King of world ราชันแห่งพิภพ

    ต้อนรับด้วยกำปั้น

            ​

            ศพไร้ศีรษะจำนวนมากถูกลำเลียงออกจากภายในโดมเปลือกไข่ ท่ามกลางสายตาฝูงชนจำนวนมากที่เปี่ยมด้วยอารมณ์หลากหลาย

            มีทั้งคนยินดี

            มีทั้งคนหวาดกลัว

            และมีทั้งคนเสียใจและโกรธแค้น!

            ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีไม่น้อยที่มีครอบครัวและเครือญาติอาศัยอยู่ที่เมืองดีวอยด์แห่งนี้

            ถึงพวกเขาจะทำตัวเหลวแหลก แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

            มีคนจำนวนไม่น้อยที่เศร้าเสียใจและโกรธแค้น แต่พวกเขาจะไปแก้แค้นใครได้ ก็ในเมื่อคนที่ฆ่าสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาคือผู้นำของเมืองดีวอยด์!

            ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าสลด มีดวงตาเย็นชาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่

            วาสกำลังเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากห้องทรงไข่ห้องหนึ่งภายในโดมเปลือกไข่

            เขามองดูเงียบๆ ในสายตามีความลังเลปรากฏอยู่จางๆ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา

            ราชากับทรราชย่อมีวิธีการปกครองที่ต่างกัน!

            เป๊าะ!

            สัญลักษณ์วังวนสีดำปรากฏวูบขึ้นที่กลางหน้าผากของเหล่าญาติผู้เสียชีวิต ก่อนจะระเบิดพลังงานมหาศาลทำลายศีรษะพวกเขาทั้งหมด!

            “ประกาศออกไปว่าเราจับตัวปัญหาได้เพิ่ม และมีคนปกปิดข้อมูลพวกเขาจึงต้องรับโทษ!”

            ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ภายในห้องคือเหล่าผู้นำของทั้ง4หน่วยงาน นอกจากหน่วยงานคลังมังกรที่ควบคุมโดยครอบครัวตระกูลไป๋ที่ต่างกระจัดกระจายไปยังสถานที่ต่างๆตามงานที่วาสหมอบหมายให้ เหล่าผู้นำอีกทั้ง 4 หน่วยงานต่างอยู่รวมกันครบ

            ปัง!

            “นี่มันจะไม่เกินไปงั้นหรอ! พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดนะ!”ฟลาวด์ตบโต๊ะเสียงดัง แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาเย็นชาของวาสก็ทำให้หญิงสาวสั่นยะเยือก ความหวาดกลัวผุดขึ้นในใจ

            ทั้งห้องเงียบจนวังเวง วาสไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรแต่ทุกคนเริ่มสัมผัสได้ถึงไอดุร้ายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

            ฟลาวด์ที่เคยฝีปากกล้า เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจจนขาที่เคยมั่นคงเริ่มสั่นน้อยๆ

            เขากำลังคิดจะฆ่าเธอ!

            สำหรับใครที่ยังไม่กลายพันธุ์ล้วนมีค่าไม่ต่างจากมดในสายตาวาส แม้กระทั่งฟลาวด์ที่อดีตเคยเป็นผู้นำมหาอำนาจก็ไม่เว้น

            เธออยากจะตบปากตัวเองแรงๆสักทีที่พูดไม่คิด!

            ตึง!

            ฟลาวด์กระแทกเข่าลงพื้นห้องอย่างรุนแรง ก้มจนหน้าแนบพื้นกล่าวเสียงสั่นว่า

            “ขะ...ขอโทษค่ะ!”

            วาสเงียบไป จากนั้นจึงกวาดตัวมองทุกคนในห้อง

            “นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย...ที่ฉันจะยกโทษให้ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ฉันแต่งตั้งให้แล้วฉันจะไม่กล้าฆ่า”

            ทั้งห้องสูดลมหายใจเย็นเฉียบ พวกเขาโดนคาดโทษทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำให้บางคนแอบสบถใส่ฟลาวด์ในใจ

            วาสเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานโดยไม่ได้บอกให้ฟลาวด์ลุกขึ้น ทำให้เธอไม่กล้าขยับได้แต่เกร็งตัวก้มหน้าแนบพื้นอยู่อย่างนั้น

            วาสปรับอารมณ์ชั่วครู่พลางเคาะนิ้วบนโต๊ะเบาๆราวกับกำลังใช้ความคิด

            นอกจากไป๋หลงและไทสัน ทุกคนต่างนั่งนิ่งไม่กล้าขยับ

            “เอาละ...รายงานมา!”สิ้นคำบรรยากาศภายในห้องก็คลายความกดดันลงได้โข

            แต่ละคนต่างแย่งกันเอ่ยรายงานเกี่ยวกับเรื่องต่างๆให้วาสรับฟัง

            อย่างไรก็ตาม มีหลายเรื่องที่วาสฟังไม่เข้าใจ ก่อนที่จะมาโลกใบนี้เขาก็เป็นนักศึกษาธรรมดาที่มือเคยเปื้อนเลือดมานิดหน่อยเท่านั้น

            วาสรับฟังเงียบๆ แต่อันที่จริงเขาสนใจฟังแต่เรื่องที่เขาสนใจฟังเท่านั้น

            อย่างแรก ทรัพย์สินในคลังของเมืองดีวอยด์มีมูลค่าหลายร้อยล้านดิลแล้ว ซึ่งวาสก็นับทรัพย์สินเหล่านี้เป็นเงินในกระเป๋าตังเขาแล้ว

            อย่างที่สอง จำนวนกำลังรบของเมืองดีวอยด์ ปัจจุบันมนุษย์ที่มีเลเวลเกิน 10 จำนวน 45,000 คน มนุษย์ที่มีเลเวลเกิน 20 อีกราวๆ 10,000 คน แต่ยังไมมีใครที่สามารถผ่านกำแพงเลเวล 40 ได้เลย

            พอจบการรายงานวาสกูลุกขึ้นยืนเตรียมจากไป และกล่าวทิ้งท้ายว่า

            “ทุกคนทำงานได้ดีมาก พยายามกันต่อไปละ...และหวังว่ารอบหน้าที่ฉันกลับมาเมืองจะเรียบร้อยกว่านี้...เพราะฉันไม่อยากเปลืองมือฆ่าใครอีก”หลายคนสั่นสะท้านพลางคิดในใจว่า

            นี่เขาคิดจะฆ่าคนอีกงั้นหรอ!

            แต่ก่อนที่วาสจะจากไป ไทสันก็เอ่ยรั้งขึ้นมาว่า

            “เดี๋ยวก่อนวาส! ฉันว่านายควรจะแวะไปที่เมืองอาสลันหน่อยนะ!”

            “?”

            ขาข้างหนึ่งก้าวออกมาจากประตูวาร์ป เท้าย่ำลงบนผืนดินขรุขระที่เกิดจากการทำลายล้าง

            ทุ่งหญ้าที่เคยสวยงามกระจุยกระจายเรียบ เต็มไปด้วยหลุมบ่อจำนวนมากขาดความสม่ำเสมอ

            วาสพ่นลมหายใจแรงเฮือกใหญ่ เขารู้สึกเวลาช่างผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน

            จากมาไม่เท่าไหร่ กลับมาอีกทีเมืองอาสลันก็ถูกถล่มเละไปเสียขนาดนี้แล้ว

            จากเมืองที่เคยขึ้นชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุดกลับกลายเป็นสลัมดีๆนี่เอง

            รอบนอกเมืองเต็มไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก อาศัยรวมกันอยู่อย่างแออัดเป็นปลากระป๋อง แต่น้อยกว่าที่มาทีแรกอยู่มากโข

            กระโจมหลายหลังถูกตั้งขึ้นชั่วคราว ควันไฟลอยโขมงจากการประกอบอาหาร

            มนุษย์หลายชีวิตเดินขวักไขว่สับสนวุ่นวาย ในจำนวนนั้นกว่า 30 %ล้วนเป็นผู้บาดเจ็บ

            ถึงอาเธอร์และไคเซอร์จะประกาศไปแล้วว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ไม่เชื่อฟัง อันที่จริงพูดว่าไม่เชื่อฟังก็ไม่ถูก ต้องพูดว่าเสียขวัญจนสติเลอะเลือนคิดอะไรไม่ออกแล้วมากกว่า

            แต่ยังดีที่ส่วนใหญ่เชื่อฟังคำพูดของอาเธอร์และไคเซอร์ สาเหตุคงเป็นเพราะได้เห็นการต่อสู้ของสัตว์ประหลาดกับตาตัวเอง

            ขอแค่มีสมองหน่อยก็คงรู้ว่าการอาศัยอยู่ที่เดิมไม่ต่างจากการรอความตาย

            คำประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังก้องอยู่ในหูทุกชั่วขณะ ส่งผลให้ต้องสะดุ้งตื่นขวัญผวาทุกคืนแค่ได้ยินเสียงใบไม้ไหว ประสาทหลอนคิดว่าศัตรูหวนกลับมาอีกครั้ง

            นอกจากนี้ข่าวการจากไปของเผ่าพันธุ์คนแคระและการถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตรอย่างเผ่าพันธุ์นิมป์ก็ได้ถูกบอกเล่าปากต่อปาก จนในที่สุดก็รู้กันทั่ว ต่อให้เหล่ามนุษย์ระดับสูงอยากจะปิดข่าวเท่าไรก็ไม่ทันการเสียแล้ว

            จิตใจของเผ่าพันธุ์ตกต่ำถึงขีดสุด!

            พวกเขาคล้ายคนตาบอด ที่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนและโดนมีดจ่อคอไปพร้อมๆกัน

            ลมแรงพัดโบก อุณหภูมิลดต่ำลง เป็นสัญญาณว่าเข้าใกล้หน้าหนาวแล้ว

            ผู้คนบางส่วนเริ่มไอค่อกๆแค่กๆ โดยเฉพาะเหล่าผู้บาดเจ็บที่เริ่มมีใบหน้าซีดเซียว นอกจากอาการบาดเจ็บจะไม่ทุเลาลงแล้วยังมีแนวโน้มว่าจะหนักขึ้นไปอีก

            สมุนไพรและยารักษาที่เคยมีเหลือกินเหลือใช้ก็กลายเป็นขาดแคลน

            พ่อค้าหัวใสบางคนที่ตั้งใจเก็บสินค้าไว้โก่งราคาก็มีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก เพราะโดนรุมประชาทัณฑ์จากมนุษย์ที่โกรธแค้นหลายร้อยคนจนกลายเป็นศพไปแล้วหลายราย

            ‘หิมะใกล้จะตกแล้ว’วาสคิดเงียบๆ

            เขาตั้งใจจะเดินผ่านฝูงชนไปเงียบๆ แต่ทันทีที่มีเขาก้าวขาออกมาจากประตูวาร์ป สายตาหลายพันคู่ก็จับตามองเขาแล้ว

            คนจากเมืองดีวอยด์!

            มีเพียงคนจากเมืองดีวอยด์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้าออกประตูวาร์ปบานนี้ที่วีรบุรุษสงครามทิ้งไว้ สำหรับคนอื่นต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถก้าวเข้าไปในประตูวาร์ปได้แม้แต่ก้าวเดียว

            ทันใดนั้นเพียงแค่เห็นใบหน้าของวาส ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า

            “วีร....!”

            ฟุ่บ!

            ซากทัพอินทรีสยายปีกพุ่งฉิวขึ้นบนฟ้าทันทีก่อนที่เด็กหนุ่มจะพูดจบ

            บนหลังซากทัพวาสขมวดคิ้วน้อยๆ คนที่นี่จำเขาได้เร็วกว่าคนของเมืองดีวอยด์เสียอีก ไม่สิ! ดูจากท่าทางของพวกเขา

            เหมือนกับว่าพวกเขารอวาสปรากฎตัวมานานแล้ว

            มองจากมุมสูงทำให้เห็นภาพชัดเจนกว่าเดิม ต่อให้เป็นคนเลือดเย็นขนาดไหนพอเห็นภาพคราบเลือดแห้งกรังสีดำที่กระจายดุจน้ำหมึกบนภาพวาดก็อดสะท้อนใจไม่ได้

            ‘ไอ้กีชานั่น...ฆ่ามนุษย์ไปมากขนาดไหนกัน’

            มีแนวคิดหนึ่งที่ว่า ราชสีห์จะไม่ฆ่าหนูที่เดินผ่าน ตราบใดที่หนูไม่ได้ทำสิ่งใดให้มันรู้สึกกวนใจ

            แต่แนวคิดนี้ใช้ไม่ได้กับกีชา

            นักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 ถึงกับฆ่ามนุษย์ธรรมดาไปมากมาย...

            เสียงฮือฮาดังต่อกันเป็นทอดๆ ไม่นานทุกคนก็รู้กันทั่วแล้วว่าวีรบุรุษสงครามมาถึงที่นี่แล้ว

            สีหน้าผู้คนบังเกิดความหวังราวกับพบเทพจากสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน

            หารู้ไม่ว่าก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ วาสฆ่าคนของเมืองดีวอยด์ไปแล้วกี่คน!

            วาสเดาะลิ้น ถ้ารู้ว่ามันจะวุ่นวายอย่างนี้เขาคงจะวาร์ปไปที่บ้านของไคเซอร์ตั้งแต่แรก

            บินมาไม่นานในที่สุดวาสก็เหลือบไปเห็นไคเซอร์ที่กำลังนั่งอยู่บนกำแพงเมืองที่พังทลาย และใกล้ๆเขานั้นก็คืออาเธอร์และกลุ่มคนระดับสูงอีกจำนวนหนึ่งซึ่งทั้งหมดสังเกตเห็นถึงการมาของวาสแล้ว

            ซากทัพร่อนลงที่กำแพงเมืองอย่างสวยงาม แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก สิ่งที่มาต้อนรับการมาเยือนของวาสก็คือกำปั้นที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูง

            ปังงง!

            คลื่นกระแทกจากการกระแทกกันของกำปั้นจากนักรบกลายพันธุ์กระจายไปรอบๆ ทำให้กลุ่มคนที่อยู่รอบๆเซถลาไปช่วงหนึ่ง

            อาเธอร์ตาแดงก่ำจ้องมองวาสอย่างแค้นเคือง ส่วนวาสก็มองกลับไปตาขวางเช่นกัน

            “แกจะเอางั้นหรอ?”วาสถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ด้านอาเธอร์ก็แค่นเสียงตอบกลับมาว่า

            “มาสู้กัน ครั้งนี้ฉันจะไม่ออมมืออีกแล้ว!”

            ไคเซอร์ทำท่าจะเปิดปากห้าม แต่สุดท้ายชายชราก็ไม่ได้พูดออกไป ได้เพียงส่ายหัวแล้วกล่าวเสียงเรียบว่า

            “ถ้าจะสู้กันก็ไปที่อื่นเถอะ”

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196