บทที่ 34 ทิปก้อนโต
ยามที่คำถามปรากฏขึ้นในใจชีอาก็เริ่มรู้สึกสับสนโดยที่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร
ทั้งที่เธอน่าจะดีใจที่ได้พบกับคนที่ตามหามานานแต่เธอกลับรู้สึกสับสนจนคิดอะไรไม่ออก มันมีทั้งความผิดหวังความยินดีและความรู้สึกที่ยากจะยอมรับ
ชั่วขณะนั้นเธอก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจ
‘เขา..มีแฟนแล้ว’
พริบตาที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้น ใบหน้าของชีอาก็เปลี่ยนเป็นแดงก่ำเธอตื่นตระหนกจนหัวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ ก่อนจะได้สติกลับมาแล้วรีบสลัดหัวอย่างรุนแรงราวกับต้องการสลัดความรู้สึกแปลกๆ นี้ออกไปจากจิตใจ
‘ยัยบ้า!! เธอไม่ได้ตามหาเขาเพราะเธอชอบเขาสักหน่อยเขาจะมีแฟนแล้วหรือไม่มีมันสำคัญตรงไหนกัน!!’
ชีอาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความอับอาย เธอไม่คิดจริงๆ ว่าสิ่งแรกที่เธอคิดขึ้นมาได้หลังจากพบตัวจริงของเทพอสูรอาชูร่าจะเป็นเรื่องนี้มันทำให้เธอหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ประหม่าและผิดหวังลึกๆ จนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า
‘ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งบ้านะชีอา! เธอยังไม่ได้ถามเขาสักหน่อยว่าเขาใช่เทพอสูรอาชูร่าหรือเปล่า!!บางที..บางทีเขาอาจจะไม่ใช่ก็ได้! ใช่แล้ว!อาจจะเป็นคนรู้จักหรืออาจจะเป็นพ่อของยูเมะก็ได้! ใช่แล้วๆ ด้วยฝีมือระดับนั้น ไม่มีทางเป็นหมอนั่นหรอก..เพราะถ้าเป็นเรื่องจริงมันก็หมายความว่า..เขาเป็นแชมป์เปี้ยนโลกตั้งแต่อายุ12 เรื่องแบบนั้นมันจะเป็นเรื่องจริงได้ยังไง!!’
วินาทีนั้นชีอาเหมือนจะลืมนึกไปว่าตัวเธอเมื่อ 6 ปีก่อนก็อายุพอๆ กันอีกทั้งฝีมือของเธอในตอนนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร
แต่ถ้าเทียบกับเทพอสูรอาชูร่าในวันนั้นแล้วเธอยังไม่นับว่าเป็นอะไรได้ ชีอายังไม่ลืมประสบการณ์ในวันนั้นไม่ได้ลืมว่าเธอรู้สึกสิ้นหวังขนาดไหนเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีราวกับพายุของดาบ 6เล่ม
เธอลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าหลังจากพ่ายแพ้เธอรู้สึกยังไงแค้นใจมากแค่ไหน ลืมไปแล้วว่าความแค้นใจในวันนั้น กลายเป็นความหลงใหลตั้งแต่เมื่อไหร่
ชีอาลืมไปหมดแล้วเพราะมันผ่านมานานถึง6 ปีเต็ม สิ่งเดียวที่เธอยังจำได้ มีเพียงความหวังที่แสนจะเปราะบางซึ่งกำลังจางหายไปตามกาลเวลา
หากเธอไม่ได้รู้จักยูเมะเธอก็คงไม่สนใจการประลองในวันนี้และถ้าเธอไม่เห็นการประลองในวันนี้เธอก็คงไม่คิดถึงความหวังที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่
หากเป็นเช่นนั้นเธอก็คงจะลืมความหวังนี้ไปในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้หลังจากที่เรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย เธอก็คงกลับไปยังประเทศของเธอกลับไปอยู่กับครอบครัวและทำในสิ่งที่เธอต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง
แต่ในวินาทีนี้ทันทีที่เธอพบเจอกับคนที่ตามหามานาน แม้จะยังไม่มั่นใจว่าใช่ยูเมะหรือไม่แต่มันก็ทำให้ความหวังที่ฝังอยู่ในส่วนลึกของหัวใจปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
หัวในของชีอาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นหลังจากครุ่นคิดอยู่นานสองนาน หาเหตุผลข้ออ้างให้ตัวเองมากมายในที่สุดเธอก็สงบสติอารมณ์ได้และเฝ้ามองการประลองที่กำลังก้าวไปสู่จุดสิ้นสุด
ไม่ใช่แค่เธอก็คิดแบบนั้นผู้ชมเกือบทั้งหมดล้วนคิดเห็นตรงกันว่าหลิวอันกำลังจะแพ้
การรุกของยูเมะนั้นสมบูรณ์เกินไปทุกดาบที่ฟาดฟันลงไปล้วนฟันลงไปยังตำแหน่งที่ทำให้หลิวอันต้องป้องกัน มันเป็นกระบวนท่าที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นแง่มุมองศา น้ำหนักในการฟัน จังหวะเวลา ตำแหน่ง ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบจนทำให้หลิวอันแทบจะตกอยู่ในสภาพที่ไม่อาจโต้กลับได้
นี่ไม่ได้หมายความว่าหลิวอันไม่มีความสามารถในความเป็นจริงแล้วหลิวอันแข็งแกร่งกว่ายูเมะพอสมควรทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า แต่สิ่งที่มันเทียบกับยูเมะไม่ได้นั่นก็คือประสบการณ์ต่อสู้
ประสบการณ์ต่อสู้ของหลิวอันนั้นไม่นับว่าน้อยมันมีประสบการณ์ต่อสู้ที่มาก แม้ว่าประสบการณ์ต่อสู้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในการประลองทำให้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นมักจะมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถใช้ความสามารถทั้งหมดออกมาได้
แต่เมื่อผ่านการสั่งสมมาเป็นเวลานานประสบการณ์ที่ได้ก็สามารถทำให้หลิวอันกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงได้อย่างสมบูรณ์
ขณะที่ยูเมะนั้นมีประสบการณ์ต่อสู้ที่มากพอๆกัน แต่เป็นประสบการณ์ต่อสู้ที่เกิดขึ้นในเกมออนไลน์ความแตกต่างในด้านของประสบการณ์จึงมีอยู่ค่อนข้างมาก
เกมออนไลน์นั้นต่างกับชีวิตจริงมันขาดความสมจริงไปบ้าง แต่มันก็มอบประสบการณ์ที่ชีวิตจริงไม่สามารถมอบให้ได้อย่างการ‘ฆ่าฟัน’ ที่เดิมพันด้วยชีวิต
ต่อให้ชีวิตในเกมออนไลน์จะเป็นชีวิตปลอมๆแต่ถ้าผ่านการสั่งสมมาเป็นเวลานาน ผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วน มันก็สามารถทำให้ยูเมะกลายเป็นนักสู้ที่มากประสบการณ์ได้เช่นกัน
แต่ถ้าจะเปรียบเทียบประสบการณ์ของยูเมะอาจจะด้อยกว่าเล็กน้อยในการประลอง แต่เขาเหนือกว่าในด้านของการทำ‘คอมโบ’ หรือการสร้างสภาวะกดดันเพื่อสะกดข่มศัตรู
คอมโบที่ดูราวกับพายุนี้เป็นดังสัญลักษณ์ของเทพอสูรอาชูร่าและเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เทพอสูรอาชูร่ากลายเป็นแชมป์เปี้ยนโลกได้สำเร็จ
ด้วยดาบ6 เล่มที่ฟาดฟันออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ร้อยเรียงกันโดยปราศจากช่องว่าง จู่โจมใส่ศัตรูโดยไม่ปล่อยให้ศัตรูได้มีโอกาสตอบโต้กลับสภาวะที่รุกอย่างบ้าคลั่งจนสามารถบดขยี้ศัตรูให้พินาศสิ้นนี้คือเอกลักษณ์ที่ทำให้เทพอสูรอาชูร่ามีชื่อเสียง
จึงไม่น่าแปลกที่ยูเมะจะชำนาญการสร้างสภาวะและการรุกที่เกรี้ยวกราดประดุจพายุจนสามารถสะกดข่มหลิวอันจนไม่สามารถตอบโต้ได้
แต่สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ในวันนี้เกิดขึ้นมาได้นั้นยังมีมากกว่านั้น มันเป็นเหตุผลที่แม้กระทั่งตัวยูเมะเองก็ไม่ทราบแต่หลังจากเกิดเหตุการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นในครั้งนั้นเขาก็เหมือนกับคนที่ผ่านโลกมานาน ผ่านการต่อสู้ฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วนส่งผลให้ประสบการณ์ต่อสู้ของเขาเพิ่มสูงขึ้นจนก้าวไปอีกมิติหนึ่ง
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ยูเมะที่มีร่างกายอ่อนแอกว่าสามารถสะกดหลิวอันจนไม่สามารถตอบโต้ได้
การประลองที่ก้าวมาถึงจุดสิ้นสุดนั้นทุกคนมองออก ยูเมะเองก็สัมผัสได้ หลิวอันย่อมไม่ได้ตาบอดจนมองไม่ออกว่ามันกำลังแพ้
ทว่ามันไม่อาจยอมรับได้ใบหน้าของมันแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว โทสะของมันพุ่งทะยานจนแทบจะสูญเสียการควบคุมทว่ามันก็จนใจ ไม่ว่ามันจะทำยังไง มันก็ไม่สามารถตอบโต้ยูเมะได้ ไม่ว่าจะพลิกกระบวนท่ายังไงเคลื่อนไหวมากแค่ไหน พยายามทิ้งระยะห่างเพื่อตั้งหลักยังไง
หลิวอันก็ไม่สามารถสลัดการโจมตีของยูเมะได้เลยราวกับว่ายูเมะอ่านการเคลื่อนไหวของมันออกจนหมดทำให้มันไม่สามารถทำอะไรเพื่อสลัดหลุดจากการกดดันด้วยการโจมตีต่อเนื่องได้เลย
‘ยังมีโอกาส..ร่างกายของเราแข็งแกร่งกว่าความอดทนของเรามีมากกว่า เราสมบูรณ์กว่า!’
ขณะที่ถูกกดดันจนแทบจะพ่ายแพ้ ความคิดมากมายก็ปรากฏขึ้นในใจของหลิวอันจนกระทั่งมันคิดถึงความได้เปรียบของตัวเองที่สมบูรณ์พร้อมกว่ายูเมะที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาเกือบ2 ชั่วโมง ทั้งยังผ่านการประลองกับหลิวเปี่ยนมาแล้วครั้งหนึ่ง
ความพร้อมของยูเมะย่อมด้อยกว่ามันแต่ทันทีที่มันคิดถึงความได้เปรียบนี้ สีหน้าของมันก็กลายเป็นดำมืดพริบตานั้นพลังภายในที่ถูกเก็บงำไว้ก็ปะทุออกมา ร่างกายของมันระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงจนสามารถกระแทกยูเมะจนถอยกลับไปสองก้าวใหญ่
สีหน้ายูเมะเปลี่ยนไปในทันทีเขานิ่งอึ้งด้วยความสับสนเพราะไม่คิดว่าหลิวอันจะมีพลังมากขนาดกระแทกตัวเองกลับมาได้ถึงสองก้าวใหญ่แบบนี้
แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าหลิวอันไม่ได้ฉวยโอกาสนี้รุกกลับแต่กลับถอยไปสองก้าวเช่นกัน จากนั้นยืนนิ่งเก็บกระบี่ไปไว้ด้านหลังในท่าพัก
ท่าทางเช่นนี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการประลองแล้วสีหน้าของหลิวอันก็สงบนิ่ง แต่ในใจกลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกละอายใจเพราะมันเพิ่งจะใช้กำลังภายในต่อสู้กับคนธรรมดา
แม้ว่าความสำเร็จของมันจะไม่นับว่าเป็นอะไรได้แต่ถ้าได้ ‘เกร็งลมปราณ’ มันก็สามารถระเบิดพละกำลังที่เหนือกว่าปกติออกมาได้จึงไม่น่าแปลกที่จะสามารถผลักยูเมะกลับไปถึงสองก้าวได้แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถใช้กำลังได้เต็มที่
“จบการประลองไว้เพียงเท่านี้เถอะน้องชาย”
เมื่อหลิวอันเอ่ยปาก เสียงพูดคุยของผู้ชมก็ดังขึ้นมาทันที มีไม่น้อยที่แสดงความไม่พอใจเพราะพวกมันเฝ้าดูการประลองมานานมันก็ต้องอยากเห็นผลลัพธ์ของการประลองเป็นธรรมดา
นอกจากนั้นการประลองก็ใกล้จะจบแล้วอีกนิดเดียวก็จะตัดสินผลซึ่งหลิวอันมีโอกาสแพ้มากการที่มันออกมาพูดแบบนี้จึงทำให้ผู้ชมหลายคนแสดงความดูถูกออกมาหาว่ามันกลัวแพ้เลยทำแบบนี้
ยูเมะเองก็สับสนเพราะคิดไม่ถึงว่าหลิวอันจะทำแบบนี้แต่หลังจากคิดถึงพลังอันน่ากลัวที่กระแทกตัวเองกลับไปนั้น เขาก็เกิดความเข้าใจบางอย่างและคิดว่าบางทีพลังนั้นอาจจะเป็นความสามารถที่แท้จริงของหลิวอัน
ความคิดของยูเมะจึงต่างจากคนดูนอกจากนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่าหลิวอันไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด แม้เขาจะข่มอีกฝ่ายมาตั้งแต่เริ่มจนหลิวอันแสดงท่าทีว่าจะไม่ไหว แต่ยูเมะก็รู้ดีว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาพมายา
ดูจากพลังลึกลับที่น่ากลัวนั้นก็พอจะบอกได้ว่าหลิวอันยังมีไพ่ตายเก็บซ่อนเอาไว้อยู่ดังนั้นยูเมะจึงไม่รู้สึกดูถูกหรือแสดงท่าทีว่าอยากจะสู้ต่อ
“ถ้าพี่ชายหลิวต้องการแบบนั้น ผมก็ไม่ขัดแต่ผมขอถามได้ไหมว่าเมื่อครู่นี้คืออะไร”
สีหน้าของหลิวอันเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันลังเลใจอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจส่ายหน้าแทนการปฏิเสธเพราะเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดในที่สาธารณะได้
“อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลยน้องชาย ถือเสียว่าพี่ชายแพ้ก็ได้”
“เข้าใจแล้ว แต่ผมว่าให้เสมอเถอะ ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะเลยสักนิด”
หลิวอันได้ยินแบบนั้นก็ยิ้ม แต่มันก็ยังส่ายหน้าในใจของมันเต็มไปด้วยความละอายเพราะใช้กำลังภายในกับคนธรรมดา มันย่อมไม่มีหน้ารับผลการประลองแบบนี้
“เรื่องนั้นไม่ต้องพูดถึงแล้ว แพ้ก็คือแพ้ พี่คิดว่าทุกคนในที่นี้ก็คงคิดเหมือนกันดังนั้นถือว่าพี่ชายแพ้เถอะ แล้วก็..อย่าลืมไปรักษาด้วยล่ะ การฝืนตัวเองแบบนี้เพื่อชัยชนะมันไม่คุ้มหรอกนะน้องชาย”
พูดจบหลิวอันก็ก้าวลงไปท่ามกลางสายตาผู้ชมที่มองมาอย่างไม่พอใจนักแต่ก็มีไม่น้อยที่พอจะเข้าใจคำพูดประโยคสุดท้ายของหลิวอันจึงหันไปมองยูเมะ
ถึงตอนนั้นพวกมันก็เข้าใจว่ายูเมะในตอนนี้อยู่ในสภาพแบบไหนพวกมันจึงพยายามอธิบายให้คนใกล้ตัวฟัง สุดท้ายความไม่พอใจก็สลายหายไปอย่างรวดเร็วและเกิดเป็นความชื่นชมขึ้นมาแทน
ในความคิดของคนธรรมดาหลิวอันไม่ได้แพ้เพราะสู้ไม่ได้ แต่เลือกที่จะ ‘ยอมแพ้’ เพราะไม่ต้องการให้ยูเมะฝืนจนเกินไป
ความเข้าใจนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่ยอมรับกันได้ง่ายเกินไป
แต่ยูเมะก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากเพราะเขาเองก็ยอมรับว่าหลิวอันเลือกที่จะยอมแพ้จริงๆส่วนเหตุผลนั้นคืออะไร เขาไม่คิดที่จะคิดมากไปกว่านี้
‘พลังลึกลับนั่น..หรือว่าจะเป็นวิชากำลังภายในในตำนาน!’
ความคิดนี้ทำให้ยูเมะตื่นเต้นไม่น้อย ในฐานะของชายหนุ่มที่ชื่นชอบเกมออนไลน์เขาย่อมสนใจพลังเหนือธรรมชาติและพลังลึกลับอย่างกำลังภายในอยู่แล้ว
ที่ผ่านมาเขาคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเรื่องแต่งแต่เมื่อพบกับพลังเหนือธรรมชาติกับตัวเองจริงๆ ความคิดก็เปลี่ยนไปและเชื่อว่าพลังเหล่านั้นมีจริง
ขณะที่คิดแบบนั้นผู้ชมมากมายก็พากันเข้ามาทักทายและชื่นชมมีหลายคนที่ชวนยูเมะคุย ซึ่งเขาก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพจนกระทั่งทุกคนแยกย้ายกันจากไป จนเหลือเพียงชีอาที่มองดูเขาด้วยความสงสัย
ยูเมะเห็นสภาพของชีอาก็รู้สึกแปลกใจเขารู้สึกว่าเธอไม่เหมือนกับทุกวัน สายตาที่มองเขาดูแปลกไปจนสังเกตเห็นได้
“คุณชีอา มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“นาย..ไม่มีอะไร พวกเราไปห้องพยาบาลกันเถอะ”
ยูเมะเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่พอชีอาเข้ามาดึงแขน เขาก็จำต้องตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตความผิดปกติของชีอาไปในตัว
‘แปลก..ปกติเธอมักจะเว้นระยะห่างกับเรานี่แต่ทำไมวันนี้..’
คิดถึงตรงนี้เขาก็มองดูมือของตัวเองที่ถูกชีอากุมเอาไว้เพื่อลากเขาไปยังห้องพยาบาลสัมผัสที่ใกล้ชิดขนาดนี้ ทำให้ยูเมะอดประหลาดใจไม่ได้
ทว่าเขาก็รู้ตัวว่าไม่ควรพูดอะไรในตอนนี้เพราะรู้สึกว่าชีอาตอนนี้ไม่ปกตินักดูเหมือนจิตใจจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่
พอไปถึงห้องพยาบาลยูเมะก็เจอกับแพทย์หนุ่มเชนที่ส่งสายตาเหนื่อยใจมาทางเขา ทำให้เขาได้แต่ยิ้มฝืนๆเป็นการตอบรับ ก่อนจะถูกส่งตัวเข้าไปในเคบินรักษา
“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้วจริงๆ คุณเมมโมไรซ์แต่ผมเห็นการประลองของคุณแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่คุณจะทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้”
แม้ว่าแพทย์หนุ่มจะไม่ได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้แต่เมื่อทำงานในศูนย์ฝึกแห่งนี้มานานก็ย่อมมีความเข้าใจอยู่บ้าง กรณีของยูเมะนั้นก็ใช่ว่ามันจะไม่เคยเห็นเพียงแต่ไม่เคยเห็นใครที่เป็นหนักขนาดนี้มาก่อนเท่านั้น
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในปัจจุบันเกมออนไลน์ผ่านการปรับปรุงและพัฒนามามากทำให้แม้ว่ามันจะคงความสมจริงเอาไว้ในระดับที่สูงมาก แต่กลับมีตัวช่วยจำนวนมากแฝงอยู่ภายในทำให้ผู้เล่นไม่เกิดความเคยชินจากเกมออนไลน์จนมาทำร้ายร่างกายตัวเองในชีวิตจริง
ก่อนหน้านี้แพทย์หนุ่มคิดว่ายูเมะเป็นพวกที่ชอบฝืนตัวเองจนเกินเหตุแต่หลังจากเห็นการประลอง มันก็ไม่แปลกใจอีกและตระหนักว่ายูเมะมีฝีมือมากจริงๆ และที่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บนั้นก็ไม่ได้เกิดจากการฝืน
แต่เกิดจากความเคยชินซึ่งในจุดนี้ในฐานะแพทย์ มันย่อมมีมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไปมันจึงหยุดห้ามยูเมะแต่เลือกที่จะเปลี่ยนวิธีรักษาแทน
ยูเมะที่นอนฟังอยู่ในเคบินรักษาก็ได้แต่ยิ้มฝืนๆแล้วหลับตารอให้ยารักษาทำการรักษาอาการบอบช้ำของร่างกายที่เกิดจากการฝืนตัวเอง
ครั้งนี้นับว่าพลาดไปเหมือนกันแต่ก็เป็นความผิดพลาดที่คุ้มค่า เพียงแค่มองดูรายรับก้อนโตที่ได้จากการสตรีมวันนี้เขาก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
‘วันนี้วันเดียวได้มาเกือบแสน เยอะจนน่ากลัวจริงๆนี่มันเทียบได้กับการขายดาบ 6 เล่มเลยนะ’
ยูเมะทอดถอนใจด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ขณะที่ภายในใจก็ครุ่นคิดถึงความแตกต่างทางด้านฐานะของตัวเองและคนในศูนย์ฝึกแห่งนี้
‘คนในศูนย์ฝึกแห่งนี้รวยจริงๆโดยเฉพาะคนนี้..ทิปก้อนเดียว 5 หมื่น’
เกินกว่าครึ่งของทิปที่ได้รอบนี้มาจากคนเพียงคนเดียวเรื่องนี้ทำให้ยูเมะทั้งแตกตื่นทั้งยินดีแต่ในขณะเดียวกันก็แอบสงสัยว่าใครคือคนที่ให้ทิปเขามากขนาดนี้
แต่ก็น่าเสียดายที่ระบบสตรีมนั้นมีการป้องกันที่รัดกุมจึงยกที่จะรู้ได้ว่าใครเป็นคนให้ทิป ด้วยเหตุนี้ยูเมะจึงทำได้เพียงถอนหายใจจากนั้นก็ฆ่าเวลาด้วยการอ่านหนังสือไปจนกระทั่งการรักษาเสร็จสิ้น
เมื่อออกมาจากเคบินแพทย์หนุ่มที่เหมือนจะตั้งเวลาเตือนไว้ก็ย้อนกลับเข้ามาในห้องพยาบาลพอดีพอเห็นยูเมะลุกออกมาจากเคบิน มันก็ยื่นส่งกำไลวงหนึ่งให้กับยูเมะ
“นี่คือ..”
“อุปกรณ์ตรวจทางการแพทย์ครับ เนื่องจากผมห้ามคุณไม่ได้และคุณเองก็มักจะลืมตัวผมจึงต้องเปลี่ยนวิธีให้คุณสวมเจ้าสิ่งนี้ทุกครั้งที่มาฝึกในศูนย์ฝึกแห่งนี้แทนหวังว่าคงจะเข้าใจนะครับคุณเมมโมไรซ์ว่ามันจำเป็น”
ยูเมะอึ้งน้อยๆ แล้วมองดูกำไลข้อมือสีเงินที่ดูเรียบง่าย เพียงแค่เห็นรูปร่างเขาก็มั่นใจได้ว่าราคาของมันต้องไม่ใช่น้อยๆ ทั้งนี้ก็เพราะเขาเองก็เคยใช้ของพวกนี้เหมือนกันเพียงแต่เป็นรุ่นเก่าที่มีประสิทธิภาพและความสามารถที่น้อยกว่า
หลังจากนั้นเขาก็นั่งฟังคำอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจสุขภาพที่ดูเหมือนกำไลสีเงินอยู่นานสองนานจนเข้าใจและอดไม่ได้ที่จะทึ่งน้อยๆ เพราะกำไลวงนี้มีคุณค่ามากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก
“น..นี่มันแพงเกินไปแล้วครับผมเกรงว่าถ้าเกิดทำหายหรือเสียหาย ผมจะไม่มีปัญญาชดใช้”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ มีคนค้ำประกันให้คุณแล้ว นอกจากนั้นทางเราก็มีมาตรการจัดการกับเรื่องนี้อยู่แล้วคุณไม่ต้องกลัวว่าจะชดใช้ไม่ไหวแน่นอน”
“คนค้ำประกัน! ใครกัน”
“ก็ เพื่อนของคุณไงครับ คุณชีอา เธอค้ำประกันให้คุณเรียบร้อย ดังนั้นไม่ต้องห่วงนะครับ”
หลังจากพูดจบแพทย์หนุ่มก็ไม่รอให้ยูเมะได้ตอบรับหรือปฏิเสธเขาทิ้งเอกสารตัวหนึ่งเอาไว้ให้ยูเมะจากนั้นก็จากไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นความตกใจของยูเมะเลย
‘คุณชีอา..ทำไมถึงได้’
ยูเมะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่หลังจากอ่านเอกสารตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธได้ตราบใดที่เขายังอยากใช้บริการของศูนย์ฝึกแห่งนี้อยู่ เขาก็จำต้องทำตามกฎข้อบังคับนี้
นอกจากนั้นข้อบังคับก็ไม่ได้เข้มงวดจนยากที่จะยอมรับหรือคุกคามความเป็นส่วนตัวของเขาอุปกรณ์ตรวจสุขภาพตัวนี้ไม่ได้ตั้งค่าให้เชื่อมต่อกับศูนย์ฝึกจึงไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลส่วนตัวจะถูกเปิดเผยมันเพียงตั้งค่าการแจ้งเตือนสำหรับตัวเขาเอง เพื่อเตือนให้รู้ว่าเขาฝืนใช้ร่างกายมากเกินไปหรือไม่
ด้วยวิธีนี้ยูเมะจะสามารถควบคุมการฝึกได้แม่นยำขึ้นและระวังไม่ให้ฝืนจนเกินความจำเป็น