มธุรสวาทเจ้าสำนัก

    บทที่ 56 สุสานหลวง

    ม่านควันสีเหลืองจางๆ เริ่มกระจายตัวออกตามแรงลมเย็นที่พัดผ่านสระบัวร้างหลังวังหลวง เซียวหลันอาศัยจังหวะที่เหล่านักฆ่าของตระกูลเยี่ยกำลังสำลักควันและพร่ามัวพุ่งตัวลัดเลาะไปตามเงามืดของกำแพงเมืองเก่า นางวิ่งจนปอดแทบจะระเบิดแต่ในมือยังกุมกุญแจหินสีดำไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

    ในที่สุดเงาของวังร้างอ๋องสิบเอ็ดก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

    “คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว!”

    เสี่ยวชุนที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่ตรงธรณีประตูพุ่งเข้ามากอดเจ้านายสาวทันทีที่นางก้าวพ้นประตูวัง ร่างเล็กๆ ของสาวใช้ตัวน้อยสั่นเทาด้วยความดีใจ “ข้าเกือบจะใจขาดตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ เห็นท่านหลี่กำดาบแน่นจนหน้าเขียวหน้าเหลืองไปหมด!”

    หลี่หยางเดินเข้ามาช้าๆ แม้สีหน้าจะยังดูเรียบเฉยตามนิสัย แต่แววตาที่สั่นไหวและลมหายใจที่พ่นออกมาอย่างโล่งอกก็ไม่อาจปกปิดความห่วงใยได้ เขาสำรวจรอยขาดบนชุดของเซียวหลันและคราบเขม่าบนใบหน้าอย่างละเอียด

    “เจ้าบาดเจ็บตรงไหนไหม?” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยกระแสแห่งอารมณ์

    “ข้าปลอดภัยดี... แต่เรามีเวลาไม่มาก” เซียวหลันหอบหายใจพลางยื่นกุญแจหินสีดำส่งให้เขา “ฮองเฮามอบสิ่งนี้ให้ข้า และนางเตือนว่ากล่องที่สองที่สุสานหลวงไม่ใช่แค่ตำรายา แต่มันคือระเบิดที่อาจทำลายความมั่นคงของราชวงศ์ได้เลย”

    อ๋องสิบเอ็ดขยับรถเข็นเข้ามาใกล้พลางรับกุญแจหินไปพิจารณา แสงเทียนวูบไหวสะท้อนบนลวดลายดาวหกแฉกที่ซับซ้อน

    สถานที่: สุสานหลวงบนเขาล้อมมังกร

    ความพิเศษ: เป็นภูเขาที่มีความกดอากาศเฉพาะตัว และมีธารน้ำใต้ดินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุเย็น

    เงื่อนไข: โลงหินกล่องที่สองมีกลไกโบราณที่ตอบสนองต่ออุณหภูมิและความชื้นเฉพาะจุด หากเปิดที่อื่นสารเคมีข้างในจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนลุกไหม้ทันที

    “พ่อของเจ้าช่างอัจฉริยะนัก” อ๋องสิบเอ็ดพึมพำ “เขาใช้เคมีของอากาศมาเป็นแม่กุญแจเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเปิดมันระหว่างทาง”

    “นั่นคือเหตุผลที่พวกมันล่อเราไปที่นั่น” เซียวหลันสรุป “พวกมันเปิดเองไม่ได้ เลยต้องรอให้หมอที่มีสายเลือดตระกูลเซียวอย่างข้าไปเป็นคนปลดล็อคให้”


    กลางดึกคืนนั้นพวกเขาตัดสินใจเคลื่อนพลทันที หลี่หยางใช้รถม้าที่ปรับปรุงใหม่เพื่อขนโลงหินที่เหลืออีกสองกล่อง โดยมีทหารฝีมือดีที่ไป๋อวิ๋นส่งมาแฝงตัวเป็นคนคุ้มกันสินค้า

    เส้นทางสู่เขาล้อมมังกรลาดชันและเต็มไปด้วยหมอกหนา เสี่ยวชุนนั่งกอดตะกร้ายาอยู่ข้างโลงหิน พลางพึมพำบทสวดภาวนาไม่ขาดสาย

    “ทำไมเราต้องไปเปิดของในที่น่ากลัวแบบนั้นด้วยเจ้าคะคุณหนู ในสุสานมีแต่คนตายทั้งนั้น...”

    “เสี่ยวชุน คนตายพูดไม่ได้และไม่น่ากลัวเท่าคนเป็นหรอก” เซียวหลันปลอบพลางเช็ดทำความสะอาดมีดสั้นสแตนเลสของนาง “ที่นั่นคือกุญแจที่จะบอกว่า ทำไมแผ่นดินนี้ถึงถูกมอมเมาด้วยยาพิษ และพ่อของข้าหายไปไหนกันแน่”

    เมื่อถึงยอดเขาหน้าประตูทางเข้าสุสานหลวง บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ประตูหินมหึมาสลักลายมังกรพ่นน้ำถูกปิดผนึกไว้ด้วยกลไกฟันเฟืองโบราณ หลี่หยางก้าวไปข้างหน้า ประสาทสัมผัสของเขาเตือนถึงกับดักที่ซ่อนอยู่ตามพื้นหิน

    “อยู่ข้างหลังข้าไว้” เขาชักดาบอ่อนออกมา เตรียมพร้อมรับมือกับทุกอย่าง

    เซียวหลันเดินไปที่แท่นหินหน้าประตู นางสังเกตเห็นช่องว่างที่มีขนาดพอดีกับกุญแจที่ฮองเฮามอบให้ นางเสียบกุญแจลงไปแล้วบิดตามเข็มนาฬิกา

    ครืนนนน...

    เสียงหินเสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว ประตูสุสานค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินที่ประดับด้วยตะเกียงฟอสฟอรัสที่สว่างวาบขึ้นมาเองเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก

    “นี่มัน... ระบบเปิดไฟอัตโนมัติจากปฏิกิริยาเคมีชัดๆ” เซียวหลันตาเป็นประกาย

    ทว่าในวินาทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในโถงกลางที่ซึ่งต้องวางโลงหินกล่องที่สองเพื่อเปิดออก เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังมาจากเงามืดด้านบนของบัลลังก์สุสาน

    “ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของความลับ... เซียวหลัน”

    เงาร่างของราชครูเหยียนปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับนักฆ่าในชุดเกราะม่วงนับร้อยที่ซุ่มซ่อนอยู่ตามหลืบหิน

    “เจ้าทำหน้าที่นำกุญแจมาส่งได้ดีมาก บัดนี้จงเปิดโลงที่สองเสีย แล้วข้าจะพิจารณาไว้ชีวิตชายคนรักของเจ้า!”