หานจิ่นซู่ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักพระชนนีได้ระยะหนึ่งแล้วหลังร่างเส้นวาสนาให้เห็นได้แบบรางเลือนพระชนนีจึงเรียกเสวี่ยอ๋องไปพบอีกครั้ง หวังเร่งรัดการแต่งงานให้เร็วขึ้น
“ปีนี้ยังพอมีฤกษ์ดีเจ้าคิดเห็นอย่างไร”
เจ้าของตำหนักเหมันต์พิศุทธิ์แปลกพระทัยอยู่บ้างที่เสด็จป้ายังไม่ตัดพระทัยเรื่องราวเมื่อวันนั้นมั่นพระทัยว่าหานจิ่นซู่ต้องเล่าให้เสด็จป้าของพระองค์ฟังจนหมดสิ้นแล้วเช่นกัน“หานจิ่นซู่ไม่ได้ทูลหรือพ่ะย่ะค่ะว่ากระหม่อมมีนางในดวงใจแล้ว”
“นางหรือจะกล้าฟ้องอะไรข้าหน้าตาเศร้าหมองอมทุกข์อยู่ฝ่ายเดียว” พระชนนีทรงปดความเสียใจของหานจิ่นซู่ทรงรับฟังไว้ทั้งหมดแล้วเพียงแต่ยังไม่ถอดใจเรื่องหาคู่หมั้นหมายที่เหมาะสมให้หลานชาย “เกิดเป็นคนในราชวงศ์จะมัวคิดห่วงแต่ความรู้สึกตัวเองไม่ได้หรอกนะ”
“เสด็จป้าคงทรงทราบแล้วกระมังว่ากระหม่อมมีใจให้นางใด”
“อย่าลืมว่าข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนสายตาเจ้า คำพูดเจ้า ท่าทางเจ้า ข้ามองก็ดูรู้ แม้เจ้าปิดบังเรื่องอื่นข้าได้แต่เรื่องชายหญิง เจ้าปิดบังไม่เก่งหรอกนะเสี่ยวเสวี่ย”
ในเมื่อตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้วเซวียเสวี่ยจิ้งจึงทรงวอนขอพระเมตตาจากผู้อุปการะอุ้มชู
“เสด็จป้าโปรดส่งเสริม”
“ฉวนลี่ถิงไม่สามารถช่วยงานอะไรเจ้าได้ทั้งยังไม่อาจจะเชิดหน้า ชูตาซู่เอ๋อร์ด้อยกว่านางที่ตรงไหนเจ้าจึงปฏิเสธไร้เยื่อใยหักหาญรานน้ำใจนางมากเพียงนั้น”
“หลายปีที่ผ่านมาเสด็จป้ารู้ดีแก่พระทัยว่าเสี่ยวเสวี่ยไม่ปรารถนาสิ่งใดเท่าที่มีอยู่หรือเสด็จป้าอยากให้เสี่ยวเสวี่ยสะสมกำลังพล แต่งชายาเพื่อหาคนมาหนุนอำนาจในมือคบหาเพื่อนพ้องเพื่อหวังทำการใหญ่”
การตอบโต้คืนมาแบบนี้หนักหน่วงไม่น้อยเหตุใดนางจะอยากให้พระภาคิไนยมีคนภักดีมากกว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของตน แต่ไรมาผู้คนล้วนรับรู้โดยทั่วว่าเขาปรีชาสามารถความคิดอ่านรอบด้านถอดแบบมาจาก พระบิดา หากไม่เพราะราชโองการแต่งตั้งเสียเจิ้งหากไม่เพราะเขาเห็นแก่ความสัมพันธ์พี่น้องเป็นที่ตั้งราชบัลลังก์ที่ได้มาก็คงไม่ง่ายดาย ไม่แคล้วต้องมีการนองเลือดจารึกในแผ่นดิน
“ป้าก็แค่อยากเห็นเจ้าแต่งกับหญิงที่ดีไร้คำครหานินทา”
“ถิงเอ๋อร์ดีที่สุดแล้วพ่ะย่ะค่ะนอกจากนางแล้ว กระหม่อมไม่ปรารถนาจะแต่งกับหญิงใด” ทรงยืนยันเสียงหนักส่งผลให้พระชนนีถอนพระทัยพร้อมกับส่ายพักตร์
“เป็นไปได้ไหมที่จะรับซู่เอ๋อร์อีกคน”เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผล ก็คงต้องหว่านล้อม
“นั่นมิเท่ากับทรมานนางเปล่าๆหรือพ่ะย่ะค่ะ ความเอ็นดูของเสด็จป้าเท่ากับส่งเสริมให้นางต้องเจ็บปวดใจอยู่กับคนที่อย่างไรก็ไม่รัก นางจะทนได้กี่มากน้อย สุดท้ายแล้วจะมีความสุขหรือวันนี้ทนได้ วันหน้าอาจจะไม่ทน กระหม่อมไม่อยากมีปัญหา ชีวิตนี้หวังเพียงจะอยู่เคียงคู่ราบรื่นกับหญิงเดียวที่รักจนตายจากเท่านั้น”หนึ่งชายหลายหญิงจะหาความสงบสุขในชีวิตการครองเรือนได้อย่างไรวังหลังของพระบิดา วังหลังของพระเชษฐาล้วนคือตัวอย่างให้เห็นเป็นประจักษ์
“ซู่เอ๋อร์ไม่ใช่คนมีจิตใจชั่วร้ายเจ้าไปฟังใครเป่าหูมาถึงค้านคำข้าไม่ลดรา” ไม้แข็งก็แล้วไม้อ่อนก็แล้ว แต่อีกฝ่ายยังลุ่มหลงหนักยืนกรานไม่ถอยอดไม่ได้ที่พระชนนีจะเกิดความไม่พอพระทัยลามไปถึงสตรีที่ทรงไม่ต้องการให้เข้ามาร่วมวงศ์ตระกูล
“เสี่ยวเสวี่ยเกิดและเติบโตขึ้นในวังย่อมรู้ดี หนึ่งชายหลายสตรีหาความสงบได้ที่ใด ปัญหามากมายของราชวงศ์ในวังหลังนี่เริ่มต้นไม่ใช่สาเหตุมาจากความมากน้ำใจของบุรุษหรือไรพ่ะย่ะค่ะตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่ามาตามแก้ไขทีหลัง เสด็จป้าได้โปรดทรงเห็นใจ” อย่างไรเสียพระชนนีก็มีคุณที่อุ้มชูเลี้ยงดูหลังสิ้นพระมารดากตัญญูรู้คุณทรงยกไว้เหนือเศียร แต่นั่นต้องมิใช่การฝืนพระทัยตนเอง
“ซู่เอ๋อร์ยอมลดตัวไม่ขอตำแหน่งใดๆเจ้าก็ไม่ยอมรับหรือ”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“หากนี่คือรับสั่งของฝ่าบาท”
ดวงเนตรคมกล้าสื่อถึงความในพระทัยทั้งหมดตรัสน้ำเสียงจริงจัง
“กระหม่อมก็คงทำได้เพียงมอบชีวิตไว้ใต้เบื้องบาทแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
มิคาดว่าเขาจะกล้าทำเพื่อผู้หญิงคนนั้นได้มากเพียงนี้!
“ฉวนลี่ถิงมีดีอะไรให้เจ้าทุ่มเทเจ้าคงไม่หลงเล่ห์กลมนตร์เสน่ห์ของนางเข้าหรอกนะเรื่องคุณไสยใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง ยิ่งนางมาจากต่างเมืองด้วยแล้ว”
“แม้นางไม่เคยลงมือช่วยเหลือใดๆไม่เคยทำเรื่องยิ่งใหญ่สละชีวิตปกป้องกระหม่อมดังเช่นยอดหญิงนางอื่นในประวัติศาสตร์แต่กระหม่อมก็รักนาง มันเป็นความรู้สึกผ่อนคลายและวางใจได้เมื่อมีนางอยู่ใกล้นางไม่โอนอ่อนตามในทุกเรื่องที่กระหม่อมคิดหรือพูด นางมีความคิด มีความรู้สึกของนางเองและพร้อมจะเป็นเพื่อนคู่คิดเคียงข้างกันไป”
“หากวันหน้านางเปลี่ยนไปที่เจ้าเห็นคือจริตมารยาเล่าจะให้ป้าเจ้าไว้ใจผู้หญิงซึ่งไร้การอบรมไม่ได้ถูกเลี้ยงดูจากตระกูลดีๆ ได้อย่างไร”
“นั่นก็ปล่อยเป็นเรื่องของวันหน้าเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
ที่พระชนนีทรงวางแผนใหม่ไว้ก่อนหน้าคือหากพระภาคิไนยมีใจโลเลไม่เด็ดขาด ก็จะทรงผลักฉวนลี่ถิงไปเป็นสนมของจักรพรรดิตำแหน่งสนมน่ะเป็นได้แต่เรื่องจะสามารถตั้งครรภ์ให้กำเนิดพระโอรสนั้นอย่าได้คิดหวังเมื่อได้ทรงเชยชมสมพระทัย ฉวนลี่ถิงก็จะหมดความสำคัญลง ดั่งภมรหนุ่มดูดกินน้ำหวานย่อมรู้อิ่มรู้เบื่อไปตามเวลา
ทว่าหลังจากฟังพระภาคิไนยแสดงออกถึงความจริงจังต่อฉวนลี่ถิงแล้วพระนางก็ไม่กล้าเสี่ยง ทำให้หานจิ่นซู่ผิดหวังยังเสียประโยชน์น้อยกว่าทำให้เขาไม่พอใจจนสะเทือนถึงบัลลังก์ผู้น้อยไม่ลงมือกับเชษฐาที่เติบโตมาพร้อมกัน แต่อาจไปลงมือกับเถียนเยวี่ยเพื่อโยนความผิดได้เช่นกัน
เพราะราชโองการระบุไว้ว่าเถียนเยวี่ยจะตายไม่ได้ ขุนพลเฒ่าสกุลเผิงล่วงรู้ความจริงนางก็ดึงเผิงเซิ่งอี้มาเป็นพระชามาดาหวังให้สกุลเผิงสนับสนุนภักดีต่อจักรพรรดิแทนเสวี่ยอ๋อง เมื่อได้ความภักดีของสกุลเผิงแล้วก็ไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องราชโองการอีก การจะจัดการกับเถียนเยวี่ย ค่อยลงมือทีหลังก็ยังไม่สายหรือหากคนผู้นั้นวอนตายนัก ก็ทำให้ตายโดยสาวมาถึงสกุลฉางซุนไม่ได้
“จะไม่ผิดต่อบรรพชนไปหน่อยหรือกับการเสียสละชีวิตอันมีค่าของตนเพื่อผู้หญิงคนเดียว”
“ไว้ถึงตอนนั้นกระหม่อมค่อยโขกศีรษะน้อมรับความผิดต่อเหล่าบรรพชนในปรโลกพ่ะย่ะค่ะ”
คนอยู่ดีกว่าตายในเมื่อห้ามไม่ได้ก็คงต้องปล่อยตามเลย พระชนนีถอนพระทัย “เอาเถอะ...อย่างไรข้าก็ขัดเจ้าไม่ได้แล้ว ไว้ข้าจะบอกกับซู่เอ๋อร์คงต้องหาผู้ชายดีๆ สักคนแต่งกับนาง เจ้านี่นะ...ทำให้ป้าเจ้าลำบากใจแล้วรู้หรือไม่”
“เสี่ยวเสวี่ยน้อมไถ่โทษในภายหลังขอบพระทัยเสด็จป้าที่ทรงเข้าพระทัย”
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายได้ความสนิทสนมดั่งป้าหลานก็คืนมา
ฝ่าด่านพระชนนีได้แล้วคงเหลือแต่ด่านจักรพรรดิ ทรงมิอาจคาดเดาได้ว่า ความอยากเอาชนะของพระเชษฐาจะมีมากถึงขนาดเอาเรื่องฉวนลี่ถิงมาคานกับเรื่องอำนาจหน้าที่และความผูกพันระหว่างพี่น้องหรือไม่