ตอนที่สอง ร้าน Magic’s box
อา เมืองที่”สับสนวุ่นวาย” ในยุคสิบกว่าปีก่อน ที่เทคโนโลยีสื่อสารยังไม่ก้าวหน้าเท่านี้ หากคนสมัยผมได้มาเจอคนจำนวนเท่านี้ คงคิดว่าจำนวนคนเท่านี้เป็การจราจรที่ไม่หนาแน่น
แต่คนที่อยู่ในยุคนี้นั้นต่างไป พวกเขายังไม่เคยชินกับการที่ต้องอัดเป็ปลากระป๋องในพาหนะโดยสารต่างๆ
ผมแทบจะเดินไปฮัมเพลงไปได้ในที่ที่คนยุคนี้คิดว่า”คนแน่นขนัด” ผมวิ่งซิกแซ็กกลางผู้คนได้อย่างคล่องแคล่ว
ก็เคยดูฉากเลโอนาร์ดวิ่งด้วยความรวดเร็ว แต่ไม่เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนด้วยเหตุผลว่า “ไม่ชอบพวกมีกล้าม” สมกับเป็เนิร์ดของแท้
ความเร็วในการวิ่งระยะสั้นๆของเขาดีมาก นี่คือสาเหตุที่เขาหนีปีศาจและแวมไพร์ได้หลายครั้งสินะ?
แต่แรงจะหมดรวดเร็วเพราะไม่ค่อยออกกำลังกาย
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดหลังจากวิ่งหลบมาได้สักพัก และรู้สึกการหายใจเริ่มลำบากมากขึ้น
แต่ผมไม่คิดมาก pain and gain ต้องเ็ปกล้ามเนื้อจึงจะพัฒนาคือหลักการพื้นฐานอยู่แล้ว
นักกีฬาจะทำลายกล้ามเนื้อและสร้างขึ้นมาใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อสร้างร่างกายที่แข็งแกร่ง..แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั่นก็สู้เวทมนตร์ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมมาที่ร้านขายอุปกรณ์เวทมนตร์
หยาดเหงื่อและน้ำตาของนักกีฬา ทหารที่ฝึกร่างกายและการฆ่าคนมาอย่างดี ติดอาวุธพิเศษที่ใช้ภาษีประชาชนจำนวนมหาศาล โดนแวมไพร์ฆ่าตายได้อย่างง่ายดาย ..แต่ดันเป็เื่ที่แสดงถึงความรักและความสามัคคีในหมู่พวกพ้องไปเสียได้
คนธรรมดาต่อให้ฝึกมาเกือบตาย ใช้ภาษีประชาชนซื้ออุปกรณ์ทหารอย่างดี ก็สู้พวกปีศาจไม่ได้..ยกเว้นแต่ในบางเคสที่เล่นมุกเอาร็อกเก็ตลันเชอร์มายิงปีศาจ ผมยังงงว่าคนเขียน้าสื่ออะไรกันแน่เหมือนกันในภาพรวม แต่อย่างว่าล่ะ นั่นคือเื่ธรรมชาติของเื่ที่มีคนแต่งหลายคน
บางคนก็อวยเทคโนโลยี บางคนก็พยายามลดความสำคัญของเทคโนโลยีเพื่อไม่ให้ลดความสำคัญของ”ผู้ถูกเลือก”
ไม่ใช่อะไร ผมไม่ได้โกรธเคือง”ผูถูกเลือก”หรืออะไร เมื่อโชคชะตามีอยู่จริง การที่โชคชะตาจะมีพลังกำหนดสถานการณ์ต่างๆก็เป็เื่ธรรมดา
แค่ในฐานะคนธรรมดา ผมไม่อยากถูกสุ่มให้กลายเป็เหยื่อนิรนามของพวกแวมไพร์ ปีศาจ มนุษย์หมาป่า ฟอมอร์เรี่ยนและอื่นๆอีกมากมายเท่านั้นเอง
ปีศาจเยอะจนผมชักคิดว่าโลกนี้ที่จริงแล้วเป็โลกปีศาจที่มีประชากรมนุษย์แซมอยู่เล็กน้อยหรือเปล่าหว่า?
ในที่สุดก็มาถึง ร้านอุปกรณ์เวทมนตร์ Magic’s box
ร้านอุปกรณ์เวทมนตร์นี้คือสถานที่ที่ตัวละครจะมาซื้อหนังสือเวทย์หรืออุปกรณ์เวทมนตร์ต่างๆและเป็ตัวต้นกำเนิดของเนื้อเื่วุ่นวายในแต่ละตอนด้วย
ผมอยากจะบอกว่าผมคาดหวังว่าจะได้เห็นแสงสีวิบวับสมกับเป็ร้านอุปกรณ์เวทมนตร์แต่ดูภายนอกเป็ร้านหนังสือธรรมดา
ก็สมควรอย่างนั้นล่ะ เพราะเวทมนตร์ควรจะเป็เื่ที่หาได้ยาก ซ่อนจากสายตาของคนธรรมดา..แต่กว่าจะจบซีรี่ย์ผมรู้สึกว่ามีพ่อมดแม่มด ที่จะทำลายโลกได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
เวลาแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้ไปตรอกไดแอกอนเพื่อซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์ครั้งแรกคงรู้สึกอย่างนี้สินะ?
“ยินดีต้อนรับสู่ร้านเมจิคบ็อก พ่อหนุ่ม ขอให้เ้าได้รับรู้โชคชะตาของเ้า” หญิงสาวที่ร้านค้า เจนนี่ เจนนี่สินะ
เธอพูดจาลึกลับไปอย่างนั้น แต่ความจริงเป็คนธรรมดาที่จะถูกแวมไพร์ฆ่าตายเมื่อจบเนื้อเื่่แรก
แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อร้านอยู่รอดจนจบเื่ ถ้าหากไม่นับไทม์ไลน์ที่โลกกลายเป็มิตินรกไป
แต่ผมเล็งเป้าหมายไว้แล้ว
ในชั้นของอุปกรณ์เวทมนตร์ แหวนวงเล็กๆลงหนึ่งไม่สะดุดตาอยู่ในกองของอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่างๆ
สีทองที่ทำให้ผมหาง่ายกว่าที่คิด และมีจุดสังเกตจากตัวอักษรเล็กๆข้างแหวน
แหวนแห่งความเย่อหยิ่งผยอง Dawning ring แหวนแห่งรุ่งอรุณ
แหวนที่สามารถดูดพลังจากผู้อื่นมาส่งเสริมพลังให้แก่ตนเอง
เพิ่มความสามารถทางร่างกาย เวทมนตร์ รวมไปถึงรูปร่างหน้าตา
และบทสรุปคือที่ว่า “เราควรจะพยายามด้วยตนเองมากกว่าที่จะพึ่งของพวกนี้” แต่เื่ก็จบลงตรงที่พวกนางเอกก็ไปซื้อชุดสวยๆใส่กันและแต่งหน้าต่างๆ
ไปรู้ว่าคนแต่ง้าจะสื่ออะไรเหมือนกัน
ตอนหลังก็มีการที่บอกว่า ผู้หญิงที่ใช้เวทมนตร์ทำให้ตนเองสวยขึ้นนั้นไม่ใช่เื่ที่ผิด..แต่เลโอนาร์ดนั้นผิดที่หล่อขึ้นเพราะแหวนเวทมนตร์เสียอย่างนั้น?
ก็ไม่รู้ว่าคนเขียน้าจะสื่ออะไรกันแน่เหมือนกัน
ผมไม่ได้สนความหล่อเท่าไร
ความหล่อนั้นมันดีอยู่ที่ทำให้คนชื่นชม แต่จะทำให้ตนเองมีโอกาสรอดมากขึ้นเมื่อแวมไพร์ไล่กวดเสียเท่าไร
ซ้ำร้ายอาจจะถูกใจแวมไพร์มาสเตอร์ผู้หญิงที่อยากจะจับเราเป็กูลรับใช้ด้วยซ้ำ
“ถ้าหากนั่นคือของที่โชคชะตาเรียกหาท่าน..ก็ราคา 12ดอลล่าห์”
อุปกรณ์ที่ทำให้ผมสามารถเล่นกายกรรมเดินไต้กำแพง ชกกับนางเอกได้อย่างสูสีพักหนึ่ง ราคาแค่ 12 ดอลล่าร์ อุปกรณ์เวทมนตร์สุดยอด
“พอจะมีหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์พื้นฐานบ้างไหมครับ?”ผมกล่าวถามพนักงานร้าน
...