ความสุขเมื่อผ่านมาแล้วก็ย่อมต้องผ่านพัดไป เช่นเดียวกับความสุขที่ซูเจินเพิ่งได้รับมาเมื่อวาน เสียงอึกทึกเกิดขึ้นในตอนเช้าทำให้ซูเจินต้องฝืนตัวลุกออกจากเตียงนอนเพื่อเดินออกไปดูสถานการณ์ข้างนอก ในระหว่างทางที่กำลังเดินออกไปนางก็ได้พบกับสนมลีพอดี
"เจ้าก็ได้ยินเสียงนั้นเหมือนกันใช่ไหม?"
"ใช่ เสียงดังมากมันเกิดอะไรขึ้นหรอ?"
"ข้าก็ไม่แน่ใจ เรารีบออกไปดูกันเถอะ!" ซูเจินและสนมลีรีบออกมาดูเหตุการณ์ที่ทำให้เสียงดัง ครั้นเมื่อมาถึงจุดเกิดเสียงพวกนางทั้งสองก็ต้องตกใจ เมื่อจู่ๆอาเฟยก็ได้ใช้ไม้ไล่ตีนัมมีพร้อมกับวิ่งไล่เพื่อที่จะเอาเชือกมัดตัวเขาไว้ ซูเจินเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอรี..รีบวิ่งเข้าไปขวางทันที ทำให้ปลายเชือกสบัดไปโดนใบหน้าของนางจนเลือดออก อาเฟยรีบยั้งมือพร้อมกับนั่งคุกเข่ากล่าวคำขอโทษทันที
"ขอทรงอภัยให้ข้าด้วยพระชายา ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจพะยะค่ะ"
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจะต้องมาจับคนของข้าด้วย!"
"เท่าที่ข้ารู้มา ชายผู้นี้คือนักโทษที่แหกคุกออกมาและข้าจำเป็นที่จะต้องจับเขากลับไปขังไว้ที่เดิม"
"ใช่..แต่ก่อนเขาคือนักโทษ แต่ตอนนี้เขาเป็นคนของข้า ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้!!"
"รวมถึงข้าด้วยงั้นรึ?" เสียงสุขุมนุ่มลึกดังเล็ดลอดออกมาจากอีกฝั่งของตัวบ้าน ร่างสูงใหญ่เดินออกมาปรากฏสู่สายตาของทุกคน ซูเจินเบิกตาโพลงเพราะนางคุ้นหน้าของชายผู้นั้นดี
"อี้เฉียน!" ทุกอย่างเงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดผ่าน ซูเจินมองหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งปรากฏตัวต่อหน้าเขา แววตาที่ปนน้ำตาเล็กน้อยมันกำลังห่อหุ้มเบ้าและพร้อมที่จะไหลออกมา นางไม่เคยคิดว่าจะเจอใบหน้านี้อีกแล้ว…แต่แล้วความคิดนางก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อสิ่งที่นางเห็นไม่ใช่สิ่งที่น่าคิด
"ถึงพวกข้าจะหน้าเหมือนกันมาก แต่พวกข้าก็มีจุดที่แตกต่างกันอยู่นะนี่ไงนิ้วก้อยข้างซ้ายของข้ามีไฝอยู่เม็ดนึง ส่วนของพี่รองมีไฝ 1 เม็ดอยู่ที่หลังมือซ้าย"
"อี้เถียนหรอ"
"ใช่..ข้าเอง หวังอี้เถียน!...ซูเจิน..เจ้าปล่อยเขาออกมามีโทษทำให้เจ้าต้องถูกปลดจากตำแหน่งพระชายา ถึงตอนนี้เจ้ายังจะปกป้องนักโทษและให้ที่ซ่อนแก่เขาอีกหรอ ไม่คิดหรือไงว่าถ้าจับนักโทษคนนี้ได้ เจ้าอาจจะได้กลับไปรับตำแหน่งพระชายาเช่นเดิม?"
"ข้าไม่เคยคิดอยากจะกลับไป…"
"จะ..จะ..จ่ะ..เจ้า…ว่าอะไรนะ!?"
"ข้าบอกว่า ข้าไม่เคยคิดจะกลับไปที่นั่น ที่นั่นไม่มีใครต้องการข้าอีกแล้ว ข้าอยู่ที่นี่อยู่ในที่ของข้า แค่นี้ข้าก็มีความสุขแล้ว"
"ซูเจิน…"
"ฟังข้านะอี้เถียน ปล่อยเขาเถอะ ตอนนี้นัมมีเขาเป็นเพื่อนข้าแล้ว"
"เพื่อนหรอ!!?"
"ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ตอนนี้นัมมีเขาไม่มีพิษมีภัยอะไรกับเรา แถมตอนนี้เขายังอาสาจะดูแลพวกเราอีกด้วยนะเจ้าคะ"
"ใช่ เมื่อคืนเราเพิ่งจะสาบานเป็นพี่น้องกัน โดยการร่วมวงนั่งกินข้าวด้วยกัน"
".......………." บุรุษทำหน้างงเพราะเขาไม่รู้เลยว่าซูเจินคิดอะไรอยู่ ถึงผูกมิตรกับนักโทษมาเป็นเพื่อนกัน เเต่ด้วยความที่พูดอะไรไม่ได้มาก อี้เถียนจึงสั่งให้อาเฟยปล่อยตัวนัมมี ซูเจินรีบให้อาเหมยเข้ามาประคองตัวนัมมีไปทำแผลข้างในบ้าน ส่วนอี้เถียนนั้นขอเเยกตัวไปคุยกับสนมลีเป็นการส่วนตัว ซูเจินรู้สึกผิดอีกครั้งที่ทำให้นัมมีต้องเจ็บตัวเพราะนางอีกแล้ว ตรานี้นางจึงขอลงมือทำแผลให้นัมมีด้วยตัวของนางเอง
"โอ๊ย เบาๆหน่อย..ข้าเจ็บ โอ้ย!! เอื้อ!!"
"ทนเอาหน่อยนะ ตัวโตขนาดนี้ อดทนเป็นไหม ข้าเบามือที่สุดแล้วเนี่ย อาเหมย…ผ้าพันแผล! อยู่นิ่งๆ! จะเสร็จแล้วเนี้ย"
"ข้าอดทนได้…แต่มันชั่งเจ็บเหลือเกิน…โอ๊ย!!"
"เสร็จแล้วๆ!!ร้องเป็นเด็กไปได้ ในช่วงที่แผลยังไม่หายดีงั้นเจ้าก็พักผ่อนก่อนแล้วกันนะ ส่วนเรื่องที่เจ้าเคยทำ ข้าจะให้อาฉางกับอาเฟยสลับกันรับผิดชอบไปก่อน เจ้าจะได้พักผ่อน"
"ขอบคุณที่เป็นห่วงข้า..ข้าน้อยสัญญาว่าจะรีบหายและรีบมาดูแลรับใช้ท่าน"
"เอาน่ะ..พักผ่อนก่อนเถอะ..เดี๋ยวข้าจะไปดูข้าวต้มให้ ไม่แน่ใจว่าอร่อยทำข้าวต้มไปถึงไหนแล้ว" ซูเจินทำแผลให้นัมมีเสร็จ นางก็เดินออกมาจากห้อง ในระหว่างนั้นเองนางก็ได้เหลือบไปเห็นสนมลีกับอี้เถียนกำลังยืนคุยกันด้วยสีนะอันเคร่งเครียด มันชั่งดูมีพิรุจจนอยากจะเข้าไปฟังด้วยเสียจริงๆ ว่าแล้วซูเจินก็เดินปรี่เข้าไปโดยไม่ให้พวกเขาตั้งตัวเลย
"เรื่องนี้เราจะต้องปิดไว้เป็นความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด!"
"เจ้าค่ะ"
"ความลับอะไร บอกข้าได้ไหม?"
"ซูเจิน!.." ทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจสุดขีด ด้วยความที่คิดว่าออกมาคุยกันไกลมากและไม่มีใครเห็นแล้ว เเต่ทว่าซูเจินก็ยังตามมาเจอจนได้
"ก็ข้าน่ะสิ ตกใจอะไรกัน"
"ไม่มีอะไรหรอก ท่านพี่แค่เรียกข้ามาถามเรื่องอาการป่วยน่ะ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่หรอ?"
"ก็มาได้สักพักแล้ว ว่าเเต่เจ้าเถอะ..จะกลับหรือค้างที่นี่?"
"พรุ่งนี้ข้าไม่มีธุระอะไร นี่ก็มืดค่ำแล้ว"
"อ่อ…กลับสินะ..ดี..ข้าจะได้ไม่ต้องเตรียมข้าวเผื่อ ป่ะสนมลี เข้าบ้านกันเถอะ"
"ซูเจิน…ทำไมถึงพูดกับท่านพี่เช่นนั้น"
"ข้าก็แค่ล้อเล่นน่ะ ค้างใช่ไหมล่ะ…ข้าเข้าใจๆ เจ้าคงไม่ได้เจอสนมลีมาพักใหญ่แล้ว คิดถึงสินะ!..งั้น..ข้าไม่รบกวนเวลาพวกเจ้าดีกว่า ไปละ.." ซูเจินยิ้มแห้งๆก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้สนมลีกับอี้เถียนยืนโล่งใจกันอยู่พักใหญ่
"เจ้าว่านางจะได้ยินสิ่งที่พวกเราคุยกันหรือไม่ สนมลี?"
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ เพราะถ้านางได้ยิน ตอนนี้คงโมโหใส่ท่านพี่แล้วล่ะเจ้าค่ะ ว่าเเต่ท่านพี่จะปล่อยให้เรื่องนี้มันจบลงยังไงเจ้าคะ?"
"เจ้าหมายถึง…."
"ใช่ เจ้าค่ะ…" ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความกังวล ก่อนที่อี้เถียนจะหันไปมองซูเจินที่กำลังเดินเข้าบ้านไปด้วยความไม่รู้สึกรู้สาอะไร เเน่นอนว่ายังมีเรื่องใหญ่ที่เขาจะต้องแก้ให้ตกและสะสางให้มัน