“สวัสดีค่ะพี่สะใภ้หู กำลังจะออกไปทำงานเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ยิ้มผูกมิตร “ฉันก็กำลังจะเดินไปที่ทุ่งนาเหมือนกัน เราเดินไปพร้อมกันดีไหมคะ”
แม่ม่ายหูมองจูเสี่ยวลี่อย่างแปลกใจ ปกติแล้วจะไม่ยอมมีใครมาพูดคุยกับเธอเพราะเธอเป็นแม่ม่ายที่สามีมาด่วนจากไป และไม่ใช่แค่คนเดียว เธอแต่งงานมาแล้วสองครั้ง สามีก็ตายไปก่อนทั้งสองครั้งเช่นกัน ชาวบ้านต่างบอกว่าเธอมีดวงกินสามี ทุกคนจึงตีตัวออกหากและไม่ค่อยพูดคุยกับเธอถ้าไม่จำเป็น เมื่อก่อนจูเสี่ยวลี่ก็ปฏิบัติกับเธอเช่นนี้ แต่วันนี้จูเสี่ยวลี่กลับเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน แม่ม่ายหูยังคงมองจูเสี่ยวลี่โดยไม่พูดอะไรอยู่อย่างนั้น
จูเสี่ยวลี่เห็นอย่างนั้นก็เข้าใจ เธอยังคงยิ้มให้แม่ม่ายหูอย่างจริงใจ “พี่สะใภ้ เมื่อก่อนฉันยังเด็กถึงได้ทำตัวเสียมารยาทกับพี่ไปมาก ยังไงฉันต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะ”
แม่ม่ายหูยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เพราะไม่คิดว่าอยู่ดีๆ จูเสี่ยวลี่จะมาขอโทษเธอ เธอรีบพูด “ไม่...ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปเรามาเป็นเพื่อนกันดีแล้วใช่ไหมคะ”
“เธออยากเป็นเพื่อนกับฉันเหรอ” แม่ม่ายหูยิ้มขื่น “ฉันเป็นแม่ม่ายที่มีดวงกินสามีนะ เธอไม่กลัวว่าถ้าเธอมาเป็นเพื่อนกับฉันแล้วคนอื่นจะมองไม่ดีเหรอ ดูอย่างครอบครัวเดิมของฉันแล้วยังครอบครัวของสามีทั้งสองคนของฉันสิ พวกเขากลัวว่าจะซวยไปกับฉันด้วยถึงขนาดตัดขาดความสัมพันธ์และไม่สนใจฉันกับลูกชายเลย”
ก่อนหน้านี้จูเสี่ยวลี่คิดว่าจะใช้แม่ม่ายหูหรือแม่ม่ายจางเพื่อเปิดโปงเรื่องที่อาจารย์ไฉและเสิ่นต้าไห่คบชู้ แต่เธอยังไม่รู้จักแม่ม่ายทั้งสองคนดีพอ เธออยากรู้จักพวกหล่อนให้มากขึ้นจึงคิดจะตีสนิทกับแม่ม่ายทั้งสอง โดยเธอจะเริ่มจากแม่ม่ายหูเพราะเห็นว่าแม่ม่ายหูดูเข้าถึงง่าย ไม่เหมือนแม่ม่ายจางที่ปากจัดและดูร้ายกาจมากกว่า
แต่ไม่คิดว่าเมื่อได้ทักทายกันครั้งแรก แม่ม่ายหูจะพูดถึงชีวิตที่น่าสงสารของตัวเองขึ้นมาก่อน คงเพราะแม่ม่ายหูต้องเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้คนเดียวมานาน เมื่อมีคนให้ได้พูดคุยด้วย แม่ม่ายหูจึงไม่ได้เก็บความน้อยใจนั้นไว้และยังเล่าถึงเรื่องของตัวเองให้จูเสี่ยวลี่ฟังอย่างไม่ปิดบังอีก
จูเสี่ยวลี่มีความคิดใหม่เกิดขึ้นในใจ ‘แม่ม่ายหูดูเรียบร้อยและขี้เกรงใจ เธอจะมีนิสัยชอบไปแย่งสามีคนอื่นจริงเหรอ’
“พี่สะใภ้คะ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อก่อนชื่อเสียงของฉันในหมู่บ้านก็ไม่ดีนัก มีข่าวลือว่าฉันกับเสิ่นต้าไห่ลักลอบได้เสียกันด้วยซ้ำ ยังดีที่แม่สามีกับสามีของฉันไม่เชื่อไปตามข่าวลือ ไม่อย่างนั้นฉันคงถูกพวกเขาฟ้องหย่าแล้วก็ไล่ออกจากบ้านไปแล้วล่ะค่ะ” จูเสี่ยวลี่ยิ้มให้แม่ม่ายหูก่อนจะพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เธอรู้สึกว่าเธอสงสารแม่ม่ายที่น่าสงสารคนนี้เหลือเกิน
“ในแต่ละปีคนในหมู่บ้านเราหรือหมู่บ้านใกล้เคียงก็มักจะเกิดอุบัติเหตุเมื่อขึ้นไปเสี่ยงโชคบนภูเขากันทั้งนั้น โชคดีหน่อยอาจจะบาดเจ็บเล็กน้อยกลับมา แต่ถ้าโชคร้ายเหมือนอย่างคุณพ่อของสามีฉันก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะฉะนั้นการเสียชีวิตของพี่ใหญ่หานกับพี่ใหญ่ฮุ่ยเป็นแค่อุบัติเหตุ พี่อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ”
แม่ม่ายหูมองจูเสี่ยวลี่อย่างตะลึงก่อนน้ำตาจะไหลออกมาเป็นสาย “เธอเป็นคนแรกเลยนะที่พูดกับฉันแบบนี้ ทุกคนเอาแต่บอกว่าฉันเป็นตัวซวยแล้วยังมีดวงกินสามีถึงทำให้สามีทั้งสองคนต้องมาตายไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ไม่เคยมีใครบอกว่าการตายของพวกเขาเป็นอุบัติเหตุ พวกเขาเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของฉัน ถ้าฉันมีดวงกินสามีจริง แล้วไอ้ผู้ชายที่มันมาทำเลวไว้กับฉันทำไมพวกมันถึงไม่ตาย!”
“พี่สะใภ้! คุณหมายความว่ายังไงคะ” จูเสี่ยวลี่ตกใจ
แม่ม่ายหูรู้ว่าตัวเองพลั้งปากออกไปแล้ว แต่เธอเก็บความเสียใจและความอัปยศที่ถูกคนย่ำยีไว้ในใจมานานเกินไป เมื่อเห็นท่าทางจริงใจของจูเสี่ยวลี่ เธอจึงไม่คิดที่จะเก็บมันไว้ เธอต้องระบายมันออกมาบ้าง ไม่อย่างนั้นเธอกลัวว่าเธอจะเป็นบ้าเข้าสักวัน
“น้องเสี่ยวลี่!” แม่ม่ายหูจับมือจูเสี่ยวลี่แล้วร้องไห้ “ฉันรู้สึกว่าฉันไว้ใจเธอ ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าหลังจากที่ฉันเล่าความจริงให้เธอฟังแล้วเธอจะเชื่อฉันไหม แต่ฉันก็ยังอยากจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังอยู่ดี”
“พี่สะใภ้ ตกลงมันเรื่องอะไรกันคะ” จูเสี่ยวลี่ปรับอารมณ์ให้เย็นลง “พี่สะใภ้ใจเย็นก่อนนะ พี่มีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือเปล่า ถ้าพี่มีเรื่องอยากระบายกับฉันพี่ก็พูดมาได้เลย แต่ฉันไม่รับปากนะคะว่าฉันจะช่วยพี่ได้ทุกเรื่อง”
แม่ม่ายหูส่ายหน้า “ฉันไม่ต้องการให้เธอช่วย ฉันแค่อยากมีคนที่ฉันจะพูดด้วยได้สักคนเท่านั้น”
“ถ้าพี่ไว้ใจฉัน พี่ก็ระบายมาได้เลยค่ะ”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอได้ยินมามากน้อยแค่ไหนเรื่องที่ฉันกับแม่ม่ายจางล่อลวงสามีคนอื่น” แม่ม่ายหูที่เพิ่งหยุดร้องไห้ก็กลับมาร้องอีกครั้ง “แม่ม่ายจางน่ะฉันไม่รู้หรอกว่าหล่อนตั้งใจล่อลวงใครไหม แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ ฉันไม่เคยล่อลวงสามีของใคร แต่ผู้ชายพวกนั้นมันเข้ามาข่มเหงฉันเอง เริ่มตั้งแต่ที่ฉันถูกบ้านสามีคนที่สองขับไล่ออกมาพร้อมกับลูกน้อย ฉันไม่มีเงินแม้แต่หยวนเดียว ฉันตั้งใจจะไปขอยืมเงินจากญาติเพื่อเอามาซื้อข้าวให้ลูกกิน
แต่ไอ้ผู้ชายสารเลวที่ฉันคิดว่าเป็นญาติสนิทกลับมาข่มเหงฉัน และเขายังขู่บังคับไม่ให้ฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ไม่อย่างนั้นเขาจะมาทำร้ายฉันกับลูก หลังจากนั้นเขาก็แวะเวียนมาหาฉันทุกสามวันห้าวัน ไม่นานผู้ชายคนอื่นก็มาทำกับฉันแบบเดียวกัน
ฉันเคยคิดที่จะทำร้ายตัวเองอยู่หลายครั้งแต่ก็เป็นห่วงลูกชาย จนอาจารย์ไฉเข้ามาช่วยเหลือ ผู้ชายพวกนั้นถึงไม่กล้ามาหาฉันอีก ฉันรู้สึกขอบคุณอาจารย์ไฉจากใจจริง แต่ใครจะคิดว่าที่เขามาช่วยฉันเพราะเขาอยากให้ฉันเป็นผู้หญิงของเขา เขาให้เวลาฉันคิดอยู่หลายวันจนในที่สุดฉันก็ตอบตกลงที่จะยอมเป็นชู้กับเขา เพราะถ้าฉันไม่ตัดสินใจอย่างนั้นก็จะมีผู้ชายคนอื่นผลัดเปลี่ยนกันมาข่มเหงฉันไม่หยุด เพราะฉะนั้นฉันเลือกที่จะมีอะไรกับผู้ชายแค่คนเดียวยังดีกว่า
แต่ใครจะคิดว่าอาจารย์ไฉที่แสนอ่อนโยนและสุภาพคนนั้นจะไม่ต่างจากสัตว์ร้าย ทุกครั้งที่ทำเรื่องอย่างนั้นกัน เขามักจะตบตีและทำร้ายฉันก่อน ฉันถึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วอาจารย์ไฉเป็นพวกโรคจิต เขาไม่ใช่คนดีและไม่ใช่พ่อพระเหมือนที่คนอื่นเข้าใจ ข้อดีเพียงอย่างเดียวที่ฉันตัดสินใจยอมเป็นชู้กับเขาก็เพื่อไม่ให้ผู้ชายคนอื่นมายุ่งกับฉันอีกเท่านั้น”
จูเสี่ยวลี่อึ้งไปเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เธอไม่คิดว่าแม่ม่ายหูที่คนในหมู่บ้านต่างก็รังเกียจว่าเธอมีความประพฤติไม่เหมาะสมจะต้องมาเจอกับประสบการณ์ที่เลวร้ายอย่างนี้ จูเสี่ยวลี่นึกด่าตัวเองอยู่ในใจว่าทำไมตอนแรกเธอถึงอยากใช้แม่ม่ายผู้น่าสงสารคนนี้เป็นเครื่องมือเพื่อทำลายชื่อเสียงของอาจารย์ไฉกับเสิ่นต้าไห่
แม่ม่ายหูเห็นว่าอยู่ดีๆ จูเสี่ยวลี่ก็เงียบไป เธอเลยหันไปมองหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างกัน “เสี่ยวลี่! เธอร้องไห้ทำไม”
“พี่สะใภ้ ฉันขอโทษนะคะ ก่อนหน้านี้ฉัน...ฉันเข้ามาตีสนิทกับพี่สะใภ้เพราะฉันอยากให้พี่สะใภ้ช่วยอะไรบางอย่าง ฉันไม่ใช่คนดีอะไรหรอกค่ะ ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ”
แม่ม่ายหูไม่โกรธแต่เธอกลับยิ้ม “ฉันก็คิดว่าอยู่ดีๆ ทำไมเธอถึงเข้ามาทักทายฉัน แต่ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้คิดร้ายกับฉัน ถ้าอย่างนั้นเธอเล่าให้ฟังได้ไหมว่าเธออยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไร ถ้าฉันช่วยได้ฉันก็จะช่วย ถือว่าตอบแทนบุญคุณคุณอาซ่งเฉียงก็แล้วกัน”
“ตอบแทนบุญคุณพ่อสามีฉันเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ถามอย่างแปลกใจ
“ตอนนั้นคุณอาซ่งมักจะขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรแล้วจะได้เจอฉันกับคุณย่าอยู่บนเขาเหมือนกัน แต่ผ่านไปแล้วสองวันคุณอาซ่งก็ยังไม่เห็นฉันกับคุณย่า เขามาที่บ้านถึงได้รู้ว่าฉันกับคุณย่าไม่สบาย เขารีบกลับบ้านไปเอายาแล้วยังพาอาหญิงซ่งให้มาช่วยดูแลฉันกับคุณย่าจนเราสองคนหายดี ถึงแม้ตอนนั้นฉันจะอายุแค่สิบขวบแต่ฉันยังจำความดีของคุณอาทั้งสองคนได้ เพราะฉะนั้นเธอบอกมาเถอะว่าที่เธอมาตีสนิทกับฉันเพราะอยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไร” แม่ม่ายหูถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“พี่คงรู้เรื่องที่แม่สามีของฉันรับพี่ซินซินกับหนิงหนิงเป็นลูกสาวบุญธรรมแล้วใช่ไหมคะ”
“อืม...ฉันรู้แล้ว ฉันยังอิจฉาพวกหล่อนอยู่เลย”
“ถึงแม้พี่ซินซินกับหนิงหนิงจะได้ชื่อว่าเป็นลูกสาวบุญธรรมของแม่สามีฉัน แต่อาจารย์ไฉก็ยังมารบกวนเพื่อให้พวกเธอกลับไปอยู่ที่บ้านไฉ ครั้งล่าสุดเขายังยื่นคำขาดว่าถ้าไม่อยากให้เขามารบกวน เขาบอกว่าต้องให้พี่ซินซินกับหนิงหนิงยกลูกที่กำลังจะคลอดไปให้เขา แต่พวกเราไม่ยอม” จูเสี่ยวลี่มองแม่ม่ายหูอย่างรู้สึกผิด “พอดีฉันเคยได้ยินข่าวลือมาว่าพี่เป็นชู้กับอาจารย์ไฉแล้วก็เสิ่นต้าไห่ ฉันก็เลยอยากจะใช้เรื่องของพี่เปิดโปงชื่อเสียงที่ไม่ดีของเขาเพื่อไม่ให้เขามายุ่งกับพี่ซินซินแล้วก็หนิงหนิงอีกน่ะค่ะ”
“เรื่องแค่นี้เอง ฉันช่วยเธอได้นะ”
“พี่ไม่โกรธฉันเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่ถามอย่างแปลกใจ
“ไม่โกรธ เพราะสิ่งที่เธอทำก็เพื่อปกป้องคนในครอบครัว อีกอย่างฉันก็บอกไปแล้วว่าขอแค่เป็นการตอบแทนบุญคุณคุณอาซ่งเฉียงกับคุณอาหญิงได้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรฉันยินดีช่วย”
“แต่มันจะทำลายชื่อเสียงของพี่นะคะ”
แม่ม่ายหูยิ้ม “ข่าวลือที่เธอได้ยินมามีแค่ฉันที่เป็นชู้กับพวกเขาหรือไม่ ไม่ใช่ว่ายังมีแม่ม่ายจางอีกคนเหรอ”
“แต่พี่กับแม่ม่ายจางไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอคะ”
“ไม่ถูกกันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” แม่ม่ายหูยิ้ม “อย่าคิดมากสิ ชื่อเสียงของฉันมันเสียหายมานานแล้ว อีกอย่างการที่ฉันตัดสินใจช่วยเธอก็ไม่ใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณคุณอาซ่งกับคุณอาหญิงซ่งอย่างเดียว แต่ถ้าฉันทำสำเร็จ ฉันก็จะหลุดพ้นจากผู้ชายพวกนั้นได้ไม่ใช่หรือไง”
“พี่สะใภ้ เรื่องนี้จะทำให้พี่เป็นอันตรายหรือเปล่า พี่บอกว่าอาจารย์ไฉเป็นพวกโรคจิตที่ชอบใช้ความรุนแรงไม่ใช่เหรอคะ”
“ก็เพราะอาจารย์ไฉเป็นคนแบบนี้ไงฉันถึงบอกว่าฉันจะช่วยเธอเรื่องนี้เอง ต่อจากนี้เธออยู่เฉยๆ แล้วรอฟังข่าวก็พอ” แม่ม่ายหูหุบยิ้มก่อนจับมือจูเสี่ยวลี่ “ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับฉันจริงๆ เธอช่วยดูแลลูกชายของฉันต่อได้ไหม ครอบครัวของเธอเคยมีประสบการณ์เรื่องรับลูกบุญธรรมมาแล้วไม่ใช่เหรอ”
“พี่อยากให้ฉันรับลูกชายพี่เป็นลูกบุญธรรมเหรอคะ” จูเสี่ยวลี่เริ่มคิดหนักเพราะเธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
“ไม่จำเป็นต้องเป็นเธอกับซ่งหย่วน ฉันแค่อยากให้เธอหาครอบครัวดีๆ ที่อยากรับเลี้ยงลูกของฉันไว้ก็พอ”
“ถ้าอย่างนั้นเรายกเลิกแผนการนี้เถอะค่ะ ฉันไม่อยากให้พี่เอาชีวิตไปเสี่ยง” จูเสี่ยวลี่เริ่มอยากยกเลิกแผนการขึ้นมาแล้ว เพราะฟังดูแล้วมันดูอันตรายเกินไป
“เสี่ยวลี่ ก่อนที่อาจารย์ไฉจะมาเป็นครูในหมู่บ้าน เขาเคยทำอาชีพอะไรมาก่อนเธอคงไม่รู้ใช่ไหม แต่เธอไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็นว่าให้ฉันจัดการเรื่องนี้เองก็แล้วกัน”