“เทพอนูบิสจะบอกท่านว่าบุตรชายของท่านอยู่หรือไม่”ดังชีวางร่างหนุ่มน้อยลงบนเตียง “เ้าออกไปก่อนเถิด ให้ท่านหมอลองรักษาดูก่อน”
“พี่ดังชีก็ออกไปก่อนเถิดท่านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยละ”
อังค์เนสสั่งยามเมื่อเธอกลายเป็‘หมอวิเศษ’ นั่น ท่าทางกิริยาผิดกับอังค์เนส-เด็กสาวที่แสนใสซื่อคนนั้นดังชีเผยอยิ้มน้อยๆแล้วเดินออกมาอย่างรู้ดีว่าระหว่างการรักษาทั้งท่านปู่เลจูและอังค์เนส้าสมาธิอย่างสูงมิ้าให้ผู้ใดมารบกวน แต่เมื่อร่างสูงใหญ่บึกบึนของดังชีออกจากระท่อมรักษาผู้ป่วยพิเศษก็พบบุรุษแปลกหน้ายืนพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าผ่อนคลายอยู่ก่อนแล้ว
“เ้าลุกขึ้นได้แล้วหรือ”ดังชียอมรับว่าบุรุษผู้นี้มีใบหน้างดงามนักเขารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าชายผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาแม้จะแต่งกายเรียบๆแต่ผ้าเนื้อดีก็บ่งบอกฐานะได้
“ข้าได้สติั้แ่พวกเ้าสนทนากันแล้ว”ใบหน้างดงามนั้นเผยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วขยับกายเดินตามดังชี
“เ้าทำให้อังค์เนสเป็กังวล”ดังชีปรายตามองเพียงเล็กน้อย
“อังค์เนส” ชายหนุ่มเลิกคิวอย่างฉงน“ท่านหมายถึงเด็กหนุ่มที่ช่วยท่านหมอทำการรักษาเมื่อครู่”
ดังชีหันหน้ามาเผชิญชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างประเมินสถานการณ์“ใช่เด็กหนุ่มเมื่อครู่ชื่ออังค์เนส”
“เด็กหนุ่ม”ชายหนุ่มกลั้นยิ้มแต่แสร้งทำเป็ยอมรับ “ท่าทางบอบบางเหมือนหญิงสาว”
“อังค์เนสอ่อนแอมาั้แ่เด็กถึงได้มาอยู่กับท่านหมอเลจูทำให้ได้เรียนรู้วิชาแพทย์”ดังชีแสดงท่าทางปกป้องอังค์เนสทันที เขาไม่ไว้ใจในดวงตาสองคู่นั้น“เ้าคงหิวตามมาทางนี้เถิด”
“ที่นี่คือสถานรักษาคนป่วยของหมอเลจูใช่ไหม”ชายหนุ่มถามขณะเดินตามซึ่งเขาไม่ค่อยได้เดินตามหลังใครเช่นนี้นัก
“ถูกต้องแล้ว”ดังชีพยักหน้ารับแล้วพาเดินผ่านเรือนพักของผู้ป่วยมาทางครัวซึ่งมีหญิงชาวบ้านผลัดกันมาทำอาหารเลี้ยงคนเจ็บที่โรงหมอแห่งนี้คล้ายกับธรรมเนียมปฏิบัติของหมู่บ้านแห่งการรักษาแห่งนี้ไปแล้วว่าหญิงสาวที่ว่างงานหรือไร้กิจอันใดที่ต้องกระทำก็จะมาช่วยกันทำอาหารเลี้ยงคนเจ็บที่นี่
“หมอเลจูที่เลื่องชื่อว่ารักษาได้ทุกโรค”ชายหนุ่มเอ่ยถามเบาๆ และยิ้มตอบไมตรีของหญิงสาวที่ต่างพากันโปรยยิ้มให้เขา
“ถูกต้องยิ่งแล้ว”ดังชีถอนหายใจกับแม่หญิงชาวบ้านที่ต่างพาส่งตาเล็กตาน้อยให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา“แต่จากเมื่อครู่คล้ายว่า หนุ่มน้อยอังค์เนสทำตัวเหนือท่านหมอเลจูเสียอีก ทำเช่นนี้มิเป็การิ่เกียรติของท่านหมอผู้าุโหรือ”
“ท่านมาจากต่างเมืองคงมิรู้อะไร” หญิงนางหนึ่งปราดเข้ามาเกาะแขนหนุ่มต่างถิ่นพลางโปรยยิ้มหวาน“ความรู้ของท่านหมอเลจูถ่ายทอดให้อังค์เนสจนหมดสิ้นแล้วแถมอังค์เนสยังมีความสามารถพลิกแผลงการรักษาได้ยอดเยี่ยมกว่าท่านหมอเลจูนัก”
“ติตี้” ดังชีปราบเสียงเข้ม
“ข้าพูดเื่จริงที่ใครๆ ก็ล่วงรู้“หญิงสาวผิวเข้มเส้นผมหยิกฟูทั้งศีรษะสะบัดหน้าหนี“เ้านะหวงอังค์เนสเกินหน้าที่ของพี่ชายแล้ว”
“อ้อ!ที่แท้เ้าเป็พี่ชายของอังค์เนส” ชายหนุ่มยิ้มอย่างเข้าใจมากขึ้น“ทว่าใบหน้าเ้าทั้งสองมิได้ละม้ายคล้ายกันนัก”
“นั่นมันเื่ของข้าเ้ากินอาหารของเ้าซะ แล้วข้าจะมาไต่ความว่าเ้ามาที่นี่ทำไม”
ดังชีเดินจากไปด้วยท่าทางที่หงุดหงิดแต่สิ่งนั้นกลับเรียกเสียงหัวเราะออกจากพระโอษฐ์ของเ้าชายเนเฟอร์เคเรโอรสแห่งฟาโรห์เตติ พระองค์ประทับเสวยพระกระยาหารง่ายๆที่หญิงชาวบ้านนำมาถวายโดยมิรู้ว่าพระองค์คือองค์รัชทายาท
“ได้ยินว่าเ้าโดนยาของอังค์เนสจนหมดสติไปหนึ่งราตรีหรือ?” ติตี้เบียดอกอวบของตนเข้าชิดสีข้างของอีกฝ่ายอย่างจงใจและเย้ายวน
“หนึ่งราตรี? คงเป็เช่นนั้น”
เนเฟอร์คาเรทบทวนสิ่งที่ผ่านมาแม้พระองค์จะโกรธแค้นที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆทำร้ายได้แต่พระองค์กลับเห็นเป็เื่ชวนหัวร่อมากกว่า
“เ้าพูดราวกับว่ามีคนเป็เช่นข้าบ่อยๆ”
“ถูกต้องยิ่งนัก” ติตี้หัวเราะร่วน“อังค์เนสทำตัวแปลกประหลาดอยู่บ้างแต่ฝีมือการรักษามิเป็รองผู้ใดจนทุกคนให้อภัย”
“แล้ว...ตงลงอังค์เนสเป็หญิงหรือชาย”
คำถามของเนเฟอร์คาเรทำให้หญิงสาวที่ได้ยินหัวเราะคิกคักติตี้หัวเราะเปิดเผยเสียงดังกว่าก่อนเอ่ยตอบ “สำหรับดังชีแล้วเขา้าให้อังค์เนสเป็หนุ่มน้อยสำหรับชายอื่นหากเขาปรารถนาจะให้อังค์เนสเป็หญิงหนึ่งเดียวของเขา”
ดวงเนตรสีดำมีแววขบขันอย่างรื่นเริงรสนิ่มจากริมฝีปากอิ่มดุจกลีบกุหลาบกำมะหยี่นั่นยังตรึงในความรู้สึกของเ้าชายเนเฟอร์เคเรความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ล่วงรู้ก็สามารถกลายเป็กุญแจดอกสำคัญในภารกิจครั้งนี้ได้.
“ท่านปู่เลจูไปพักผ่อนก่อนเถิดทางนี้ข้าจักดูแลเอง”
“เดี๋ยวนี้เ้าเก่งกล้าสามารถขนาดออกคำสั่งของปู่เรอะ”น้ำเสียงเจือแววขบขันทำให้คนฟังทำหน้างอ
“อย่าตีความการห่วงใยของข้าเป็อื่นซิ”
อังค์เนสถอนหายใจแล้วมองไปยังเด็กหนุ่มผู้หลับใหลเพราะฤทธิ์ยาหลายขนานที่ประเคนเข้าใส่เพื่อรักษาอาการที่เขาเป็“นี่เป็อาการเดียวกับผู้ที่ติดโรคระบาดจากเมืองซัคคาราใช่ไหมท่านปู่เลจู”
“เ้าก็ดูออกอย่างนั้นหรือ”เลจูยิ้มพึ่งใจในความชาญฉลาดที่วิเคราะห์โรคได้แม่นยำของอังค์เนส
“หากรักษาแต่เนิ่นๆความร้ายแรงของโรคจะมิคร่าชีวิตผู้ใด” อังค์เนสพยักหน้ารับ“ทว่าเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องนอกจากเชื้อโรคจะกระจายเข้าสู่กระแสโลหิตแล้วยังแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นจนกลายเป็โรคระบาดที่ยากจะควบคุม”
“การวินิจฉัยของเ้าถูกต้องยิ่งแล้วอังค์เนส”เลจูพยักหน้ารับพรางล้างมือกับน้ำอุ่นในอ่างที่เตรียมไว้
“แต่ตัวยาที่เรามีเพียงรักษาอาการที่เป็อยู่ไม่อาจทำลายเชื้อโรคที่สิงสถิตในตัวคนให้หมดสิ้นได้”
“เ้าคิดว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรคนั้นมาจากทางใด”เลจูลองถามหยั่งเชิง
“ดูจากอาการแล้วเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยการกินอาหารที่ติดเชื้อหรือปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระของผู้ป่วยหรือสัตว์ที่เป็โรคโดยที่อาหารนั้นไม่มีการปรุงให้สุก”
“หรืออาจมีการปนเปื้อนของอุจจาระในระบบการจัดจ่ายน้ำโดยไม่สะอาด”เลจูกล่าวเสริม “เห็นทีข้าต้องเร่งเดินทางไปยังซัคคาราแล้ว”
“ท่านปู่คิดว่าเื่เล่านี้เป็ความบังเอิญหรือว่าเป็แผนการที่ถูกตระเตรียมไว้ลวงหน้า”อังค์เนสดักคออย่างรู้ทัน
“ไยเ้าคิดเช่นนั้น”
“ซัคคาราในบัดนี้มีผู้คนมากมายทั้งที่เป็ไพร่และทาสซึ่งถูกเกณฑ์มาเพื่อสร้างมหาปิรามิดผู้คนจากทั่วทุกสารทิศจะรวมตัวอยู่ที่นั่นหากจะวางแผนเพื่อสั่นคลอนดินแดนอียิปต์ย่อมมิใช่เื่แปลก”
“ฉลาดนักหลานข้า”เลจูหัวเราะอารมณ์ดี “ไยเ้ามิฉลาดให้ได้อย่างนี้ทุกเื่ไป”
“ท่านปู่เลจู”อังค์เนสกระเง้ากระงอดแล้วเดินตามหลังแผ่นหลังของท่านผู้เฒ่าเลจูออกมาจากกระท่อมบิดาของเด็กหนุ่มนั่งรอด้วยจิตใจที่กระวนกระวาย
“บุตรชายของข้า บุตรของข้า”
“เขาปลอดภัยแล้ว” เลจูเอ่ยเบาๆ“จงให้เขากินอาหารอ่อนๆ และดื่มน้ำอุ่นมากๆดื่มยาที่จัดเตรียมให้เขาก็จะทุเลาลงในสามวันนี้เอง”
“ข้าขอบคุณท่านหมอเหลือกิน”ผู้เป็บิดากล่าวขอบคุณทั้งน้ำตานองหน้า “ข้าจะตอบแทนพระคุณของท่านได้อย่างไร”
“ท่านมาจากเมืองซัคคาราใช่ไหม”อังค์เนสเอ่ยถามเบาๆ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับก็เอ่ยถามต่อ“ช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เมืองซัคคารา ให้ฟังทีเถิด”
“ได้ซิ ข้าจะเล่าให้หมดความ”
“แต่หลังจากที่ท่านหมอเลจูและอังค์เนสอาบน้ำและกินอาหารก่อน”ดังชีเอ่ยตัดบทขึ้น ความห่วงใยของเขาที่มีต่ออังค์เนสไม่เคยปกปิด และท่านเลจูก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เ้าไปอาบน้ำซะอังค์เนสแล้วค่อยมาคุยกัน”
หญิงสาวในชุดหนุ่มน้อยอ้าปากจะโต้เถียงแต่แล้วก็ได้แต่พยักหน้ารับเนื่องๆแล้วเดินหายไปทางที่พักของตนเองเมื่อกลับมาถึงกระท่อมของตนเองก็พบว่ามีน้ำอุ่นเตรียมไว้แล้วอารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่จึงบางเบาลงไปอังค์เนสรู้ดีในความห่วงใยของดังชี เขาไม่้าให้เธอไปอาบน้ำร่วมกับผู้อื่น