ความเงียบปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ขณะที่ทุกคนเริ่มทบทวนและพิจารณาข้อมูลที่ชายหนุ่มกล่าวมา ความเป็นไปได้ที่เบฮีมอทและดราโกเนียอาจเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์เดียวกันนั้น ได้สร้างความรู้สึกที่ตึงเครียดและหวาดหวั่นให้กับทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้
หลี่จิ้งซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำที่ครุ่นคิดอย่างหนักมาตลอดก็ได้ถอนหายใจและกล่าวขึ้น
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... นั่นหมายความว่าพวกเราไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับแค่ดราโกเนีย”
“และตัวตนของเบฮีมอทก็อาจเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์พวกมันเช่นเดียวกัน!”
คำพูดนี้ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้ง ความหวาดหวั่นแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุม เมื่อคำพูดของชายหนุ่มได้จุดประกายถึงความจริงที่อาจเกิดขึ้น ความตึงเครียดที่สะสมอยู่ในใจของทุกคนในห้องเริ่มปะทุขึ้นเป็นความกังวลที่ยิ่งใหญ่
นี่อาจเป็นครั้งแรกในชีวิตของหลี่จิ้ง ที่เขาได้รู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
เทพสงครามผู้ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับศัตรูและมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนมาตลอดชีวิต กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก มันไม่ใช่แค่การต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง แต่คือการเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน และความกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษยชาติ
ความคิดที่ว่าเบฮีมอทและดราโกเนียอาจเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน ได้ทำให้ภาพของอนาคตกลายเป็นสิ่งที่มืดมน
“ถ้ามันเป็นแบบนี้… มนุษยชาติจะมีโอกาสรอดไหม?”
หลี่จิ้งพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับแววตาที่สั่นไหวเป็นอย่างมาก
เหล่าราชันสงครามที่อยู่ในห้องต่างก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังเช่นกัน หลายคนที่เคยมั่นใจในพลังของตนเอง เริ่มรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของพวกเขา อาจไม่เพียงพอสำหรับสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกว่าความหวังของมนุษยชาติเริ่มเลือนหายไป
ขณะที่ความเงียบปกคลุมห้องประชุม หลี่จิ้ง มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเพียงแสงริบหรี่จากดวงดาวในท้องฟ้า
เขาเฝ้ามองไปยังสิ่งที่เขาไม่เคยหวั่นเกรงมาก่อน
แต่ในเวลานี้ เขารู้สึกถึงความห่างไกลของดวงดาวเหล่านั้น และความจริงที่ว่าสิ่งที่มนุษย์เผชิญอยู่อาจเกินกว่าที่ใครจะต้านทานได้
ในขณะเดียวกันที่บริเวณทวีปมืด ซึ่งเป็นดินแดนห่างไกลและลึกลับ ฐานบัญชาการลับขององค์กรแห่งมอนสเตอร์กำลังดำเนินไปด้วยบรรยากาศที่เคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความลึกลับ ผู้นำลึกลับขององค์กรได้เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือถึงสถานการณ์ปัจจุบัน
แม้ในขณะนั้นทันย่าจะยังไม่กลับมาจากสมรภูมิ และโรซาเลียเองก็ได้ส่งสัญญาณเชื่อมต่อไปยังอีกฟากหนึ่งผ่านอุปกรณ์ล้ำสมัย
วันนี้ที่ผู้นำลึกลับภายใต้ชุดคลุมสีดำหนาหนักเรียกประชุมด่วน
ทั้งชิงหลง แบคโฮ ฮยุนมู และโรซาเลียต่างรู้ดีว่าคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา เมื่อเขาปรากฏตัว ท่าทีของผู้นำที่อยู่เบื้องหลังทุกการเคลื่อนไหวขององค์กรนี้ มักแฝงไปด้วยความนิ่งเงียบและลึกลับ แต่วันนี้เขากลับแสดงออกถึงความบ้าคลั่งและหลงใหลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ภายใต้ชุดคลุมหนาที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ ผู้นำลึกลับได้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
“ดราโกเนีย... สิ่งมีชีวิตในตำนานที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าจักรวาลทั้งปวง”
“ตัวท่านผู้นั้นอาจเป็นดวงดาวใหม่สำหรับพวกเราองค์กรมอนสเตอร์!”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับได้สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่บางอย่างที่ไม่มีใครหยั่งรู้ได้
คำพูดของผู้นำลึกลับเกี่ยวกับดราโกเนียทำให้ทั้งสี่ขุนพลเทพต่างตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปยังผู้นำอย่างไม่แน่ใจ ทว่าบรรยากาศอันตรึงเครียดนั้น ได้ถูกทำลายเมื่อโรซาเลียเอ่ยคำถามขึ้นมา น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสงสัยและไม่สบายใจ
“แล้วท่านทันย่าล่ะ?”
โรซาเลียกล่าวขึ้น ขณะที่สายตาของเธอมองตรงไปยังผู้นำลึกลับที่ยังคงยืนอยู่ตรงกลางห้องประชุม
“ท่านทันย่า—เบฮีมอท ผู้เป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้”
“คุณไม่คิดหรือว่าเขาคือผู้ที่จะนำพวกเราไปสู่ชัยชนะ? พวกเรารับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก และเราได้ตัดสินใจจะติดตามท่านทันย่าด้วยความเชื่อมั่น แล้วตอนนี้จะให้พวกเราเปลี่ยนทิศทางไปติดตามดราโกเนียอีกตัวอย่างนั้นหรือ?”
เสียงของโรซาเลียสะท้อนด้วยความกังวลที่แฝงอยู่ในใจ ไม่เพียงแต่เธอ ขุนพลเทพทั้งสามคนต่างก็รู้สึกเหมือนกัน
ทันย่าคือเบฮีมอทและเขายังเป็นเหมือนศูนย์รวมของพลังและความแข็งแกร่งที่แท้จริง
การที่จะหันไปติดตามสิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นดราโกเนียผู้เลื่องชื่อก็ยังคงสร้างความขัดแย้งในใจของพวกเขา
ในตอนนั้นผู้นำลึกลับก็หัวเราะออกมาเบาๆภายใต้ชุดคลุมของเขา เสียงหัวเราะที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
“ทันย่า... ทันย่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม เขาคือเบฮีมอท—สัตว์ร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเหล่ามอนสเตอร์”
“ตัวของเขาอาจมีพลังที่ไม่มีใครทัดเทียมได้ในโลกนี้.. แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงเป็นเพียงเบฮีมอท!”
“พวกเจ้าทั้งสี่เข้าใจความหมายนี้หรือไม่?”
ทั้งสี่คนจ้องผู้นำด้วยความสงสัย ขณะที่เขากล่าวต่อ
“ดราโกเนียต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเป็นนิรันดร์ พลังของมันไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำลายหรือควบคุม”
“มันคือพลังที่จะนำพาสู่สันติภาพและการปกครองเหนือทุกสิ่งในจักรวาล ทันย่าอาจเป็นกุญแจสำคัญ แต่ดราโกเนียคืออนาคต”
คำพูดของผู้นำทำให้ทั้งสี่ต้องครุ่นคิดหนัก ความเชื่อในตัวเบฮีมอทอย่างทันย่ากับความหวังใหม่ที่ถูกฝากไว้ในดราโกเนียทำให้พวกเขารู้สึกถึงการตัดสินใจที่ลำบากกำลังรออยู่
ผู้นำลึกลับยังคงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น เขาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ทำให้เงาของเขาแผ่ขยายไปทั่วห้องประชุม ราวกับต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของสิ่งที่เขากำลังจะกล่าว
“ดาวเคราะห์โลกทั้งใบนี้ไม่จำเป็นต้องมีเสือสองตัว”
“ในที่สุดแล้ว จะต้องมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะก้าวขึ้นมาปกครองเหนือทุกสรรพสิ่ง องค์กรแห่งมอนสเตอร์ของเราต้องเลือกเดินอยู่ข้างผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น และข้ารู้สึกมั่นใจว่า... ดราโกเนียที่มีพลังระดับดาวฤกษ์ตนนี้ จะเป็นผู้ที่สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด”
ขุนพลเทพทั้งสี่ที่ฟังคำพูดเหล่านั้นต่างเริ่มรับรู้ถึงความชัดเจนในเจตนาของผู้นำ
เสียงหายใจแผ่วเบาของพวกเขาท่ามกลางบรรยากาศที่เคร่งเครียดแสดงให้เห็นถึงความสับสน แต่ยังคงเงียบรอฟังอย่างตั้งใจ
“ข้าเชื่อว่า... ดราโกเนียจะสามารถสังหารเบฮีมอทอย่างทันย่าได้อย่างสบายๆ”
ผู้นำลึกลับกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับแววตาที่สว่างวาบไปด้วยความเฉยชา
“ทันย่าอาจเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็เป็นเพียงเบฮีมอทที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของดาวเคราะห์”
“ในขณะที่ดราโกเนียมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก พลังของมันเหนือกว่ามอนสเตอร์ทุกตัวที่เราเคยเห็นมา”
“และข้าตัดสินใจแล้วว่า.. เราจะต้องเลือกฝ่ายที่จะนำพาองค์กรนี้ไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง”
ความตึงเครียดในห้องประชุมเริ่มปรากฏขึ้น ขุนพลเทพทั้งสี่จ้องมองกันอย่างเงียบๆ ส่วนโรซาเลียก็กระชับมือของเธอแน่นขึ้น ท่าทีแฝงไว้ด้วยความไม่แน่ใจ ขณะที่ชิงหลงและแบคโฮนิ่งงันไปชั่วขณะ ส่วนฮยุนมูก็พยักหน้ารับเบาๆ เหมือนเป็นสัญญาณว่ารับฟังความตั้งใจของผู้นำแล้ว
ความคิดของพวกเขาวนเวียนระหว่างการตัดสินใจว่าจะเดินตามแผนการของผู้นำหรือยึดมั่นในความเชื่อของตนเองเกี่ยวกับทันย่า
ในใจพวกเขาต่างรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายใดก็ตาม ชะตากรรมขององค์กรและอนาคตของโลกกำลังถูกเดิมพัน
..
อ้าวไอพวกเวร!