เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 11 งานปาร์ตี้ของเหล่าเจ้าสัว



    ผมใส่เสื้อกล้ามสีดำพร้อมกางเกงขาสั้นสีดำเพื่อโชว์หุ่นและความแมน วันนี้ตอนทุ่มหนึ่งผมต้องไปงานปาร์ตี้ของพวกเจ้าสัวทั้งหลาย
    คุณหญิงนั่งรถเบนซ์สีขาวมารับผมที่ซอยหน้าบ้าน ผมประเมินราคารถไม่ออกรู้แต่ว่าเบาะนุ่มนั่งสบาย ผมเจอคุณหญิงก็ยกมือสวัสดี คุณหญิงยิ้มตอบ
    วันนี้คุณหญิงใส่เสื้อกล้ามกางเกงสีแดง ไหล่ของเสื้อกล้ามมีผ้าเย็บเป็นรูปดอกกุหลาบเล็กๆ ดูสวยไปอีกแบบ
    “หล่อนะเราวันนี้” คุณหญิงยิ้ม
    “แฮะ แฮะ ไม่หรอกครับ คุณหญิงมากกว่าที่สวยสุดๆ”
    ผมเข้าไปนั่งข้างคุณหญิงที่เบาะหลัง คุณหญิงบอกว่า
    “ถ้าไปถึงงาน เพื่อนพี่แซวก็ทำเฉยๆ ไว้นะ”
    “ครับ ผมจะเฉยเป็นตอไม้เลย”
    คุณหญิงแกปิดปากหัวเราะด้วยท่าทางผู้ดี แกเอื้อมมือมาจับแขนพร้อมส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ผม ส่วนผมก็ยิ้มฟันขาวตอบรับ คนขับรถก็ขับไปโดยไม่สนใจว่าผมจะทำอะไรกัน
    งานปาร์ตี้ถูกจัดที่บ้านเจ้าสัวเจ้าของบริษัทเครือเจริญทรัพย์ บ้านของเขาอลังการงานสร้างมาก เรียกว่าคฤหาสน์จะดีกว่า หน้าคฤหาสน์เป็นลานน้ำพุ มีรูปปั้นม้า เสือ กวางสีดำหลายตัวทำท่ากระโดด สองข้างทางเข้าปลูกทั้งต้นปาล์ม ต้นสนประดับไว้
    ตัวคฤหาสน์สีขาวสะอาดตา บริเวณพื้นคฤหาสน์ทั้งหมดปูหินอ่อน ประตูทุกประตูทำจากไม้สัก มีทั้งสระว่ายน้ำ สวนเด็กเล่น ลานกว้างไว้จัดงานปาร์ตี้ ทั่วบริเวณบ้านเปิดไฟสีส้มส่องสว่างทั้งสวยงามชวนให้อบอุ่น
    ไวน์ แชมเปญ เหล้าชั้นดี มีจัดพร้อมเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง เหล่าพนักงานบริการทั้งชายหญิง ทยอยเสิร์ฟน้ำ ขนมเค้ก ขนมทานเล่น ให้เหล่าผู้มาร่วมงาน
    ที่จริงผู้มาร่วมงานมีประมาณสามสี่สิบคน บางคนเป็นผู้ชายแก่แต่ควงสาวคราวรุ่นหลานมาร่วม บางคนผมจำหน้าได้ นั่นดาราสาวในทีวีนี่หว่า แกมาเป็นเมียพวกเสี่ยเหรอเนี่ย
    ผมมองดูพวกเจ้าสัวทั้งหลาย ผมรู้จักหลายคนนะ บางคนเป็นเจ้าสัวอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ทำห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ บางคนก็เป็นเจ้าสัวกินรวบประเทศ ทำแทบทุกอย่างในประเทศจนไม่เหลือกิจการให้คนธรรมดาได้ทำกิน บางคนเป็นเจ้าสัวเจ้าของสัมปทานพวกรถไฟฟ้า
    โหย เพื่อนของคุณหญิง ทำไมมีแต่แบบนี้วะเนี่ย
    คุณหญิงวิมลรัตน์เดินควงผมเข้าไปในงาน ผมรู้สึกอายนิดหน่อยที่ถูกสาวแก่พาเดินควงแบบนี้ แต่เพื่อเงินก้อนมหาศาล ผมจำต้องหน้าด้าน ถ้าผมรวย ผมก็ไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว
    เดินไปสักพักก็เข้าใจแก่นแท้ของงานปาร์ตี้ พวกเจ้าสัว คุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลาย คนเหล่านี้เปลือกนอกเวลาออกสังคมทำตัวเป็นผู้รากมากดี แต่พอได้จัดงานปาร์ตี้ส่วนตัวกัน ต่างก็แสดงความกระหายในสันดานดิบ เอาหนุ่ม เอาสาวมาอวดใส่กัน ทั้งที่หลายคนในนี้ก็มีผัวมีเมียอยู่แล้ว
    ที่ผมรู้ปกติพวกคนรวยทั้งหลายมักอวดเครื่องเพชร เครื่องประดับ แต่คราวนี้ที่อวดคือหนุ่มๆ ที่แต่ละคนควงมา
    ผมก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับของคุณหญิงวิมลรัตน์ล่ะว้า
    เอาเหอะ ต่างคนต่างใช้ประโยชน์กัน ธรรมดา!
    ผมเข้าไปในเขตลานกว้างที่จัดงานปาร์ตี้และมีสระว่ายน้ำ แต่ก่อนจะเข้าไปต้องผ่านเครื่องตรวจจับระเบิดและของมีคม ข้างๆ มีโต๊ะเจ้าหน้าที่ใส่ชุดสูทสีดำยืนตรวจอยู่พร้อมพูด
    “กรุณาหยิบเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดใส่ในตะกร้าด้วยครับ ทางเราจะดูแลอย่างดี”
    คุณหญิงหยิบมือถือราคาแพงของเธอใส่ในตะกร้าก่อน ผมก็ทำตามบ้าง มิน่าทำไมงานปาร์ตี้แบบนี้ เจ้าสัว คุณหญิง คุณนายทั้งหลายกล้าควงหนุ่มสาวมาเพราะมั่นใจไม่มีภาพหลุดออกมาแน่
    “มล เธอเป็นไงบ้าง” ผู้หญิงคนหนึ่งผมหยิกเดินมาหาคุณหญิงวิมลรัตน์
    “สบายดีจ๊ะดา”
    “น่ารักเนอะ เด็กเธอน่ะ” ผู้หญิงที่ชื่อดาตอบ พร้อมส่งยิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มตอบ
    “ไม่หรอก เด็กเธอน่ารักกว่า ไม่เห็นควงมาเลยเนี่ย”
    “อ้อ ฉันให้นั่งกินข้าวอยู่ด้านโน้นน่ะ ว่าแต่เธอชื่ออะไรจ๊ะ?” คุณนายดาถามผม
    “พล็อตครับ”
    “ฝากดูแลมลด้วยนะจ๊ะ” คุณนายดาบอก
    คุณหญิงวิมลรัตน์เดินไปตีแขนดา “ดาเนี่ยพูดอะไร เด็กมันอายนะ”
    โหยนี่มันอะไรวะเนี่ย เหมือนผมเป็นพวกขายตัวเลย
    คุณหญิงวิมลรัตน์เดินควงแขนผม มีคนเข้ามาทักทายเธอไม่หยุด ผมก็ยกมือสวัสดีพวกคุณหญิงทั้งหลายไปตามเรื่อง
    “พล็อต เธอยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับเพื่อนทางนั้นแป๊บ หิวจะกินอะไรก็กินนะ” คุณหญิงบอก
    ผมพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปกินอาหารบุปเฟ่ที่ตั้งไว้ตามโต๊ะ มีผู้หญิงคนหนึ่งหุ่นเซ็กส์ซี่ไว้ผมสั้นเดินมา เธอใส่เสื้อกล้ามสีขาวกางเกงดำ เธอหยิบช้อนยืนตักอาหารอยู่ข้างๆผม
    เฮ่ย นี่มันดารานี่หว่า แต่ผมจำชื่อไม่ได้เพราะไม่ได้สนใจดูละครมากนัก
    ขณะที่ผมมองเธอตาค้าง ก็ทำช้อนตกลงบนพื้นหินอ่อนจนเสียงดัง ผู้หญิงคนนั้นหันมามองผม “คุณใช่ดาราไหมครับ?” ผมรีบถามพร้อมก้มลงไปเก็บช้อน
    “อ้อ ไม่ดังอะไรหรอกค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นตอบ
    “ขอโทษนะครับ ผมพล็อตครับ ชื่ออะไรครับ” ผมถามต่อ
    “เปิ้ลค่ะ” ดาราสาวตอบชื่อเล่นตัวเอง
    “คุณเปิ้ล ผมเห็นคุณในยูทูปกับเฟสบุ๊คบ่อยมากเลย ขนาดผมไม่ค่อยดูละครยังคุ้นหน้าเลยครับ”
    ที่จริงผมแกล้งทำช้อนตกเพื่อทักทายเปิ้ลนอกจากเพราะสวยแล้ว ยังเป็นเพราะผมอยากจะหาเพื่อนคุยด้วย
    “ค่ะ จริงๆ เปิ้ลก็ไม่ดังอะไรเท่าไรหรอก”
    “ไม่ดังอะไรครับ ออกโฆษณาบ่อยจะตาย” ผมหยอด
    “ไม่หรอกค่ะ ว่าแต่คุณพล็อตทำงานอะไรคะเนี่ย”
    “ผมทำงานเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นครับ”
    เปิ้ลทำตาโต “จริงเหรอคะเนี่ย เปิ้ลอยากเล่นหุ้นนะ ต้องทำยังไงบ้างเหรอ?”
    “เปิดพอร์ทการลงทุนกับบริษัทผมได้ครับ ผมยินดีให้คำแนะนำเลย”
    จริงๆ ผมเพิ่งจะทำงานเกี่ยวกับหุ้นไม่กี่อาทิตย์ แต่ผมก็ตีเนียนซะตัวเองเก่งเลย
    เปิ้ลถามต่อ “แล้วมันกำไรยังไงคะ ได้วันละเท่าไร?”

    นี่คือคำถามประจำของมือใหญ่อยากเล่นหุ้น หุ้นขึ้นลงยังไง? กำไรยังไง? ได้กำไรวันละเท่าไร? ซึ่งจริงๆ การขึ้นลงของหุ้นเป็นสิ่งอธิบายลำบาก แต่หลักๆ ก็คือเวลาหุ้นขึ้นมักจะเป็นเพราะมีคนใช้เงินจำนวนมากๆ เข้ากว้านซื้อหุ้นในแทบทุกราคา ทำให้ราคาหุ้นมันพุ่งขึ้นสูง
    ส่วนหุ้นลงก็เกิดจากคนแห่กันเทขายหุ้นโดยไม่สนราคาเพราะกลัวหุ้นตกไปมากกว่านี้ ประมาณว่าขาดทุนก็ยอม เมื่อขายหนักๆ เข้าราคาหุ้นก็จะตกลงหนักเพราะเกิดจากการแย่งกันขาย
    การอธิบายเรื่องพวกนี้ให้เป็นคำพูดนี่ไม่ง่ายเพราะว่าคนที่จะเล่นหุ้นควรต้องลองสมัครเล่นหุ้นเอง แล้วเปิดโปรแกรมหุ้นดูการขึ้นลงของหุ้นประกอบด้วย ถ้ายังไม่มั่นใจก็ยังไม่ต้องโอนเงินไปเล่นก็ได้ แค่สมัครไว้เฉยๆ

    ผมกลับมาเข้าเรื่อง “จริงๆ ไม่แนะนำให้เล่นหุ้นแบบเป็นรายวันครับ เพราะส่วนใหญ่จะขาดทุนกัน สมมตเราซื้อหุ้นมา อีกวันมันขึ้นเราก็ขาย เราได้กำไรมาก็จริงแต่ก็ต้องไปหาตัวใหม่เล่น การที่เราหาหุ้นตัวใหม่เล่นไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องพลาดเข้าสักวันและอาจขาดทุนเยอะกว่าที่กำไรมาด้วย”
    เปิ้ลทำสีหน้าสงสัย “ทำไมขาดทุนเยอะกว่ากำไรล่ะคะ?”
    ผมรีบอธิบาย “เพราะเวลาหุ้นขึ้น คนส่วนใหญ่จะใจร้อนไม่กี่วันก็รีบขาย ทำให้ได้กำไรมานิดเดียว แต่เวลาหุ้นตก คนมักจะไม่ยอมขายชอบคิดว่าเดี๋ยวมันก็ขึ้น เลยทำให้ขาดทุนบานปลาย ถ้าสนใจทางเรามีคอร์สอบรมสอนเล่นหุ้นตั้งแต่เริ่มนะครับ”
    เปิ้ลยิ้มๆ พยักหน้า “เปิ้ลสนใจนะ แต่ไม่ค่อยมีเวลาเลย”
    ผมฟังแบบนี้ก็เข้าใจเลย เปิ้ลไม่ได้สนใจการลงทุนจริงๆ แค่อยากเล่นหุ้นเพราะดูหรูดูโก้ อยากได้กำไรแบบฉาบฉวย คนแบบนี้ส่วนใหญ่ที่มาเล่นหุ้น 99% ขาดทุนแน่นอน
    ผมไม่อยากให้เธอซีเรียสเลยรีบยื่นข้อเสนอที่ง่ายขึ้น “ถ้าเปิ้ลไม่มีเวลา บริษัทเรามีระบบดูแลการลงทุนให้ลูกค้าครับ แค่โอนเงินจำนวนที่ต้องการลงทุนมา ทางเราจะดูแลพอร์ทให้อย่างดีเลย”
    “ว้าว ดีจังเลย” เปิ้ลทำสีหน้าตื่นเต้น
    เปิ้ลสอบถามผมถึงเรื่องระบบการลงทุนของบริษัท คือโอนเงินให้บริษัทเราดูแลแล้วแบ่งกำไรกัน แต่ถ้าขาดทุนเปิ้ลก็ต้องรับผิดชอบเองนะ เพราะถือว่าการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ดูแล้วเปิ้ลจะสนใจไม่น้อย
    “ทำอะไรกัน!” เสียงเข้มเสียงหนึ่งดังมา
    ผมหันไปมองเห็นคนหัวล้านเหลือผมแค่สองข้างหูเดินมา แววตาแกดุดันยิ่งกว่าพยัคฆ์ร้าย คล้ายต้องการหาเรื่องผม
    นี่มัน คุณธีรโรจน์ เจ้าของบริษัทไอออน เอ็นจิเนียริ่ง (IE) ซึ่งผมอยากเจอ!
    “เธอมายุ่งอะไรกับคนของชั้น!” คุณธีรโรจน์กระแทกเสียง
    ผมใจหายวาบ จะมาผูกมิตรคุยธุรกิจกับแก แต่โดนแกเข้าใจผิดคิดว่ามาเกาะแกะเด็กแกซะแล้ว
    ซวยอะไรเบอร์นี้!!

    จบตอนที่ 11 ยังไม่ได้ทันจะได้ผูกมิตรก็ถูกมองเป็นศัตรู พล็อตจะเกลี้ยกล่อมคุณธีรโรจน์ให้มาปั่นหุ้นร่วมกับคุณวรเดชได้ไหม หนทางข้างหน้าจะเป็นไงโปรดตามตอนหน้ามาพบกับเลห์เหลี่ยมของเหล่าเจ้าสัวดีกว่า!