“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 46 เงาที่ซ่อนอยู่ในหอคัมภีร์


    สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านนครเมฆครามอย่างแผ่วเบา

    แสงไฟนับหมื่นดวงส่องสว่างทั่วทั้งเมือง

    ทว่าขณะนี้

    ความคิดของหลินเซวียนกลับไม่ได้อยู่ที่การแข่งขัน

    แต่เป็นคำพูดของชายชราจากตำหนักดารานภา

    "หากเปลี่ยนใจ จงมาหาข้าที่หอดาราทิศเหนือ"

    คำพูดนั้นฟังดูธรรมดา

    แต่ดวงตาแห่งกรรมกลับเตือนเขาว่า

    คนผู้นั้นไม่ธรรมดาเลย

    โดยเฉพาะเส้นกรรมสายมหึมาที่เชื่อมต่อกับหอคัมภีร์เมฆคราม

    มันทำให้เขารู้สึกว่า

    บางสิ่งกำลังรออยู่ที่นั่น

    ...

    ภายในห้องพักเล็ก ๆ

    หลินเซวียนนั่งขัดสมาธิ

    โคจรปราณตามคัมภีร์สังเกตมรรคา

    หลังผ่านการต่อสู้สองรอบ

    เขาเริ่มเข้าใจข้อเสียของดวงตาแห่งกรรมมากขึ้น

    มันช่วยให้มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

    แต่ก็ใช้พลังจิตอย่างมหาศาล

    หากใช้นานเกินไป

    จะเกิดอาการปวดศีรษะทันที

    ...

    ขณะกำลังฝึก

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างพลันสั่นไหว

    เบา ๆ

    เปลวไฟสีทองอ่อนปรากฏขึ้นในห้วงจิต

    ก่อนที่ภาพบางอย่างจะค่อย ๆ ปรากฏ

    ...

    หอคัมภีร์เมฆคราม

    ...

    หลินเซวียนเห็นหอคัมภีร์สูงตระหง่าน

    แต่ในภาพนั้น

    สถานที่กลับแตกต่างจากปัจจุบัน

    เก่าแก่กว่า

    เงียบงันกว่า

    และเต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณ

    ...

    จากนั้น

    ชายถือโคมก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

    เขายืนอยู่หน้าประตูชั้นล่างสุดของหอคัมภีร์

    ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้น

    ชี้ไปยังบางสิ่ง

    ใต้พื้นดิน

    ...

    ภาพทั้งหมดสลายหายไปทันที

    ...

    หลินเซวียนลืมตาขึ้น

    เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก

    นี่เป็นครั้งแรก

    ที่นิมิตของชายถือโคมชัดเจนถึงเพียงนี้

    ราวกับกำลังส่งข้อความบางอย่างมาให้เขา

    ...

    เช้าวันต่อมา

    ลั่วชิงอวี่มาหาเขาแต่เช้า

    "วันนี้ไม่มีการแข่งขัน"

    หญิงสาวกล่าว

    "ผู้จัดต้องใช้เวลาจัดอันดับผู้ผ่านเข้ารอบ"

    "เจ้าจะไปไหนหรือไม่"

    ...

    หลินเซวียนนิ่งไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "ข้าอยากไปดูหอคัมภีร์เมฆคราม"

    ...

    หนึ่งชั่วยามต่อมา

    ทั้งสองเดินทางมาถึงใจกลางนคร

    อาคารโบราณขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

    มันสูงกว่าสิบชั้น

    ผนังด้านนอกเต็มไปด้วยอักขระโบราณ

    ค่ายกลป้องกันหลายชั้นหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา

    ...

    "นี่คือหอคัมภีร์เมฆคราม"

    ลั่วชิงอวี่กล่าว

    "ผู้คนส่วนใหญ่เข้าได้เพียงชั้นแรก"

    "ส่วนชั้นบน ๆ ต้องมีสิทธิ์พิเศษ"

    ...

    หลินเซวียนเงยหน้ามอง

    ทันใดนั้น

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างสั่นไหวอีกครั้ง

    ...

    ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

    ...

    และในชั่วพริบตานั้น

    เขาเห็นบางอย่าง

    ...

    ใต้หอคัมภีร์

    มีเส้นกรรมสีทองมหึมาซ่อนอยู่

    มันทอดลึกลงไปใต้ดิน

    ลึกยิ่งกว่ารากไม้

    ลึกยิ่งกว่าชั้นหิน

    ราวกับเชื่อมต่อกับสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง

    ...

    "เป็นไปไม่ได้..."

    หลินเซวียนพึมพำ

    ...

    ขณะนั้นเอง

    เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

    "เจ้ามองเห็นมันหรือ"

    ...

    หลินเซวียนหันกลับทันที

    ก่อนพบชายชราคนเดิม

    ผู้อาวุโสจากตำหนักดารานภา

    กำลังยืนอยู่ไม่ไกล

    ...

    ลั่วชิงอวี่ตกใจ

    เพราะนางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมาถึงตั้งแต่เมื่อไร

    ...

    ชายชรามองหลินเซวียน

    ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง

    "ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำเกินไป"

    ...

    หลินเซวียนไม่ตอบ

    แต่ในใจกลับเกิดความระแวง

    คนผู้นี้รู้เรื่องอะไรบางอย่างแน่นอน

    ...

    ชายชรายกมือขึ้น

    ก่อนโยนแผ่นหยกสีดำชิ้นหนึ่งมาให้

    ...

    หลินเซวียนรับไว้โดยสัญชาตญาณ

    บนแผ่นหยกมีเพียงสัญลักษณ์เดียว

    ...

    ตะเกียง

    ...

    และเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเคยเห็น

    บนประตูผนึกใต้ภูเขา

    ...

    หัวใจของหลินเซวียนสั่นสะเทือนทันที

    ...

    "ท่านได้สิ่งนี้มาจากที่ใด"

    เขาถาม

    ...

    ชายชรายิ้ม

    ก่อนตอบเพียงประโยคเดียว

    "คำตอบที่เจ้าตามหา"

    "อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด"

    ...

    กล่าวจบ

    ร่างของอีกฝ่ายค่อย ๆ เลือนหายไปกับฝูงชน

    ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

    ...

    หลินเซวียนกำแผ่นหยกในมือแน่น

    ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า

    สิ่งนี้

    อาจเป็นเบาะแสแรก

    ที่เชื่อมโยงไปถึง

    ผู้เฝ้าผนึก

    เมืองสีดำ

    และชายถือโคม

    ...

    แต่ในขณะเดียวกัน

    บนยอดหอคัมภีร์เมฆคราม

    เงาร่างผู้หนึ่งกำลังยืนมองลงมา

    ...

    ดวงตาคู่นั้นเย็นเยียบ

    เต็มไปด้วยเจตนาสังหาร

    ...

    เจ้าของดวงตาคือ

    เซียวอวี่เฟิง

    ...

    เขามองแผ่นหยกในมือของหลินเซวียน

    ก่อนกล่าวเบา ๆ

    "เหตุใดคนเช่นเจ้า..."

    "จึงได้รับความสนใจจากคนระดับนั้น"

    แสงเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

    เป็นครั้งแรก

    ที่ความรู้สึกอิจฉา

    เริ่มเปลี่ยนเป็น

    ความเป็นศัตรู

    "บางคนกำลังมองหาความจริง"

    "บางคนกำลังปกป้องความจริง"

    "และบางคน..."

    "พร้อมจะฆ่าเพื่อไม่ให้ความจริงถูกเปิดเผย"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน