เมื่อในขณะเดียวกันที่เสี่ยวปอผู้นี้อ่านหนังสืออยู่นั้น คลื่นพลังที่เคยบันทึกได้กลับถูกตรวจพบจากสถานที่อื่นๆ ภายในประเทศเล็กๆทางตอนเหนือของยุโรป และมันเป็นพลังที่ตรงกันหรือเหมือนกันอย่างพอดิบพอดีในทุกๆการชี้วัดของเครื่องตรวจสอบ มันทำให้เธอมั่นใจในทันทีว่าเสี่ยวปอผู้นี้ไม่ได้เป็นท่านปัญญารุ่นที่สองอย่างที่เจ้าสำนักมังกรฟ้าเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีการยืนยันการตรวจพบพลังอีกหลากหลายครั้ง เธอจึงยิ่งมั่นใจเข้าไปอีก ภายในงานนั้นมันมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายอย่าง มันเริ่มจากท่าทีของเจ้าสำนักเต่าทมิฬที่ไม่ได้มีท่าทีที่สนใจ หรือตกใจตั้งแต่ที่เจ้าสำนักมังกรฟ้าได้กล่าวแนะนำท่านปัญญารุ่นที่สองเลยสักครั้ง มันเหมือนกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าชายตรงหน้านี้คือตัวปลอมอย่างไรอย่างนั้น เพื่อความแน่ใจ เธอจึงได้ตะโกนถามออกไปในขณะที่เจ้าสำนักเต่าทมิฬจะเดินจากไป“ท่านหู่กุ่ยเจ้าคะ.. เหตุที่ท่านทำอย่างนี้ ไม่ได้ต้องการจะพิสูจน์ในตัวของเสี่ยวปอผู้นี้.. แต่มันเหมือนเป็นการหักหน้าเสียมากกว่า... นั่นแปลว่าท่านรู้อะไรบางอย่างมาเหมือนกับข้า หรือไม่ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าท่านปัญญาเป็นใครอย่างนั้นซินะเจ้าคะ” อิงฮวาที่วิเคราะห์ออกมาราวกับตาเห็น ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน... ณ เกาะกลางทะเลแห่งหนึ่ง แสงจากประตูสีดำที่ถูกเปิดออกมาก็ปรากฏขึ้นเป็นชาย 2 หญิง 1 และเด็กตัวน้อยน่ารักอีกคน พวกเขาเดินมาออกมาจากประตูนั้นก่อนที่ประตูนั้นจะถูกปิดลงไป“คุณพ่อคะ...” เด็กน้อยลากเสียงยาวออกมาก่อนที่จะวิ่งเข้าไปหาบุคคลที่ใช่ชุดบาทหลวงผู้หนึ่ง และแน่นอนว่าทั้งสองคนนั้นก็คือ ทรัพย์ และหนูไอซ์ ในตอนแรกสิน และพ่อแม่คิดว่าหนูไอซ์ที่เป็นหลานของพวกเขาจะแค่รู้จักกับทรัพย์เฉยๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อทรัพย์อุ้มหนูไอซ์ขึ้นมาแล้วหันไปกล่าวกับอรอย่างเป็นกันเองที่สุด“ที่รัก...” และมันเป็นคำเดียวเท่านั้นที่ทำให้สินแอบช็อก เขามองไปทางอรที่ยิ้มให้กับทรัพย์อย่างกับคนรู้ใจ จากนั้นเธอก็เข้าไปสวมกอดกับทรัพย์ในทันที ท่ามกลางความสงสัยที่มีของทั้งสามคน จนสินต้องพูดออกมา“ได้ยังไง.. มันเกิดอะไรขึ้น” เขาถามออกไปด้วยความมึนงง มันเหมือนประมาณว่าทั้งสองคนไปรู้จักกันตอนไหน แล้วเอาเวลาที่ไหนไปรักกันได้ ส่วนพ่อกับแม่ทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมาก่อนจะพูดออกมาบางเบาว่า“แม่.. เจ้าทรัพย์นี่มันก็ร้ายไม่เบาเชียวนะ..” ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ แต่ผู้เป็นแม่ก็ได้เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนว่า“แม่ว่าคนที่ร้ายนั้นไม่ใช่เจ้าทรัพย์หรอก.. น่าจะเป็นลูกสะใภ้ของเรามากกว่าที่รู้ทุกอย่างแล้วยังปิดเงียบได้อีก... เธอช่างน่าสนใจจริงๆ น่าจะเหมาะกับ...” ผู้เป็นแม่กล่าวออกมา แต่ไพบูรณ์ผู้เป็นพ่อได้ยินก็รีบหันกลับมาก่อน และเอ่ยว่า“ไม่เอาน่า... คุณก็รู้ว่าเราออกจากองค์กรนั้นมาได้แล้ว.. คุณคงไม่คิดที่จะให้เธอไปมีส่วนเกี่ยวกับข้องกับองค์กรหรอกนะ” แต่สิ่งที่เขาได้รับคำตอบกลับมานั้น มันทำให้เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา เพราะไพบูรณ์เห็นเพียงแค่รอยยิ้มของผู้เป็นภรรยาเพียงเท่านั้น ก่อนจะสบทออกมาว่า“ก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน” จากนั้นทั้งคู่ก็หันไปมองสินที่กำลังโวยวายอะไรบางอย่างอยู่กับทั้งทรัพย์และอร มันทำให้บรรยากาศของครอบครัวดูสนุกสนานมากขึ้น แต่พวกเขาจะต้องเบรกเอาไว้ก่อน เพราะวันนี้พวกเขามีแขกที่จะต้องพูดคุยด้วยถึงสองคน และตอนนี้พวกเขาทั้งคู่รออยู่ภายในบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“พวกลูกเก็บเรื่องคำถาม และคำอธิบายเอาไว้ก่อน.. เรายังมีเวลาอีกเหลือเฟือที่จะพูดคุยกัน.. แต่ตอนนี้เรามีแขกที่รออยู่ภายในบ้าน.. รีบตามมาล่ะ” ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะหันหลังแล้วเดินจากไป ทรัพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็บอกให้สินไปจัดการกับแขกสองคนนั้นก่อน หลังจากนั้นเขาจึงเล่าให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างสินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ตอบตกลง และมองไปยังสถานที่แห่งนี้ มันเป็นเกาะที่อยู่กลางทะเล ตัวบ้านที่ติดอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของเกาะ มีลักษณะเหมือนกับบ้านหรูหราในหมู่บ้านชื่อดัง ดีไซน์มันออกมาค่อนข้างดี ตัวบ้านที่ดูใหญ่น่าอยู่มากเลยทีเดียว รอบๆบ้านมีสวนผักผลไม้นานาชนิด แล้วไหนจะโรงไก่ หมูหลุม วัวอีกหลายสิบตัวนั้นอีก เหมือนกับว่าที่แห่งนี้มันถูกเตรียมการมาแล้วหลายสิบปี สินเดินเข้าไปภายในบ้านที่กระแสไฟฟ้าผลิตได้จากกังหันลม และโซล่าเซลล์ ภายในก็ตกแต่งอย่างหรูหรา เขามองไปรอบๆนี่มันเป็นบ้านในฝันเลยอย่างแท้จริง จากนั้นพวกเขาก็เดินมากลางบ้านที่เป็นห้องรับแขก ก่อนที่ทรัพย์จะเอ่ยขึ้นมาว่า“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม ยังไงผมของพาครอบครัวของผมพาดูบ้านก่อนนะครับ..” ก่อนที่เขาจะอุ้มหนูไอซ์ขึ้นมา และกล่าวออกมาว่า “ลูกอยากไปดูบ้านหลังใหม่กับคุณพ่อหรือเปล่าจ๊ะ..” แน่นอนว่าหนูไอซ์ก็กล่าวออกมาอย่างสดใจเช่นเดิม“ไปซิคะ คุณพ่อน่ารักที่สุดเลย.. แล้วก็ต้องพาหนูไอซ์กับคุณแม่ไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันนะคะ” ทรัพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวออกมาว่า“ได้ซิจ๊ะ.. แต่ก่อนอื่นเลย.. เราสามคนต้องไปเก็บของที่ห้องก่อนนะคะ.. ห้องของเราสามคนไง” หนูไอซ์ที่ได้ยินก็รอเย้ๆเสียงดังลั่น มันทำให้อรถึงกับหน้าแดงมันเลยทีเดียว ก่อนที่เธอจะเดินขึ้นไปชั้นสองเป็นคนแรก เพื่อไม่ให้ทุกคนเห็นอาการเขินอายของเธอ จากนั้นทรัพย์ก็อุ้มหนูไอซ์พร้อมกับยกกระเป๋าขึ้นตามอรไปจนในที่สุดก็เหลือเพียงแค่สิน พ่อแม่ และแขกอีกสองท่าน ซึ่งท่านหนึ่งเป็นบุคคลที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้วนั้นก็คือ จ้าวหลินหลิน สินมองไปทางเธอแล้วก็ยิ้มออกมา ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นก็คือ...“เจ้าคงจะเป็นลูกชายของไอ้บูรณ์ซินะ...น่าเหมือนกันอย่างกับแกะ ฮ่าๆ..ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวก่อนเลย... ข้ามีนามว่า ต้าหู่กุ่ย...”
บราวนี่หนึบหนับของโปรดเลยค้าบบบบ..