สุดยอดนักผจญภัย

เผ่ามารโลกันต์

เรือบินนับร้อยลำบินอยู่บนท้องฟ้า

สาเหตุที่พวกเขาสามารถบินเข้ามาในทวีปปีศาจได้อย่างง่ายดายก็เพราะหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งก็คือหน่วยงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์

หน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์ได้สร้างเครื่องมือบางอย่างที่ใช้ในการอำพรางหรือล่องหนเรือบินเอาไว้เพื่อที่จะใช้ในการตรวจสอบหรือจับตาดูเมืองต่างๆในช่วงสองปีที่ผ่านมา 

นอกจากเครื่องอำพรางแล้วยังมีสร้อยคอกักพลังอีกด้วย ซึ่งสร้อยคอนี้จะทำให้จอมเวทย์หรือตัวตนระดับสูงที่สวมใส่สร้อยคอเส้นนี้จะกลายเป็นคนธรรมดา ไม่มีพลังเวทย์รั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย

ซึ่งหน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาได้ชวนคนแคระที่เก่งกาจในด้านวิทยาการและอุปกรณ์เวทย์เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทำให่หน่วยงานนี่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและมีอุปกรณ์เวทย์แบบใหม่ๆออกมาเป็นจำนวนมากและมันก็ได้รับผลตอบรับดีจากพันธมิตรห้าเผ่าพันธุ์อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ทำใหัเรือบินนับร้อยสามารถบินเข้ามาในทวีปปีศาจได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งพวกเขาก็ต้องขอบคุณหน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์

เมืองหลวงของเผ่าปีศาจมีชื่อว่าเมือวหลวงรัตติกาล

เมืองหลวงรัตติกาลเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่โตกว่าเมืองมิลเลอร์ฟรอสเสียอีก และมันก็ใหญ่พอๆกับสามในห้าของเมืองรุ่งอรุณเลยด้วยซ้ำ แสงไฟตามเมืองดูราวกับหิ่งห้อยจำนวนมหาศาลที่อยู่ในมหาสมุทร มันทั้งสวยงามและน่าหลงใหล

เรือบินนับร้อยที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าสีดำท่ามกลางดวงดาวหลากสีสัน 

ไลท์และคนอื่นๆมองดูเมืองหลวงเผ่าปีศาจที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เห็นเศษซากปรักหักพังนับไม่ถ้วนตามพื้นที่ของเมืองต่างๆ

ไลท์สัมผัสได้ถึงออร่าที่แข็งแกร่งจำนวนมากกระจายทั่วเมืองหลวงเผ่าปีศาจ ซึ่งออร่าเหล่านั้นคือตัวตนระดับSSและระดับSSS 

และมีสถานที่หนึ่งที่มีการรวมตัวของปีศาจที่ทรงพลังนับไม่ถ้วน ซึ่งพวกมันมีความแข็งแกร่งในระดับSSSและอยู่รวมกันกว่าสามสิบกว่าตัวเลยทีเดียว

‘ ที่ตรงนั้นจะต้องเป็นที่ประชุมของพวกเทพปีศาจและผู้นำของเผ่าปีศาจระดับสูงอย่างแน่นอน ’ ไลท์ครุ่นคิด

เรือบินลอยอยุ่บนท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงอยู่สักพักพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหลวงเผ่าปีศาจ

เนื่องจากตอนนี้เมืองหลวงเผ่าปีศาจถูกยึดครองโดยเทพปีศาจและสิบเอ็ดเผ่าระดับสูง 

พวกไลท์มุ่งหน้าไปที่หุบเขาใหญ่แห่งหนึ่งตามที่ซันแดรสบอก 

หุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ซ่อนตัวของเผ่ามารโลกันต์ที่ถูกขับไล่ออกมาจากเมืองหลวงรัตติกาล

“  ที่แห่งนี้มีม่านลวงตาซ่อนอยู่ การจะเข้าไปด้านในนั้นจะต้องให้จอมเวทย์ผู้สร้างม่านลวงตาปลดม่านลวงตาแห่งนี้ก่อนหรือไม่ก็ต้องมีตราสัญลักษณ์จึงจะเข้าไปด้านในได้ 

ผู้ที่สร้างม่านลวงตาแห่งนี้ขึ้นมาก็คือท่านซาโมรัส ท่านซาโมรัสคือจอมเวทย์ลวงตาที่แข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของเผ่าปีศาจ นอกจากนี้ท่านซาโมรัสก็ยังเป็นปีศาจของเผ่ามารโลกันต์อีกด้วย ส่วนความแข็งแกร่งของท่านซาโมรัสก็เป็นเพียงแค่รองท่านจอมมารเดฟิรัสเท่านั้น ” ซันแดรสพูดขึ้นพร้อมกับแสดงความภาคภูมิใจขึ้นมา

ไลท์ยิ้มขึ้นก่อนที่จะโบกมือเบาๆ ทันใดนั้นม่านลวงตาที่ซาโมรัสสร้างขึ้นก็สลายทันที

ซันแดรสอ้าปากค้างก่อนที่จะกลายเป็นนึ่งอึ้งไป เพราะเขาไม่คิดเลยว่าไลท์เพียงแค่โบกมือเบาๆก็ทำให้ม่านลวงตาที่ท่านซาโมรัสที่ทรงพลังสลายไปได้อย่างรวดเร็ว

‘ พระเจ้า แม้แต่ท่านจอมมารเดฟิรัสก็ไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้เลย ’ ซันแดรสพึมพำขึ้นด้วยความตกใจ 

ทันใดนั้นทหารเผ่ามารโลกันต์จำนวนมากก็รีบหยิบอาวุธพร้อมกับบินวิ่งออกมาด้านนอก 

“ ไหนศัตรูอยู่ไหน? ” 

“ มีใครเห็นศัตรูบ้าง!! ” 

“ บ้าเอ้ย ไอพวกนั้นมันตามพวกเรามาถึงนี้เลยงั้นหรอ? ”

ทหารเผ่ามารโลกันต์ตะโกนขึ้นด้วยความสงสัยและมองดูรอบๆที่ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย 

ทันใดนั้นพวกมันก็สัมผัสถึงออร่าพลังของซันแดรสที่อยู่บนท้องฟ้า 

“ นั้นมันท่านซันแดรสไม่ใช่หรอ ”

“ ท่านซันแดรสกลับมาจากทวีปมนุษย์แล้วงั้นหรอ ” 

ทหารจำนวนมากพูดคุยกัน

ทันใดนั้นก็มีออร่าที่ทรงพลังหลายจุดบินขึ้นมาจากพื้นดินก่อนที่จะลอยตัวอยู่บนอากาศ 

ตัวตนที่ทรงพลังเหล่านี้คือตัวตนระดับSขึ้นไป 

ซันแดรสที่เห็นดังนั้นมันก็รีบบินขึ้นจากเรือบินก่อนที่จะบินตรงไปหากลุ่มปีศาจเหล่านั้น

“ ท่านจอมมาร ท่านแบ็กก้า ” ซันแดรสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ

ไลท์และคนอื่นๆมองไปที่จอมมารเดฟิรัสและแบ็กก้าด้วยความสนใจ

ตัวหนึ่งก็คืออดีตผู้ปกครองเผ่าปีศาจในยุคโบราณ และอีกตัวหนึ่งก็คืออดีตผู้ปกครองเผ่าปีศาจเมื่อไม่นานมานี้ 

แน่นอนว่าตัวตนระดับสูงของเผ่าปีศาจก็มองไปที่พวกไลท์และคนอื่นๆด้วยความสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะพวกมันไม่สามารถมองเห็นเรือบินที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหมือนกัน ราวกับว่าเรือบินบนท้องฟ้าของพวกเขาล่องหนอยู่

ไม่นานพวกไลท์และคนอื่นๆก็บินออกมาจากเรือบิน 

แบ็กก้าและจอมมารเดฟิรัสบินไปด้านหน้า

ทางด้านพวกไลท์ พวกเขาก็บินออกมาด้านหน้าเหมือนกัน

“ สวัสดี ” ไลท์ทักทายด้วยรอยยิ้ม

“ นายคงเป็นไลท์สินะ ฉันเดฟิรัส ฉันได้ยินชื่อเสียงของนายมานานแล้ว วันนี้ได้เจอตัวเป็นๆแล้วก็นับว่านายแข็งแกร่งกว่าในข่าวลือเสียอีก ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้นด้วยความเป็นกันเอง

หลังจากนั้นจอมมารเดฟิรัสและไลท์ก็ผลัดกันแนะนำกองกำลังของตัวเองให้ฟัง

ไม่นานเดฟิรัสก็พาทุกๆคนไปยังที่พักที่ดีที่สุด

เรือบินจำนวนมาก็ค่อยๆหาที่จอดก่อนที่จะแยกย้ายกันสร้างเต็นท์ของตัวเอง 

“ รบกวนนายแล้วซาโมรัส ” จอมมารเดฟิรัสหันไปบอกกับมารโลกันต์ที่เป็นชายชราที่ยืนอยู่ด้านหลังของตัวเอง

“ ครับท่านจอมมาร ” ซาโมรัสพยักหน้ารับเบาๆก่อนที่จะหลับตาลงจากนั้นเขาก็พึมพำออกมาเบาๆว่า “ มหาเวทย์บังตารูปแบบที่สอง : หมอกนิรันดร์กลืนดินแดน ”  

วงแหวนเวทย์สีขาวเทาปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของซาโมรัสก่อนที่จะค่อยๆมีหมอกสีขาวเทาปรากฏขึ้นมาและกระจายไปทั่วพื้นที่ที่พวกเขาหลบซ่อนตัวอยู่ 

ผ่านไปราวๆสิบนาที หมอกสีขาวเทานี้ก็ปกคลุมรอบๆที่พักทั้งหมด 

จากนั้นไม่นานซาโมรัสก็ลืมตาขึ้นก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ เรียบร้อยแล้ว ” 

วันนี้ไลท์ได้สั่งให้ทุกๆคนไปพักผ่อนตามปกติ ส่วนพรุ่งนี้ก็ให้ตัวตนระดับสูงทั้งหมดมาประชุมกันที่เต็นท์บัญชาการ 

ทุกๆคนก็พากันแยกย้ายไปพักผ่อน ส่วนไลท์ก็ไปยังที่พักของจอมมารเดฟิรัส

เขาต้องการที่จะพูดคุยกับจอมมารเดฟิรัสเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ภายในเต็นท์ของจอมมารเดฟิรัส

ไม่นานไลท์ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 

ตอนนี้เมืองหลวงรัตติกาลถูกเทพปีศาจที่เหลืออยู่ประมาณยี่สิบตัวและผู้นำของสิบเอ็ดตระกูลระดับสูงของเผ่าปีศาจครอบคลุมอยู่ 

ส่วนเผ่ามารโลกันต์ถูกไล่ออกมาจากเมืองหลวงรัตติกาลมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองก่อนที่จะบุกยึดคืนอีกครั้ง หรือไม่พวกมันก็จะคิดที่จะลอบสังหารตัวตนระดับSSSของพวกเทพปีศาจทิ้งซะ เพื่อเป็นการตัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

“ ตอนนี้พวกมันได้ส่งตัวตนระดับSหรือระดับSSออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะตามหาพวกเรา พวกเราจึงได้แต่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างนี้ ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา

หลังจากที่ทราบสถานการณ์ของเมืองหลวงรัตติกาลแล้ว ไลท์ก็ถอนหายใจ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาสายสืบผู้น่ารักของเขาสักหน่อย

ไม่นานสายสืบผู้น่ารักของไลท์ก็รับสาย

“ ว่ายังไงครับท่านไลท์? ”เนียร์ถามขึ้นด้วยความสงสัย 

“ ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน? ”ไลท์ถามขึ้น

“ ตอนนี้ฉันอยู่ที่เมืองหลวงรัตติกาล แล้วท่านไลท์มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ? ” เนียร์ถามด้วยความสงสัย 

“ แกช่วยพวกเทพปีศาจใช่ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น

“ ใช่แล้วครับท่านไลท์ ” เนียร์ตอบ ทันใดนั้นเนียร์ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

“ ท่านไลท์ไม่ทราบว่าท่านไลท์ถามเรื่องนี้ทำไมครับ? ”เนียร์ถามขึ้นด้วยความสงสัยพร้อมกับเริ่มมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผาก 

“ เพราะฉันจะช่วยเผ่ามารโลกันต์ ” ไลท์ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ทางด้านเนียร์ที่ได้ยินก็สะดุ้งเฮือกก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าชิปหายแล้ว 

“ ท่านไลท์ต้องการให้ฉันสืบข่าวเรื่องเทพปีศาจใช่ไหม? ” เนียร์ถามขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าโชคชะตาของมันจะต้องเป็นอย่างนี้ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็จะต้องอยู่ฝั่งตรงข้ามกับไลท์ตลอดเวลา

“ เข้าใจง่ายก็ดีแล้วนิ ” ไลท์หัวเราะออกมา 

จากนั้นไม่นานไลท์ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาเบาๆของเนียร์

หลังจากที่พูดคุยกับเนียร์ประมาณหนึ่งไลท์ก็วางสายไป

จอมมารเดฟิรัสก็มองไปที่ไลท์ด้วยความประหลาดใจ 

“ นึกไม่ถึงเลยว่านายจะมีสายสืบแฝงตัวอยู่ในเผ่าปีศาจของฉันด้วย แถมมันยังเป็นปีศาจระดับสูงอีกด้วยนะ ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าสายสืบของไลท์เป็นใครกันแน่

ไม่นานจอมมารเดฟิรัสก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างออกมาก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ ใช่เนียร์หรือเปล่า? ” 

ไลท์ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ ปิ๊งป่อง เนียร์เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ” 

“ แล้วก็เป็นเพราะนายมอบเคล็ดวิชาบางอย่างให้กับมันด้วยใช่ไหม ไม่อย่างนั้นในช่วงหลายปีมานี้ความแข็งแกร่งของมันที่เพิ่มสูงขึ้นมามาก แม้กระทั้งราชาปีศาจบางตัวก็ยังไม่สามารถเอาชนะเนียร์ได้ แม้ว่าความแข็งแกร่งของเนียร์จะอยู่เพียงแค่ระดับSSก็ตาม ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้นพร้อมกับความคิดที่เป็นไปได้อย่างหนึ่ง

ในช่วงสิบกว่ากว่าปีที่ผ่านมา เนียร์คือหนึ่งในราชาปีศาจที่แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างมาก แม้ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งเพียงแค่ระดับSSก็ตาม และตอนนี้เนียร์ก็ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับSSSแล้ว ทำให้เนียร์กลายเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเผ่าปีศาจ

“ แล้วนายคิดที่จะลงมือกับเผ่าปีศาจตอนไหน? ” ไลท์ถามขึ้น

“ รอจนกว่าพวกเราจะพร้อมเต็มที่ก่อนค่อยลงมือ ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้น

ไลท์พยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา

“ ถ้าหากฉันลอบสังหารพวกมันทีละตัวล่ะ? ” ไลท์พูดขึ้น

จอมมารเดฟิรัสส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ อย่าลืมว่าพวกมันแต่ละตัวนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก นายคิดว่าจะสามารถเข้าถึงตัวพวกมันได้ง่ายๆงั้นหรอ? ”

จอมมารเดฟิรัสที่พูดจบก็ต้องหยุดชะงักเพราะตอนนี้เบื้องหน้าของเขาไม่มีใครอยู่สักคน จากนั้นมันก็สัมผัสได้ถึงของมีคมบางอย่างที่กำลังทิ่มอยู่ที่คอของเขา

จอมมารเดฟิรัสเหลือบไปมองมันก็ต้องตกใจเพราะตอนนี้ไลท์ที่ถือดาบสวรรค์คืนพิภพจิ้มคอของมันอยู่ นอกจากนี้มันยังมีเลือดสีดำแดงไหลออกมาเล็กน้อยเป็นหลักฐาน

“ เชื่อฉันเถอะ ฉันสามารถฆ่าพวกมันได้ทุกๆตัวโดยที่พวกมันไม่รู้แม้แต่น้อย นอกจากนี้คนของฉันบางคนก็มีความสามารถในการลอบสังหารที่ทรงพลัง รับรองได้เลยว่าไม่ถึงสามวันพวกมันจะต้องกลายเป็นบ้าขึ้นมาเพราะมันไม่สามารหาตัวของพวกเราได้เจอ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

จอมมารเดฟิรัสแสดงสีหน้าลังเลออกมาก่อนที่จะตอบตกลง ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เผ่าปีศาจที่จะต้องออกไปเสี่ยง แต่เป็นเผ่ามนุษย์ของไลท์ต่างหากที่จะต้องออกไปเสี่ยง

“ เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าหากจบศึกนี้เผ่าปีศาจระดับสูงทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดส่วน หนึ่งคือเผ่ามนุษย์ สองเผ่ามังกร สามเผ่าเอลฟ์ สี่เผ่าคนแคระ ห้าเผ่ามนุษย์สัตว์ หกเผ่ามารโลกันต์ ส่วนที่เจ็ดนั้นฉันจะเอาให้กับเผ่ามนุษย์อีกครั้ง เนื่องจากกองกำลังของเผ่ามนุษย์เยอะที่สุด ” ไลท์พูดขึ้น

สีหน้าของจอมมารเดฟิรัสกลายเป็นจริงจังขึ้นมา

“ นายจะกังวลอะไร ถ้าหากนายยังถูกพวกมันตามล่าแล้วนายจะเอาสมบัติเหล่านั้นมาจากไหน ดีไม่ดีนายอาจจะถูกพวกมันฆ่าเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่พวกเราแบ่งกันเป็นหกส่วนก็นับว่าคุ้มค่าแล้วนะ ” ไลท์พูดขึ้น

เมื่อจอมมารเดฟิรัสได้ยินที่ไลท์พูดมันก็ค่อยๆพยักหน้ารับเห็นด้วย ถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้อยู่ก็อย่าหวังถึงการครอบครองสมบัติของพวกมันเลย แค่เอาชีวิตให้รอดไปได้ก่อนก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมแล้ว

“ ตกลงวันพรุ่งนี้พวกเรามาตกลงกัน ” จอมมารเดฟิรัสพูดขึ้น การที่ให้เผ่ามนุษย์สองส่วนก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เพราะความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ที่ไลท์นำมานั้นแข็งแกร่งมากๆ ตัวตนระดับSSSที่พวกเขานำมานั้นก็มีมากกว่ายี่สิบคนเลยทีเดียว 

นอกจากนี้ตัวตนระดับSSของเมืองรุ่งอรุณถ้าหากร่วมมือกันก็สามารถต่อสู้กับตัวตนระดับSSSได้อย่างสบายๆ ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในกองกำลังรบหลักของเผ่ามนุษย์เลยก็ว่าได้

“ ได้สิ ” ไลท์หัวเราะออกมาเบาๆ 

วันนี้มีหนึ่งตอนนะครับ

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน