
เจมส์กับฮั่วเดินเข้ามาในอาคารผ่านประตูหลักด้านหน้าขององค์กรซึ่งเป็ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ
หลุยส์กำลังนั่งรออยู่บนโซฟาก็เอ่ยปากถามเจมส์กับฮั่วที่พึ่งเดินทางมาถึงองค์กร “เป็ไงบ้าง ได้อะไรเพิ่มเติมไหม”
“เสียง มีเสียงเเหลมๆเกิดขึ้นก่อเกิดอุบัติเหตุ แต่เราไม่รู้ว่าเป็เสียงอะไร และนั้นอาจเป็เหตุให้สตราเสียชีวิต” เจมส์เอ่ยพร้อมนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับฮั่วด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
“ฉันคิดว่าน่าจะเป็เสียงะเิ อาจเป็ะเิเสียงหรือะเิแสง หรือทั้งคู่” ฮั่วบอกสิ่งที่เธอคิดให้ทั้งคู่ฟัง เพราะฮั่วคิดว่ามีความเป็ไปได้มากที่สุด
“อืม.....เป็ไปได้ แต่แค่นั้นไม่น่าจะทำให้สตราตายและที่สำคัญจุดเกิดเหตุเ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบร่องรอยของะเิ” หลุยส์เอ่ย
“อาจใช้วิธีอื่นควบคู่กันหรือใช้เสียงเป็ตัวล้อ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและจัดฉากให้เหมือนเป็อุบัติเหตุ” ฮั่วเอ๋ย
“รายงานท่านผู้นำไหน” เจมส์พูดก่อนที่เขาจะหยิบขวดนำ้ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่ม
“รอท่านกลับมาก่อน ตอนนี้น่าจะเดินทางถึงประเทศรัสเซียแล้ว”
“ใครเป็ผู้ติดตามท่านเมสัน” ฮั่วถาม
“คมสัน”
.
.
.
.
อาคารศูนย์ปฏิบัติการ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
ในขณะนี้ผู้นำองค์กรทุกสาขามาประชุมกัน ห้องประชุมมีขนาดเล็ก ไม่มีหน้าต่าง มีช่องระบายอากาศอยู่บนเพดาน แสงไฟในห้องประชุมสว่างไสว ผนังและเพดานโดยรอบสีนํ้าเงินเข้ม ตรงกลางห้องมีโต๊ะรูปวงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ทุกคนนั่งบนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหากันเป็รูปวงกลม
**การพูดคุยในที่ประชุมเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่เพื่อความสะดวกต่อการอ่านและเป็นิยายภาษาไทย ผู้แต่งขออนุญาตใช้ภาษาไทยในการเขียน**
“มาช้าเหมือนเคยไอ้เพื่อนยาก” มูราจผู้นำองค์กรสาขาอิหร่านกล่าว
“ระหว่างการเดินทาง เครื่องบินมีปัญหานิดหน่อยทำให้มาประชุมสาย” มาร์คผู้นำองค์กรสาขาอาร์เจนตินากล่าวขณะเดินมานั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง
“เอาละ มากันครบแล้วก็เริ่มประชุมกันเลย จะได้ไม่เสียเวลา” เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียกล่าว (เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียเป็ผู้ให้เงินสนับสนุนแก่องค์กร ผู้คนในองค์กรจึงเรียกว่า “ผู้สนับสนุนหลัก บางครั้งเรียกว่าผู้สนับสนุนอย่างไม่เป็ทางการ”)
เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียหยิบกระดาษที่เขียนรายงานการประชุมขึ้นมาดู ก่อนพูดว่า “วันนี้เรามีสามประเด็นหลักมาพูดคุยกัน ประเด็นแรก การเสียชีวิตของสมาชิกในองค์กร ประเด็นที่สองการปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาด ประเด็นสุดท้ายการสร้างสาขาใหม่ มาเริ่มประเด็นแรกกันก่อน ตอนนี้สมาชิกขององค์กรเราเสียชีวิตไปแล้ว 13 ศพ ยังหาคนร้ายไม่ได้ เบาะแสก็ไม่มี ผมไม่อยากให้ใครตายเพิ่มอีกไม่ว่าใครก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าไม่มีเหตุผลให้ปิดบังเื่นี้กับสมาชิกคนอื่นๆอีกต่อไป เพราะหลังจากประกาศเื่นี้แล้ว เราจะคอยดูพฤติกรรมสมาชิกทุกคน ใครทำตัวแปลกไป ทำตัวน่าสงสัย ทุกคนในองค์กรจะได้ระวังตัว คนร้ายจะทำงานได้ยากขึ้น และเราจะใช้วิธีรุกหาคนร้าย ไม่ใช้การตั้งรับอีกต่อไป” เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียกล่าวด้วยนํ้าเสียงอันหนักแน่นและทรงพลัง “ทุกท่านคิดอย่างไร”
“ผมเห็นด้วย ถ้าใช้วิธีนี้คนทรยศอาจโผล่ออกมาเองก็ได้” มูราจเอ่ย
“ดิฉันเห็นด้วย” โอลิเวียผู้นำองค์กรสาขาคิวบายกมือขึ้นก่อนกล่าว
“ทุกท่านลงคะแนนเสียงครับ” เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียกล่าว ผู้นำองค์กรทุกคนลงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดนั้นทำให้ผลสรุปประเด็นแรกเป็มติเอกฉันท์ “เราจะประกาศข่าวนี้ในอีก 2 วัน ให้ทุกคนในองค์กรรับทราบ…เอ่ย…ผมเกือบลืมไปเื่นึง ผมจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อคอยสืบหาคนร้าย คนในหน่อยพิเศษทุกคนเป็สมาชิกองค์กรทั้งหมด”
“ตามนั้นละ” เมสันกล่าว
“ประเด็นที่สอง ไตรมาสที่ผ่านมายอดขายลดลง ถึงแม้องค์กรแต่ละสาขาจะทำธุรกิจต่างกัน มีการดำเนินงานต่างกัน ผลิตภัณฑ์และบริการแตกต่างกัน แต่ผลประกอบการโดยรวมถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่งผลให้กำไรลดลงด้วยเช่นกัน ที่สำคัญองค์กรมีค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มมากขึ้น องค์กรเราต้องปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มยอดขาย ่ชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา ผมฝากทุกท่านวางแผนกลยุทธ์ใหม่ด้วยครับ”
“รับทราบครับท่านนายพล” มูราจกล่าว
“ไม่ต้องเป็ห่วงครับ” เมสันบอก
“ประเด็นสุดท้ายในวันนี้ การเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลายฝ่ายส่งคำร้องขอเื่การเปิดสาขาใหม่มาที่เรขาของผม ผมอยากทราบความคิดเห็นทุกท่านครับ”
“ผมคิดว่าไม่ควรเปิดสาขาใหม่ในตอนนี้ เพราะองค์กรเรามีผลประกอบการไม่ค่อยดี การเปิดสาขาใหม่ใช้เงินทุนสูงมาก รวมทั้งปริมาณผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นมีจำนวนไม่มากพอ” เมสันกล่าวเสียงดังชัดเจน
“ผมคิดว่าการเปิดสาขาใหม่ในตอนนี้ไม่เหมาะสม ควรเลื่อนไปก่อน แล้วมาตัดสินใจกันอีกครั้ง” มูราจเอ่ย
“ผมเห็นด้วยกับทั้งสองท่านตอนนี้ไม่เหมาะสม” มาร์คกล่าว
ตึงงงง!!! เสียงทุบโต๊ะดังลั่นห้องประชุม ทำให้ผู้นำทุกคนหันหน้าไปมองทิศทางของเสียงนั้น “ทุกท่านครับ เราลืมเจตจำนงของผู้ก่อตั้งไปแล้วหรือป่าวครับ องค์กรเราสร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลืุ์กลายพันธุ์ เป็องค์กรการกุศล ไม่แสวงหาผลกำไร ผู้ก่อตั้งฝากให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราขยายสาขาองค์กรไปทั่วโลก ต้องมีสาขาทุกประเทศ อย่างน้อยประเทศละหนึ่งสาขา ผมคิดว่าการช่วยเหลือผู้คนสำคัญกว่าผลประกอบการ ดังนั้นเราควรขยายสาขาเพิ่มครับ” เสียงทุ้มของอาชูร่ามีร่องรอยของมนต์สะกดกลั้นอารมณ์โกรธปนกับความรู้สึกโมโหเอาไว้ อาชูร่าผู้นำองค์กรสาขาแอลจีเรีย เป็ผู้นำหนุ่มไฟแรงที่อายุน้อยที่สุด ด้วยนิสัยเฉียบขาดและเป็คนตรงไปตรงมาของเขา ภายในเวลาไม่กี่ปี เขาผงาดขึ้นมาเป็ผู้นำองค์กรได้อย่างรวดเร็ว
“ใจเย็นก่อนคุณอาชูร่า” เมสันกล่าวเพื่อเตือนสติผู้นำหนุ่มไฟแรงผู้นี้
“ดิฉันเห็นด้วยกับอาชูร่า” อมิเลีย ผู้นำองค์กรสาขาเยอรมนีกล่าวแสดงความคิดเห็น
“ผมไม่เคยลืมเจตจำนงของผู้ก่อตั้ง ผมเห็นด้วยกับการสร้างสาขาใหม่ แต่ในตอนนี้ไม่เหมาะสม ถึงแม้องค์กรเราจะเป็องค์กรการกุศลก็ต้องใช้เงิน ทั้งจ่ายค่านํ้าค่าไฟ ค่าแรงพนักงาน ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าซ่อมบำรุง ถ้าไม่มีความพร้อมจะส่งผลกระทบกับสมาชิกในองค์กรทั้งหมด” มูราจพูดด้วยนํ้าเสียงหนักแน่นเด็ดขาดรวมถึงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังสุดๆ
“เอาละทุกท่าน เริ่มลงคะแนนเสียงกัน” เซอร์ จอร์ดี้ วิตอเรียกล่าว ผู้นำองค์กรแต่ละสาขายกมือออกเสียง ผลโหวตแตกออกเป็ 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก 7 คนโหวตเลื่อนการเปิดสาขาใหม่ อีกฝ่าย 6 คนโหวตเปิดสาขาใหม่เพราะพวกเขาเห็นว่ามีความจำเป็ คะแนนสูสีมากต่างกันเพียง 1 เสียง และผู้สนับสนุนหลักโหวตเลื่อนการเปิดสาขาใหม่นั้นทำให้คะแนนชนะ 8 ต่อ 6
เมสันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนาฬิกา พบว่าอีก 1 ชั่วโมงงานศพสตราจะเริ่มขึ้น “ทุกท่านครับได้เวลาไปงานแล้วครับ”
ผู้นำองค์กรทั้งสิบสามคน ผู้สนับสนุนหลักและผู้ติดตามเดินทางไปงานศพสตราด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล
.
.
.
.
คํ่าคืนอันหนาวเหน็บมาเยือน หิมะค่อยๆตกลงมาจากฟากฟ้า หลังจากเสร็จสิ้นงานศพของสตรา อาชูร่าเดินเข้ามาขอพูดคุยกับเมสันตัวต่อตัวในขณะที่ผู้นำองค์กรคนอื่นๆญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงของสตราเดินออกมาจากโบสถ์เพื่อเดินทางกลับ
**การพูดคุยลับๆระหว่างอาชูร่ากับเมสันเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด**
เมสันกับอาชูร่าเดินเข้าไปนั่งคุยกันในรถส่วนตัวสีดำเข้มของอาชูร่า “แฟรงค์ คุณรออยู่ข้างนอกก่อนนะ”
“รับทราบครับท่านผู้นำ”
“เชิญครับคุณเมสัน” อาชูร่าเปิดประตูรถยนต์ด้านหลังคนขับให้เมสันเข้าไปนั่งก่อนแล้วตนเองค่อยตามเข้าไป
เมสันกดปุ่มเปิดหน้าต่างด้านข้างของรถยนต์เพื่อบอกคมสันซึ่งเป็ผู้ติดตาม “คมสันรอผมอยู่ข้างนอกก่อนนะ”
“ครับท่าน”
“มีอะไรหรือป่าวครับ” นํ้าเสียงนุ่มทุ้มปลายเสียงปนแหบของเมสันเอ่ยพร้อมกดปุ่มปิดหน้าต่าง
“ผมสงสัยว่ามีคนทรยศหักหลังต่อองค์กรของเราและหนึ่งในนั้นอาจเป็ระดับผู้นำองค์กร”
“ทำไมคุณคิดอย่างนั้นละ”
“ในงานศพผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเสียใจ ความรู้สึกโศกเศร้าระทมทุกข์ แต่ในขณะเดียวกันผมรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็น ความโลภ ความอยากได้อยากมี คุณเมสันมีพลังจิตเหมือนกับผม คุณน่าจะรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมครับ ผมไม่ได้หลอนหรือคิดไปเองใช่ไหม”
“ผมก็รู้สึกเหมือนกัน ตอนแรกผมนึกว่าผมคิดไปเอง แต่ถ้าคุณรู้สึกเหมือนกันคงเป็ความจริง แล้วคุณสงสัยใคร”
“ผมยังไม่รู้ ผมคิดว่าจะปรึกษาเื่นี้กับผู้สนับสนุนหลัก”
“เป็ความคิดที่ดีครับ แต่ต้องระวังตัวด้วยจอร์ดี้อาจเป็คนทรยศ”
“ผมได้ยินมาว่าคุณเติบโตมากับจอร์ดี้ใช่หรือป่าว แล้วทำไมถึงไม่ไว้วางใจจอร์ดี้”
“คนทรยศอาจเป็ใครก็ได้ในองค์กร ควรระวังตัวไว้ก่อน”
“หรือว่าคนทรยศจะเป็คุณเมสันเอง”
“ทำไมคิดอย่างนั้นละ”
อาชูร่าขำดังลั่น “ผมล้อเล่น ถ้าคุณเป็คนทรยศจริงผมก็คงรู้แล้ว เพราะผมมีพลังจิตที่รับรู้ความรู้สึกนึกคิดได้รวดเร็วและแม่นยำมากที่สุดในองค์กร คุณลืมไปหรือป่าว”
“นั้นนะสิ”
อาชูร่ายิ้มที่มุมปาก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” เมสันเอ่ย
“ขอบคุณครับที่สละเวลามา”
“ระวังตัวด้วย”
“ครับ”

เมสันออกเดินทางไปสนามบินั้แ่เช้ามืดเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุด ระหว่างการเดินทางไปสนามบิน โทรศัพท์เมสันดังขึ้น หน้าจอโทรศัพท์โชว์เบอร์โทรของมูราจ เมสันไม่รอช้ารับสายโทรศัพท์ในทันที
**การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างมูราจกับเมสันเป็ภาษาอังกฤษ**
เมสัน : สวัสดีครับ
มูราจ : ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน
เมสัน : อยู่บนรถ…กำลังเดินทางไปสนามบินเพื่อกลับประเทศไทย มีอะไรหรือป่าว
มูราจ : เมื่อคืนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้อาชูร่าและผู้ติดตามอีกสองคน เสียชีวิตในทันที
เมสัน : รู้ได้ยังไงว่าเป็อุบัติเหตุ
มูราจ : ตำรวจท้องถิ่นสันนิษฐานไว้อย่างนี้
เมสัน : ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด
เมื่อเมสันวางสายโทรศัพท์มือถือ เขาบอกให้คนขับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางทันที
อุบัติเหตุรถคว่ำ มันคุ้นๆเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับสตราเลย มันไม่น่าจะใช่อุบัติเหตุ แต่เป็การจัดฉากให้เหมือนเกิดอุบัติเหตุมากกว่า คนร้ายต้องเป็คนในองค์กรแน่นอน....สตรา.....อาชูร่า พวกคุณไม่ต้องเป็ห่วงผมจะจับตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้ หลับให้สบายนะเพื่อน ในตอนนี้เมสันมีความฮึกเหิมมาก เขา้าจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะไม่อยากให้ใครต้องเสียชีวิตอีก ไม่ว่าใครทั้งนั้น
ณ สถานีตำรวจ
เมื่อเมสันเดินทางมาถึงพบมูราจเดินเข้ามาทักทาย
**การพูดคุยทั้งหมดใน่เวลานี้เป็ภาษาอังกฤษ แต่เพื่อความสะดวกต่อการอ่านและเป็นิยายภาษาไทย ผู้แต่งขออนุญาตใช้ภาษาไทยในการเขียน**
เมสันลงจากรถแท็กซี่พร้อมกับคมสัน (คมสันเป็ผู้ติดตามของเมสัน)
“ตำรวจมีเื่อยากสอบถามคุณ เกี่ยวกับเื่ที่คุณพูดคุยกับคุณอาชูร่าเมื่อคืนก่อน”
“เข้าใจละ”
“คุณพูดคุยอะไรกับอาชูร่า”
“เื่ผู้ต่อสงสัยว่าใครคนทรยศ”
“อืม อย่างนี้นี่เอง แปลว่ามีคนทรยศและอาจเป็ผู้นำองค์กร เมื่ออาชูร่ารู้นั้นทำให้เขาโดนเก็บ”
“ใช่แล้วผมก็คิดอย่างนั้น”
ทันใดนั้นมีเ้าหน้าที่ตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศเดินมาหาเมสัน
“สวัสดีครับ ผมอเล็กซานเดอร์ เ้าหน้าที่ตำรวจที่รับมอบหมายให้สืบสวนคดีการตายของอาชูร่า มีเื่ขอสอบถามคุณครับ” อเล็กซานเดอร์พูดพร้อมหยิบตราตำรวจมาโชว์ให้เมสันเห็น
“ครับ”
“เชิญทางนี้ครับ”
เมสันเดินตามเ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้ไป
ใครเป็คนฆ่าอาชูร่า ใครทรยศพวกเรา เขาทำเพื่ออะไร ้าอะไร มูราจครุ่นคิดเื่นี้อย่างจริงจัง “เราจะเอายังไงกันดี” พุทธ ผู้ติดตามของมูราจเอ่ยปากถาม “ผมก็ไม่รู้” เมื่อพูดจบมูราจเดินไปหาคมสันซึ่งเป็ผู้ติดตามของเมสัน “เมื่อวานนี้คุณอยู่กับเมสันตอนกำลังสนทนากับอาชูร่าหรือป่าว”
“ทั้งสองท่านพูดคุยในรถยนต์ ส่วนผมรออยู่ข้างนอก ผมไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน ถ้าท่านมูราจสงสัย ผมขอบอกตรงนี้เลย ท่านไม่ต้องกังวล เพราะท่านผู้นำไม่ใช่คนร้ายอย่างแน่นอน เพราะผมอยู่กับท่านตลอด เชื่อใจผมได้ ผมขอให้ท่านเบาใจ”
“ได้ยินอย่างนี้ผมก็สบายใจ” มูราจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แต่ในใจลึกๆของมูราจก็ยังมีความสงสัยในตัวของเมสันและคมสัน เพราะถ้าสมมุติทั้งสองคนร่วมมือกันละ มันจะแเีมาก คดีนี้ยิ่งยากขึ้นไปอีก
เ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นสอบปากคำเมสันประมาณสี่ชั่วโมงก่อนปล่อยตัวเป็อิสระ คมสันกำลังนั่งรออยู่ข้างนอกสถานีตำรวจดีใจมากเมื่อเห็นเมสันเดินออกมาจากสถานีตำรวจ นั้นหมายความว่าตำรวจคลายความสงสัยในตัวของเมสันลงในระดับนึงและเขาเชื่อว่าเมสันอาจเป็ผู้บริสุทธิ์
“รอนานไหม” เมสันถาม
“ไม่นานครับ” คมสันตอบด้วยใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ผมหิวแล้ว คุณหิวหรือยัง”
“ผมหิวเหมือนกัน”
“กินอะไรกันดี มีเมนูแนะนำหรือป่าว”
“สเต็กร้าน Stroganoff Steak House อร่อยมากครับ”
“มีสเต็กปลาไหม”
“มีครับ เป็ปลาย่างที่ย่างบนไฟให้ร้อนทั่วถึงกันทั้งเนื้อ เป็เอกลักษณ์เฉพาะสำหรับการย่างของร้านนี้เลยซึ่งจะคงความช่ำฉ่ำของเนื้อไว้ได้ดีมาก ผมแนะนำครับ”
“สมแล้วที่เป็พ่อครัวประจำองค์กร”
“ฮาๆฮาๆ ไม่ขนาดนั้น ผมแค่ชอบทำอาหาร”
“ไปกัน”
