เฉินอี้เดินไปหาจางฝูลู่ที่บ้านนำขนมกุ้ยฮวาไปฝากเขาด้วยห่อใหญ่อาหลิ่งบอกเขาว่าอาหลุนเดินอยู่หน้าบ้านของจางฝูลู่ เฉินอี้จึงร้องทักเขา
“อาหลุนหรือ ทำอันใดอยู่”
อาหลุนหันมาเจอเฉินอี้ประหลาดใจที่เขารู้ว่าตนเองยืนอยู่ตรงนี้
“คุณชายเฉิน ท่านรู้ได้อย่างไรขอรับว่าเป็นข้า”
“ข้าจำเสียงเดินคนเก่งน่ะ” เฉินอี้ยิ้มให้เขา “เจ้าอยู่คนเดียวหรือแล้วอาไป๋เล่า”
“เขากลับไปฉางผิงขอรับ อีกสองวันคงจะกลับมา”
“ขอบใจเจ้าสองคนมากนะ หากไม่มีพวกเจ้าเหล่าจางต้องแย่แน่ๆ เลย อ้อแล้วเจ้าเห็นคนร้ายหรือไม่”
อาหลุนส่ายหน้า“มันปิดหน้าไว้ขอรับ แต่เหมือนมันจะไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไร พอสู้ไม่ได้ก็วิ่งหนีไปเลยขอรับ”
เฉินอี้พยักหน้าจางฝูลู่บอกเขาแล้วว่าอาไป๋กับอาหลุนค่อนข้างมีฝีมือในการต่อสู้ท่านลู่จึงมอบหมายให้ทั้งสองคนเดินทางมากับพวกเขาเพื่อคอยดูแลเฉินอี้กับจางฝูลู่ระหว่างเดินทางกลับจากฉางผิง
“อาหลุนที่เจ้ายังรั้งอยู่ที่ซุนฉือมิได้กลับไปฉางผิง เป็นเพราะอะไรหรือ”เฉินอี้ลองหยั่งเชิงถามเขาดู
อาหลุนยิ้ม“ข้าทำตามคำสั่งท่านลู่ขอรับ”
เฉินอี้พยักหน้า“เจ้าน่าจะได้คำตอบที่ท่านลู่ต้องการแล้วกระมัง”
อาหลุนมองเฉินอี้อย่างคาดเดาไม่แน่ใจว่าเฉินอี้รู้ความคิดของลู่ฉงเยวี่ยมากน้อยเพียงใด “คุณชายเฉิน ท่าน....ทราบใช่หรือไม่ขอรับว่าท่านลู่ให้ข้าอยู่เพราะอะไร”
เฉินอี้ยิ้ม“เจ้ารอดูอีกสักพักเถิด อาจจะมีอันใดเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้”
อาหลุนพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ
เฉินอี้แบ่งขนมให้เขาและเดินเข้าบ้านไปหาจางฝูลู่
เมื่ออาไฉรับขนมมาจากเฉินอี้ไปจัดใส่จานจินลี่หยางก็ตามเข้ามาพอดี
ฮูหยินจางต้อนรับขับสู้แขกเรียบร้อยแล้วก็ปล่อยให้พวกเขาได้พูดคุยกัน
“จางฝูลู่ เป็นเช่นไรบ้าง บาดเจ็บมากหรือไม่”จินลี่หยางเดินเข้าไปหาจางฝูลู่
“ไม่หรอกขอรับ ตอนนี้ก็แทบจะไม่เจ็บแล้ว แผลตื้นมากขอรับ”
“เจ้ารู้ข่าวเรื่องโรงไม้ไฉกังแล้วสินะ” จินลี่หยางมองหน้าเขาจางฝูลู่พยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย
“ติงฉีเป็นเด็กดีขอรับ” จางฝูลู่ถอนใจ “แล้วคนร้ายเล่าขอรับมีเบาะแสบ้างหรือยัง”
จินลี่หยางส่ายหน้าและหันไปมองเฉินอี้ที่นั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะ
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จินลี่หยางเดินไปนั่งข้างๆ เฉินอี้และเอ่ยถาม
“สบายดีขอรับ”
“ขาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่”
“ไม่เจ็บขอรับ ขอบคุณที่ทำแผลให้ขอรับ”
จินลี่หยางมองหน้าเฉินอี้ที่นั่งทำหน้าเฉยเมยใส่เขาจินลี่หยางรู้ว่าเฉินอี้ยังโกรธเขาอยู่ที่บอกให้เฉินอี้ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการสืบคดีหาตัวคนร้ายจางฝูลู่เองก็มองเฉินอี้ที่หน้าตึงใส่จินลี่หยางเช่นเดียวกัน
อาไฉนำขนมมาวางให้บนโต๊ะพร้อมกับน้ำชาเฉินอี้จึงบอกให้อาไฉยกน้ำชาให้จินลี่หยางส่วนเขาขอตัวออกไปหาป้าจาง
จินลี่หยางกับจางฝูลู่มองตามเฉินอี้ที่เดินออกไปนอกห้อง
“เกิดอันใดขึ้นขอรับใต้เท้าจิน”จางฝูลู่เอ่ยถามทันทีที่เฉินอี้เดินพ้นออกจากห้องไป
จินลี่หยางจึงเล่าเรื่องที่เขาห้ามเฉินอี้ให้จางฝูลู่ฟังจางฝูลู่มองหน้าจินลี่หยางอย่างอ่อนใจ
“ท่านพลาดแล้วขอรับใต้เท้าจิน”
“ข้ารู้ แต่ที่ทำไปเพราะเป็นห่วงเขา” จินลี่หยางถอนใจ
จางฝูลู่ก็ถอนใจเช่นเดียวกัน“ข้าก็เป็นห่วงเขาขอรับ แต่การห้ามในสิ่งเดียวที่อาอี้ทำได้ก็เหมือนท่านห้ามเขาหายใจนั่นแหละ”
จินลี่หยางขมวดคิ้ว
“ข้าอยู่กับเขามานาน ข้ารู้นิสัยของอาอี้ดีขอรับใต้เท้าจินต่อให้ท่านห้ามเขาอย่างไร เขาก็ไม่มีทางเชื่อฟังท่านเด็ดขาดมิสู้ให้เขาช่วยเหลือท่านอยู่ใกล้ๆดีกว่าปล่อยให้เขาไปแอบทำอันใดอันตรายอยู่คนเดียวลับหลังท่านนะขอรับ”
เมื่อฟังจางฝูลู่กล่าวเช่นนี้แล้วเขาจึงรู้สึกตัวว่าเขาทำพลาดไปแล้วจริงๆ
เฉินอี้นั่งเท้าคางอยู่ในครัวบ้านจางฝูลู่โดยมีอาไฉเดินไปเดินมาทำงานอยู่ในครัวด้วย
นางไม่เข้าใจว่าเฉินอี้จะมานั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ในครัวด้วยเหตุใด ในเมื่อเพื่อนๆ ของเขาอยู่ด้านนอกกันหมด
“อาไฉ” เฉินอี้เอ่ยเรียกนาง
“เจ้าคะ”
“มีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่”
อาไฉขมวดคิ้วมองไปรอบๆห้องครัว “เอ่อ…ไม่มีเจ้าค่ะ”
เฉินอี้ลุกขึ้นเดินไปหาอาไฉและแย่งนางล้างจานอาไฉยืนมองงงๆ เมื่อเห็นคนอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องครัวและโบกมือไล่นางจึงเดินออกไป
“ไปนั่งเถิดอาไฉ ข้าทำเอง” เฉินอี้เอ่ยขึ้นเมื่อหลังมือของเขาไปถูกอีกมือหนึ่งเข้า
“ข้าช่วย” จินลี่หยางตอบเฉินอี้ชะงักและหันไปมองอาหลิ่งที่ไม่ยอมบอกเขาว่าจินลี่หยางเข้ามาในห้องครัว
“ขอบคุณขอรับ” เฉินอี้วางมือทันทีและใช้ผ้าเช็ดมือจากนั้นก็หยิบไม้เท้าและเดินออกจากห้องครัวไปเลย จินลี่หยางตั้งตัวไม่ทันกับความไวของเฉินอี้จึงรีบวางมือและตามเขาออกไปทันที
“คุณชายจะกลับแล้วหรือเจ้าคะ”อาไฉร้องถามเมื่อเห็นเฉินอี้กำลังจะเดินออกจากบ้าน
“อืม บอกเหล่าจางด้วยนะ พรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่”เฉินอี้หันไปกล่าวกับอาไฉและเดินออกจากบ้านไป
จินลี่หยางวิ่งตามออกมาจากครัวเห็นเฉินอี้เดินออกประตูไปแล้วก็กำลังจะตามไปแต่จางฝูลู่ที่เดินออกมาจากห้องเรียกเขาไว้เสียก่อน
“ใต้เท้าจิน” จางฝูลู่ยกกระบี่ของจินลี่หยางขึ้นจินลี่หยางจึงรีบกลับไปรับกระบี่ของตนเองมาจากจางฝูลู่
“ใต้เท้าจิน ท่านอย่่าเพิ่งตอแยเขา มิเช่นนั้นเขาจะยิ่งหนีขอรับ”จางฝูลู่แนะนำ จินลี่หยางหน้ายุ่ง
“แล้วข้าควรทำเช่นไร”
“อาอี้เป็นคนปากแข็งใจอ่อน เพียงท่านเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเขาเขาก็จะช่วยท่าน”จางฝูลู่แอบขำกับหน้าตาของจินลี่หยางที่ตั้งใจฟังเขาพูดตาไม่กะพริบ“เพียงแต่วันนี้ยังไม่เหมาะจะเข้าไปพูดคุยกับเขา ถึงท่านกล่าวอันใดไปเขาก็จะมิตอบอันใดท่านกลับ”
จินลี่หยางหน้าเสีย“แล้วข้าควรจะเข้าไปคุยกับเขาเมื่อใดกัน”
จางฝูลู่ยิ้มมุมปาก“เมื่อคดีมีความคืบหน้า ท่านก็ไปเล่าให้เขาฟัง เดี๋ยวเขาก็คุยกับท่านเองขอรับ”
จินลี่หยางพยักหน้าจางฝูลู่กัดปากตนเองกลั้นขำ
เฉินอี้เดินเข้าบ้านปิดประตูลงกลอน และไปก่อไฟต้มยา
ตงเปียนที่ตามมาส่งยังอดประหลาดใจในพฤติกรรมของเฉินอี้ตอนนี้มิได้อาหลิ่งยิ้มอ่อนใจ ทั้งสองคนคุยกันอยู่นอกเรือน มิให้เฉินอี้ได้ยิน
“เวลาดื้อก็ดื้อปานนี้เลยหรือ” ตงเปียนถามอาหลิ่ง นางพยักหน้าเบาๆ
“ตอนนี้ แม้แต่กับข้าเฉินอี้ก็ไม่คุยด้วย” อาหลิ่งกล่าว
ตงเปียนมองเข้าไปในบ้านทำตาปริบๆ“ลี่หยางเพียงเป็นห่วงเท่านั้น มิเห็นต้องโกรธมากขนาดนี้เลย”เขาเอ่ยปนตำหนิเล็กน้อย
อาหลิ่งเองก็ไม่ค่อยชอบใจที่ตงเปียนตำหนิเฉินอี้ต่อหน้านาง
“ความคิดของเฉินอี้เป็นดังที่เสี่ยวจางบอก เจินจูของท่านห้ามเฉินอี้ทำในเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็เท่ากับว่าเจินจูของท่านมิได้เข้าใจเจินจูของข้าเลย เช่นนั้นก็เลิกคุยกันเถิด”แล้วอาหลิ่งก็หายตัวเข้าบ้านไป ตงเปียนยืนงงเป็นไก่ตาแตกอีกคนหนึ่ง
สามวันต่อมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าของคดีเกิดขึ้นคนร้ายก็เงียบหายไปมิได้ออกมาก่อเหตุชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจในการเดินเฝ้าเวรยามทั้งกลางวันและกลางคืนจินลี่หยางยังคงตั้งใจสืบหาคนร้ายอย่างไม่ลดละเพราะไม่รู้ว่าคนร้ายจะออกมาก่อเหตุอีกเมื่อใด
เฉินอี้ไปหาจางฝูลู่ทุกวันทั้งเช้าและเย็นและยังเล่าเรื่องที่เขาไปหาชิงจีที่โรงหมอมาด้วย เพียงแต่วันนี้เมื่อไปถึงชิงจีก็ออกจากโรงหมอไปแล้วและไม่รู้ว่าหายไปที่ใด
จางฝูลู่รู้สึกตะหงิดในใจกับชิงจีคนนี้แต่เฉินอี้บอกว่าชิงจีไม่มีพิรุธ เขาจึงเลิกคิดมาก
“เจ้าคุยกับใต้เท้าจินหรือยังอาอี้” จางฝูลู่เอ่ยถามเฉินอี้ยกน้ำชาขึ้นดื่ม ทำหน้าเฉย
“พี่ลี่หยางเขาทำงานอยู่ ไม่มีเวลามาคุยกับข้าหรอก”
จางฝูลู่ยิ้มและส่ายหน้า“อย่าโกรธเขาเลย เขาแค่เป็นห่วงเจ้า”
“เจ้าก็เป็นห่วงข้า แต่ข้าก็มิได้โกรธเจ้านะ” เฉินอี้ย้อนกลับ
จางฝูลู่หัวเราะให้กับความยียวนของเฉินอี้
“นายน้อย ฮูหยินให้มาตามไปที่ห้องรับแขกเจ้าค่ะ” อาไฉเข้ามาเรียกจางฝูลู่ในห้อง
“ผู้ใดมาหรือ” จางฝูลู่หันไปถามอาไฉ
อาไฉแอบยิ้ม“คุณหนูเหลยเจ้าค่ะ”
จางฝูลู่เกือบทำถ้วยชาหลุดมือ