักเช่นกัน เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรงจริงๆ
    วันต่อมาตลาดหุ้นตกลงไปเหลือ 1440 จุด ลงไปอีก 15 จุด พวกวรเดชมันคงชอตหุ้นไม่หยุดจริงๆ ผู้จัดการกองทุนต่างเถียงกันไม่หยุดว่าจะขายหุ้นที่มีอยู่ดีหรือเปล่า เพราะถ้าขายนอกจากจะขาดทุนแล้ว ยังจะเป็นการไปช่วยวรเดชมันทุบหุ้นด้วย
    ส่วนผมได้ยืนยันว่าไม่ต้องขาย…
    วันนี้ตลาดหุ้นปิดที่ 1443 จุด ติดลบแดงเถือก ขณะผมขับรถกลับบ้านก็มีเสียงเมสเซสดังขึ้น
    ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูพบเป็นข้อความ
    “กรรมการกองทุนมีมติปลดคุณรณรงค์ออกจากกรรมการแล้ว พรุ่งนี้คุณรณรงค์ไม่ต้องมาประชุมที่กองทุนอีก ขอบคุณที่ช่วยเหลือกันมาตลอด”
    ผมใจหายวาบ การที่ผมทำกองทุนขาดทุน ทำให้ผมโดนปลดเหรอเนี่ย!

    จบตอนที่ 59โดนปลดกลางอากาศเข้าซะแล้ว พล็อตจะทำไงต่อ เรื่องราวจะเป็นยังไง เป็นรองวรเดชทุกประตูแบบนี้ หรือพล็อตจะแพ้จริงๆ?


    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน