เื่: ย้อนเวลามาเป็คนเลี้ยงตัวไหม
ตอนที่9 สตรีวิปลาส
ผู้แต่ง: รัตนาภรณ์
เฉินซีซ่วนที่โดนลี่ถิงอันกระทืบเท้าแล้วเดินหนีไป แล้วปล่อยให้อีกคนยืนเจ็บใจแต่เขาก็ทำอะไรนางไม่ได้มากนัก เพราะนางได้เดินหนีหายลับตาเขาไปแล้ว เฉินซีซ่วนวันนี้เขาได้พาถิวชีถัวผู้ติดตามของเขามาหาหมอ เพราะถิวชีถัวมีอาการไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นัก เหตุเพราะไปกินอาหารผิดสำแดงมาทำให้ถิวชีถั่วปวดท้องอย่างหนักและได้อาเจียนออกมาก็หลายครั้ง
ถิวชีถัวที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดระหว่างแม่นางคนนั้นกับคุณชายเฉินใหญ่ เขาจึงได้เดินเข้ามาหาผู้เป็นายและได้ถามไถ่อาการของผู้เป็นายอย่างเป็ห่วง
"คุณชายเป็ยังไงบ้างขอรับ คุณชายเจ็บตรงไหนหรือไม่" สายตาแหลมคมมองสำรวจเนื้อตัวของผู้เป็นายก่อนเอ่ยปากถามอย่างห่วงใยคนตรงหน้า
"ข้าไม่ได้เป็อะไรมากหรอกถิวชีถั่ว ขอบใจเ้ามากที่ห่วงใยข้าว่าแต่เ้าเองเถอะ ปวดท้องมากไม่ใช่รึ รีบเข้าไปหาหมอเถอะไป! ไม่ต้องมามัวห่วงข้าอยู่เช่นนี้" พูดขึ้นพร้อมทั้งล้วงมือแล้วหยิบเอาถุงใส่เงินออกมายื่นให้คนสนิทที่อยู่ตรงหน้า
ถิวชีถัวที่เขาได้ยืนมองดูถุงเงินในมือของเฉินซีซ่วนที่ยื่นมาตรงหน้าเขา แต่เขาเอากลับไม่รีบรับเอามาเก็บไว้กับตัวสักที จนเฉินซีซ่วนได้ยัดใส่มือให้แล้วพูดขึ้นมาว่า
"รับเอาไปสิไม่ต้องเกรงใจข้า เ้าเป็คนของข้า ยังไงข้าก็ต้องดูแลเ้าอยู่แล้ว"
"ข้าน้อยขอขอบคุณคุณชายเฉินใหญ่มากขอรับที่เมตตาข้า" กล่าวออกมาอย่างซาบซึ้งในความมีเมตตาของผู้เป็นาย แล้วถิวชีถัวก็รีบเดินเข้าไปด้านในโรงหมอที่ตอนนี้คนไข้เริ่มจะบางตามากแล้ว หลังจากคนสนิทได้เดินเข้าไปข้างในโรงหมอด้านหน้า เฉินซีซ่วนจึงได้เดินเข้าไปนั่งรอที่รถม้าที่จอดรออยู่ข้างๆ โรงหมอแล้วเขาก็คิดอะไรไปเรื่อยเปี่ยยไปเรื่อยๆ
(เราก็ไม่เคยพบเคยเห็นสตรีคนไหนในแคว้นเว่ยที่จะวิปลาสเช่นนางผู้นี้ สงสัยมันคงจะจริงอย่างลี่ถังอินได้เล่าให้เขาฟัง รางคงจะทำงานมากมายหลายอย่างจนสมองผิดเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้มีกิริยาแปลกๆเช่นนี้) เฉินซีซ่วนที่นั่งรอถิวชีถัวเป็เวลานานมากแล้ว และสักพักเชาก็ได้เห็นว่าถิวชีถัวได้เดินออกมาจากโรงหมอ แล้วเขาก็เห็นคนสนิทเดินตรงมาที่รถม้าที่จอดรออยู่แล้ว จากนั้นได้ยินคนสนิทพูดขึ้นมาว่า
"ขออภัยท่านชายเฉินใหญ่ ที่ข้าน้อยให้รอนานเลยขอรับ"
"เอาเถอะน่า ข้าก็ไม่ได้ว่าคิดจะตำหนิอะไรเ้าสักหน่อย แล้วหมอเขาว่ายังไงบ้างล่ะ?"
"หมอว่าข้าน้อยท้องเสียขอรับ ท่านหมอเลยให้ยาข้าน้อยมากิน"
"อือ! ดีแล้วล่ะ ปะ! เรารีบกลับจวนกันเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำก่อน" แล้วทั้งสองก็รีบขึ้นรถม้า จากนั้นรถม้าก็รีบวิ่งออกจากหน้าโรงหมอแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังจวนตระกูลเฉิน
ตัดภาพมาที่บ้านของลี่ถิงอัน
ลี่ถิงอันวันนี้นางปรุงกับข้าวเย็นสองอย่าง มีต้มจืดหมูสับ เผื่อว่าท่านแม่จะได้ซดน้ำแกงร้อนๆ กับต้มไก่ใส่ยอดใบหม่อน ที่นางได้ปลูกเอาไว้ข้างรั้วที่ตอนนี้มันมียอดอ่อนแตกออกมาเยอะมาก แต่นางปรุงรสไม่จัดจ้านเท่าไหร่นัด เพราะท่านเเม่คงกินเผ็ดไม่ค่อยจะได้ หลังจากที่ท่านแม่ได้ซดน้ำแกงร้อนๆ ลงคอนางจึงถามขึ้นมาว่า
"เ้าไปได้สูตรปรุงน้ำต้มไก่เช่นนี้มาจากไหน ข้าพึ่งเคยรู้เหมือนกันว่าใบไม้เช่นนี้มันเอามาปรุงกับข้าวได้ด้วย ขนาดข้าเกิดมาจนแก่เช่นนี้ แถมรสชาติมันยังใช้ได้อีก"
"ใบหม่อมมันมีประโยชน์มากด้วยนะเ้าค่ะท่านแม่ เดี๋ยวหากมันออกผลเยอะกว่านี้ เดี๋ยวข้าจะเอาผลสุกของมันมาทำน้ำชาให้ท่านแม่ดื่มเ้าค่ะ ข้ารับรองได้เลยว่ารสชาติของมันต้องอร่อยมากๆ เ้าคะ มันช่วยควบคุมน้ำตาลในเืได้ดี และเวลาไอมันช่วยชะลออาการแก้ไอได้ดีมาก ดื่มแล้วชุ่มคออีกด้วยเ้าค่ะ ที่สำคัญคือทำให้เราไม่แก่เร็ว ท่านแม่ลองเอาใบสดของมันนำมาตากแห้ง แล้วต้มในหม้อน้ำชาดูสิเ้าค่ะ น้ำชาใบหม่อนกลิ่นของมันหอมอย่าบอกใครเชียว"
"มันดีอย่างนั้นเลยรึลูก เดี๋ยวแม่จะลองทำตามที่เ้าบอกแล้วกัน"
"ท่านแม่ หากท่านกินข้าวอิ่มเรียบร้อยแล้ว เราสองคนมาเดินออกกำลังกายกันเบาๆ กันดีไหมถือ เป็การย่อยอาหารไปในตัวด้วยเ้าค่ะท่านแม่"
"ออกกำลังกายอย่างนั้นรึเ้า?"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ เราต้องออกกำลังกายบ้างนะเ้าค่ะ สักเล็กน้อยก็ยังดีหากให้กินแล้วนอนเช่นนี้ทุกวันมันคงจะไม่ดีต่อร่างกายเราสักเท่าไหร่"
"เอาตามที่เ้าบอกเลยแล้วกัน อันไหน อย่างไรที่เ้าว่าดีแม่ก็พร้อมจะทำตามที่เ้าบอก"
"ถ้าอย่างนั้นท่านแม่รอข้าเก็บสำรับสักครู่ เดี๋ยวข้าออกมาแล้วเราค่อยไปเดินย่อยอาหารกัน" แพรวที่อยู่ในร่างของลี่ถิงอันนั้นรู้ดีว่าการที่เรากินอะไรอิ่มๆแล้วให้นั่งหรือให้นอนเลยเช่นที่ท่านแม่นางชอบทำประจำนั้น มันอาจจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาได้ แล้วเวลาที่เธอพายายไสวไปหาหมอตามนัด แล้วคุณหมอก็ได้แนะนำมาว่าหลังมื้ออาหาร ควรจะให้คนไข้ได้ออกกำลังกายบ้าง เอาแบบเบาๆ ก็พออย่างเช่นการเดินย่อยอาหารโดยการเดินไป แล้วเดินกลับ เอาสักสิบนาทีก็ช่วยได้แล้ว
ลี่ถิงอันที่นางได้เดินกลับออกมาจากห้องครัวแล้วได้มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของท่านแม่ แล้วเอ่ยปากชวนให้ผู้เป็แม่มาออกกำลังกายด้วยกัน
"ข้ามาแล้วเ้าค่ะ วันนี้เรามาเดินเล่นกันบ้างดีกว่า เราเดินไปดูตรงแปลงผัก แล้วก็เดินกลับมาตรงนี้สักสามรอบก็พอแล้วเ้าค่ะ"
"แค่เดินไป เดินก็เดินกลับมาแค่นี้ เ้าก็เรียกว่าออกกำลังกายแล้วอย่างนั้นรึ?" นางลี่อินเว่ยนางถามบุตรสาวออกมาอย่างแปลกใจ เพราะแค่ให้นางเดินกลับไปกลับมาแค่นี้น่ะที่เรียกมันว่ามันเป็การออกกำลังกายได้ลี่ถิงอันได้เอ่ยวาจาพิลึกขึ้นนับวัน
"ใช่เ้าค่ะท่านแม่ เพียงแค่ท่านแม่เดินแบบนี้ทุกวันบ่อยๆ หลังกินข้าวอิ่มทั้งสามมื้อ ข้ารับรองได้ว่าอาการป่วยของท่านแม่ที่เป็อยู่เวลานี้รับรองได้ว่าท่านแม่จะหายเป็ที่อัศจรรย์แน่เลยเ้าค่ะ"
หลังจากนั้นทั้งสองคนแม่ลูกก็ได้เดินช้าๆ ไปจนถึงแปลงผัก แล้วเดินกลับมาก็ได้แล้วรอบหนึ่ง แล้วรอบที่สองลี่ถิงอันก็ได้บอกผู้เป็แม่ของนางว่า
"ท่านแม่ให้ท่านเดินแกว่งแขนแบบนี้ด้วยเ้าค่ะ" แล้วนางก็แกว่งแขนขึ้นลงให้ผู้เป็แม่ดูเป็ตัวอย่าง
"ทำอย่างนี้ใช่ไหมลูก?" แล้วนางก็แกว่งแขนขึ้นลงถามบุตรสาวของนางว่าที่นางอยู่นางทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่
"ถูกแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่ต้องทำแบบนั้นทุกรอบนะเ้าค่ะ" แล้วแม่ลูกทั้งสองก็เดินไปมาอยู่แบบนั้นจนครบทั้งสามรอบ แล้วทั้งสองก็ได้เดินกลับมานั่งลงบนเตียงที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าบ้านสักครู่ แล้วทั้งสองจึงเดินแยกย้ายกันเข้าไปอาบน้ำ ขึ้นหอนอน ลี่ถิงอันที่นางรีบเดินเข้ามาดูผีเสื้อตัวไหมว่าไข่เยอะหรือยัง
ทันทีที่เปิดชามที่ปิดอยู่ออกนั้น ลี่ถิงอันก็ได้เห็นว่ามีไข่สีขาวเม็ดเล็กๆ อยู่จนเต็มกระดาษ ส่วนผีเสื้อสีขาวก็เริ่มทยอยตายจนใกล้จะหมด เพราะหลังจากผีเสื้อไข่ออกมาจนหมด มันจะเริ่มทยอยตายตามอายุขัยของมัน
(อย่างนี้คงไม่เกินสามวัน ก็คงจะแตกตัวอ่อนออกมาหมดแล้วแหละ) ลี่ถิงอันได้ก็เก็บผีเสื้อตัวไหมที่ตายแล้วออกไปทิ้งหน้าบ้าน จากนั้นนางจึงได้ล้างไม้ล้างมือ แล้วเดินขึ้นหอนอนของนางไป เพราะพรุ่งนี้เช้านางต้องตื่นมานวดแป้งทำไส้ก๋วยเตี๋ยวหลอดไปขายที่ตลาดตอนเช้า
☆☆☆☆ วันๆ หาขายแต่ของ แล้วตัวจะเอาเวลาที่ไหนเลี้ยงไหม แล้วโรงเตี๊ยมอีก