ช่วงบ่ายของวันนั้น
นัทกับมาร์โกกลับมายังตลาดสัตว์กลางเมืองอีกครั้ง
หลังจากคุยเรื่องแหวนมิติที่กิลด์ ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนเหมือนตอนเช้าอีกแล้ว
ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าแหวนมิติถูกฝากไว้กับกิลด์เพื่อประเมินและเตรียมการแลกเปลี่ยน
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว
หาพาหนะที่เหมาะกับพวกเขา
นัทเดินเข้าตลาดพร้อมกับมาร์โก
สายตาของเขากวาดมองคอกสัตว์ทั้งสองข้างทาง
“พี่”
“ว่า?”
“วันนี้เราดูให้ทั่วก่อนนะ”
มาร์โกหันมอง
“เมื่อเช้านายยังอยากได้รีอัสอยู่เลย”
“ก็ยังอยากได้ครับ”
นัทตอบหน้าตาย
“แต่เราต้องดูตัวอื่นก่อน เผื่อมีตัวที่เหมาะกว่า”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
“ดี”
“อย่างน้อยก็ไม่ซื้อเพราะเห็นแล้วถูกใจทันที”
“ครับ”
นัทพยักหน้า
“ถ้าดูหมดแล้วผมยังเลือกรีอัส ก็แปลว่ามันเหมาะกับผมจริง ๆ”
“ก็มีเหตุผล”
ทั้งสองเริ่มเดินดูสัตว์ทีละคอก
นัทใช้ทักษะตรวจสอบกับสัตว์หลายตัว
ข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง
ม้าบางตัวมีความเร็วดี
บางตัวมีความอดทนสูง
บางตัวแข็งแรงและเหมาะกับการบรรทุกของ
แต่แต่ละตัวก็มีข้อเสียของตัวเอง
ตัวหนึ่งเร็วมาก แต่เดินทางไกลไม่ดี
อีกตัวแข็งแรงมาก แต่กินอาหารจำนวนมาก
ส่วนอีกตัวเชื่องและเลี้ยงง่าย แต่ความเร็วต่ำ
นัทยิ่งดูมากเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นว่า
ไม่มีสัตว์ตัวไหนสมบูรณ์แบบ
“ตัวนี้เป็นยังไง?”
มาร์โกชี้ไปยังสัตว์สี่ขาตัวใหญ่ที่กำลังลากเกวียน
นัทใช้ทักษะตรวจสอบ
ข้อมูลปรากฏขึ้น
ชื่อ: โกรน
ประเภท: สัตว์พาหนะ
สภาพ: แข็งแรง
นิสัย: เชื่อง
ความเร็ว: ต่ำ
ความอดทน: สูง
เหมาะสำหรับ: บรรทุกของและเดินทางระยะไกล
นัทอ่านจบแล้วส่ายหน้า
“ดีครับ”
“แต่ช้าไปหน่อย”
มาร์โกพยักหน้า
“ถ้าเอาไว้บรรทุกของคงดี”
“แต่ถ้ามีเรื่องขึ้นมา เราวิ่งหนีไม่ทันแน่”
มาร์โกหัวเราะ
“จริง”
ทั้งสองจึงเดินต่อ
หลังจากดูสัตว์อีกหลายตัว
ในที่สุดนัทก็เดินกลับมายังร้านเดิม
ร้านที่อยู่ลึกเข้าไปด้านหลังตลาด
และคอกที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อเช้า
รีอัสยังอยู่ตรงนั้น
สัตว์สีขาวตัวนั้นกำลังยืนกินอาหารอย่างสงบ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า มันหันหน้ามา
ทันทีที่เห็นนัท
หูของมันขยับเล็กน้อย
นัทหยุด
“จำผมได้ด้วยเหรอ?”
รีอัสเดินเข้ามาหาขอบคอก
นัทเอื้อมมือออกไป
มันก้มศีรษะลงมาให้ลูบเหมือนเดิม
นัทยิ้มออกมา
“ยังเหมือนเดิมเลย”
มาร์โกยืนอยู่ข้าง ๆ
“ดูเหมือนนายจะตัดสินใจแล้ว”
“ยังครับ”
นัทตอบ
“ผมแค่กลับมาดู”
มาร์โกมองเขา
“แน่ใจ?”
“แน่ใจครับ”
นัทลูบหัวรีอัสอีกครั้ง
“แต่ถ้าไม่มีตัวอื่นที่ดีกว่า...”
เขาหยุด
“ผมก็คงเอาตัวนี้”
พ่อค้าคนเดิมเดินออกมาจากร้าน
“กลับมาอีกแล้วหรือ?”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
“ตัดสินใจได้หรือยัง?”
“ยังครับ”
พ่อค้าหัวเราะ
“ดีแล้ว”
“สัตว์พาหนะไม่ใช่ของที่ควรซื้อเพราะเห็นแล้วชอบเพียงอย่างเดียว”
นัทพยักหน้า
“ผมก็คิดแบบนั้น”
พ่อค้าหันไปมองรีอัส
“แต่ดูเหมือนมันจะชอบเจ้านะ”
นัทมองมัน
“มันชอบผมจริงเหรอครับ?”
“สัตว์แบบนี้จำคนได้”
“ถ้ามันยอมให้เจ้าเข้าใกล้ตั้งแต่ครั้งแรก ก็ถือว่าเข้ากันได้ดี”
นัทพยักหน้า
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพียงลูบหัวรีอัสอีกครั้ง
ก่อนจะเดินออกมา
“พี่”
“หืม?”
“ผมอยากรู้ว่าพี่จะเลือกอะไร”
มาร์โกมองนัท
“ฉัน?”
“ครับ”
“ยังไม่ได้เลือก”
“งั้นไปดูของพี่กัน”
มาร์โกพยักหน้า
ทั้งสองจึงเดินลึกเข้าไปในตลาดอีกครั้ง
คราวนี้นัทไม่ได้เป็นคนเลือกนำ
เขาปล่อยให้มาร์โกเดินดูด้วยตัวเอง
เพราะสัตว์ที่มาร์โกจะใช้...
ก็ควรเป็นสิ่งที่มาร์โกเลือกเอง
พวกเขาเดินผ่านร้านสัตว์หลายร้าน
มีทั้งสัตว์พาหนะทั่วไป
สัตว์สำหรับบรรทุกของ
สัตว์สำหรับเดินทางระยะไกล
และสัตว์ที่มีลักษณะแปลกประหลาดกว่าสัตว์ทั่วไป
แต่ไม่มีตัวไหนทำให้มาร์โกหยุดจริง ๆ
จนกระทั่งทั้งสองเดินมาถึงร้านเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง
ด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่า
สัตว์หายาก
นัทหยุด
“เข้าไปดูไหม?”
มาร์โกพยักหน้า
“ลองดู”
ภายในร้านเงียบกว่าตลาดด้านนอกอย่างชัดเจน
คอกสัตว์มีไม่มาก
แต่ละคอกมีสัตว์เพียงหนึ่งหรือสองตัว
บางตัวกำลังนอน
บางตัวกำลังกินอาหาร
บางตัวมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจ
เจ้าของร้านเป็นหญิงชราผมสีเงิน
เธอนั่งอ่านหนังสืออยู่หลังโต๊ะ
เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามา เธอจึงเงยหน้าขึ้น
“มาหาสัตว์หรือ?”
มาร์โกพยักหน้า
“ครับ”
“สัตว์พาหนะ?”
“ครับ”
หญิงชรามองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง
“ถ้าอย่างนั้นเดินดูได้”
“แต่ของในร้านข้าไม่เหมือนร้านทั่วไป”
นัทมองไปรอบ ๆ
“ต่างยังไงครับ?”
หญิงชราตอบเรียบ ๆ
“บางตัวไม่ได้มีไว้สำหรับคนทั่วไป”
นัทเลิกคิ้ว
“หมายความว่า?”
“เจ้าดูเองก็แล้วกัน”
มาร์โกเริ่มเดินดูทีละคอก
เขาหยุดมองอยู่หลายครั้ง
แต่ก็ยังไม่พูดอะไร
นัทเดินตามหลังอย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่ง...
มาร์โกหยุด
นัทเกือบเดินชนเขา
“พี่?”
มาร์โกไม่ได้ตอบ
เขากำลังมองไปยังคอกสุดท้ายของร้าน
คอกนั้นไม่มีอาหาร
ไม่มีน้ำ
และไม่มีของเล่นหรือสิ่งใดอยู่ภายใน
มีเพียงสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งยืนอยู่
มันเป็น ม้าสีดำสนิท
รูปร่างของมันสมส่วน
ลำตัวแข็งแรง
ขาทั้งสี่ตั้งตรง
แผงคอสีดำสนิทไม่มีแม้แต่เส้นเดียวที่ผิดสี
ดวงตาของมันมองตรงไปข้างหน้า
ไม่ขยับ
ไม่ส่งเสียง
ไม่กิน
ไม่เดิน
ไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปมา
มันเพียง...
ยืนอยู่ตรงนั้น
นิ่งสนิท
นัทมองมันอยู่ครู่หนึ่ง
“ตัวนี้?”
มาร์โกพยักหน้าเบา ๆ
“อืม”
นัทเดินเข้าไปใกล้
เขามองมันจากระยะไม่กี่ก้าว
“มันไม่ขยับเลย”
มาร์โกพยักหน้า
“ตั้งแต่เราเข้ามา มันยังไม่ขยับ”
นัทมองหญิงชรา
“มันเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”
หญิงชราปิดหนังสือ
“ไม่เป็นอะไร”
“มันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
นัทขมวดคิ้ว
“แบบนั้น?”
หญิงชราเดินไปที่คอก
เธอเปิดประตู
ม้าสีดำยังคงยืนนิ่ง
ไม่มีการถอย
ไม่มีการก้าวหนี
ไม่มีแม้แต่การหันมองหญิงชรา
หญิงชราเดินผ่านมันไปเหมือนกำลังเดินผ่านสิ่งของชิ้นหนึ่ง
“ลองเข้าไปดู”
นัทกับมาร์โกมองหน้ากัน
มาร์โกเป็นคนเดินเข้าไปก่อน
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าม้าสีดำ
มันยังนิ่ง
ไม่มีปฏิกิริยา
มาร์โกยกมือขึ้นแตะลำคอของมัน
ม้าสีดำไม่ตอบสนอง
ไม่หลบ
ไม่แสดงความพอใจ
และไม่แสดงความรังเกียจ
มันเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
นัทขมวดคิ้ว
“แปลกจริง ๆ”
เขาลองใช้ทักษะตรวจสอบ
[ตรวจสอบ]
ข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้า
ชื่อ: อัมบร้า
ประเภท: ไม่สามารถระบุ
สภาพ: ปกติ
ข้อมูลเพิ่มเติม: ไม่เพียงพอ
นัทนิ่งไป
“อัมบร้า...”
มาร์โกหันมา
“เป็นอะไร?”
“ตรวจสอบได้ไม่หมด”
นัทมองหน้าต่างข้อมูล
“เหมือนรีอัสตอนแรก”
หญิงชราที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้น
“เพราะมันไม่ใช่สัตว์ธรรมดา”
นัทหันไป
“แล้วมันคืออะไรครับ?”
หญิงชรามองอัมบร้า
ก่อนตอบ
“สัตว์เวท”
มาร์โกหันกลับไปมองมันอีกครั้ง
“สัตว์เวท?”
“ใช่”
หญิงชราพยักหน้า
“แต่ถ้าเจ้ากำลังคิดว่ามันเป็นสัตว์เวทที่มีชีวิตเหมือนสัตว์ทั่วไป...”
เธอส่ายหน้า
“ก็ไม่ใช่”
นัทขมวดคิ้ว
“หมายความว่า?”
หญิงชราเดินเข้าไปใกล้อัมบร้า
แล้วเคาะเบา ๆ ที่ลำตัวของมัน
เสียงดัง
กึก
นัทชะงัก
มาร์โกเองก็หันมองทันที
หญิงชราพูดต่อ
“มันถูกสร้างขึ้น”
“ไม่ใช่สัตว์ที่เกิดตามธรรมชาติ”
นัทมองอัมบร้าอีกครั้ง
คราวนี้เขาสังเกตมันละเอียดกว่าเดิม
มันไม่มีท่าทางของสัตว์จริง
ไม่มีการขยับหูตามเสียง
ไม่มีการกะพริบตาอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่มีการขยับตัวเพื่อไล่แมลง
มันยืนอยู่เหมือน...
สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีรูปร่างเป็นม้า
มาร์โกถาม
“แล้วมันมีชีวิตไหมครับ?”
หญิงชราส่ายหน้า
“ไม่ใช่แบบที่เจ้าคิด”
“มันไม่มีความรู้สึก”
“ไม่มีความหิว”
“ไม่มีความเหนื่อย”
“และไม่จำเป็นต้องนอน”
นัทเบิกตาเล็กน้อย
“แล้วมันเดินได้ยังไง?”
หญิงชรามองมาร์โก
“ด้วยพลังเวท”
มาร์โกนิ่ง
“หมายความว่า...”
“เจ้าต้องส่งพลังเวทให้มัน”
หญิงชราอธิบาย
“เมื่อมีพลังเวท มันจะเคลื่อนไหว”
“เมื่อพลังเวทหมด มันก็จะหยุด”
นัทมองอัมบร้า
“เหมือนรถ?”
หญิงชราหันมามอง
“ถ้าเจ้าจะเปรียบเทียบแบบนั้น...ก็ไม่ผิด”
นัทพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว”
มาร์โกเดินไปรอบ ๆ อัมบร้า
เขามองขาทั้งสี่
มองลำตัว
มองแผงคอ
จากนั้นถาม
“มันโตขึ้นได้ไหมครับ?”
หญิงชราตอบทันที
“ไม่ได้”
“ขนาดนี้คือขนาดที่มันถูกสร้างมา”
มาร์โกพยักหน้า
นัทถามต่อ
“หมายความว่ามันจะอยู่ขนาดนี้ตลอด?”
“ใช่”
“ไม่มีโตเป็นตัวใหญ่กว่านี้?”
“ไม่มี”
นัทพยักหน้า
“ดี”
มาร์โกหันมอง
“ดีตรงไหน?”
“ถ้ามันโตได้ เราก็ต้องหาที่ใหญ่ขึ้นอีก”
มาร์โกส่ายหน้า
“นายคิดเรื่องที่เก็บก่อนอีกแล้ว”
“ก็ต้องคิดสิครับ”
หญิงชราหัวเราะเบา ๆ
“พวกเจ้าน่าสนใจดี”
มาร์โกกลับไปยืนตรงหน้าอัมบร้า
เขาเงียบอยู่พักหนึ่ง
จากนั้นยื่นมือไปแตะลำคอของมันอีกครั้ง
อัมบร้ายังคงนิ่ง
ไม่มีความผูกพัน
ไม่มีการตอบรับ
ไม่มีอารมณ์
แต่เมื่อมาร์โกลองส่งพลังเวทออกไปเพียงเล็กน้อย...
ดวงตาของอัมบร้าพลันสว่างขึ้น
ร่างของมันขยับเท้าหนึ่งก้าว
กึก
นัทมองทันที
มาร์โกเองก็ชะงัก
เขาหยุดส่งพลัง
อัมบร้าหยุดทันที
กลับไปยืนในท่าเดิม
นิ่งสนิท
นัทมองภาพนั้น
ก่อนพูดออกมา
“เหมือนเครื่องจักรจริง ๆ”
หญิงชราพยักหน้า
“แต่เป็นเครื่องจักรที่สร้างจากศาสตร์เวท”
มาร์โกมองฝ่ามือของตัวเอง
“ต้องใช้พลังเวทมากไหมครับ?”
หญิงชราตอบ
“ขึ้นอยู่กับการใช้งาน”
“ถ้าเดินช้า ๆ ก็ใช้ไม่มาก”
“ถ้าวิ่งเป็นเวลานานก็ใช้มากขึ้น”
“แต่ข้อดีคือ...”
เธอมองอัมบร้า
“มันไม่เหนื่อย”
“เจ้าสามารถให้มันเดินทั้งวันได้”
“ตราบใดที่เจ้ามีพลังเวทเติมให้มัน”
นัทพยักหน้า
“แล้วทำไมคนไม่ใช้กันเยอะครับ?”
หญิงชราหัวเราะ
“เพราะมันแพง”
“แพงมาก?”
“มาก”
เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ราคาของมันสูงกว่าสัตว์พาหนะทั่วไปหลายเท่า”
“และเจ้าต้องมีพลังเวทด้วย”
“คนธรรมดาที่ใช้เวทไม่ได้ ซื้อไปก็ไม่มีประโยชน์”
นัทหันไปมองมาร์โก
“เหมาะกับพี่เลย”
มาร์โกไม่ได้ตอบ
เขายังคงมองอัมบร้าอยู่
หญิงชรามองมาร์โก
“เจ้าสนใจมัน?”
มาร์โกพยักหน้า
“ครับ”
“เพราะอะไร?”
มาร์โกเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“มันไม่เหนื่อย”
หญิงชราพยักหน้า
“นั่นคือข้อดีของมัน”
“ถ้าเดินทางไกล ข้าไม่ต้องกังวลว่ามันจะหมดแรง”
“เพียงแค่ข้ามีพลังเวท”
หญิงชรามองเขา
“เจ้ามีพลังเวทมากพอหรือ?”
มาร์โกไม่ได้ตอบทันที
นัทมองเขา
“พี่?”
มาร์โกพยักหน้าเบา ๆ
“น่าจะพอ”
หญิงชรายิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นมันก็ค่อนข้างเหมาะกับเจ้า”
นัทมองอัมบร้าอีกครั้ง
จากนั้นมองรีอัสในความทรงจำ
รีอัสมีชีวิต
มีนิสัย
กินอาหาร
พักผ่อน
เหนื่อย
และสามารถสร้างความผูกพันกับเจ้าของได้
ส่วนอัมบร้า...
ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย
มันไม่ใช่สัตว์เลี้ยง
ไม่ใช่เพื่อน
มันคือพาหนะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เดียว
พามาร์โกเดินทาง
นัทพูดขึ้น
“พี่”
“ว่า?”
“ถ้าเลือกตัวนี้...”
เขามองอัมบร้า
“มันจะไม่รู้สึกอะไรกับพี่เลยนะ”
มาร์โกพยักหน้า
“รู้”
“มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่เป็นเจ้าของ”
“รู้”
นัทเงียบไป
มาร์โกมองอัมบร้า
“แต่ฉันไม่ได้ต้องการสัตว์เลี้ยง”
เขายกมือแตะลำคอของมัน
“ฉันต้องการพาหนะ”
อัมบร้ายังคงยืนนิ่ง
ไร้ความรู้สึก
ไร้ปฏิกิริยา
แต่สำหรับมาร์โก...
ดูเหมือนสิ่งนั้นจะไม่ใช่ข้อเสียเลย
หญิงชราเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ
“ถ้าพวกเจ้าสนใจ”
“ข้าสามารถให้ข้อมูลราคาได้”
นัทถามทันที
“แพงแค่ไหนครับ?”
หญิงชราบอกราคาออกมา
นัทนิ่ง
มาร์โกนิ่ง
ทั้งสองหันมามองหน้ากัน
นัทพูดเบา ๆ
“แพงจริง”
มาร์โกพยักหน้า
“มาก”
นัทถอนหายใจ
“ถ้าไม่มีแหวนมิติ...”
“คงไม่ได้ซื้อ”
มาร์โกตอบ
“แต่เรายังมีแหวน”
นัทพยักหน้า
“จริง”
เขาหันไปมองอัมบร้า
“งั้นก็รอผลประเมินก่อน”
มาร์โกเห็นด้วย
“อืม”
ก่อนออกจากร้าน
มาร์โกหันกลับไปมองอัมบร้าเป็นครั้งสุดท้าย
มันยังคงยืนอยู่ในคอก
ท่าเดิม
สีหน้าเดิม
ไม่มีแม้แต่ความสนใจว่าคนสองคนกำลังเดินจากไป
มาร์โกยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหันหลัง
เดินตามนัทออกจากร้าน
ไม่มีคำร่ำลา
เพราะอัมบร้าไม่เข้าใจคำว่าลา
ไม่มีการหันกลับมามอง
เพราะมันไม่ได้รู้สึกเสียดาย
มันเพียงยืนอยู่ตรงนั้น
รอวันที่จะมีคนส่งพลังเวทให้มันอีกครั้ง
เมื่อทั้งสองออกมาถึงถนน
นัทหันไปมองมาร์โก
“พี่ชอบมัน?”
“อืม”
“ทั้งที่มันไม่มีความรู้สึกเลย?”
มาร์โกพยักหน้า
“ฉันไม่ได้ซื้อสัตว์”
เขาตอบเรียบ ๆ
“ฉันกำลังหาพาหนะ”
นัทเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนหัวเราะ
“ก็จริง”
เขามองไปข้างหน้า
“ส่วนผมคงเลือกรีอัส”
“เพราะมันมีชีวิต?”
“ครับ”
นัทพยักหน้า
“ผมอยากมีเพื่อนเดินทาง”
มาร์โกยิ้มบาง ๆ
“งั้นเราก็ได้สิ่งที่ต่างกัน”
“พี่ได้พาหนะ”
“ผมได้เพื่อน”
ทั้งสองเดินต่อไปตามถนน
โดยยังไม่มีใครรู้ว่า...
หลังจากกิลด์ประเมินแหวนมิติเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาจะต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ
ว่า ของจากบอสเพียงชิ้นเดียว
จะแลกเป็นอะไร
และในไม่ช้า...
การเดินทางของนัทกับมาร์โก
จะไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคนอีกต่อไป.