หน้าประตูของเมืองหลวงอยู่ๆภูติน้ำจำนวนมากที่ถูกทำให้กลายเป็นสัตว์ปีศาจก็พุ่งออกมาจากแม่น้ำกระโจนเข้าสังหารผู้คนรอบๆทันทีพวกทหารที่เฝ้าจับตาอยู่เองก็ไม่รอช้ารีบทำการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
“เร็วเข้าพาพวกชาวบ้านไปหลับด้านหลังเดี๋ยวนี้”
“อย่าปล่อยให้พวกมันเข้าไปข้างในได้ปิดประตูเมืองเร็วเข้า”
“อ๊ากกกกก”
เสียงคำรามและเสียงกรีดร้องดังขึ้นขณะที่ประตูเมืองถูกปิดเอาไว้และค่ายกลก็เริ่มทำงานร่างขนาดใหญ่ของงูหลามก็ปรากฏพุ่งชนเข้ากับกำแพงเมืองจนค่ายกลแตกกระจายกำแพงกลายเป็นรูขนาดใหญ่
พวกสัตว์ปีศาจเองก็ใช้โอกาสนี้บุกเข้าไปในเมืองจำนวนของสัตว์ปีศาจมีมากผิดปกติอย่างมากเห็นได้ชัดว่ามนุษย์ปีศาจเตรียมการมาเป็นเวลานานมากแล้วไม่งั้นคงไม่สามารถรวบรวมสัตว์ปีศาจได้มากขนาดนี้
“พวกมดปลวกยอมให้ข้าหลอมพวกเจ้าเป็นเม็ดยาแต่โดยดีเถอะ”มนุษย์ปีศาจที่สวมผ้าคลุมสีดำหัวเราะออกมาแววตาสีแดงฉานจ้องมองไปยังพวกทหารที่สู้อย่างสุดชีวิตด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
ทั้งจำนวนและพลังของพวกทหารล้วนแต่ไม่อาจต่อต้านพวกสัตว์ปีศาจได้เลยแม้แต่น้อยสัตว์ปีศาจที่ไม่มีทั้งความกลัวและความเจ็บปวดกระโจนเข้าสังหารพวกทหารอย่างบ้าคลั่ง
“บัดซบขืนเป็นแบบนี้พวกทหารได้ตายหมดแน่”รองแม่ทัพคนหนึ่งกระโจนเจ้าต่อสู้แต่ก็ยังต้องเสียเปรียบศัตรูอยู่ดี
พวกถิงจี้มาถึงก็ไม่หวาดกลัวกระโจนเข้าต่อสู้กับสัตว์ปีศาจทันทีถิงจี้ดึงดาบของตนออกมาจากฝักร่างเคลื่อนไหวด้วยความเร็วฟาดฟันดาบออกไปแต่ละครั้งล้วนแต่ตัดร่างของศัตรูออกเป็นสองส่วน
ผู้ฝึกตนอิสระบางคนเองก็เต็มใจกระโจนเข้าร่วมต่อสู้แต่บางคนกลับหลบซ่อนตัวและรอโอกาสที่จะหนีออกไปพวกเขาไม่ต้องการจะกลายเป็นเครื่องสังเวยในครั้งนี้
“ถิงจี้จากสำนักดาบขอสู้ตาย”ถิงจี้คำรามร่างระเบิดลมปราณที่ดุดันฟาดฟันดาบที่ดุร้ายออกไปสัตว์ปีศาจขอบเขตหลอมรวมล้วนแต่ไม่อาจทนรับการโจมตีของถิงจี้ได้
“เจ้าพวกกากเดนปีศาจรนหาที่ตาย”หราณซีร่างทะยานขึ้นไปบนอากาศปราณกระบี่ที่แหลมคมกลายสิบเล่มพุ่งลงมาจากท้องฟ้าโจมตีไปยังสัตว์ปีศาจพริบตาก็สังหารสัตว์ปีศาจได้หลายสิบตัว
“เซียนกระบี่มีเซียนกระบี่มาช่วยแล้ว” พวกทหารพากันมีกำลังใจมากขึ้น
ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินเองก็มาถึงพร้อมกับฮวาชิงส่วนพวกหลิงเอ๋อและจินหยูเมิ่งเจี้ยนเฉินให้พวกนางซ่อนตัวเพราะมันอันตรายเกินไปหากถูกปราณปีศาจครอบงำจะยิ่งลำบากมาก
ร่างของเริ่มเจี้ยนเฉินพุ่งเข้าหาศัตรูลมปราณของผู้ฝึกยุทธแผ่ออกมาผสานเข้ากับดาบและกระบี่การร่ายรำกระบี่และดาบของเมิ่งเจี้ยนเฉินนั้นทั้งงดงามและเด็ดขาดทุกการเคลื่อนไหวคือการสังหารศัตรูได้ในการโจมตีเดียว
“ข้าเองก็จะสู้ด้วยแม้ข้าจะไม่ใช่องค์หญิงแล้วแต่ข้าก็จะปกป้องเมืองหลวงเอาไว้”ฮวาชิงเองก็กระโจนเข้าต่อสู้
ทันทีที่พวกอัจฉริยะเริ่มลงมือพวกทหารจึงคลายแรงกดดันเอาไว้ได้และสามารถปกป้องไม่ให้ศัตรูบุกเข้ามาถึงส่วนลึกของเมืองหลวงได้
“พวกมดปลวกไปจัดการมัน” มนุษย์ปีศาจเค้นเสียงสั่งสัตว์ปีศาจที่เป็นงูหลามขนาดใหญ่ทันที
สัตว์ปีศาจขอบเขตถ้ำสวรรค์พุ่งเข้าหาพวกอัจฉริยะและผู้ฝึกตนอิสระกลิ่นอายที่น่ากลัวของขอบเขตถ้ำสวรรค์ทำให้ผู้คนหน้าเปลี่ยนสี
“เดรัจฉานใสหัวไป”หัวหน้าแม่ทัพร่างทะยานออกไปใช้หอกมือโจมตีไปยังร่างของสัตว์ปีศาจ
“เปรี้ยง!!!!!!!!!!”
แต่พริบตาที่หอกเข้าปะทะกับเกล็ดของงูหลามกลับไม่อาจทะลวงการป้องกันของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ร่างกระเด็นกลับไป
“ข้าจะช่วยเจ้าเอง”ราชครูร่ายอาคมเอาไว้ที่หอกของหัวหน้าแม่ทัพเสริมพลังให้กับหัวหน้าแม่ทัพอีกแรงหลังจากที่ได้รับการเสริมพลังแล้วหัวหน้าแม่ทัพจึงเข้าปะทะกับงูหลามขอบเขตถ้ำสวรรค์อีกครั้ง
ครั้งนี้สามารถสร้างบาดแผลให้อีกฝ่ายได้จริงแต่สัตว์ปีศาจกลับไม่สนใจความเจ็บปวดใช้หางฟาดร่างของหัวหน้าแม่ทัพจนร่างกระเด็นชนเข้ากับกำแพง
“ท่านแม่ทัพ”
“อย่าสนใจข้าสนใจแค่หน้าที่ของตัวเองก็พอ” หัวหน้าแม่ทัพร่างทะยานออกมาจากเศษหินกระโจนเข้าหาสัตว์ปีศาจอีกครั้ง
ราชครูสีหน้าเคร่งเครียดมองไปยังมนุษย์ปีศาจที่รอยอยู่บนท้องฟ้าในตอนนี้ไม่มีใครสามารถเป็นคู่มือของมนุษย์ปีศาจได้เลยแม้แต่ราชครูเองก็ไม่เว้น
“หวังว่าสามสำนักจะมาทันนะ”ราชครูภาวนาในใจ
ขณะที่เมิ่งเจี้ยนเฉินทำการสังหารสัตว์ปีศาจได้เป็นจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่นทุกการโจมตีสัตว์ปีศาจของเขตปราณแท้หรือแม้แต่หลอมรวมก็ไม่อาจป้องกันการโจมตีของเมิ่งเจี้ยนเฉินเอาไว้ได้และบนร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินมียันต์เสริมพลังจำนวนหนึ่งที่ทำให้เมิ่งเจี้ยนเฉินระเบิดพลังออกมาได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
“หืมเจ้านั่น ที่แท้เป็นเจ้าที่ทำลายแผนของข้า” มนุษย์ปีศาจมองมายังเมิ่งเจี้ยนเฉินก็จดจำได้ทันที
“แย่แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของอีกฝ่ายร่างของอีกฝ่ายพุ่งลงมาหาเมิ่งเจี้ยนเฉินทันที
“เจ้าปีศาจตายซะ” หรานซีปลดปล่อยกระบี่แห่งชีวิตของนางออกมากระบี่ของนางกลายเป็นเส้นด้ายสีทองพุ่งเข้าหามนุษย์ปีศาจหมายจะพันธนาการอีกฝ่ายเอาไว้
“เป็นแค่ขอบเขตหลอมรวมต่อให้เป็นเซียนกระบี่แล้วอย่างไรแต่ข้าคือขอบเขตถ้ำสวรรค์ขั้นสมบูรณ์”มนุษย์ปีศาจใช้กงเล็บฟาดฟันออกไปทำลายเส้นด้ายของหรานซีทันที
“อั๊ก!!!!!!!!!”หรานซีกระอักเลือกทันทีที่กระบี่แห่งชีวิตได้รับความเสียหายนางผู้ใช้ก็จะได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
“เจ้ามีกระบี่แห่งชีวิตกี่เล่ม”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ทำไมอยากจะใช้โอกาสนี้หลอกถามข้อมูลของข้างั้นเหรอ”หรานซีกล่าว
“เวลาแบบนี้ยังมาล้อเล่นอีกหรือไงพวกเราจะต้องร่วมมือกันถึงจะสามารถต่อสู้กับเจ้านั่นได้” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เจ้าบอกมาก่อนว่ากระบี่แห่งชีวิตของเจ้าสามารถทำอะไรได้บ้าง”หรานซีกล่าว
เมิ่งเจี้ยนเฉินบอกข้อมูลของกระบี่แห่งชีวิตทั้งสามเล่มจากนั้นหรานซีก็บอกถึงความสามารถของกระบี่แห่งชีวิตของนางกระบี่แห่งชีวิตเล่มแรกของนางคือเส้นด้ายที่นางพึ่งใช้อีกเล่มคือดาวสีชาด ซึ่งมีพลังในการทะลวงสูงมากและยังติดอันดับกระบี่แห่งชีวิตที่มีพลังทำลายสูงอีกด้วย
“เช่นนั้นข้าจะช่วยลดพลังของอีกฝ่ายแล้วเสริมพลังให้กับเจ้าตกลงหรือไม่หน้าที่การโจมตีเจ้าจัดการส่วนข้าจะช่วยป้องกันให้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ย่อมได้”
เมื่อทั้งสองตกลงกันได้เมิ่งเจี้ยนเฉินก็เรียกกระบี่แห่งชีวิตทั้งสามออกมาเมิ่งเจี้ยนเฉินเริ่มสร้างกฎเกณฑ์ในอาณาเขตรอบๆขึ้นมาทันที ตามจริงกระบี่แห่งชีวิตกฎเกณฑ์นั้นสามารถสร้างกฎเกณฑ์ที่กำหนดขอบเขตของอีกฝ่ายได้อย่างเช่นสามารถทำให้ขอบเขตของอีกฝ่ายลดลงเท่ากับพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินได้เพียงแต่ตอนนี้ระดับขั้นของกระบี่แห่งชีวิตยังไม่สูงพอจะทำแบบนั้นทำให้เมิ่งเจี้ยนเฉินทำได้แค่สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาง่ายๆเท่านั้น
“ฮึต่อให้พวกเจ้าร่วมมือกันแล้วจะอย่างไรอยู่ต่อหน้าข้าก็ยังไร้ประโยชน์” มนุษย์ปีศาจกล่าว
“จะเป็นเช่นนั้นแน่เหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินลงมือทันที
พริบตาร่างของมนุษย์ปีศาจก็รู้สึกหนักอึ้งร่างที่ลอยอยู่ตกลงกระแทกที่พื้นอย่างรุนแรงจากนั้นหมอกสีขาวก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบๆปิดบังการมองเห็นของอีกฝ่ายทันที
“กระบี่แห่งชีวิตของเขาสามารถทำได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอหากเขาสามารถยกระดับกระบี่แห่งชีวิตให้สูงขึ้นไปอีกขั้นกฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้นมาจะต้องน่ากลัวมากแน่ๆ”หรานซีสั่นสะท้านนางเริ่มสู้สึกแล้วว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินเป็นบุคคลที่น่ากลัวอย่างมากยิ่งในอนาคตหากสู้ตัวต่อตัวขอแค่ขอบเขตไม่ต่างกันมากก็คงไม่อาจเอาชนะเมิ่งเจี้ยนเฉินได้
“ตอนนี้แหละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินคำราม
พริบตาที่หว่างคิ้วของหรานซีก็มีลำแสงสีแดงพุ่งออกมาเหมือนกับดาวหางตรงเข้าหามนุษย์ปีศาจ
“อย่าได้หวัง”มนุษย์ปีศาจยืนขึ้นก่อนจะยื่นฝ่ามือออกไป
ปราณปีศาจกลายเป็นฝ่ามือสีดำตบไปยังดาวหางสีแดงทันทีพลังทำลายล้างของดาวหางสีแดงสูงมากพริบตาก็ทะลวงฝ่ามือสีดำไปได้
“อะไรกัน”มนุษย์ปีศาจตกใจก่อนจะโบกมือธงสีดำผืนหนึ่งก็ลอยออกมา
“ธงหมื่นปีศาจเจ้าเป็นมนุษย์ปีศาจจากทวีปกลาง”หรานซีตื่นตระหนก
“รู้ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว”ธงหมื่นปีศาจถูกกระตุ้นพริบตามือสีดำจำนวนมากก็พุ่งออกมจากธงหมื่นปีศาจและจับกระบี่สีแดงฉานเอาไว้แน่น
“ไม่”หรานซีตื่นตระหนก
แต่ทันใดนั้นเองร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินก็ทะยานออกมากระบี่ในมือผสานกับปราณกระบี่เมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินฟาดฟันออกไปมือสีดำจำนวนมากก็ถูกปราณกระบี่ทำลายทิ้งทันที
“บัดซบชอบทำให้ข้าเสียเรื่องอยู่เรื่อย” ฝ่ามือของมนุษย์ปีศาจตบออกไปปะทะเข้ากับหน้าอกของเมิ่งเจี้ยนเฉินทันที
ร่างของเมิ่งเจี้ยนเฉินลอยกระเด็นกระอักเลือดออกมาหรานซีรีบเก็บกระบี่แห่งชีวิตของนางทันทีจากนั้นก็ทะยานเข้าหามนุษย์ปีศาจเข้าต่อสู้ระยะประชิด
“ใสหัวไป”มนุษย์ปีศาจกระแทกธงหมื่นปีศาจลงพื้นพริบตาค่ายกลจำนวนมากก็ก่อตัวร่างของทหารและสัตว์ปีศาจที่ตายแล้วพากันลุกขึ้นกระโจนเข้าหาหรานซีทันที
“เสร็จกัน”หรานซีหมุนตัวฟาดฟันกระบี่ออกไปอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังถูกศัตรูจับแขนทั้งสองข้างเอาไว้พริบตาร่างของสัตว์ปีศาจก็เริ่มเปล่งแสงออกมาคิดจะระเบิดตัวเอง
“ถอยออกมาเร็ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินฝืนอาการบาดเจ็บใช้หยาดน้ำค้างโจมตีไปยังพวกสัตว์ปีศาจทำให้ร่างของพวกสัตว์ปีศาจแข็งทื่อหรานซีจึงดิ้นหลุดออกมาได้
“จะหนีไปได้วันนี้พวกเจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่” มนุษย์ปีศาจใช้ค่ายกลอีกครั้งพริบตาฝ่ามือขนาดใหญ่ก็กดทับลงมายังร่างของทั้งสอง
“ขืนเป็นแบบนี้แย่แน่”หรานซีกดที่หว่างคิ้วของนางเตรียมจะใช้ไพ่ตายสุดท้ายของนางแต่พริบตานั้นเองเมิ่งเจี้ยนเฉินก็หยิบรูปปั้นทหารเทพออกมาปาออกไป
“จงสังหารศัตรูให้กับข้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินคำราม
“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”
พริบตานั้นเองรูปปั้นก็เปล่งแสงพร้อมกับมีร่างของทหารเทพขนาดใหญ่ปรากฏทหารเทพผู้ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูสวรรค์คุกเข่าลงให้เมิ่งเจี้ยนเฉินโดยไม่พูดอะไรจากนั้นก็หันหน้าไปทางมนุษย์ปีศาจ
“นี่มันอะไรกัน”มนุษย์ปีศาจหน้าเปลี่ยนสี
“ลงทัณฑ์”เสียงคำรามของแม่ทำเทพดังขึ้นหนึ่งหมัดต่อยออกไปทำให้ค่ายกลแตกกระจายราวกับเศษแก้วจากนั้นอีกหนึ่งหมัดต่อยจนธงหมื่นปีศาจถูกทำลายและฝ่ามือสุดท้ายตบออกไปยังร่างของมนุษย์ปีศาจร่างแตกกระจายไปไม่เหลือแม้แต่เศษศาก
“นี่ข้าฝันอยู่ฝันเหรอ”ถิงจี้ที่เห็นก็ยืนอึ้งทันที
แม้แต่หรานซีก็ยังอ้าปากค้างในฐานะที่นางมาจากสายที่หนึ่งแถมยังถือว่ามีสถานะเป็นศิษย์สายตรงของสายที่หนึ่งย่อมรู้ความลับของยุคโบราณนางจดจำรูปร่างของแม่ทัพเทพองค์นี้ได้ทันทีเพราะมันเหมือนกับรูปที่บันทึกเอาไว้ในตำรา
“เจ้ามีของสิ่งนี้ได้ยังไง”หรานซีกล่าว
“สำคัญงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินนั่งพงกำแพงเก็บรูปปั้นแม่ทัพเทพกลับมาไว้ในถุงสมบัติของตัวเองนั่งถอนหายใจ
“เจ้าได้รับบาดเจ็บมากข้าจะพาเจ้าถอยไปก่อน”ฮวาชิงรีบเข้ามาทันทีเห็นฝ่าหน้าอกของเมิ่งเจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยเลือดเป็นลอยฝ่ามือของมนุษย์ปีศาจโชคดีที่ปราณปีศาจไม่อาจเข้าสู่ร่างกายของเมิ่งเจี้ยนเฉินได้เพราะถูกปราณที่ดุร้ายของผู้ฝึกยุทธขวางเอาไว้