D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ดัสต์วัลเลย์เมืองแห่งยานบิน 3

             

            “เจ้าเล่ห์นักนะ...” แทนพูดขึ้นส่วนเจ้ามังกรจ้องมาที่เขารอคำพูดประโยคต่อไป“ถ้าฉันตอบสีตาถูกแกก็น่าจะบอกว่าเขาตาบอดถ้าฉันบอกว่าเจ้านั่นตาบอดแกก็บอกว่าเขาถึงจะตาบอดแต่ก็มีนัยน์ตา...” ชายหนุ่มว่า

            เจ้ามังกรเหมือนจะแสยะยิ้มก่อนจะพูดออกมา

            “ตาเจ้าแล้ว อย่าถ่วงเวลา...” เสียงแหบพร่าถูกส่งออกมา

            “หลังสงครามเทพ มังกร และปีศาจ เพื่อนๆของไอ...คนนี้” แทนชี้ไปที่ไอซึ่งเกาะอยู่บนบ่าของเขา“เพื่อนๆ ที่ตอนนี้ยังไม่มีผู้ครอบครองอยู่ที่ไหนบ้าง” คำถามที่ดังออกมาทำให้เพื่อนๆของแทนเริ่มรู้จุดประสงค์ของชายผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ของพวกเขา

            ในขณะที่เจ้ามังกรก็เริ่มรับรู้ได้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าของมันไม่ใช่คนไร้ความคิดแผนนี้น่าจะถูกไตร่ตรองมาอย่างดี...

            “วางแผนนี้ไว้สินะ...ถือว่าฉลาดสำหรับมนุษย์” เจ้ามังกรมองไปที่แทนแล้วพูดออกมาหลังจากนั้นมันก็พ่นไฟออกมาเบาๆ พร้อมกับใช่หางที่มีสองหางฟาดไปกับตัวยานบินเบาๆถึงความเสียหายจะไม่เกิดขึ้นมากนักแต่ก็ทำให้ตัวยานสั่นสะเทือนหลังจากนั้นเสียงเรียกใช้สกิลก็ดังขึ้น

     

            “โซนสลิป! (Zone Slip)”

     

            เสียงเจ้ามันกรเรียกใช้สกิลหลังจากสิ้นเสียงของมันท้องฟ้าที่เคยมีแสงอาทิตย์เจิดจ้ากลับกลายเป็นเวลาค่ำคืนหมู่เมฆที่เคยมรปุยขาวสะดาดตากลับกลายเป็นหมู่เมฆสีดำพวกของแทนหันมองดูรอบตัวกันอย่างตื่นตกใจ พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจะตามมาหลังจากบรรยากาศต้องเปลี่ยนไป

            “มันเป็นแค่เปลี่ยนแปลงสถานที่ที่พวกเราอยู่ทำให้ทั้งเจ้าและข้าเข้ามาสู่บรรยากาศที่แตกต่างจะไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวนหรือได้ยิน ได้เห็นหรือรับรู้การคงอยู่ของพวกเจ้าและตัวข้าและพวกเจ้าก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้นอกเสียจากจะสังหารข้าลงได้หรือข้าปลดมันออกเอง” เจ้ามังกรยักษ์พูดถึงสกิลที่มันเพิ่งใช้ออกไป

            “พาเข้าบรรยากาศมาคุเลยรึ...” เสียงเอ็ดเวิร์ดบ่นเบาๆทำให้นิกกี้หันไปมองหน้าคนพูดด้วยความสงสัยว่าพูดถึงเรื่องอะไร

            “นิ่งนานๆ อย่างนี้รู้คำตอบล่ะสิแต่จะกล้าตอบหรือเปล่าล่ะ...” แทนแสยะยิ้มก่อนจะพูดออกไปบรรยากาศรอบตัวตอนนี้เป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวและดวงจันทร์แฝดที่ลอยตัวอยู่เหนือชั้นของหมู่เมฆ

            “เจ้าคงคิดว่าถ้าข้าไม่ตอบเจ้าจะเอาชนะข้าได้แต่หากข้าตอบเจ้าก็จะตายโดยที่มีข้อมูลของผู้หลับใหลสินะ...หึมนุษย์ก็คงคิดได้แค่นี้ล่ะ” เจ้ามังกรพูดออกมาตามด้วยทำเสียงหัวเราะในลำคอ“เจ้าอย่าลืมว่าถ้าเจ้าแพ้ข้าจะตามฆ่าเจ้าไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใดและหลังจากนั้นถ้าพวกเจ้าเข้าใกล้สถานที่ที่ข้าบอกข้าก็จะตามฆ่าเจ้าอีก”

            “ตกลงจะโม้ จะตอบ หรือจะยอมแพ้ เอาสักทาง” แทนขัดขึ้น

            “เจ้าอย่าลืมเรื่องคำตอบล่ะมนุษย์เอ๋ย คำถามนี้มีสองคำตอบมันไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าข้าตอบเจ้าแล้วข้าจะต้องถามเจ้าสองคำถามเชียวนะเจ้าแน่ใจแล้วรึ” เจ้ามังกรยักษ์ว่า

            “แหง...ฉันจำได้น่าตอบมาเหอะ”

            “ผู้หลับใหลยังมีอีกสองตน ผู้หนึ่งอยู่หลังประตูแห่งความจริงทะเลทรายสีดำซาราดีก้าส่วนอีกผู้หนึ่งหลับใหลอยู่ไม่ไกลนี้หรอกเมืองที่พวกเจ้ามองเห็นนั่นล่ะคือสถานที่ที่ว่า โคลม...หลับใหลอยู่ใจกลางเมืองลอยฟ้าดัสท์วัลเลย์ที่อยู่เบื้องหน้า” เจ้ามังกรตอบออกมาในขณะที่ทุกคนช่วยกันจดจำถึงสถานที่หลับใหลของภูติที่ว่า

                    “ตามนั้น...” แทนพยักหน้าตอบออกไป

            “สองคำถามของข้าคือ...” เจ้ามังกรเริ่มถามคำถามของมันทันที “หอกประหารเทวาเนราบูดีสเป็นท่าไม้ตายของมังกรตนใดและอีกคำถามก็คือ หอกนี้สังหารฝ่ายเทพและปีศาจรวมกันกี่ตน”

            คำถามที่ถามออกมาทำเอาแทนนิ่งเงียบมันยากเกินกว่าที่มนุษย์อย่างเขาจะตอบได้ แต่แทนก็พยายามตอบออกไป “ไม่มีใครใช้ท่าไม้ตายนี้เพราะฉะนั้นคำถามที่ถามว่ามันสังหารเทพและปีศาจไปกี่ตนก็คือไม่มีเลยสักตน” แทนใช้สมองของเขาเพื่อตอบตำถามที่ตัวเขาไม้รู้ให้ใกล้เคียงที่สุด

            “ผิด!” เจ้ามังกรกระพือปีกอย่างแรงสองสามครั้งหลังสิ้นเสียงของมัน“หอกประหารเทวาเป็นท่าไม้ตายของมังกรราตรีเลิร์กราซารัสท่าไม้ตายนั้นสังหารทำไปสิบเจ็ดตน ปีศาจอีกสามสิบเจ็ดตนและ...สังหารพวกครึ่งเทพครึ่งปีศาจไปอีกสี่ตน”

            “คำถามอย่างนี้ต่อให้เดาแม่นยังไงก็ไม่ถูก...” เอ็ดเวิร์ดบ่นออกมา “เจ้าแทนมีแผนอะไรอีกหรือเปล่าเนี่ย”

            “สิบเจ็ดต่อสิบเจ้าหนู ถามคำถามของเจ้ามาได้เลย” ริมฝีปากของเจ้ามังกรยิ้มเยาะ

            แทนยืนนิ่งเมื่อคำตอบของเขาผิดแต่ไม่นานนักคำถามต่อไมมาติดๆ “วิธีที่จะได้ทั้งสองมาต้องทำยังไง” ชายหนุ่มถามออกไปเสียงเข้ม

                    “โห...แน่นอนจริงๆพ่อคนนี้ ถามอย่างนี้นี่แทบจะแบไต๋เรื่องการได้การ์ดแอเรียเลยแฮะ” นิกกี้พูดขึ้น

            “สมกับเป็นเจ้าแทนนั่นล่ะ” บลานซ์สนับสนุน

            ครั้งนี้เจ้ามังกรนิ่งอึ้งมันกระพือปีกอยู่กลางอากาศอย่างช้าๆ แต่สุดท้ายก็พูดออกมา “มันเป็นความลับที่ห้ามแพร่งพราย” เสียงแหบสากพูดออกมาเบาๆ

            “พี่เอ็ดๆ ดูดิๆๆๆ” แทนหันไปหาเพื่อนของเขา

            “ดูไร?”

            “ดู ‘ท่าน’ มังกรผู้รอบรู้ ‘ทุกอย่าง’ ไงพี่ พอไม่รู้ก็อ้างว่ามันเป็นความลับกระจอกจริงๆ ว่ะพี่” แทนคุยกับเอ็ดเวิร์ดตามด้วยเสียงหัวเราะ

            “ข้ารู้! เจ้าตายแน่เจ้าหนูคำถามของเจ้าต้องแบ่งคำตอบออกเป็นสี่ส่วน!” เจ้ามังกรเพลิงตวาดเสียงดัง

            “อย่ามาโม้น่า...” แทนหันไปหรี่ตามองเหมือนกับไม่เชื่อที่เจ้ามังกรนั่นว่ามาแต่จริงๆ แล้วเขาคิดอยู่ในใจว่าเจ้ามังกรตนนี้ไม่ธรรมดาพอคำถามแบบนี้มันแยกคำตอบออกเป็นสี่ส่วนเพื่อจะได้จัดการจบเรื่องให้เร็วที่สุดพร้อมกับชิงความได้เปรียบแต่ก็ถูกอย่างที่เจ้ามังกรนั่นว่า วิธีการได้การ์ดพวกนี้มาน่าจะยุ่งยากไม่ธรรมดา

            “ชนะการแข่งขันยานบินครั้งแรกชนะโดยที่ต้องระเบิดยานบินของคู่ต่อสู้ไม่ต่ำกว่าเจ็ดลำนั่นคือคำตอบของการได้ภูตตนแรกที่หลับใหลอยู่ที่เมืองดัสท์วัลเลย์ ส่วนตนที่สองไปมองหาบริเวณที่ทรายสีขาวที่อยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลทรายสีดำต้องมีปาร์ตี้สองคนแล้วพบเส้นทางที่จะพาเข้าสู่แฟรันก้า หลังจากนั้นเข้าไปกำจัดบอสโดยห้ามกลับออกมาก่อนจะทำสำเร็จ...” เจ้ามังกรตอบออกมาจนได้แต่เมื่อมันพูดจบก็พ่นไฟออกไปกลางท้องฟ้าอย่างรุนแรงมันน่าจะจะหงุดหงิดที่ต้องตอบเรื่องนี้

            “มา! เจ้าหนู! จงตอบคำถามข้ามาสี่คำถาม!” เจ้ามังกรตวาดเสียงดังหลังจากนั้นคำถามที่ไม่น่าจะมีใครตอบถูกก็ถูกถามออกมาถึงหกคำถามและแน่นอนว่าแทนตอบไม่ถูกแม้แต่ข้อเดียว...

            เจ้ามังกรแสยะยิ้มขณะมองหน้าแทน

            “ยิ้มอะไรของแก!” แทนตวาดกลับไป

            “เจ้าจะสามหาวอยู่ได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นมนุษย์เอ๋ยตอนนี้คะแนนกลายเป็นสิบสองต่อสิบแล้วข้าอดใจที่จะหัวเราะไม่ได้เมื่อนึกถึงว่าจะได้สังหารพวกเจ้าทุกคน” เจ้ามังกรพูดพร้อมกับกวาดสายตาไปที่พวกของแทนทุกคนที่อยู่บนดาดฟ้าของยานบิน

            “ท่าจะแย่แฮะ พวกเราท่าทางจะต้องเป็นไก่ย่างถูกเผา...มันจะถูกไม้เสียบเสียแล้ว” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้น “เอ้า...เสียบตูดซ้าย เสียบตูดขวา...” เขาร้องเพลงพร้อมกับแสดงท่าประกอบ

            “ฉันละเอือมนายกับเจ้าแทนนี่อย่างกับพี่น้องแห่งความอุบาทว์จริงๆ” นิกกี้พูดก่อนจะถอนหายใจยาว

            “น่าจะคับขันแล้วล่ะเจ้าแทนไม่น่าจะตอบคำถามของมังกรนั่นได้เลย” บลานซ์ว่า

            “มันไม่ได้มีไว้ให้ตอบถูกอยู่แล้ว” นิกกี้พูดขณะมองไปที่แทนซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า

            “พี่แทน...” ลินพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง

            “ลินไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าแทนไปหรอกจ้ะ...” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าแพ้เราตายกันหมดแน่นอนไม่ใช่แต่เจ้านั่น ได้กลายเป็นไก่ย่างเจ็ดไม้...ไม่เหงาๆ”

            นิกกี้หรี่ตามองเอ็ดเวิร์ดด้วยสายตาระอาไม่แพ้กับลินแต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

            “เขาน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้แววตาของแทนยังไม่ยอมแพ้...พี่ทากะก็คิดเหมือนฉัน” เสียงของอายะดังขึ้นเสียงที่นานๆ ทีคนในกลุ่มจะได้ยิน

            “แต่ถึงจะแพ้แล้วตาย แต่อย่างน้อยๆเจ้าแทนมันก็พยายามเอาความลับของเรื่องที่ซ่อนพวกของไอมาได้แล้วตั้งสองคนฉันว่ามันก็น่าจะคุ้มนะ แต่เสียตรงที่พวกเราจะถูกทำลายการ์ดนี่ล่ะ” นิกกี้พูดออกมาเมื่อรับรู้ถึงสภาพในตอนนี้

            “คำถามต่อไป!” เสียงแทนดังขึ้นดึงความสนใจของทุกคนมาที่ตัวเขาทันที“ถ้าเทพรักกับมังกรแล้วมังกรก็ไปรักปีศาจแต่ปีศาจรักทั้งเทพและมังกร แล้วเกิดทายาทขึ้นจากมังกรที่อุ้มท้องไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อหรือใครเป็นแม่แล้วเมื่อเด็กคนนั้นเกิดมาก็ตกหลุมรักกับพวกครึ่งก็อปลินครึ่งเอลฟ์ถามว่าเด็กคนนั้นควรจะมีอายุเท่าไรเมื่อพบกับเด็กสาวคนนั้น” ชายหนุ่มถามพร้อมกับแสยะยิ้ม

            “ห่ะ! เจ้าพูดอะไรของเจ้า!” เจ้ามังกรทำหน้าตกใจทันทีที่ได้ยินคำถามจากแทน

            “คำถามไง คำถามต่อไปของฉัน...” แทนตอบเสียงเรียบ

            “มันไม่มีเรื่องแบบนั้น!” เจ้ามังกรตะโกนลั่น

            “เรื่องเกี่ยวกับสงครามเทพ มังกรและปีศาจ...นั่นน่าจะเป็นเรื่องที่เราตกลงเรื่องคำถามกันนะไม่มีตอนไหนที่ห้ามถามคำถามแบบนี้สักหน่อย ไม่ได้มีบอกห้ามไว้ตรงไหนเลยนะ” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

            “เจ้าแทนออกลายแล้วสิ” เอ็ดเวิร์ดพูดยิ้มๆ

            “เจ้าตั้งคำถามไร้สาระ! เจ้าดูถูกข้า!” เสียงเจ้ามังกรดังลั่นด้วยความโกรธ

            “ข้อแม้ที่ตั้งขึ้นคือ ‘ถ้าตอบไม่ได้โดนหักคะแนนนะ’ ว่ายังไง ตอบได้หรือเปล่าท่านมังกรผู้รอบรู้ว่าแต่ให้ระบบช่วยหาคำตอบก็ได้ นี่ก็ใกล้ครบหนึ่งนาทีแล้วนาถ้าไม่รีบจะถูกปรับว่าตอบไม่ได้นะ...ท่านมังกร” แทนยังยั่วเจ้ามังกรไม่เลิก

            “เจ้า...!” มังกรเพลิงขู่ในลำคอแต่ก็ไม่สามารถตอบปัญหาที่แทนถามออกมาได้ ไม่ว่ามันจะคิดทบทวนแค่ไหนคำตอบก็ไม่ปรากฏออกมาแม้แต่น้อย...

            แน่ล่ะ...เพราะคำตอบที่ว่านั่นก็ไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก

            “หนึ่งนาทีแล้ว!” เสียงแทนดังออกมา“คราวนี้ก็สิบสองต่อเก้าแล้วนะ” ชายหนุ่มว่า

            “แล้วคำตอบของมันคืออะไร...” เจ้ามังกรกัดฟันถามออกมาด้วยความโกรธแต่ก็ยังถูกระงับไว้

            “ไม่รู้ดิ” แทนตอบกลับแบบไม่รู้ไม่ชี้

            “หมายความว่ายังไงเจ้ามนุษย์...” เจ้ามังกรหรี่ตามองแทนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของมัน ส่วนชายหนุ่มผายมือสองข้างที่ระดับอกก่อนจะตอบออกมา

            “ก็หมายความว่าฉันก็ไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไรน่ะสิ”

            “เจ้าไม่รู้!?” เสียงแหบๆของเจ้ามังกรพยายามขึ้นเสียงสูง

            “อือ...ไม่รู้มันมีข้อตกลงไหนกันที่เราบอกว่าคนถามจะต้องรู้คำตอบ เราตกลงกันแค่ว่า ‘ถ้าใครตอบไม่ได้จะถูกหักคะแนน’ ลืมไปแล้วรึท่านมังกรผู้ถือคำสัตย์เหนือสิ่งใด” แทนทวนข้อตกลงที่เขาเสนอไปตั้งแต่แรก

            “เจ้า...!” มังกรยักษ์ตะโกนเสียงดังพร้อมกับกระพือปีกรุนแรงแล้วแหงนหน้าขึ้นฟ้ามันรีดเร้นพลังทั้งหมดออกมาจากร่างกายแล้วพ่นลูกไฟยักษ์ขึ้นสู่ท้องฟ้าแสงสว่างและพลังที่ปรากฏออกมาทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนถึงกับสว่างจ้า

            “รุนแรงอะไรขนาดนี้ถ้าโดนไฟนั่นเข้าเราน่าจะไม่รอดแน่ๆ” บลานซ์พูดขึ้นเมื่อเห็นพลังของมังการนารัสชาที่ปรากฏออกมา

            คะแนนในตอนนี้อยู่ทีเก้าต่อสิบสองเมื่อเจ้ามังกรถามคำถามใหม่ออกมาแทนตอบไม่ได้ก็เหลือคะแนนเก้าต่อสิบเอ็ดหลังจากนั้นแทนก็ถามคำถามที่เขาคิดมั่วขึ้นมาเองไปเรื่อยๆและแน่นอนว่าเจ้ามังกรไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ จนในที่สุดคะแนนก็เหลือหนึ่งต่อสามเจ้ามังกรยักษ์หนึ่ง แทนสาม และคำถามของแทนก็ถูกถามออกไปแล้วเจ้ามังกรไม่สามารถตอบคำถามที่ว่าได้และเวลาก็กำลังจะหมดลงทุกขณะ...และในที่สุดเวลาหนึ่งนาทีของเจ้ามังกรก็หมดลง

            “เหลือสามต่อศูนย์แล้วนะ...ฉันชนะ” แทนพูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบ

            มังกรยักษ์ที่ลอยตัวอยู่ข้างยานบินนิ่งเงียบแต่พลังพลุ่งพล่านอยู่รอบตัวของมันจนทุกคนรู้สึกได้อายะและทากะเตรียมเข้าสู่การต่อสู้ บลานซ์เองก็เช่นกันส่วนนิกี้จ้องดูท่าทีเจ้ามังกรไม่วางตา ส่วนเอ็ดเวิร์ดมองซ้ายมองขวาจากแทนแล้วไปที่มังกร จากมังกรกลับมาที่แทน

            “พี่แทนระวังนะ!” ลินตะโกนบอกแทนเมื่อเธอรู้สึกถึงพลังของเจ้ามังกรเหมือนกับทุกๆคน

            แทนยืนนิ่งจ้องไปที่มังกรเหลิงนารัสชาเขาไม่ได้เตรียมตัวเข้าสู่การต่อสู้แต่อย่างใดชายหนุ่มเพียงแต่เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเรียบๆ

            “หวังว่าสัจจะที่ว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าไม่จริงเราก็แค่ตาย”

            เจ้ามังกรโกรธจนตัวสั่นมันก้มหัวมองไปที่แทน หลังจากนั้นก็สะบัดหัวบรรยากาศรอบตัวถูกความเงียบเข้าครอบคลุมมีเพียงเสียเครื่องยนต์ของยานบินครางอยู่เบาๆ เคล้ากับเสียงสายลมที่พัดผ่านบรรยากาศที่เงียบสงบราวกับทะเลสงบก่อนจะเกิดพายุใหญ่

            ความเงียบแทรกตัวอยู่ไม่นานหลังจากนั้นเสียงหัวเราะลั่นก็ดังออกมาทำลายบรรยากาศที่ว่า

            “ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ข้าเสียรู้มนุษย์หรือนี่!” เจ้ามังกรยักษ์พูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา “ข้าจะจำเจ้าไว้เจ้าหนุ่มเจ้าไม่คิดที่จะยอมแพ้ตั้งแต่แรก คำพูดทุกคำ ท่าทางทุกท่าของเจ้านั้นล่อข้าให้หลงลมไปกับเจ้าร้ายนักนักเจ้าหนู...ข้าแพ้ ครั้งนี้ข้าแพ้” เจ้ามังกรว่า

            แทนยังยืนนิ่งพร้อมกับพยักหน้าให้มังกรที่มีพลังยากจะหยั่งถึงแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป

            “ครั้งหน้าที่เราพบกันข้าจะไม่ฟังอะไรจากเจ้าตามสัญญา...วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่อย่าลืมล่ะ...เมื่อครบกำหนดเวลาข้าจะมาสังหารพวกเจ้าทุกคนและเมื่อใดพวกเจ้าย่างกรายเข้าสู่เขตที่เหล่าภูตหลับไหล...ข้าจะปรากฏตัวออกมาสังหารพวกเจ้าทุกคน” เจ้ามังกรพูดออกมาพร้อมกับคลายมิติให้กลับสู่มิติปกติแสงแดดจ้าสาดลงมาอีกครั้ง เจ้ามังกรยักษ์หยุดกระพือปีกพร้อมกับก้มหัวลงต่ำมันทิ้งตัวลงสู่อากาศเบื้องล่าง ดำดิ่งลงไปต่ำกว่ายานบินที่ลอยลำอยู่และเมื่อความเร็วในกานทิ้งตัวพุ่งลงด้านล่างเริ่มรวดเร็วปีกสองข้างของมันก็สะยายปะทะกับสายลมที่พัดสวนเข้ามาหลังจากนั้นก็บินไปทางทิศเหนือ ทิศทางที่อยู่คนละทางกับเมืองลอยฟ้าดัสวัลเลย์...

     

            บนดาดฟ้าของยานบินยังอยู่ในสภาพที่ทุกคนกำลังเรียบเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นคนอื่นยังยืนตกตะลึงว่าพวกเขารอดมาได้อย่างไรแต่ในขณะนั้นชายคนหนึ่งก็ทรุดตัวลงนั่งก้นจ้ำเบ้าทันที

            “ไอ้บ้าเอ้ย...!ถ้าเผลอเลือกสามสิบคะแนนเจ้ามังกรนั่นรู้แน่ว่าเราวางแผนไว้...รอดตายหวุดหวิดเลยเรา!” แทนตะโกนออกมาหลังจากเก็บอาการไว้นาน

            “เจ้าคิดถูกแล้วล่ะ...ถ้าเลือกสามสิบคะแนนข้ารู้แน่นอนว่าเจ้ามีแผน...” เสียงเจ้ามังกรที่ทุกคนคิดว่าบินจากไปแล้วดังมาจากด้านหลังของทุกคนมันดังมาจากกราบยานบินอีกด้านหนึ่ง

            “ซวยแล้ว...พ่อมา! ผมไม่ได้แอบมาสูบบุหรี่ในห้องน้ำนะอาจารย์!ไม่ต้องแอบมาก็ได้!” เอ็ดเวิร์ดที่กำลังจะอ้าปากค้างอุทานออกมาด้วยความตกใจมันฟังดูไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักแต่สีหน้านั้นบ่งบอกชัดเจนว่าตกใจสุดชีวิต

            “เจ้ามังกรนั่นกลับมาแล้วพี่!” ลินทำเสียงตกใจ

            “บ้าชะมัด...” แทนที่กำลังนั่งอยู่กับพื้นพูดออกมาเขาจ้องไปที่เจ้ามังกรที่เมื่อสักครู่เห็นว่ามันบินจากไปแล้ว แต่นี่อยู่ดีๆมันก็กลับมา

            “เดี๋ยวก่อนแทนปกติเหตุการณ์แบบนี้ในเกมมังกรตัวนี้อาจจะตามมาช่วยเราก็ได้เพราะเราผ่านเงื่อนไขอะไรพิเศษไปหรือเปล่า” นิกกี้พูดขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในสภาพสับสนทำอะไรไม่ถูกแต่ที่แน่นอนที่สุดก็คืออายะและทากะ สองคนนั่นเตรียมตัวเข้าต่อสู้เรียบร้อยแล้ว

            ร่างมหึมากำลังกระพือปีกพร้อมกับจับจ้องมาที่เบื้องหน้าสีแดงคล้ายเลือดและสีดำคล้ายสีเขม่าควันแต่งแต้มอยู่บนตัวของมันเจ้ามังกรใช้ดวงตาที่มีประกายดั่งเพลิงจ้องมาที่แทนก่อนจะพูดออกมา

            “อาจจะเป็นเงื่อนไขอาฆาตเป็นพิเศษถ้าจะตามก็คงเป็นตามฆ่าพวกเจ้าเสียมากกว่า คำว่า ‘ช่วย’ ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของข้า” เจ้ามันกรพูดออกมาขณะที่สายตาหันไปมองนิกกี้

            “ฉบับไหนล่ะพจนานุกรมที่แกใช้นะราชบัณฑิตยสถานหรือแค่วิกิพีเดีย ถ้าอันหลังมันมีมั่วนะอาจจะได้ข้อมูลไม่ค่อยถูกต้อง” แทนที่ลุกขึ้นยืนแล้วต่อปากต่อคำ

            “หึ...ยังปากดีไม่เลิก แต่เอาเถอะต้องถือว่าเจ้าแน่มาก...ไม่เคยมีใครเหนือกว่าข้าเรื่องปัญญามาก่อนครั้งนี้ถือว่าข้าปราชัยเป็นครั้งที่สองให้กับเพลยเยอร์ ช่วงนี้มันอะไรกัน มีเพลเยอร์ถึงสองคนเอาชนะข้าได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน...” มังกรยักษ์บ่นออกมา

            “เจ้าจงเอานี้ไป...” มีบางอย่าปลิวมาจากตัวมังกรยักษ์ที่บินอยู่เบื้องหน้ามันปลิวมาตกออกข้างๆ ตัวของแทน “ใช้สำหรับเรียกข้ามาหากเจ้าต้องการจะสะสางเรื่องของเราให้จบก่อนเวลาที่กำหนดจะมาถึง...”

            “เกล็ดทับทิม...” แทนก้มมองสิ่งที่หล่นอยู่ข้างตัวของเขามันเป็นเกล็ดที่เป็นอัญมนีสีแดงสด

            “เราจะต้องพบกันอีกในไม่ช้า...จงรักษาชีวิตไว้ให้ข้าเป็นผู้สังหาร...” เจ้ามังกรพูดก่อนจะหุบปีกลงอีกครั้งมันไม่ตอบคำถามใดๆ ต่อไป ร่างของมันร่วงหล่นไปกลางอากาศ หลังจากนั้นไม่นานปีกขนาดยักษ์ก็กางออกปะทะกับสายลมแล้วครั้งนี้ร่างสีแดงดำที่มีขนาดไม่เล็กกว่าย่นบินที่พวกแทนโดยสารอยู่ก็หายไปจากสายตาของพวกเขา...หายไปจริงๆ

            “มันจะกลับมาอีกรึเปล่าเนี่ย ชักจะไม่แน่ใจ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับหันไปมองด้านหลังของตัวเอง“จ๊ะเอ๋มาอีกทีหงายเงิบเลยนะครับพี่น้อง”

            หลังจากสิ้นเสียงของเอ็ดเวิร์ดไปกว่าสองนาทีไม่มีวี่แววเจ้ามังกรตนนั้น รู้สึกว่ามันจะจากไปจริงๆ แล้ว ยานบินเริ่มขยับตัวเสียงประกาศดังออกมา

     

            ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบเรากำลังจะนำยานบินลำนี้ลงจอดที่ท่าอากาศยานทางทิศเหนือของดัสวัลเลย์ขอให้ทุกคนรัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย...

      

            “เอายังไงกันดี พวกเรารีบลงไปที่ห้องเลยไหม” บลานซ์ถามขึ้น

            “ขืนลงไปคงมีแต่คนรู้จักเราเกิดเป็นจุดเด่นขึ้นมานี่มีโอกาสที่จะโดนหมายหัวนะ เจ้าแทนมันรอดจากมังกรนั่นมาได้คนอาจจะคิดว่าพวกเรามีของดีก็ได้” นิกกี้ออกความเห็น

            “เราก็มีของดีจริงๆ นี่คะพี่นิกกี้” ลินพูดออกมา

            “เพราะเรามีจริงๆ น่ะสิถึงต้องกลัวเกิดโดนรุมขึ้นมามีหวังแย่ อาจจะชนะแต่ก็พาเรายุ่งยาก” นิกกี้ตอบกลับไปอีกครั้ง

            “อยู่บนนี้ล่ะ...” เสียงแทนพูดออกมา“พวกเราไปหลบตรงนั้นกันซ่อนตัวไว้รอให้ยานลงจอดเรียบร้อยเราค่อยออกมาให้พวกคนที่อยู่ในยานนี่ออกไปให้หมดก่อน” เขาพูดพร้อมกับชี้มือไปที่มุมหนึ่งที่อยู่ทางด้านท้ายของดาดฟ้ายานบินลำนี้ที่เป็นมุมลับตาและดูเหมือนจะกว้างพอที่จะให้พวกเขาทั้งเจ็ดคนเข้าไปซ่อนตัวได้

            “ฉันเห็นด้วยนะ” นิกกี้ว่า

            “ว้า...ลินก็อดออกสื่อเลยสิคะเนี่ย” ลินทำหน้าผิดหวังพร้อมกับทำเสียงตัดพ้อ

            “น้องลินไม่ต้องออกสื่อก็เป็นที่หนึ่งในใจพี่เอ็ดแล้วล่ะครับ” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าจริงจัง

            “ลินจริงใจแต่อาจจะไม่จริงจังนะคะพี่เอ็ด” หญิงสาวพูดหยอก

            “ความเจ็บปวดเป็นของที่ระลึกจากความรักครับน้องลิน” เอ็ดเวิร์ดยังไม่หยุดพูด

            “นี่มันใช่เวลามาเล่นไหมสองคนนี่มานี่...ตามมาเร็วๆ เข้า” นิกกี้เรียกเอ็ดเวิร์ดและลินพร้อมกับสะบัดหน้าไปทางที่ซ่อนตัวหลังจากนั้นพวกเขาทั้งเจ็ดคนก็เข้าไปซ่อนตัวในที่นั้น

     

            ยานบินค่อยๆลงจอดที่ท่าอากาศยาน พวกแทนที่ซ่อนตัวอยู่มาเห็นทิวทัศน์รอบๆ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการลงจอดเกิดขึ้นไม่รุนแรงนักดูเหมือนฝีมือการขับยานของกัปตันจะอยู่ในระดับดีเลยทีเดียวหลังจากเครื่องลงจอดผู้คนก็ทยอยกันออจากยานบินพวกของแทนไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของคนอื่นๆ แต่หากพวกเขาได้ยินพวกเขาจะรู้ได้ทันทีว่าคิดถูกแล้วที่ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เพราะเรื่องมีคนจัดการกับมังกรยักษ์ได้เริ่มแพร่สะพัดออกไป

            ข่าวลือมักจะเกินจริงเสมอในตอนนี้ข่าวที่ออกมาก็คือมีผู้เล่นจัดการมังกรยักษ์ที่โจมตียานบินได้ด้วยคนเดียวชุดการ์ดของเขาแข็งแกร่งจนล้มมันได้อย่างสบาย...

            ไม่นานนักผู้คนก็ออกไปจากยานบินความสงบเงียบค่อยๆ ปกคลุมดาดฟ้า พวกของแทนค่อยๆ ออกจากที่ซ่อนตัวตอนนี้บนยานบินปลอดคน แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงความสนใจของพวกเขา

            เสียงเครื่องยนต์...เสียงของเครื่องยนต์ที่ว่าฟังดูทรงพลังมันปรากฏออกมาพร้อมกับยานบินสีเงินรูปทรงโฉบเฉี่ยว ด้านบนเป็นครอบแก้วใสครึ่งวงกลมขนาดยานน่าจะจุคนได้ไม่เกินกว่าสิบ แต่รูปทรงของมันโฉบเฉี่ยวด้านหน้าแหลมลู่ลมในขณะที่สองข้างตัวลำมีบางอย่างที่ลักษณะเหมือนครีบของปลาด้ายหลังมีแพนหางคล้ายหางของนกยูงแต่เป็นสีเงินสลับน้ำเงินด้านข้างลำมีตัวอักษรเขียนไว้ด้วยตัวหนังสือสีน้ำเงินเข้ม

            ...บลูเมโลดี้

            ยานลำที่ว่าเข้ามาจอดเทียบท่าใกล้ๆกับยานบินที่พวกแทนโดยสารมา รูปทรงเตะตาทำให้สายตาของทั้งเจ็ดจับจ้องไปที่นั่นแม้กระทั่งอายะละทากะที่ปกติจะไม่ค่อยสนใจอะไรก็ยังมองด้วยความสนใจแต่ดูแล้วทากะน่าจะสนใจยานบินลำนั้นมากกว่าใครๆ

            “เจ๋งสุดอ่ะพี่เอ็ด!” แทนวิ่งไปเกาะราวจับบนดาดฟ้าพูดขึ้นพร้อมกับชะโงกหน้าไปมอง

            “โห...! สวยสุดๆสีเงินอย่างนี้พี่ก็เพิ่งเคยเห็นนี่ล่ะ!” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงตื่นยิ่งกว่าแทนเสียอีก

            “พี่เวอร์ไปไหมสีเงินของยานนี่มันก็สีปกตินะถึงยานบินลำนี้จะเท่ห์สุดๆ ก็เถอะ” แทนหันไปหรี่ตามองคนพูด และในขณะนั้นเพื่อนๆอีกห้าคนที่เหลือของเขาก็เดินเข้ามาใกล้ๆ

            “บ้า...พี่หมายถึงผู้หญิงคนนั้นต่างหากผู้หญิงที่อยู่ในยานนั่นไง เธอผมสีเงินน่ะ พี่เพิ่งเคยเห็นนี่ล่ะ ยานน่ะก็เท่ห์ดีแต่พี่ว่ารูปลักษณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นสู้การปั้นแต่งของพระเจ้าที่สร้างทรวดทรงขอผู้หญิงมาไม่ได้หรอก” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับจ้องไปที่หญิงสาวผมยาวตรงสีเงินที่อยู่ในยานบินลำตรงหน้าที่น่าประหลาดใจก็คือ...

            ถ้าเป็นเกมอื่นที่ผู้เล่นประบางอย่างเกี่ยวกับรูปลักษณ์ได้ก็ไม่น่าแปลกแต่ในเกมนี้นั้นไม่ใช่ เกมนี้ไม่สามารถปรับรูปลักษณะได้ และด้วยเหตุนั้น ผมสีเงินจึงไม่ใช่อะไรที่เป็นเรื่องธรรมดา

            “สวยแจ่มจริงๆ คิ้วบางๆ ตาโตๆ หลงรักเลย” เอ็ดเวิร์ดว่า

            แทนหันมองหน้าคนพูดแต่ครั้งนี้เป็นสายตาชื่อชมไม่ใช่ตำหนิเหมือนทุกครั้ง “พี่นี่สุดยอดจริงๆเขาอยู่ไกลขนาดนั้นยังมองเห็นได้อีก” เขาพูดออกมาตามด้วยเสียงหัวเราะขึ้นจมูก

            ส่วนที่เป็นครอบกระจกใสเปิดออกเอ็ดเวิร์ดจ้องหญิงสาวตรงหน้าตาเป็นมันหญิงสาวผมสีเงินเดินออกมาจากสะพานที่ทอดลงสู่พื้นดินมันเป็นสะพานที่ปกติจะเก็บไว้ในยาน แต่เมื่อลงจอดจึงจะทอดลงมา

            “สวัสดีคร้าบบบบ...คุณคนสวย!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนทักออกไปพร้อมกับโบกไม้โบกมือแทน บลานซ์และนิกกี้ไม่คิดว่าเอ็ดเวิร์ดจะถึงขนาดร้องเรียกคนที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกพวกเขาทั้งสามคนหันมองหน้าผู้ชายที่กำลังโบกไม้โบกมือให้ผู้หญิงที่เพิ่งจะพบกันครั้งแรกเป็นตาเดียวกัน

            “เอางั้นเลยนะ” เสียงแทนว่า

            “พี่ไม่อายบ้างเลยหรือ” บลานซ์ถามต่อ

            “นี่นายไม่มีคำว่ากาลเทศะเลยใช่ไหม” นิกกี้บ่นขณะที่มองหน้าเอ็ดเวิร์ด

            แต่ดูเหมือนคำพูดของทั้งสามคนจะไม่เข้าหูของเอ็ดเวิร์ดสักเท่าไรสายตาเขายังจ้องไปที่ผู้หญิงรูปร่างเพรียวบางราวกับนางแบบไม่วางตาเธอน่าจะเป็นคนต่างชาติไม่ผิดแน่ๆ ยิ่งผจญภัยใกล้กลางทวีปเข้าไปมากเท่าไรผู้คนที่อยู่ที่นั่นก็จะเป็นคนจากหลายๆประเทศที่เดินทางจากเมืองเริ่มต้นที่อยู่รอบนอกเข้ามาสู่กลางทวีปเมืองที่เจริญกว่า มีมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า มีเควสต่างๆ หลากหลายกว่าและมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า

            หญิงสาวที่ถูกเรียกลงมายืนบนพื้นเรียบร้อยยานบินที่เธอนั่งมาเก็บส่วนบันไดแบบอัตโนมัติ หลังจากนั้นก็บินออกไปจากลานจอดแล้วลับตาไปในที่สุด

            “คุณคนสวยคร้าบบบบ!” เอ็ดเวิร์ดตะโกนก่อนจะโบกไม้โบกมืออีกครั้ง

            แรกๆเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ดูเหมือนกับว่าเธอจะคิดว่าเอ็ดเวิร์ดเรียกคนอื่นแต่เมื่อเขาเรียกครั้งนี้เธอหันมามองที่เอ็ดเวิร์ด เธอทำหน้าเหมือนพยายามเพ่งมองและเมื่อเอ็ดเวิร์ดโบกมือให้อีกครั้งหญิงสาวคนนั้นก็ทำท่าตกใจเธอชี้มือมาที่ตัวเธอเองเหมือนกับต้องการจะถามว่าที่เรียกออกมานั้นหมายถึงเธอแน่หรือ

            “นายพูดกับเรา?” เสียงหวานของเธอถามขึ้นมา

            “โอ้...เอ็ดเวิร์ดผู้ถูกโชคชะตาแห่งรักนำพายังขึ้นสูงไม่ถึงสวรรค์ก็พบเทพธิดาเสียแล้ว” คำพูดหวานเลี่ยนออกมาจากปากเอ็ดเวิร์ดโดยที่คนพูดไม่มีทีท่าสะทกสะท้านใดๆทั้งสิ้น

            “คุณนั่นล่ะครับคุณคนสวย! ผมเอ็ดเวิร์ดครับผม!” เขาตะโกนลงไปแนะนำตัว

            “เวร...เดี๋ยวมีโดนด่าแหงพี่ สวยซะขนาดนั้นไม่น่าจะธรรมดา” แทนออกความเห็น

            หลังจากนั้นสายตาคมๆของหญิงสาวผมสีเงินก็จ้องมาที่กลุ่มของแทนไม่สิ...ต้องบอกว่าจ้องมาที่เอ็ดเวิร์ดต่างหาก เธอจ้องเขม็งมาที่คนพูดกับเธอสายตาเฉียบๆ ทำเอาเอ็ดเวิร์ดที่เมื่อครู่ยังระริกระรี้ถึงกับกลืนน้ำลายอึกโต

            “เตรียมหูชาอีตาเอ็ด...” นิกกี้ท้าวเอวตามด้วยถอนหายใจยาว

            “หูย...จะสวยไปไหนยะหล่อน” ลินเผลอหลุดปากออกมาดูเหมือนเธอจะอิจฉาผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นหน่อยๆ เพราะถึงแม้ลินจะมีหน้าตาน่ารักมันก็เป็นความสวยใสๆ แบบน่ารักเสียมากกว่า แต่ผู้หญิงที่เธอกำลังจ้องอยู่นั้น สวยเฉี่ยว หุ่นเพรียว ใบหน้าขาวได้รูป สายตาคมและท่าทางดูมีชาติตระกูล

            “นายบอกว่าเราสวย?” เสียงผู้หญิงคนนั้นย้ำคำก่อนจะเดินมาใกล้ๆยานบินของพวกแทน แต่ก่อนที่อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเอ็ดเวิร์ดก็หายไปจากข้างๆพวกของเขาราวกับเทเลพอร์ตได้ เขาไปอยู่หน้าหญิงสาวผมเงินคนนั้นอย่างรวดเร็วมันน่าจะเป็นความสามารถที่โดดเด่นของเขาเลยที่เดียว...ความเร็วที่พุ่งเข้าใส่สาวสวยที่รวดเร็วราวประกาบแสง

            “ลงไปข้างล่างกัน!” แทนเรียกคนที่เหลือก่อนจะรีบวิ่งลงไปที่เอ็ดเวิร์ดแต่เมื่อพวกเขามาถึงด้านล่างก็ต้องอึ้งกับคำพูดที่ได้ยินออกมาจากหญิงสาวตรงหน้าของเอ็ดเวิร์ด

            “ว้าย...! เราสวยจริงๆ หรอ...เขินเขินนะพูดอะไรก็ไม่รู้ โอ้ย...! ทำยังไงดีเนี่ย ไม่เคยมีใครมาชมแบบนสักที...” เสียงที่พูดออกมาและท่าทางของหญิงสาวคนนั้นที่แสดงว่ารู้สึกแบบนั้นจริงๆทำเอาแทนอึ้งไปทันที แต่ที่ดูเหมือนจะอึ้งกว่าก็น่าจะเป็นเอ็ดเวิร์ด ปกติเวลาเช่นนี้เขามักจะโดนสาวเชิดใส่หรือไม่ก็ถูกซุบซิบนินทาแต่เหตุการณ์แบบนี้เขาเองก็เพิ่งจะเคยพบเจอเป็นครั้งแรกแถมหญิงสาวคนตรงหน้านั้นยังสวยแบบที่ราวจะหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่นอย่างไรอย่างนั้น

            “ห่ะ...” แทนพูดขึ้นเมื่อได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า

            “เราชื่อมีร่า ขอบคุณนะที่ชมเรา เราดีใจมากๆเลยล่ะ” หญิงสาวคนนั้นเดินมาอยู่ที่ตรงหน้าของเอ็ดเวิร์ดหลังจากนั้นเธอก็ใช้แขนสองข้างโอบไปที่รอบคอของเขา…

            ตามด้วยจูบไปที่ข้างแก้มของคนที่อยู่ในอ้อมแขน

           “เฮ้ย!?” เสียงใครสักคนในกลุ่มของแทนอุทานออกมาด้วยเสียงตกใจ…

     

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน