ในโลกแห่งเวทมนตร์นี้นั้น เป็โลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งถึงจะอยู่รอดได้ เป็เื่จริงแท้ที่เห็นกันอยู่แน่แท้และไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ไปได้เลย
ภายใต้โลกที่เป็แบบนั้นก็ได้มีคนผู้หนึ่ง เขาคือ คาร์ลอส กรีน ชายผู้ที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็ปลาเล็กที่พร้อมจะถูกกลืนกินได้เสมอ หรือแม้แต่ปลาใหญ่ที่ผงาดพร้อมที่จะอ้าปากเพื่องับปลาตัวเล็กแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เขาเข้าใจในจุดที่อยู่อย่างชัดเจนและรวมกับการที่เขาเป็คนที่ไม่มีครอบครัวและกำพร้าแต่กำเนิด ทำให้ต้องปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างให้ไร้ที่ติ ทำให้คาร์ลอสเอาตัวรอดจนตอนนี้เขาอายุได้ 18 ปีมาได้อย่างดี
เขาทำความเข้าใจในสภาพที่อยู่ได้อย่างดีและวิเคราะห์ได้เข้าใจในเื่ต่างๆว่าการที่แข็งแกร่งโดดเด่นเกินไปก็อันตราย แม้จะได้รับเสียงเยินยอมีผู้คนนับถือแต่ศัตรูก็พร้อมที่จะหันดาบเข้าหา รวมถึงคนที่เชื่อใจก็อาจทรยศได้ทุกเมื่อ ในทางกลับกันหากอ่อนแอเกินไปก็จะถูกดูถูกข่มเหงรังแกแบบโง่หัวไม่ขึ้นเลยทีเดียวและชีวิตแต่ละวันเองก็จะผ่านไปอย่างโหดร้ายนั่นเอง
คาร์ลอสเขาคิดว่าเขาคงใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆด้วยการเอาตัวรอดไปเรื่อยๆและคงไม่มีทางไปถึงในจุดที่ทั้งเขาและเหล่าปลาเล็กๆน้อยๆ ้าได้ ความ้าที่ว่ามันก็อย่างการเป็ผู้ที่แข็งแกร่งในเวทมนตร์ หรือแม้แต่มันสมองที่มากด้วยความสามารถ หรือว่าจะเป็ผู้ที่ได้รับการยอมรับในสังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแห่งนี้….
ชีวิตของเขานั้นมันก็คงจะเป็ปกติ เรียบง่ายเช่นนั้นไปตลอด แต่ว่า…วันหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ที่ว่าเขาได้ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ของพวกผู้มีพลังในพื้นที่ที่กำลังสู้กันและเขาก็ดันเป็ผู้โชคร้ายในจุดตรงนั้นพอดิบพอดี
เพราะด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเขาที่ได้สอดส่องดูความเคลื่อนไหวกับพวกที่รวมกลุ่มแปลกๆได้ผ่านไปผ่านมาแถวนั้น เขาถูกพบเห็นก่อนที่พวกผู้มีพลังกลุ่มนั้นจะลากเขาไปรุมกระทืบด้วยคนหลายสิบคน
ด้วยความที่ว่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็อีกกลุ่มที่มาเพื่อแอบส่งคนมาสืบข่าวโดยใช้คนธรรมดาเพื่อไม่ให้จับสังเกตได้ง่าย แม้ว่ากลุ่มพวกนี้จะมีพลังไม่มาก มีเหรอที่คนที่ไม่มีพลังอย่างคาร์ลอสจะรับมือไหว จากนั้นพอคนพวกนั้นอัดคาร์ลอสร่วงไปกับพื้นจนาเ็สาหัสคนพวกนั้นก็เอาเขาไปโยนข้างถนนราวกับไม่ได้สลักสำคัญรอให้ตายแบบค่อยๆทรมานในความเ็ปไปก็พอ
“นี่เราจะ…มาจบ แบบนี้งั้นเหรอ…การดิ้นรนเอาชีวิตรอดของเรา มันไร้ค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ…ทั้งๆ ทั้งๆที่…เราพยายามที่จะ..รอดแท้ๆ…”
คาร์ลอสไม่อาจทนแรงาแได้ไหวสติของเขาพลันดับวูบลงตรงนั้น จนเวลาผ่านไปราว 10 นาที สติที่เคยดับไปของคาร์ลอสกลับค่อยๆฟื้นกลับมาช้าๆ โดยที่ตรงหน้าของคาร์ลอสมันขึ้นภาพกรอบสี่เหลี่ยมสีฟ้าพร้อมกับข้อความบางอย่าง
เลือกทางรอดของท่าน
…
..
.
ตัวเลือกรอดชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และเปลี่ยนเส้นทางของชีวิตท่าน
1.เลือกที่จะไปหาใครสักคนเพื่อขอความช่วยเหลือ
รางวัล ได้รับทักษะการฟื้นฟูแห่งธรรมชาติ และได้รับแต้มความแข็งแกร่ง +1
2.เลือกที่จะรอดโดยการเอาชีวิตรอดให้ถึงสถานรักษาพยาบาล
รางวัล ได้รับทักษะ การฝึกฝนพลังเวทและได้รับ แต้มความแข็งแกร่ง+2
3.เลือกที่จะแก้แค้นคนพวกนั้นโดยเปิดเผยข้อมูลลับด้วยการนำเื่ราวของฝั่งที่ทำร้ายตัวท่านเองแก่อีกฝ่ายที่เป็ศัตรูของคนที่ทำร้ายท่าน
รางวัล ได้รับ หัวใจแห่งจอมปราชญ์ ได้รับทักษะ ศาสตร์เวทมนตร์เก้าวิถีดารา และ ได้รับแต้มความแข็งแกร่ง + 10
จงเลือกภายใน 1 นาที ไม่เช่นนั้นท่านจะตายเช่นเดิม…
จงเลือกเส้นทางเดินชีวิตของท่านด้วยตัวท่านเอง…
จงเลือกเส้นทาง…
คาร์ลอสเผลอยิ้มออกมาและเขารู้ได้ทันทีว่านี่คือโอกาสบางอย่างแน่ๆ เขาคิดขึ้นในใจ
“ก็ไม่รู้ว่าเจออะไรแบบนี้ได้ยังไงหรอกนะแต่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องปฏิเสธ เพราะยังไงต่อให้เกิดอะไรขึ้นมันก็คงไม่ร้ายแรงไปกว่าความตายหรอก งั้นก็เลือกที่จะลองมันสักครั้งก็ไม่เสียหายอะไร”
พอคาร์ลอสคิดได้ เขาก็พูดออกมาเบาๆ
“เลือกตัวเลือกที่ 3”
ข้อความแปลกๆนั่นได้มีการตอบกลับมา
“เป็ตัวเลือกที่ดี ที่ท่านได้เลือกเส้นทางแห่งการเป็เทพผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน”
คาร์ลอสไม่เข้าใจว่าเ้าข้อความตรงหน้าได้พูดเล่นหรือแกล้งกันแน่แต่เขาก็ไม่สนใจอย่างอื่นแล้วตอนนี้ เพราะตอนนี้จะอะไรก็ได้เพื่อที่เปลี่ยนชีวิตที่เป็อยู่ในตอนนี้ให้เป็อย่างอื่นที่ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะแลกมาแบบไหนเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“ท่านจะได้รับการพยุงชีพชั่วคราวให้อยู่ในลักษณะการาเ็เพียงเล็กน้อยและจะได้รับการปลูกฝังแผนลับสุดชั่วร้ายที่กำลังดำเนินการของกลุ่มผู้มีพลังที่เข้าทำร้ายท่าน และในขณะเดียวกันท่านมีเวลาเพียง 10 นาที ในการใช้ตัวเลือกที่ 3 หากล้มเหลวท่านจะตายเช่นเดิม”
คาร์ลอสพยักหน้าเข้าใจ
ไม่นานนักร่างกายของคาร์ลอสก็เจ็บน้อยลงจนสามารถขยับตัวในระดับหนึ่งได้ เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆก่อนที่เขาจะก้าวออกไปตามความทรงจำที่ได้รับเข้ามาในหัว มันคือทางที่ไปยังอีกกลุ่มที่กำลังสู้กับกลุ่มที่ทำร้ายคาร์ลอสอยู่
…..
ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกว่าถิ่นฐานกลุ่มกุหลาบดำ หรือจะเรียกที่นี่ว่าองค์กรกุหลาบดำก็ไม่ผิดอะไร ภายในศูนย์กลางซึ่งเป็ศูนย์บัญชาการนั้นก็มีหญิงสาวสองคนกำลังยืนถกเื่สำคัญกันอยู่ คนหนึ่งมีลักษณะที่โดดเด่นเพียงแค่มองก็แทบจะสะกดสายตาทันทีด้วยเรือนผมสีดำและั์ตาสีแดงอันทรงเสน่ห์ของเธอรวมเข้ากับหน้าตา รูปร่าง จะเรียกว่าหญิงสาวผู้ที่งดงามที่สุดก็ไม่เกินเลย ชื่อของเธอคือ แอนนี่ ลาโทรี่ และอีกคนที่มีท่าทางโดดเด่นรองลงมาเพียงเล็กน้อยด้วยเรือนผมสีแดงอันงดงามรวมเข้ากับั์ตาสีทองที่ดูไม่เหมือนคนทั่วไป และลักษณะของเธอมันดูมีความสง่างามมากตัวของเธอคือผู้นำของที่นี่ ชื่อของเธอคือ ซาร่า ลาโทรี่
“โถ่เว้ย บ้าไปแล้วเหรอ พวกบ้านี่ถึงได้เล่นอะไรแบบนี้ พวกมันลืมกฎไปแล้วรึไง” ซาร่าอารมณ์ไม่ดีมากทีเดียวเธอตอนนี้หน้าตาดูไม่ได้สุดๆ
“ก็เพราะแบบนั้นฉันถึงได้บอกว่าให้เธอระวังไว้ซาร่า เพราะเ้าพวกนั้นพวกมันเล่นไม่ซื่อกันหรอก” แอนนี่ตัวเธอที่ดูไม่แสดงอารมณ์นักแต่เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกต่างไปจากซาร่ามากนัก
“ถ้ามีรูปแบบหรือแผนการเคลื่อนไหวของเ้าพวกนั้นมันก็คงง่ายก็กว่านี้ไปแล้ว พวกมันคิดที่จะทำลายพวกเราแล้ว แผนการนี้พวกมันคงวางแผนกันมานานมากแล้วแน่ๆ”
ทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงความคิดมันไม่ใช่เวลามาหาเหตุผลในข้อผิดพลาดเลย มันต้องหาจุดที่แก้ไขปัญหาก่อน
ไม่ทันไรประตูห้องก็มีเสียงเคาะอย่างรีบเร่งขึ้น
ก๊อกๆๆๆ
ซาร่าพูดขึ้น
“เข้ามาได้”
ประตูได้ถูกเปิดออกโดยหญิงสาวผู้ที่เป็หนึ่งในสมาชิกที่นี่ เธอเดินเข้ามารายงานบางอย่างด้วยความรีบร้อน
“ท่านคะ มีคนขอเข้าพบท่านค่ะ”
“คนเข้าพบตอนนี้เนี่ยนะ”
ซาร่าดูไม่ค่อยจะอยากพบใครตอนนี้ แต่ว่าในตอนนี้มันมีโอกาสสักโอกาสที่พอจะช่วยกุหลาบดำผ่านพ้นไปได้สักนิดเธอถึงได้ไม่อยากปัดโอกาสแบบนั้นทิ้งไป…
“เขาบอกว่าเขามีข้อมูลสำคัญที่จะบอกกับท่านโดยตรง ข้อมูลนั้นเขายังบอกด้วยว่าเป็ข้อมูลลับสุดยอดของศัตรูที่ทางเราเผชิญอยู่ตอนนี้”
ซาร่าหรี่ตาลงก่อนที่เธอจะตอบกลับ
“พาเขาเข้ามา”
“ซาร่าเอาจริงเหรอ”
แอนนี่แปลกใจกับการที่มีคนมาขอพบในตอนนี้ มันดูน่าสงสัยเอามากๆเป็ธรรมดาที่เธอจะย้ำกับซาร่า
“พี่คะตอนนี้เราต้องหาทางออกแม้ต่อให้มันไม่มีเหตุผลแต่ก็ไม่ควรละทิ้งโอกาสเพียงน้อยนิด ต่อให้มันไร้สาระมากแค่ไหนก็ควรฟังไว้ก่อน”
“ที่เธอพูดมาก็มีเหตุผล เอาแบบนั้นก็ได้”
แอนนี่พยักหน้าให้หญิงสาวคนนั้นก่อนที่เธอจะรีบกลับออกไป
ผ่านไป 5 นาที เธอก็กลับเข้ามาใหม่พร้อมกับชายผู้หนึ่งแน่นอนว่านั่นคือคาร์ลอส ที่ไม่ว่าจะดูยังไงทั้งซาร่าแและแอนนี่ก็เห็นพ้องว่าเป็คนบ้าเพราะสภาพของคาร์ลอสเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมากจนไม่ต่างจากขอทาน
“ขอบอกก่อนผมไม่ได้เป็คนบ้านะ แล้วอีกอย่างพวกคุณก็้าข้อมูลการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายไม่ใช่เหรอ”
ซาร่าใไปชั่วขณะก่อนที่เธอจะตอบสนองโดยการเข้าไปหาคาร์ลอสตรงหน้าโดยที่เขาไม่รู้ตัวพร้อมด้วยดาบยาวที่จ่อไปที่คอของคาร์ลอสอยู่
“บอกมาว่าใครส่งนายมา”
“ไม่มีทั้งนั้นแหละ พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เลยเพราะผมทำหน้าที่แค่บอกมันต่อพวกคุณเท่านั้น”
คาร์ลอสไม่รอช้าเขาพูดออกมาตามความทรงจำที่ได้รับมาจากข้อความแปลกๆนั่นทันทีเลย
ซาร่าและแอนนี่พวกเธอตั้งใจฟัง ไม่ได้ลงมืออะไรกับคาร์ลอสต่อ ตัวของคาร์ลอสก็บอกซาร่าและแอนนี่จนกระทั่งว่าซาร่าเก็บดาบที่ไม่รู้มาแต่ไหนกลับไปจนหายไปจากสายตาของคาร์ลอส
“ฉันจะลองเชื่อสิ่งที่นายพูดมาดูก็แล้วกันเพราะมันสมเหตุสมผลในหลายๆอย่าง”
ซาร่าหันไปออกคำสั่งกับหญิงสาวที่เป็คนในกลุ่มของเธอ
“ไปเรียกรวมประชุมคนที่มีในฐานพวกเราด่วนเลย ให้เร็วที่สุด แล้วฉันจะตามไป”
“รับทราบค่ะ”
ซาร่าหันกลับมาหาคาร์ลอสเธอพูดขึ้น
“ส่วนนายก็…”
ยังไม่ทันที่ซาร่าจะพูดหมดประโยชน์เลยคาร์ลอสก็ฟุบลงกับพื้นในสภาพที่เืค่อยๆทะลักออกจากร่างสภาพาเ็สาหัสของคาร์ลอสได้กลับคืนมาพร้อมกับภาพที่ตัดไปทันทีเลย
ทั้งซาร่าและแอนนี่ต่างใจนรีบไปดูอาการของคาร์ลอสทันที
“ไปก่อนเถอะซาร่าฉันจะดูแลเขาเอง ถ้าตามที่ข้อมูลของเขาพูดมาเป็ความจริงแค่เธอคนเดียวก็มากพอจะไล่เก็บกวาดพวกมันทั้งหมดแล้ว”
“ค่ะพี่ ตอนนี้พี่ดูแลเขาที่เป็แขกคนสำคัญก่อน พอจบเื่ทั้งหมดพวกเราจะให้เขาเป็แขกผู้มีเกียรติสูงสุดของเรา”
แอนนี่พยักหน้า
ซาร่ารีบออกไปทันทีเลย
ในขณะที่แอนนี่ช่วยพยุงคาร์ลอสขึ้น คนรับใช้ที่อยู่ใกล้ก็เอ่ยขึ้น
“ท่านแอนนี่…”
“ไม่ต้อง ฉันดูแลเขาเอง พวกเธอไปหาผู้ช่วยมาตอนนี้เลย”
“ค่ะท่าน”
แอนนี่มองคาร์ลอสก่อนที่เธอจะพูดขึ้น
“...เป็ผู้ชายที่แปลกจริงๆนะ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องช่วยนายเอาไว้ก่อน”
…….