ตอนที่ 144 ขังตัวเอง
ตอนที่ 144 “ฟู่ว...การผ่าตัดเสร็จสิ้นขอบคุณทุกคนมากครับ” ดนัยพ่นลมหายใจออกมาหลังจากฝึกซ้อมการผ่าตัดครั้งนี้สำเร็จ “นี่เราใช้เวลาไปเท่าไหร่คะเนี่ยหมอดนัย” หมอมิโฮะถาม “ขอไปดูแปปนะครับ” ดนัยเองก็ไม่แน่ใจนักเขาจึงต้องเดินไปดูที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ “สามชั่วโมงกับอีกยี่สิบนาทีครับ” ดนัยบอกหลังจากดูเวลาบนหน้าจอเรียบร้อย “ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสินะคะเพราะจะให้ดีต้องเอาให้ต่ำกว่าสามชั่วโมง” หมอมิโฮะเองก็รู้ว่าผู้ป่วยเด็กทารกคนนี้จะให้ผ่าตัดอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยทีมแพทย์ของพวกเธอจะต้องผ่าตัดให้เวลาอยู่ต่ำกว่าสามชั่วโมง “ครับแต่วันนี้เราไม่ทำพลาดเลยก็ดีมากแล้วไม่งั้นคงได้เริ่มใหม่ไปหลายรอบแล้ว” ดนัยพูด “ว่าแต่หมอฮิคาริไปกินข้าวกับหมอไซโต้นานจังเลยนะคะ” ซากิพูด “นั่นสิคะนี่ก็สี่ทุ่มกว่าแล้วยังไม่กลับมาเลย” รินะมองดูนาฬิกาบนข้อมือ “ไม่แน่ว่าอาจจะไปต่อกันก็ได้นะคะ...อิอิ” หมอมิโฮะยิ้มกรุ้มกริ่ม “ไม่น่าจะใช่แบบที่หมอมิโฮะคิดมั้งคะ” ยูมิที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของทั้งสองคนรู้ดีว่าไซโต้และฮิคารินั้นความสัมพันธ์ไม่ได้มีมากไปกว่าคำว่าเพื่อน “ฉันก็แค่ล้อเล่นค่ะหมอยูมิว่าแต่เราจะซ้อมกันอีกรอบมั้ยคะ” หมอมิโฮะถาม “ถ้าซ้อมอีกรอบมีหวังรถแท็กซี่หมดแน่ครับผมว่าเราแยกย้ายกันกลับดีกว่า” ดนัยเห็นว่าถ้าอยู่ซ้อมต่อมีหวังทุกคนกลับบ้านไม่ได้แน่ “โอเคถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะรินะกับซากิพวกเธอกลับกับฉันมั้ย” หมอมิโฮะ “พวกเราขอไปด้วยค่ะจะได้ประหยัดค่ารถ” รินะกับซากิพยักหน้าจากนั้นพวกเธอทั้งสามคนก็ออกจากอาคารไปเพื่อไปเรียกรถแท็กซี่ “ดนัยจะกลับด้วยกันมั้ยคะ” ยูมิถามเพราะวันนี้เธอนั้นจะกลับไปนอนที่หอและขามาเธอก็มาด้วยกันกับดนัย “ต้องรบกวนคุณยูมิด้วยครับ” ดนัยพยักหน้า ดนัยและยูมิเดินออกมาจากอาคารและเดินไปยังที่จอดรถ “หือห้องฮิคาริเปิดไฟอยู่นี่คะกลับมาแล้วทำไมถึงไม่แวะมาหาพวกเรากัน” ยูมิเงยหน้ามองไปที่บนคฤหาสน์ของตระกูลทาเคนากะซึ่งบริเวณที่เธอจอดรถอยู่นั้นสามารถมองเห็นห้องนอนของฮิคาริได้ “นั่นสิแปลกจังยัยนั่นกลับมาแล้วแต่ทำไมไม่แวะมาดูผลการฝึกหน่อยนะ” ดนัยเองก็สงสัย “เข้าไปหาเธอหน่อยดีมั้ยคะ” ยูมิถาม “ก็ได้ครับแวะเข้าไปบอกหน่อยก็ได้ว่าพวกเราจะกลับแล้ว” ดนัยพยักหน้าก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลทาเคนากะ คฤหาสน์บ้านตระกูลทาเคนากะ ดนัยและยูมิเดินเข้ามาข้างในแต่เมื่อเข้ามาพวกเขาทั้งคู่ก็ต้องแปลกใจเพราะมีแขกนั่งทำหน้าเครียดอยู่ที่ห้องรับแขกและแขกนั้นทั้งคู่ก็รู้จักเสียด้วย “คุณฮิมุโระ !!/คุณฮาฮิมุโระ !!” ดนัยและยูมิอุทานชื่อแขกที่ว่าออกมาด้วยความประหลาดใจ “อ้าว...หมอดนัยแล้วก็นั่นหนูยูมินี่นามาทำอะไรกันที่นี่ล่ะ...อ๊ะจริงสิได้ยินจากพ่อบ้านของฮิคาริว่าทีมผ่าตัดของโรงพยาบาลมาฝึกซ้อมผ่าตัดกันสินะ” ฮิมุโระพูด “ใช่ครับพวกเราทีมผ่าตัดมาใช้ที่นี่ฝึกซ้อมกันตลอดว่าแต่ทำไมถึงมาอยู่นี่ล่ะครับ” ดนัยบอกพลางถามถึงเหตุผลที่ฮิมุโระมาอยู่ที่นี่ “นั่นสิคะคุณอามีรีสอร์ทต้องดูแลไม่ใช่เหรอ” ยูมิพูด “โอยปล่อยให้พนักงานดูแลกันเองสักวันสองวันไม่เป็นไรหรอกส่วนที่ฉันมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อมาแจ้งเรื่องบางอย่างให้ฮิคาริได้รู้น่ะแต่นึกไม่ถึงพอเด็กคนนั้นกลับมาตั้งแต่หัวค่ำก็วิ่งเข้าห้องไปเลยนี่อาก็พยายามมาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ยแต่เด็กคนนั้นก็ไม่ยอมออกมาจากห้องสักทีเอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในนั้นอาพยายามถามเหตุผลก็ไม่ยอมพูดอะไร” ฮิมุโระบอก “หือ...นี่ฮิคาริกลับมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วงั้นเหรอครับแถมยังขังตัวเองอยู่แต่ในห้องอีก !!” ดนัยอุทานออกมา “ใช่เห็นพ่อบ้านบอกว่ากลับมาตอนเกือบสองทุ่มน่ะ” ฮิมุโระพูด “กลับมาตั้งนานแล้วนี่คะว่าแต่คุณอามาคนเดียวเหรอคะเนี่ย” ยูมิถาม “เปล่ามากับคาโต้น่ะแต่ตอนนี้ไล่ให้ไปกินข้าวแล้วล่ะเพราะตั้งแต่ออกจากเกาะโอกินาว่ามาคาโต้ยังไม่ได้กินอะไรเลย...คาโต้เองก็อายุเยอะแล้วถ้าไม่ดูแลสุขภาพเดี๋ยวจะป่วยจนช่วยงานอาไม่ไหวเสียก่อน” ฮิมุโระตอบ “จริงสิหมอดนัยกับหนูยูมิเองก็ลองขึ้นไปช่วยพูดพาฮิคาริออกจากห้องนอนให้หน่อยสิไม่แน่บางทีเธออาจะยอมฟังทั้งสองคนก็ได้นะ” ฮิมุโระขอให้ดนัยและยูมิช่วยพาฮิคาริที่ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนออกมา “ได้สิคะเดี๋ยวหนูจะลองดูดนัยไปกันเถอะค่ะ” ยูมิพูด “ได้ครับขึ้นไปลากยัยนั่นออกจากห้องกัน” ดนัยพยักหน้าจากนั้นทั้งสองคนก็เดินมุ่งหน้าไปที่ชั้นสองแต่ก่อนที่ดนัยจะเดินออกจากห้องโถงไปเขาก็หยุดและหันมาถามฮิมุโระ “จริงสิคุณฮิมุโระครับคุณมาหาฮิคาริทำไมเหรอครับ” ดนัยสงสัย “ก็จะมาบอกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการตายของพี่ชายและพี่สะใภ้ฉันน่ะ” ฮิมุโระบอก พี่ชายและพี่สะใภ้...นั่นหมายถึงพ่อกับแม่ของฮิคาริสินะ ดนัยคิดในใจ “เรื่องเกี่ยวกับการตายที่โดนจัดฉากให้เหมือนอุบัติเหตุน่ะเหรอครับ !!” ดนัยโพล่งออกมา “นี่หมอดนัยรู้ด้วยเหรอครับ !!” ฮิมุโระแสดงสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าดนัยก็ทราบเรื่องการตายของพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาด้วย “ฮิคาริเล่าให้ฟังนิดหน่อยน่ะครับ” ดนัยบอกตอนนั้นเองยูมิที่เดินขึ้นบัดไดไปแล้วแต่ไม่เห็นดนัยตามมาจึงตะโกนเรียก “ดนัยทำอะไรอยู่คะขึ้นมาเร็วสิ” ยูมิเรียก “อ๊ะยังไงขอตัวไปลากฮิคาริออกจากห้องก่อนนะครับ” ดนัยที่โดนเรียกจึงรีบไปหายูมิ หน้าห้องนอนฮิคาริ ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! ยูมิที่ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับดนัยเคาะประตูห้องของฮิคาริอย่างมีมารยาท “ฮิคาริเปิดประตูหน่อยสิเธอเป็นอะไรน่ะขังตัวเองเอาไว้ในห้องทำไม” ยูมิเรียกเพื่อนสนิทตนแต่ทว่าผ่านไปหลายวินาทีก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับมา “ดนัยช่วยเรียกหน่อยสิคะ” ยูมิหันมาหาดนัย “ได้ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะตะโกนเรียกเธอ “ฮิคาริเปิดประตูหน่อยสิขังตัวเองไว้ในห้องแบบนี้อย่าบอกนะว่าแอบอ่านหนังสือโป้อยู่น่ะ !!” ดนัยตะโกนเสียงดังแถมยังพยายามยัดเยียดมุขตลกลามกเข้าไปด้วยเผื่อฮิคาริจะโมโหแล้วส่งเสียงปฎิเสธออกมาบ้างแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา “ไม่ตอบแฮะยัยนั่นเป็นอะไรไปหรือเปล่า...หรือว่าอาการป่วยจะกำเริบ” ดนัยเริ่มเป็นห่วง “ไม่น่าจะใช่นะคะ” ยูมิคิดว่าไม่น่าจะใช่ “แล้วใช้กุญแจเปิดเข้าไปไม่ได้เหรอครับ” ดนัยสงสัย “ประตูไม่ได้ล็อกค่ะแต่ใส่โซ่คล้องด้านในเอาไว้” ยูมิลองหมุนลูกบิดประตูให้ดูซึ่งมันไม่ได้ล็อกแต่ถูกใส่โซ่เอาไว้ “ให้พังเข้าไปมั้ยครับ” ดนัยถาม “แบบนั้นไม่ดีมั้งคะเอาเป็นว่าลองเข้าไปทางระเบียงจากห้องข้างๆดีมั้ยคะถึงระเบียงจะไม่เชื่อมต่อกันแต่มันก็ห่างกันแค่เมตรเดียวฉันใส่กระโปรงอยู่จะให้กระโดดข้ามระเบียงก็ยังไงอยู่” ยูมิลองเสนอ “ได้ครับเดี๋ยวผมลองเข้าไปห้องข้างๆแล้วลองกระโดดไปที่ระเบียงห้องฮิคาริดู” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็เห็นด้วยเขาจึงลองไปเปิดประตูห้องข้างห้องนอนฮิคาริดูซึ่งมันก็ไม่ได้ล็อก แกร๊ก !! ดนัยเปิดประตูห้องด้านข้างเข้าไปและก็เดินไปเปิดหน้าต่างก่อนจะปีนออกไปข้างนอกระเบียง “ยัยนั่นขังตัวเองไว้ในห้องทำไมเนี่ยแถมเรียกก็ไม่ตอบ” ดนัยอดเป็นห่วงไม่ได้เขามองระเบียงห้องฮิคาริที่อยู่ห่างไปประมาณหนึ่งเมตรก่อนจะทำการปีนขึ้นไปที่ขอบระเบียงและกระโดดข้ามไปที่ระเบียงของห้องฮิคาริได้ไม่ยากเย็น เมื่อมาอยู่ที่ระเบียงห้องของฮิคาริแล้วดนัยก็เดินเข้าไปมองผ่านหน้าต่างเข้าไปภายในห้อง บนเตียงไม่มี...หรืออยู่ในห้องน้ำ...อ๊ะอยู่นั่นเองนั่งอยู่หลังประตูห้องดีนะเมื่อครู่เราไม่พังประตูไม่งั้นประตูกระแทกฮิคาริแน่ ดนัยคิดในใจก่อนจะตะโกนเรียก “ฮิคา...” ดนัยที่กำลังจะเรียกชะงักไปเพราะฮิคาริเงยหน้าขึ้นมามองเขาแต่ถ้ามองธรรมดาน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแต่ที่สิ่งที่ทำให้ดนัยชะงักไปนั่นเป็นเพราะใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของฮิคาริพร้อมกับสายตาที่ว่างเปล่าและดูเหมือนจะสิ้นหวังที่มองมาต่างหากที่ทำให้เขาชะงัก ฮิคาริมองหน้าดนัยอยู่ไม่กี่วินาทีก่อนจะก้มหน้าฟุบกับเข่าตัวเองเหมือนเก่า “เกิดอะไรขึ้นกับเธอเนี่ยฮิคาริ !!” ดนัยพูดก่อนจะพยายามหาวิธีเข้าไปข้างในพยายามอยู่ครู่หนึ่งดนัยก็เปิดหน้าต่างและปีนเข้าไปในห้องของฮิคาริได้ เมื่อเข้ามาในห้องได้ไม่รอช้าดนัยก็ตรงเข้าไปหาฮิคาริทันที หมับ !! ดนัยใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าของฮิคาริเอาไว้ “ฮิคาริเกิดอะไรขึ้นเธอร้องไห้ทำไมใครทำอะไรเธอ...อย่าบอกนะว่าเป็นหมอไซ...ไม่สิเป็นไอ้ไซโต้น่ะ !!” ดนัยพูดเพราะก่อนหน้านี้ฮิคาริเธอไปกับไซโต้ดนัยจึงคิดว่าต้นเหตุน่าจะเป็นเขา แต่ว่าไม่ว่าดนัยจะถามหรือพูดอะไรออกไปฮิคาริก็ไม่เปิดปากพูดอะไรออกมาทั้งนั้น “ดนัยคะเข้าไปได้หรือยังคะ !!!” เสียงยูมิดังออกมาจากข้างนอก “ผะ...ผมอยู่ในห้องแล้วครับเจอฮิคาริแล้วแต่เธอเป็นอะไรก็ไม่รู้เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ถามอะไรก็ไม่ตอบ !!” ดนัยตอบยูมิ “ห๋า...ฮิคาริร้องไห้เหรอคะดนัยคะช่วยเปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อยสิคะ !!” ยูมิบอกให้ดนัยเปิดประตู “ได้ครับผมจะเปิดเดี๋ยวนี้” ดนัยรีบลุกขึ้นไปปลดโซ่คล้องประตูออกทำให้ยูมิสามารถเปิดประตูเข้ามาในห้องได้ พรวด !! ทันทีที่โซ่คล้องประตูถูกปลดยูมิก็พรวดเข้ามาในห้องทันทีและก็เห็นฮิคาริที่นั่งพิงกำแพงอยู่ข้างประตูห้อง “ฮิคาริเธอ...เป็นอะไรร้องไห้ทำไม” ยูมิรีบถามเพื่อนสนิทของเธอแต่ฮิคาริก็ไม่ยอมตอบ “ต้องเป็นไอ้ไซโต้แน่ครับผมจะโทรไปถามมันเอง !!” ดนัยที่คิดไปแล้วว่าเป็นฝีมือไซโต้จึงรีบหยิบมือถือออกมาเตรียมจะโทรไปคาดคั้นว่าเขาทำอะไรกับฮิคาริแต่ว่ายังไม่ทันได้ควักมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงฮิคาริก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือดนัยเสียก่อน หมับ !! ฮิคาริคว้าข้อมือดนัยเอาไว้และส่ายหน้า “ฮิคาริ...นี่เธอเป็นอะไรกันแน่สรุปใช่ไอ้ไซโต้หรือเปล่าที่ทำเธอ” ดนัยที่เห็นว่าฮิคาริยังคงพอมีสติที่จะหยุดตนก็รีบถามแต่ฮิคาริก็ยังไม่ยอมพูดเธอทำแค่ส่ายหน้าเป็นคำตอบเท่านั้น “แล้วสรุปเธอร้องไห้ทำไ...” “อ้าวนี่พวกเธอเข้ามาในห้องได้แล้วเหรอดีจังเลยแล้วฮิคาริหลานฉันล่ะ !!” ฮิมุโระที่อดเป็นห่วงหลานสาวไม่ได้เดินขึ้นมาดูและก็เห็นว่าดนัยและยูมิเข้ามาในห้องได้แล้ว “ฮิคาริเธออยู่นี่ครับแต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้” ดนัยบอกพลางหลบให้ฮิมุโระเห็นหลานสาวของตนที่นั่งร้องไห้อยู่ “ฮิคารินี่หลานเป็นอะไรไปก่อนหน้านี้หลานไปเจออะไรมา” ฮิมุโระถามซึ่งฮิคาริก็ไม่ยอมตอบอีกเขาจึงหันไปถามดนัยและยูมิแทน “ก่อนหน้านี้ฮิคาริไปกินข้าวกับทาเครุคุงมาค่ะคุณอา” ยูมิตอบคำถามของฮิมุโระ “กินข้าวกับทาเครุ...อย่าบอกนะว่าเป็นไซโต้ ทาเครุน่ะ” ฮิมุโระพูด “ใช่ครับเป็นไอ้หมอนั่นแหละเข้ามาชวนฮิคาริตั้งแต่ที่โรงพยาบาลเห็นว่าญาติของเขาอยากเจอฮิคาริน่ะ” ดนัยบอก “ญาติงั้นเหรอ...อย่าบอกนะว่าเป็นไวโอเล็ต คริมสัน !!” ฮิมุโระอุทานออกมาและชื่อนั้นที่ฮิมุโระอุทานออกมานั้นทำให้ฮิคาริมีปฎิกิริยา ควับ !! ฮิคาริหันควับมามองฮิมุโระก่อนจะเริ่มอ้าปากพูด “คะ...คะ...คุณอารู้อะไรมาสินะ !!” ฮิคาริพยายามพูดออกมา “หลานพูดแบบนี้แสดงว่าเธอต้องบอกอะไรบางอย่างให้หลานฟังเกี่ยวกับเรื่องพ่อกับแม่ของหลานสินะ” ฮิมุโระที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วแสดงสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเขานึกไม่ถึงว่าคนที่บอกข่าวเรื่องนี้ก่อนจะเป็นไวโอเล็ต คริมสันหนึ่งในผู้ร่วมโครงการเดียวกันกับพ่อและแม่ของฮิคาริแถมยังเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากการฆ่าโดยทำให้เหมือนอุบัติเหต จบ...