ณ ใจกลางจักรวาลมังกรเก้าดารา อันเป็นเขตสถานที่อยู่อาศัยของพระเจ้า บริเวณชายหาดของดินแดนตอนนี้ชายหนุ่มผมเงินในชุดชายทะเลพร้อมกับสวมแว่นกันแดดสีดำกำลังนอนอาบแดดและเฝ้ามองดูเหล่าภรรยาในชุดว่ายน้ำที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงไหล
ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพระเจ้ามังกรเก้าดาราเฟยหรง พระเจ้าไร้ขอบเขตที่เก่งกาจที่สุดในมหาจักรวาลเขตใต้ และที่เห็นว่าเขากับเหล่าภรรยาสวมใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ ก็เพราะเฟยหรงได้ไปท่องเที่ยวในมหาจักรวาลเขตตะวันออกแล้วรู้สึกชื่นชอบการแต่งกายของผู้คนในเขตนั้นจึงได้นำมาปรับใช้ และเมื่อนำความทรงจำเหล่านั้นมาถ่ายถอดให้กับเหล่าภรรยาพวกนางก็พากันชื่นชอบไปด้วย มันจึงได้เป็นอย่างที่เห็นนี้
"หืม ถูกปลดผนึกแล้วอย่างนั้นหรือ เห็นทีคงต้องไปแสดงตัวเสียหน่อยกระมัง ในฐานะผู้สืบทอดและพี่เขย ฮ่าๆๆๆ"เฟยหรงหันไปทางมหาจักรวาลเขตเหนือและกล่าวอย่างขบขัน เหล่าภรรยาเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็พากันถอนหายใจ สามีของพวกนางแสดงอาการเช่นนี้ออกมาเห็นทีว่าอีกไม่นานคงจะต้องออกไปซุกซนที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน
ตัดกลับมายังลั่วอู่หลินหลังจากที่ปรับสมดุลพลังมาเป็นเวลานาน ชายหนุ่มก็พลันลืมตาขึ้นและยกยิ้มบางออกมา ตั้งแต่เขาได้กลายเป็นเทพมังกรคงต้องบอกว่าบุคคลิกของเขาก็ดูสงบเยือกเย็นขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เขาลืมตาตื่นก็มองสำรวจตัวเองแล้วกล่าวว่า
"กายเทพมังกรนิรันทดร์กาลและเส้นลมปราณมังกรบรรพกาลคงจะอยู่กับผู้สืบทอดของข้าในชาติก่อน จิตสำนึกแห่งพระเจ้าจึงได้สร้างกายศักดิ์สิทธิ์ให้ข้าใหม่ เหอะๆช่างเป็นจิตสำนึกแห่งพระเจ้าที่รู้มากเสียจริงๆเขารู้ว่าข้าคิดจะบ่มเพาะปราณหยินหยางจึงได้สร้างกายศักดิ์สิทธิ์เทพมังกรแห่งความว่างเปล่าเอาไว้ให้เพื่อที่จะรองรับปราณหยินหยางในอนาคต"
"อีกทั้งยังผนึกพลังเทพมังกรเอาไว้ถึงสิบชั้นด้วยกันเพราะกลัวว่าร่างกายข้าตอนนี้จะรับพลังอันมากมายมหาศาลของเทพมังกรไม่ไหว"เมื่อกล่าวจบลั่วอู่หลินก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ระดับพลังตอนนี้ของเขาเมื่อผสานเข้ากับแก่นพฤกษาบรรพกาลและพลังเทพมังกรก็ทะลุระดับจอมปราชญ์ขั้นที่เก้าในทันที แต่ก็ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้ลั่วอู่หลินเสียเท่าไร
เมื่อรู้ตัวตัวเองในอดีตเป็นถึงระดับพระเจ้า แล้วเขาจะมาดีใจกับความสำเร็จเล็กๆนี้อย่างระดับจอมปราชญ์ขั้นเก้าได้อย่างไร ด้านในทะเลแห่งจิตใจ ตอนนี้ไฉ่เยว่เอ่อร์นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายยิ่ง
แม้นางจะถูกปิดกั้นจากความทรงจำของลั่วอู่หลินในตอนสืบทอดภาพความทรงจำในอดีตชาติ แต่ด้วยบทสนทนาของทั้งสองคนนั้นยังคงตราตรึงในใจ และมีคำถามเดียวที่เกิดขึ้นในหัวสมองว่า'ระดับพระเจ้า'ที่ทั้งสองพูดคุยกันมันคือระดับใดกันแน่
"พี่สาวถ้ามีเรื่องอยากจะถามก็ถามมาเถอะ ข้าพร้อมตอบท่านเสมอ"ลั่วอู่หลินที่อ่านใจนางได้ก็กล่าวออกไป แน่นอนหากนางต้องการจะถามเขาก็จะตอบให้ แต่ถ้าไม่เขาก็จะไม่อธิบายให้มากความ
"ข้าอยากรู้ว่าระดับพระเจ้าคืออะไร ตบะสูงสุดไม่ใช่ระดับมหาเทพหรอกหรือ?"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถามอย่างไม่ลังเล ลั่วอู่หลินยกยิ้มและตอบเพื่อไขความกระจ่างให้แก่นาง
"ความเข้าใจของท่านก็ไม่นับว่าผิด ตบะสูงสุดที่โลกใบนี้จะรับได้คือระดับมหาเทพจริง แต่ถ้าออกจากโลกไประดับมหาเทพก็ไม่นับเป็นอะไรได้เช่นเดียวกัน เพราะด้านนอกนั้นยังมีผู้ฝึกตนระดับข้ามสวรรค์ เหนือสรรพสิ่ง และสุดท้ายก็คือพระเจ้าที่ท่านสงสัย"
ไฉ่เยว่เอ่อร์ตกตะลึงในทันใด หากเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าเจ้าเด็กคนนี้ในชาติก่อนเคยไปอยู่ยังจุดสูงสุดมาแล้วน่ะสิ นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว
"หึ ในเมื่อเจ้าได้รับความทรงจำเดิมกลับมาแล้วต่อไปคงจะไม่ต้องปรึกษาพี่สาวคนนี้แล้วกระมัง เห็นทีว่าข้าจะได้นอนหลับพักผ่อนเสียที"เมื่อคลายความตกตะลึงไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวหยอกล้อแกมประชดประชัน ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็หัวเราะออกมา
"พี่สาว แม้ความทรงจำชาติก่อนข้าจะกลับมา แต่ทว่าเรื่องบนโลกใบนี้ถึงอย่างไรก็ต้องรบกวนท่าน"เขากล่าวพร้อมทำหน้าออดอ้อน ไฉ่เยว่เอ่อรก็พลันยกยิ้มออกมาและพยักหน้าให้
เมื่อคลายข้อสงสัยให้กับไฉ่เยว่เอ่อร์แล้ว ชายหนุ่มก็เดินลงมายังหอคอยชั้นที่หนึ่งในทันที เหล่าภรรยาที่นั่งอยู่ต่างพากันลุกขึ้นพรวดพราดและมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา เนื่องจากลั่วอู่หลินตอนนี้มีออร่าที่ดูสูงส่งและดูมีสเน่ห์ยิ่งกว่าเก่ามากแม้รูปร่างหน้าตาจะไม่แตกต่างจากเดิมก็ตามที
"นะ นั่นสามีจริงๆหรือ ทำไมข้ามองเขาแล้วใจสั่นเช่นนี้"เป็นซีอวิ้นที่กล่าวขึ้นมาเป็นคนแรก ทำเอาอีกเก้าคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยทว่าดวงตากลับมองมาที่ชายหนุ่มอย่างไม่กระพริบไหว
"พวกเจ้าเป็นอะไรกัน ไฉนถึงมองข้าแปลกเช่นนั้น"เมื่อลั่วอู่หลินเดินมาถึงก็พลันมองไปที่พวกนาง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ทว่าเมื่อสำรวจร่างกายและตบะพลังที่เขาได้รับมาอีกครั้งลั่วอู่หลินก็ก่นด่าจิตสำนึกแห่งพระเจ้าในใจ
'บัดซบ! เจ้านั่นถึงกับเสริมกลิ่นอายและสเน่ห์ให้กับข้า นี่เห็นว่าข้าขาดแคลนภรรยามากขนาดนั้นเลยหรือไร!!'
"สามี เจ้าเป็นอะไรไป"เมื่อเห็นว่าสามีของตนทำหน้ามุ่ย พวกนางกล่าวถามด้วยความฉงนสงสัยและเดินเข้าไปหาเขาเพื่อดูอาการ ลั่วอู่หลินรีบระงับกลิ่นอายและเสน่ห์ของตนเองจากนั้นก็หันไปหาเหล่าภรรยา
"ไม่มีอะไรๆ ว่าแต่น่าแปลกนะที่พวกเจ้าจะอยู่กันพร้อมหน้าเช่นนี้ ปกติเห็นมักจะกระจายกันออกไปตามชั้นต่างๆ"
"ฮิฮิ นั่นเพราะวันนี้เป็นวันนัดรวมตัวของพวกเราอย่างไรล่ะ"ลู่ฟางหนิงกล่าวออกมาและเผยรอยยิ้มอย่างน่ารัก จากนั้นพวกนางก็พาสามีที่ไม่ได้เจอกันนานไปนั่งสนทนากันอยู่พักใหญ่ แต่ทว่าทันใดนั้นเองเด็กสองคนก็วิ่งมาจากด้านหลังของเขา
"ท่านแม่ๆดูนี่สิเจ้าค่ะ ข้ากับพี่สาวเจออัญมณีสวยมากๆ"ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินเล็กๆของเด็กสาวก็พลันหันไปหา ทำให้เจ้าหญิงตัวน้อยลั่วซีเซียนมองมาที่เขาด้วยสายตางุนงง แต่ไม่ใช่กับเหยียนลี่ นางวิ่งเข้าไปกอดชายหนุ่มในทันทีด้วยความคิดถึงจับใจและลั่วอู่หลินก็กอดนางเอาไว้เช่นกัน
"ท่านพ่อ ท่านพ่อออกจากการปิดด่านแล้ว"
"ท่านพ่อหรือ!!"ลั่วซีเซียนตกตะลึงและอึ้งงันไป
"เซียนเซียนมัวทำอะไรอยู่ รีบมาหาท่านพ่อเร็ว"ผู้เป็นพี่สาวหันมากล่าวกับน้องของนาง ลั่วซีเซียนหลังจากตั้งสติได้นางก็เบะปากน้ำตาไหลออกมาและวิ่งเข้าไปหาลั่วอู่หลินพร้อมสวมกอดเขาในทันที
"ฮือๆๆ ท่านพ่อๆ"
"โอ๋ๆ เซียนเซียนตัวน้อยของพ่อโตขนาดนี้แล้วยังร้องไห้อยู่อีก ไม่อายพี่สาวเลยหรืออย่างไร"ลั่วอู่หลินกล่าวแกมหยอกล้อ มือของเขาลูบผมสีดำขลับของลูกสาวอย่างเบามือเพื่อปลอบใจ อีกมือก็พลันกอดเหยียนลี่เอาไว้ ภาพสามพ่อลูกกอดกันเช่นนี้มันทำให้เหล่าภรรยาสามทั้งสิบอดยกยิ้มออกมาไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นภาพที่ดูอบอุ่นยิ่ง