สิบสองหยวน...ดังนั้นเสื้อผ้าสิบชุดก็คือหนึ่งร้อยยี่สิบหยวน
เมื่อรวมค่าผ้าเข้าไปแล้วก็ยังถูกกว่าการไปหาซื้อชุดสำเร็จรูปอยู่ไม่น้อย
เจียงชิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก“ราคานี้ยอมรับได้ แต่เธอต้องเอาแบบร่างมาให้ฉันดูก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสไตล์ที่ฉันต้องการ และถ้าถูกต้องแล้ว ฉันจะสั่งตัดทันที!”
เจียงอิ๋งอิ๋งหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋าที่พกติดตัวมาอย่างไม่รีบร้อนก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงมือวาดทันที
โจทย์คือต้องการเสื้อผ้าที่มีสีสันจัดจ้านกล้าที่จะแตกต่าง และต้องส่งออกไปยังต่างประเทศได้...
เธอใช้ความคิดขุดค้นความทรงจำเกี่ยวกับกระแสแฟชั่นชั้นสูงในต่างประเทศช่วงยุค80หากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือชุดเครื่องแบบที่เน้นความสง่างามการใช้สีแนวย้อนยุคอย่างสีม่วงวินเทจหรือสีทองซึ่งเป็นโทนสีตัดกันที่ได้รับความนิยมอย่างมากเพื่อตอบโจทย์รสนิยมที่ถวิลหาความหรูหราฟู่ฟ่าและแสงสี
เวลาผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงเจียงอิ๋งอิ๋งจึงออกแบบชุดออกมาได้สามแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้เจียงชิง
ชุดแรกเป็นชุดสูทสากลสีม่วงล้วนเพียงแต่การออกแบบกางเกงนั้นล้ำสมัยมากตรงกลางขากางเกงใช้การรีดจีบแนวตั้งเพื่อช่วยเสริมให้เรียวขาดูยาวและเพรียวขึ้นส่วนปกเสื้อตัวนอกนั้นออกแบบให้พับตลบขึ้นมาอย่างเกินจริง ทั้งแหลมและมีขนาดใหญ่
ชุดที่สองเป็นชุดกระโปรงสไตล์เรียบหรูคลาสสิกที่เผยช่วงเนินอกเล็กน้อย พร้อมระบุว่าให้ใช้ผ้าใยสังเคราะห์ลายดอกเล็กช่วงเอวออกแบบให้คอดกิ่ว เน้นความเซ็กซี่แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม
ชุดที่สามยังคงเป็นชุดเซตประกอบด้วยกระโปรงสั้นลายสกอตกับเสื้อสูทแขนสั้นเสริมฟองน้ำที่ไหล่ให้ดูตั้งเด่นซึ่งสอดคล้องกับสไตล์เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพของสตรีที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศขณะนั้น...
เจียงชิงเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเมื่อเธอได้เห็นแบบร่างก็ถึงกับชะงักไปนี่มันคือผลงานที่ก้าวล้ำอยู่บนจุดสูงสุดของแฟชั่นชัดๆเธอจินตนาการได้เลยว่าหากเสื้อผ้าสามชุดนี้ได้ขึ้นไปอวดโฉมบนรันเวย์มันจะต้องกลายเป็นผู้นำเทรนด์อย่างแน่นอน
หลังจากลังเลอยู่นานในที่สุดเธอก็ตัดสินใจพูดความจริง “ความจริงแล้วครั้งนี้เป็นเพื่อนดีไซเนอร์ชาวต่างชาติของฉันเห็นชุดที่ฝูเยว่สวมอยู่เลยอยากให้เธอช่วยทำชุดให้หน่อยน่ะ”
“ดีไซเนอร์หรือคะ?”
เจียงอิ๋งอิ๋งหรี่ตาลงในชาติก่อนเธอก็เป็นดีไซเนอร์เช่นกัน ย่อมเข้าใจความหมายนี้ดี“สรุปก็คือ เธอต้องการซื้อขาดงานออกแบบของหนูใช่ไหมคะ?”
พอคำว่า‘ซื้อขาด’ หลุดออกมาเจียงชิงก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที
หากพูดให้ดูดีคือการซื้อขาดแต่ความจริงก็คือการจ้าง ‘มือปืน’ หรือการเอาผลงานออกแบบของเจียงอิ๋งอิ๋งไปใส่ชื่อของตัวเองนั่นเอง
เนื่องจากการประกวดออกแบบครั้งนี้มีความสำคัญต่อเพื่อนชาวต่างชาติคนนั้นมากเธอจึงลองเสี่ยงดวงให้เจียงอิ๋งอิ๋งทำชุดออกมาสิบชุดเพื่อที่จะได้นำติดตัวกลับไป
เมื่อเห็นเจียงชิงเงียบไปเจียงอิ๋งอิ๋งกลับแย้มพลายรอยยิ้ม
เธอกระชับแบบร่างในมือแล้วค่อยๆพูดขึ้นว่า “น้าเจียงคะจะดีกว่าไหมถ้าหนูขายแบบร่างให้โดยตรงเลย?”
ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนเจียงชิงรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติเธอไม่คาดคิดว่างานออกแบบของเจียงอิ๋งอิ๋งจะโดดเด่นขนาดนี้จึงยังตัดสินใจไม่ถูกในทันที
พูดกันตามตรงเสื้อผ้าทั้งสามชุดนี้มีมาตรฐานเพียงพอที่จะขึ้นรันเวย์ได้เลยทีเดียว
“รอสักครู่นะจ๊ะ”
เจียงชิงเอ่ยเบาๆแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน
ไม่นานนักก็มีหญิงชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินตามเธอลงมา
เจียงอิ๋งอิ๋งถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งเธอไม่คิดว่าดีไซเนอร์ชาวต่างชาติที่เจียงชิงพูดถึงจะอยู่ที่นี่ด้วย
ประโยคภาษาอังกฤษที่พรั่งพรูออกมาอย่างคล่องแคล่วเจียงอิ๋งอิ๋งฟังออกทุกคำ
เนื้อความโดยรวมคือดีไซเนอร์คนนี้จะกลับประเทศทันทีหลังจากจบงานหมั้นของจี้ฝูเยว่ดังนั้นการนำเอาแบบร่างกลับไปจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
เจียงชิงตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน“แล้วคุณคิดว่าจะจ่ายเท่าไร?”
“ฉันให้เธอได้รูปละสิบดอลลาร์”
พูดตามตรงราคานี้เกินความคาดหมายของเจียงอิ๋งอิ๋งไปมาก...
ในเวลานั้นอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 15 ดังนั้นสิบดอลลาร์จึงมีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน
หากคิดตามราคานี้แบบร่างสามใบก็คือสี่ร้อยห้าสิบหยวน ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงลิบในยุคนั้น!
เจียงอิ๋งอิ๋งจึงเปิดปากพูดขึ้นว่า“ใบละสองร้อยหยวนค่ะ ไม่ลดราคา”
เจียงชิงชะงักไปเธอฟังภาษาอังกฤษออกงั้นหรือ?
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มน้อยๆ“น้าเจียงคะ ลองถามเพื่อนของคุณดูว่ายอมรับได้ไหมราคานี้ไม่สูงเลยนะคะ”
นี่ยังไม่สูงอีกหรือ!เมื่อกี้ที่บอกให้ตัดชุดน่ะราคาเท่าไรเอง!
เจียงชิงสูดหายใจเข้าลึกดูท่าเจียงอิ๋งอิ๋งคงฟังภาษาอังกฤษไม่ออกหรอกแค่อยากจะเรียกราคาแบบสิงโตอ้าปากกว้างเท่านั้นเอง
เธอจึงใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับดีไซเนอร์คนนั้นอย่างไม่ปิดบัง“เด็กคนนี้เรียกสิบสามดอลลาร์ คุณไม่ต้องรีบเดี๋ยวฉันลองคุยกับเธอเอง คาดว่าแปดดอลลาร์ก็น่าจะจบงานได้”
เจียงอิ๋งอิ๋งสีหน้าไม่เปลี่ยนเธอนิ่งฟังพลางเบะปากในใจ น้าเจียงคนนี้ไม่ซื่อเลยแฮะ เขาเสนอให้สิบดอลลาร์แต่ดันจะมาต่อราคาลงอีก!
ทว่าดีไซเนอร์กลับส่ายหน้า“แบบร่างพวกนี้สิบสามดอลลาร์ ฉันรับได้”
เจียงชิงรั้งเธอไว้ก่อนจะหันมามองเจียงอิ๋งอิ๋งด้วยท่าทางมั่นใจ “อิ๋งอิ๋งราคานี้สูงเกินไปนะ น้าให้ค่าแบบร่างใบละแปดดอลลาร์คิดเป็นเงินหยวนก็เกือบหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนเชียวนะ!”
“มันก็แค่ภาพไม่กี่ใบเอง ทำง่ายกว่าเย็บชุดตั้งเยอะ”
เจียงอิ๋งอิ๋งยกยิ้มมุมปาก“น้าเจียงคะ รูปไม่กี่ใบนี้หนูวาดมาทั้งเช้าเลยนะคะความแพงของมันไม่ได้อยู่ที่ทำง่ายหรือยากแต่มันแพงตรงที่มันเป็นงานเพียงชิ้นเดียวในโลกต่างหาก”
“ความคิดสร้างสรรค์นั้นประเมินค่าไม่ได้ค่ะ”
“น้าเจียงคะ ถ้าเพื่อนของคุณคิดว่าใบละสองร้อยหยวนเหมาะสมก็ตกลงกันได้แต่ถ้าไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรค่ะแน่นอนว่าหากเพื่อนของคุณจะละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการขโมยงานออกแบบของหนูไปตรงๆหนูเองก็คงไม่มีปัญญาจะไปฟ้องร้องที่ไหนได้หรอกค่ะ”
เพื่อนของเธอเป็นถึงดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าในต่างประเทศหากไม่ใช่เพราะให้ความสำคัญกับการประกวดครั้งนี้มากเกินไปเธอก็คงไม่ลดตัวมาทำเรื่องซื้อผลงานของคนอื่นซึ่งถือเป็นการหยามเกียรติของอาชีพดีไซเนอร์เอง
“ตกลง ตามนั้นเลย!”
ดีไซเนอร์คนนั้นพินิจแบบร่างทั้งสามใบอีกครั้งก่อนจะหันมาพูดกับเจียงอิ๋งอิ๋งเป็นภาษาอังกฤษว่า “คุณมีพรสวรรค์มากการออกแบบครั้งนี้ฉันจะใส่ชื่อของคุณลงไปด้วย”
ถึงแม้จะเป็นการซื้อขาดแต่เธอก็ไม่อยากฝังพรสวรรค์ของดีไซเนอร์ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้
“น้าเจียงคะ รบกวนฝากบอกเธอด้วยว่า หนูชื่อเจียงอิ๋งอิ๋งและแบรนด์เสื้อผ้าของหนูชื่อ ‘ตู๋เท่อ’ ค่ะ”
เจียงอิ๋งอิ๋งพูดกับเจียงชิงแต่สายตากลับจ้องมองและพยักหน้าให้กับดีไซเนอร์
เจียงชิงอึ้งไปอีกครั้งไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็รู้สึกว่าเจียงอิ๋งอิ๋งฟังภาษาอังกฤษออก...
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?เธอสืบประวัติเด็กสาวชนบทคนนี้มาแล้ว เรียนหนังสือมาไม่กี่ปีตัวอักษรทั่วไปยังไม่รู้เลยว่าจะรู้จักกี่ตัว แล้วจะมาเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างไร?
คงเป็นเพราะเธอคิดมากไปเองเจียงอิ๋งอิ๋งก็แค่เด็กที่หน้าเงินเท่านั้นแหละ
ตอนเที่ยงเจียงชิงกำชับให้แม่ครัวจัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่ที่หรูหราอลังการหนึ่งในนั้นมีเป็ดปักกิ่งที่หากินได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้อีกด้วย
เป็ดตัวนั้นทั้งอ้วนทั้งใหญ่กินเข้าไปคำเดียวก็หอมอบอวลไปทั้งปาก...
เจียงอิ๋งอิ๋งกินอย่างมีความสุขแต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอ “น้าเจียงคะเดี๋ยวรบกวนส่งคนไปส่งหนูหน่อยนะคะ! ทางกลับมันลำบาก หนูเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว มันอันตรายค่ะ”
เด็กสาวที่สะสวยขนาดนี้แถมยังพกเงินจำนวนมหาศาลติดตัวไปด้วย ปล่อยให้กลับเองก็น่าเป็นห่วงจริงๆ
เจียงชิงรับคำอย่างรวดเร็วพร้อมเสริมว่า “พอหมดฤดูร้อนก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาลฉันจะจ้างเธอมาทำชุดให้อีกนะ”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มอย่างเขินอาย“น้าเจียงคะเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงราคาจะแพงขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่งนะคะ...”
เด็กคนนี้...สงสัยในหัวจะมีแต่เรื่องเงินจริงๆ...
หลังจากกินเสร็จบนโต๊ะยังมีพวกไก่เป็ดเนื้อปลาเหลืออยู่อีกกว่าครึ่งเพราะผู้หญิงสามคนกินกันได้ไม่เท่าไร อาหารบางจานแทบจะไม่มีใครแตะต้องเลยด้วยซ้ำ
เจียงอิ๋งอิ๋งเอามือเท้าคางพลางเอ่ยอย่างนึกเสียดาย“ว้า อาหารเยอะแยะขนาดนี้ถ้าต้องเททิ้งคงเสียดายแย่เลยนะคะ? ตอนนี้สภาพเศรษฐกิจบ้านเมืองเรายิ่งไม่ค่อยดีอยู่ด้วยถ้าใครมาเห็นเข้าต้องเอาไปนินทาแน่ๆ เลย!”
เจียงชิงถึงกับพูดไม่ออก...เธอไปบอกตอนไหนว่าจะเททิ้งกันล่ะเนี่ย?