“เพียงฟ้า!!!!”เสียงะโเรียกชื่อฉันดังออกมาจากในห้องครัว
ฉันที่กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับยายต้องหันไปมองตามที่มาของเสียงทันที
“อะไรกันเสียงดังเชียว”ฉันเดินเข้าไปถามเขาที่ในห้องครัว
เขาชี้ไปตรงปูที่จับมาได้เมื่อวานซึ่งหลงเหลือจากการทำอาหาร และเขาเป็คนบอกให้ฉันเก็บเ้าปูพวกนี้ไว้ให้ดีๆเมื่อตอนเย็นของเมื่อวาน
ฉันนั่งลงข้างๆเขาที่นั่งอยู่ก่อนแล้วด้านหน้ามีถังไม้ที่กว้างสามารถเก็บน้ำได้และสูงประมาณสองคืบได้ และเดิมมันคือถังไม้ที่เอาไว้ใส่น้ำเพื่อล้างผักหรือล้างเนื้อต่างๆที่ได้มา
“เ้าทำอะไรกับมัน”เขาพูดพร้อมชี้ไปที่ถังไม้อีกครั้งที่มีพวกปูเดินกันไปมาข้างใน
“บ้านของพวกปู” ฉันตอบเขาไป
“ก็นายบอกให้ฉันเก็บเ้าปูไว้ให้ดีๆก็นี่ไงมันยังไม่ดีพอหรอ?” ฉันเอียงหน้าไปหาเขาใกล้ๆ พร้อมจ้องดูใบหน้าหงุดหงิดของเขา
“แล้วพวกนี้คืออะไร”เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาก้อนหนึ่ง
ก็เขาบอกให้เก็บดีๆฉันคิดว่าถังนี้เหมาะเลยเอาน้ำมาใส่แล้วไปเก็บก้อนหินตรงลำธารพร้อมกับตักทรายเม็ดเล็กมาด้วยเพื่อที่จะเอาหินมาสร้างเป็บ้านให้มันและใช้ทรายปูที่พื้นเพื่อที่จะได้ใกล้เคียงกับที่อยู่ของมันตามธรรมชาติ
“บ้านมันไง” ฉันจ้องไปที่หน้าเขาอีกครั้งพร้อมหัวเราะออกมาดังๆอ๋อเขาคงหงุดหงิดเื่ที่ฉันสร้างบ้านให้เ้าปูแน่ ๆ
เขาหันมองหน้าฉันเช่นกัน“แล้วต้นเฟิร์นพวกนี้เ้าเอามาทำอะไร ไม่ใช่ว่าเอามาแต่งให้เหมือนตรงลำธารหรอกใช่ไหม”
ฉันพยักหน้าตอบเขาไป“ใช่! เห็นไหมนายก็เข้าใจแล้วนี่ สวยใช่ไหม ยังไงก่อนที่พวกมันจะสังเวยชีวิตให้เราพวกมันก็ควรได้รับการดูแลที่ดีเยี่ยมตอบแทนเช่นกัน”
ฉันตอบออกไปพร้อมจัดวางก้อนหินที่เขาถือออกมาวางไว้ตรงที่เดิม“ไม่เอาวางไว้ที่เดิมเล่า” ฉันตำหนิเขาออกมาเบาๆ
“เฮ่อ!!ข้าไม่มีคำที่จะพูดกับเ้าแล้วจริงๆ”
“มันไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรนี่”ฉันก้มหน้ามองไปที่พวกปูพร้อมทำหน้าบึงตึง
“ไม่มีใครเขาทำกันหรอก”เขาบอกฉันพร้อมลุกขึ้นยืน “ข้าไม่อยากจะกินมันละ จะกินลงไหมเ้าเล่นทำแบบนี้”เขาสบถออกมาพร้อมเหลียวไปมองยายที่เดินมายืนมองอยู่ด้านหลัง
“ยายสวยน่ารักดีใช่ไหม”ฉันหันไปถามยาย ยายพยักหน้าพร้อมหัวเราะออกมา
ฉันนั่งมองดูยายกับสายธารช่วยกันทำอาหารช่างดูมีความสุขเหลือเกิน ขนาดว่าเขาที่สูญเสียพ่อแม่ไปแต่เด็กเหมือนกันกับฉันแต่เหมือนกับว่าเขาใช้ชีวิตโตมาอย่างมีความสุข ไม่เคยขาดอะไรเพราะมียายที่ช่วยเติมเต็มให้กับเขา
ฉันอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่กันแล้วเพราะฤดูฝนเริ่มจะผ่านไปตอนนี้คงเข้าสู่่เปลี่ยนฤดูเป็ฤดูหนาวแต่่นี้มันเริ่มร้อนเพราะฝนเริ่มทิ้ง่ไป
คืนนี้ฉันจ้องมองที่ดวงดาวท้องฟ้าที่ไร้เมฆบดบังมองเห็นมันได้อย่างชัดเจนตรงที่ชานหน้าบ้านเหมือนเดิมเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา
“พี่!ฉันคิดถึงพี่จัง”ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ พร้อมแหงนมองไปบนท้องฟ้าเพื่อไล่เอาน้ำตาที่กำลังงจะเอ่อล้นเต็มดวงตาพร้อมจะไหลลงมาเป็ทางแล้วตอนนี้
“ฉันสบายดีแม่เฒ่าบอกว่าวันพรุ่งนี้พวกเขาจะทำพิธีรับฉันเข้ามาเป็คนของหมู่บ้าน”
แล้วพวกเขาส่วนใหญ่จะยอมรับฉันไหมนะฉันใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลลงมาเบาๆ
อากาศคืนนี้เย็นสบายไม่เหมือนตอนกลางวันที่ร้อนเหลือเกิน
ฉันเหลียวไปมองที่ประตูห้องนอนของคนทั้งคนที่ฉันอาศัยอยู่ด้วยยายเข้านอนก่อนแล้ว ส่วนเขาอยู่ที่ไหนฉันไม่ได้สังเกต ก็ส่วนมากตอน่มืดๆเขาจะไปเที่ยวบ้านเพื่อนของเขาที่กำลังจะใกล้แต่งงานคงเป็เพื่อนที่สนิทที่สุดของเขา ชื่อว่าอะไรนะ “อ๋อ ชื่อว่านที”
เขาไปบ่อยมากแล้วจะกลับมาตอนดึกๆสักพักเขาน่าจะกลับมาแล้ว
ฉันเริ่มรู้สึกว่า่นี้เขาเริ่มจะคุยกับฉันบ้างแล้วจากที่เดินผ่านไปเหมือนฉันเป็อากาศ ตอนนี้เขาเริ่มมีคำถามกับฉัน
ไม่ก็ด่าฉันแต่ก็นับว่าเป็สัญญาณที่ดี
มีเสียงเดินดังใกล้เข้ามาอยู่ด้านล่างเงาตะคุ่ม ๆกำลังเดินเข้ามาใกล้กับตัวบ้านเข้าไปทุกที แต่ฉันจำเสียงเดินนี้ได้เป็ของเขานั่นเอง
เขาหยุดจ้องมองมาที่ฉันส่วนยังเขายังยืนอยู่ด้านล่างเพียงครู่เดียวเขาก็เดินต่อ แต่พอใกล้เข้ามาเรื่อย ๆเหมือนฉันเห็นการเดินของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น”ฉันสงสัยหรือว่าเขาได้รับาเ็อะไรมา
ไม่ทันได้หายสงสัยเขาเดินขึ้นมาหยุดอยู่ตรงด้านหลังที่ฉันนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ฉันแหงนหน้าขึ้นไปมองเขาแก้มที่เป็สีชมพูระเรือของเขาตอนนี้และยังดวงตาที่เคยแข็งกร้าววันนี้มันดูอ่อนโยนลงผิดปรกติ ฉันปาดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงตาให้หมดไปเพื่อจะได้มองเห็นเขาได้ชัดเจนขึ้น
เขาก้มลงมามองที่ฉันพร้อมทำหน้างุนงงแล้วเขาก็นั่งลงตรงข้างฉันเบาๆ
ฉันทำเป็ไม่สนใจเขาเราสองคนนั่งข้างกันอย่างเงียบๆ พร้อมกับจ้องมองไปยังบนท้องฟ้าเหมือนกัน
สักพักเขาก็ทำลายความเงียบนั้น “ข้าเห็นเ้ามองดูท้องฟ้าในตอนกลางคืนแทบทุกวัน”
ฉันเหลียวไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเขาจะถามคำถามประเภทนี้
“มองดูคนที่อยู่บนนั้น”คำตอบฉันคงทำให้เขางงน่าดู ดูได้จากคิ้วที่เริ่มชนกันของเขา
“ใคร?จะมีใครอยู่บนนั้นได้อย่างไร”
“มีสิปู่กับย่าของฉัน และก็พ่อและแม่ด้วย พวกท่านอยู่ข้างบนในดวงดาวที่เปล่งแสงจ้าที่สุดในนั้น”ฉันตอบออกไปอีกครั้ง
“พวกเขาตายหมดแล้ว”เขาหันมามองหน้าฉันตอนที่ฉันบอกเล่าเื่นี้ออกไป
“พ่อแม่ฉันตายั้แ่ฉันกับพี่ชายยังเล็กมากๆความทรงจำที่ฉันมีต่อพ่อและแม่มันช่างเลือนลาง สองคนพี่น้องโตมากับคุณปู่และย่าที่เลี้ยงดูมา”ฉันหันกลับไปมองเขาเช่นกัน
“พอพวกเขาทั้งสองเสียคือตายไปก็เหลือฉันกับพี่ชาย แต่ตอนนี่พี่ก็ได้แต่งงานมีครอบครัวเป็ของตัวเองและยังมีลูกชายตัวเล็กๆน่ารักมากด้วย”การที่ได้เล่าเื่ราวออกไปให้เขาฟังในครั้งนี้ เหมือนเป็การได้ระบายความทุกข์ในใจของฉันไปด้วย เขายังนิ่งและรอฟังฉันเล่าต่อไป
“พอปู่กับย่าเสียก็เกิดเื่อย่างที่นายรู้”
“หลังจากนั้นฉันก็อยู่คนเดียวมาตลอดไม่กล้าแม้แต่จะไปอยู่ร่วมกับพี่ชายเพราะไม่อยากให้เขาต้องมาคอยเป็ห่วงและเป็อันตราย”
“ข้าก็ตัวคนเดียวมาตลอด”เขาพูดทันทีหลังจากฉันพูดจบ
ฉันชะโหงกหน้าไปมองเขาเพื่อให้เห็นใบหน้าเขาใกล้มากขึ้น เพราะวันนี้เขามาแบบแปลกๆ
กลิ่นยา!!ไม่ใช่กลิ่นเหล้า เหล้ายาดอง เขาดื่มเหล้ามาสินะน่าจะใช่เพราะการเดินที่ผิดปกรติและสายตาที่อ่อนหวานขึ้น และกับคำถามแปลกๆ แถมตอนนี้ยังพูดสุภาพกับฉันอีก
“นายดื่มเหล้ามาใช่ไหม”ฉันถามเขาพร้อมยกมือปัดกลิ่นเหล้าล้อเลียนเขา
เขาหันมาจ้องหน้าฉันอีกครั้ง“อืม” คำตอบสั้นๆถูกตอบออกมาพร้อมกับสายตาที่เขายังคงจ้องมองมาที่ฉัน
ฉันจ้องตาเขากลับไปแต่สุดท้ายเป็ฉันที่ต้องยอมแพ้ตาสวยคู่นั้นของเขาไป
“ดื่มมานิดหน่อย”
“เพียงฟ้า! เพียงฟ้า! ยังไงเ้ากับข้าต้องอยู่ร่วมกันอีกยาวหากว่าเ้าไม่ใช่คนที่มาจากเมืองใหญ่ อะไรๆก็คงจะง่ายกว่านี้” เขาบ่นพึมพำ
‘หากว่าฉันไม่ใช่คนจากเมืองใหญ่’ ความหมายที่อยู่ในประโยคนี้คืออะไรกันแน่นะ
“นายอึดอัดหรอคงอึดอัดมากซินะที่ฉันเป็คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันกับนายซ้ำยังเป็ผู้หญิงอีกด้วย”
ยังไม่มีคำตอบใดจากเขาในขณะที่เขายังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้า
“นายไม่ชอบขี้หน้าฉันฉันเข้าใจแต่ฉันจะพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับที่นี่เพื่อช่วยเหลืองานยายกับนายและจะไม่ไปวุ่นวายกับนายเด็ดขาด แล้วจะพยายามไม่สร้างเื่วุ่นวายให้กับนายฉันสัญญา”
ฉันไม่รอฟังคำตอบของเขา ฉันต้องบอกเขาออกไปเพื่อค่อยๆสร้างความเชื่อใจมั่นใจของเขาให้มีต่อฉัน
“แล้วเป็น้องสาวนายได้ไหม”
เขาหันมามองฉันอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายนี้คิ้วเขาขมวดชนกันจนเป็ปม
“ไม่ได้หรอ น้องสาวก็ไม่ได้” ฉันพูดพลางเอียงหน้าไปหาเขาใกล้ๆเพื่อรอฟังคำตอบ เขาลุกขึ้นยืนทันทีแต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไปเขาบอกแค่ประโยคเดียวว่า
“คงจะไม่ได้”
ฉันหันไปมองเขาจนลับตาเข้าห้องนอนไปขนาดนั้นเลยเขารังเกียจฉันขนาดนั้นเชียวหรือฉันขอมากเกินไปว่าขอเป็น้องสาวของเขาฉันคิดว่าความสัมพันธ์ของฉันกับเขาเริ่มดีขึ้นแล้วเสียอีก เพราะเขาเริ่มคุยกับฉันก่อนแล้วบางครั้งฉันยังแอบเหลือบเห็นเขาแอบมองฉันอีกด้วย
เสียงถอนหายใจแรงของฉันดังออกมาต่อกันหลายครั้งหรือว่าเขาจะมีคนรักแล้วแล้วฉันซึ่งเป็ผู้หญิงมาอยู่ร่วมใต้ชายคาเดียวกันกับเขา
เขาเลยทะเลาะกันกับแฟนของเขา จะใช่แบบนี้หรือเปล่าไว้ฉันคอยเลียบถามเพื่อนของเขาที่ชื่อ ‘นที’ ดีกว่าเพราะคนนี้เป็เพื่อนสนิทกับเขาและยังมานั่งเล่นที่บ้านนี้บ่อยๆถึงที่ผ่านมาฉันจะไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนเขาคนนี้สักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญอะไรเลยแถมเพื่อนเขาคนนี้ยังมาบ้านนี้เกือบทุกวันแม้กำลังยุ่งกับเื่งานแต่งงานของตัวเองก็ตามคงต้องเข้าไปแนะนำตัวเองกับเพื่อนเขาอย่างเป็ทางการสักหน่อย
ตอนนี้ดึกมากแล้วอากาศเริ่มเย็นมากขึ้นจากลมที่พัดแรงทำให้ฉันต้องยอมแพ้เข้าไปนอนเสียที เพราะพรุ่งนี้ฉันต้องเจอกับอะไรอีกจากพิธีนั้นก็ยังไม่รู้ได้พักเอาแรงพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน
.........................................................................