CEO สาวแห่งโลกลมปราณ

    ตอนที่ 47 : แผนการณ์ตระกูลหยาง

            'จวนตระกูลหยาง'

            ทางด้านตระกูลหยาง หยางห้าวหลินผู้นำตระกูลหยาง เรียกผู้อาวุโสและบุตรหลานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาประชุมเช่นเดียวกัน ซึ่งหยางห้าวหลินเป็นผู้เอ่ยขึ้นมาก่อนใครอื่น

            “ วันนี้.. ตระกูลจ้าวเปิดร้านโอสถเป็นวันแรก ทุกคงจะรู้แล้วว่าโอสถของนายน้อยจ้าวเป็นจริงตามคำร่ำลือ.. ซึ่งอีกไม่นาน ตระกูลหยางของเราคงได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง จากร้านโอสถของตระกูลจ้าวแน่นอน..”

            คำพูดของหัวหน้าตระกูล ทำให้ทุกคนทั้งอาวุโสและวัยหนุ่มสาว ต่างพากันปิดปากเงียบเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี

            ในคราแรกทุกคนไม่เชื่อว่าตระกูลจ้าวจะมีผู้ปรุงโอสถ ที่เก่งกาจสามารถปรุงโอสถได้ตามข่าวลือจริงๆ แต่จากเหตุการณ์ในวันนี้ ความมั่นใจของพวกเขาถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง 

            เมื่อพวกเขาเห็นโอสถของตระกูลจ้าวด้วยตาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นโอสถสร้างรากฐาน หรือ โอสถชั้นสูงอย่างโอสถนภาเทวะ ตระกูลจ้าวต่างปรุงได้ความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนทุกเม็ด อย่างที่อวดอ้างเอาไว้

            “ พวกเขาทำได้อย่างไรกัน.. ข้าปรุงโอสถมาเกือบทั้งชีวิตยังไม่อาจทำได้เช่นนี้..”

            ผู้อาวุโสเครายาวคนนึงเอ่ยขึ้นมา ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพร บอกได้ว่าเขาเป็นปรุงโอสถคนนึงของตระกูลหยาง

            “ เฮ้อ.. หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราคงต้องหันไปทำการค้าอย่างอื่นแน่นอน..”

            ผู้นำตระกูลหยางกล่าว ก่อนจะกวาดสายตามองกลุ่มผู้อาวุโสที่มีหน้าที่ปรุงโอสถ แล้วเอ่ยถามว่า

            “ พวกท่านสามารถปรับแก้วิธีการปรุงโอสถ ให้มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนได้หรือไม่..”

            เหล่าผู้อาวุโสพากันส่ายหน้า ผู้อาวุโสเครายาวหัวหน้าผู้ปรุงโอสถของตระกูล เป็นคนกล่าวขึ้นว่า

            “ ภูมิความรู้ในการปรุงโอสถของเรามาถึงทางตันแล้ว.. พวกเราเคยทดลองเปลี่ยนสูตร ปรับเปลี่ยนวิธีการมาหลายปี แต่กลับล้มเหลวมาโดยตลอด”

            “ ท่านพ่อ.. หรือพวกเราจะลดราคาโอสถลงมา เพื่อสู้กับตระกูลจ้าวดีเจ้าคะ”

            คุณหนูใหญ่หยางรั่วฉินเอ่ยขึ้นมา เรียกสายตาของคนในห้องให้หันไปทางนาง หยางห้าวหลินผู้นำตระกูลหยางหรือก็คือบิดาของนาง ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า

             “ ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก หากต่อสู้ด้วยราคาเราจะเสียหายมากว่าเดิม.. เจ้าลองคิดดู เมื่อเราลดราคาพวกเขาก็ลดราคา แต่ด้วยคุณภาพที่ต่างกันเราก็ขายไม่ได้เช่นเดิม.. หรือหากเรากล้าลดลงไปจนต่ำกว่าต้นทุน พวกเราจะขาดทุนจนต้องล้มเลิกไปเอง..”

            สิ้นเสียงของหัวหน้าตระกูล บรรยากาศในห้องเงียบวังเวงอีกครั้ง ก่อนจะมีผู้อาวุโสท่าทางดุร้ายคนนึง เอ่ยเสียงเข้มออกมา

            “ ในเมื่อไม่มีทางอื่น.. พวกเราก็ลอบสังหารนายน้อยจ้าวคนนั้นเสียเลยสิ..”

            “ ท่านจะบ้ารึ.. ตระกูลจ้าวมีผู้หนุนหลังที่ทรงพลังกว่าเรามากมาย เพียงเว่ยฉางโจวคนเดียวก็มีพลังยุทธระดับนภาแล้ว ส่วนคนอื่นนั้นอยู่ในระดับปฐพีแทบทั้งสิ้น.. ไหนจะมีสุ่ยจงเสียนรองเจ้าสำนักจัทร์เสี้ยวที่เป็นศิษย์พี่ของนางอีก เจ้าอยากให้ตระกูลหยางหายไปจากเมืองนี้อย่างนั้นรึ ”

            หยางห้าวหลินกล่าวด้วยส้ำเสียงดุดัน หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ 

            “ ท่านพ่อ ผู้อาวุโสทุกท่าน.. เอ่อ.. เป็นไปได้มั้ยหากพวกเราขอร่วมมือทางการค้ากับพวกเขา..”

            หยางต้วนเฉิงคุณชายใหญ่ตระกูลหยาง กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

            “ ไม่ได้.. ทำแบบนั้นมันเสียศักดิ์ศรี เท่ากับเรายอมแพ้นางนะสิ ”

            ก่อนที่คนอื่นจะได้ทันแสดงความคิดเห็น คุณหนูใหญ่หยางรั่วฉินพูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง น้ำเสียงแสดงออกถึงความไม่ยินยอมเห็นได้ชัด

            “ รั่วฉินเจ้าหยุดใช้อารมณ์ก่อน.. พี่อยากให้ท่านพ่อกับผู้อาวุโสเป็นคนตัดสิน..”

            หยางต้วนเฉิงปรามน้องสาวเสียงเข้ม

            “ ท่านผู้นำ.. ข้าคิดว่าที่คุณชายใหญ่พูดมีทางเป็นไปได้.. ตามคำกล่าวที่ว่า ‘ความรู้นั้นไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่แยกเยาว์วัยหรือชรา ไม่แยกหญิงหรือชาย บางเรื่องเรารู้ ผู้อื่นไม่รู้ บางเรื่องผู้อื่นรู้แต่เราไม่รู้’.. หากได้แลกเปลี่ยนความรู้กับนายน้อยจ้าวคนนั้น ชายชราอย่างข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง..”

              ผู้อาวุโสเครายาว หัวหน้าผู้ปรุงโอสถของตระกูลหยางกล่าวขึ้น ผู้อาวุโสปรุงโอสถคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย แต่มีผู้นึงเอ่ยขึ้นมาว่า

             “ เอ่อ.. แล้วนางจะยินยอมหรือ ในเมื่อตอนนี้ตระกูลจ้าวอยู่เหนือกว่าพวกเราทุกด้าน”

             “ ท่านพ่อ ผู้อาวุโสทุกท่าน.. ในความคิดของข้า จากที่เคยต่อสู้กับนางมาครั้งนึง นายน้อยจ้าวผู้นี้เป็นคนที่พอจะพูดคุยกันได้.. ในครั้งนั้น เป็นพวกเราแปดคนไปล่วงเกินนางก่อน พอลงมือต่อสู้กลับสู้นางไม่ได้.. ตอนนั้นหากนางจะฆ่าพวกเราก็ย่อมได้ แต่นางไม่ทำเช่นนั้น กลับมอบโอสถรักษาระดับสูงให้พวกเราอีก 2 เม็ด.. ข้าจึงคิดว่าเราควรไปพูดคุยกับนางดูก่อน..” 

            หยางต้วนเฉิงบอกกล่าวความคิดตนเองออกมา ซึ่งคำพูดของเขาทำให้คนอื่นในห้องพอใจเป็นอันมาก เพราะชายหนุ่มคนนี้คือผู้นำตระกูลคนต่อไป ดังนั้นการแสดงออกถึงความใจเย็นมีเหตุผล นับว่าไม่เสียทีที่เป็นอนาคตของตระกูล

              หยางห้าวหลินผู้นำตระกูลหยาง ครุ่นคิดตามคำพูดบุตรชายอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแล้วกล่าวว่า

             “ ได้.. ในเมื่อผู้อาวุโสปรุงยาและทุกคนเห็นด้วย เช่นนั้นข้าจะไปคุยกับนางสักครั้ง.. พรุ่งนี้ให้คนส่งเทียบขอเข้าเยี่ยมไปยังตระกูลจ้าว..”

            “ รับทราบ..”

             ในที่สุด คนตระกูลหยางก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน ยกเว้นคุณหนูใหญ่หยางรั่วฉิน ที่มีสีหน้าบูดบึ้งเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม

             

            ‘มิติส่วนตัวของซิ่วอิง’

            คืนนี้หลังจากจัดการเรื่องราวเสร็จสิ้น เมื่อทุกคนหลับกันหมดซิ่วอิงจึงเข้ามาในมิติ 

            ตอนนี้ร้านขายโอสถเปิดเรียบร้อยแล้ว การบริหารในร้านยกให้เป็นหน้าที่ของเหม่ยหลินกับหลานอิง แผนการขั้นต่อไป ซิ่วอิงจะเปิดร้านน้ำชาเพื่อเป็นจุดซื้อขายข่าวสาร แต่ก่อนอื่นต้องมีชาดีๆมาดึงดูดลูกค้าเสียก่อน 

            ซิ่วอิงจึงเข้าไปสำรวจในส่วนลึกของมิติ เพื่อค้นหาชาชั้นดีที่ไม่มีขายในเมือง หากพบเจอจะนำไปปลูกที่เขามรกตนอกเมือง เพื่อปกปิดที่มาแท้จริงของมัน

            หากถามว่าเมื่อก่อนเธอรู้จักต้นชามั้ย บอกได้คำเดียวว่าไม่ ผู้บริหารอย่างเธอไม่มีความรู้เรื่องชาใดๆทั้งสิ้น รู้แต่ว่าชานี้หอมดีชานั้นรสดี เมื่อลูกน้องชงมาให้ดื่มเท่านั้น 

            แต่เมื่อจิตวิญญาณมาเกิดใหม่ในโลกนี้ แล้วได้หลอมรวมความทรงจำของอาจารย์ อะไรที่ไม่เคยรู้เธอกลับรู้และทำได้ทุกอย่าง เรื่องชาก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าเป็นชาอะไรที่อาจารย์รู้จัก เธอก็รับรู้ไปด้วยทั้งวิธีปลูกวิธีทำวิธีชง

            ‘พรึ่บบบ’

            ซิ่วอิงใช้ทะยายเวหาขึ้นไปยังภูเขาสูงในมิติ ซึ่งเป็นจุดที่เธอเคยเห็นตอนเข้ามาครั้งแรก จุดประสงค์เพื่อค้นหาต้นชาชนิดหนึ่ง ที่อาจารย์ของเธอเรียกว่าชามังกรแดง ทั้งยังเอาไปชงดื่มอยูบ่อยๆ 

            ใช้เวลาไม่นานซิ่วอิงก็หาจนเจอ มันอยู่บนเขาสูงมีที่ราบอยู่เพียงน้อยนิด แต่กลับมีต้นชาขึ้นเต็มไปหมด ซิ่วอิงเก็บยอดชาใส่ไว้ในแหวนมิติ ก่อนจะเข้าไปในถ้ำตรวจสอบแอ่งน้ำทิพย์ดารา แล้วเอาใส่ขวดหยกไปร้อยกว่าขวด ขวดนึงมีสิบหยดเช่นเดิม

            เมื่อลงจากเขา ซิ่วอิงหาดอกไม้ที่พอจะเอามาทำชาได้ แล้วเธอก็สามารถหาดอกไม้ได้หลายชนิดทีเดียว ทั้งเก๊กฮวย มะลิ อัญชัน ดาวเรือง บัวหลวง จึงเก็บใส่ไว้ในแหวนมิติแต่ไม่ได้มากมายอะไร เพราะเธอต้องการไปซื้อหาจากชาวบ้านในเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสงสัยว่าเธอนำพวกมันมาจากไหน

            จากนั้นซิ่วอิงเดินหาสมุนไพรชั้นสูง เพื่อนำมาปรุงโอสถอีกชุดนึง เนื่องจากที่มีอยู่นั้นเหลือไม่เท่าไหร่แล้ว เสร็จแล้วเข้าไปในกระท่อมเริ่มปรุงยาอีกครั้งนึง

             

            ‘จวนสกุลจ้าว’

            เช้าวันต่อมา ซิ่วอิงนั่งจิบชาอยู่ในศาลากลางสระบัว มีท่านพ่อท่านแม่ ป้าเหอ นั่งดื่มชายามเช้าพูดคุยกัน เช้าวันนี้เสี่ยวหยวนตัวน้อยตื่นไวกว่าปกติ กำลังเล่นอยู่กับเสี่ยวไป๋เสี่ยวอันและเด็กๆภายในจวน จะบอกว่าเสี่ยวไป๋เล่นด้วยก็ไม่ถูกนัก เพราะมันนอนดูเด็กๆเล่นกันเสียมากกว่า 

            ผ่านไปหลายวัน คนในจวนเริ่มคุ้นชินกับเสี่ยวไป๋มากขึ้น เนื่องจากมันไม่มีท่าทีดุร้ายหรือทำอันตรายผู้ใด อีกทั้งส่วนใหญ่มันจะอยู่กับนายหญิงกับคุณหนูมากกว่า

            “ อิงเอ๋อร์.. นี่เป็นชาอะไรรึ กลิ่นหอมดีจริงๆ”

            จ้าวเว่ยเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ ทุกคนมองซิ่วอิงหมือนต้องการรู้เช่นเดียวกัน ซิ่วอิงยิ้มหวานพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืน หลังจากปรุงโอสถเสร็จเรียบร้อย เธอคิดขึ้นได้ว่าต้องเอาชามังกรแดงไปให้ทุกคนลองชิม จึงจัดการเปลี่ยนชาสดให้เป็นชาพร้อมชง เช้านี้จึงเอามาชงให้ทุกคนลองดื่ม แล้วผลก็เป็นอย่างที่เห็น

            “ ชานี้เรียกว่า ชามังกรแดงเจ้าค่ะ.. เป็นชาที่มีกลิ่นหอม รสชาติชุ่มคอ ดื่มแล้วช่วยให้สดชื่น ร่างกายทำงานด้วยความตื่นตัว ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี และสามารถควบคุมน้ำหนักได้ด้วยเจ้าค่ะ..”

            “ โอ้.. มีประโยชน์มากทีเดียวอิงเอ๋อร์ เป็นชาที่เจ้าจะนำมาขายที่ร้านชาดอกไม้ล่ะสิ..” 

            นางจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้ม ลูกสาวนางช่างแก่งรอบรู้ทุกอย่างจริงๆ

            “ ชาแบบนี้ต้องขายดีมากเชียวล่ะ.. ดื่มแล้วกลิ่นหอมติดปาก รู้สึกสดชื่นดีจริง” 

            ฮูหยินเหอกล่าวสีหน้าเปี่ยมด้วยความสุข

            “ อืม.. พ่อเองก็คิดเช่นนั้น แล้วเจ้าจะเปิดร้านน้ำชาเมื่อไหร่หรือ..”

            จ้าวเว่ยเอ่ยขึ้นก่อนจะจิบชาอีกอึกใหญ่ ซิ่วอิงจึงบอกว่า

            “ คงเป็นอีกวันสองวันเจ้าค่ะท่านพ่อ.. ต้องทดลองทำชาและขนมอีกหลายอย่าง ข้าจะทำชาดอกไม้ขายด้วย.. วันนี้ข้าจะให้คนไปหาซื้อดอกไม้มาลองทำดูเจ้าค่ะ”

            " อิงเอ๋อร์.. ไม่ต้องใช้ผู้ใดหรอก พ่อจะไปซื้อให้ลูกเอง..” 

            จ้าวเว่ยที่วันๆแทบไม่มีอะไรทำเอ่ยอาสาขึ้นมา

            “ จะดีหรือเจ้าคะท่านพ่อ..”

            “ ดีสิ ดีแน่นอน.. เจ้าไม่ต้องคิดมากแล้ว ให้พ่อทำได้อะไรบ้างเถิด..”

            “ ก็ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ.. ถ้าเช่นนั้นท่านพ่อซื้อตามรายการนี้นะเจ้าคะ”

            กล่าวจบซิ่วอิงส่งใบรายชื่อดอกไม้ที่ต้องการให้บิดา จ้าวเว่ยรับไปแล้วกระดกน้ำชาจอกสุดท้าย ก่อนจะรีบออกจากศาลาไปทันที ซิ่วอิงเห็นอาการรีบร้อนของบิดา จึงเอ่ยถามมารดาว่า

            “ ท่านแม่.. ท่านพ่อจะรีบไปไหนเจ้าคะ”

            “ พ่อเจ้าคงกลัวคนอื่นแย่งงาน รีบไปหาซื้อดอกไม้ไห้ลูกน่ะสิ.. อีกอย่างนึงหากไปช้าดอกไม้จะเหี่ยวเฉาเสียก่อน..”

            นางจ้าวตอบแล้วหันไปหัวเราะกับฮูหยินเหอ

            “ อิงเอ๋อร์.. ให้แม่ช่วยเจ้าบ้างได้หรือไม่ แม่กับป้าเหอของเจ้าวันๆไม่ได้ทำอะไร ขณะที่ทุกคนในจวนมีงานทำวุ่นไปหมด แม้แต่ลุงเหอกับพี่สาวจูของเจ้า ยังช่วยดูแลเรื่องชุดและเสื้อผ้าคนงาน.. แต่แม่..”

            ซิ่วอิงฟังคำของมารดาก็คิดขึ้นมาได้ เป็นเพราะเธออยากให้มารดาอยู่อย่างสบายๆ จนลืมไปว่าท่านคงจะเบื่อแย่เหมือนกัน จึงเอ่ยขึ้นว่า

            “ ถ้าอย่่างนั้น.. ท่านแม่กับป้าเหอดูแลเรื่องชากับขนมว่าง ขั้นตอนการทำชาเดี๋ยวลูกจะถ่ายทอดให้ ส่วนขนมให้ท่านยายลี่เป็นคนดูแล.. ดีมั้ยเจ้าคะ”

            “ ดี.. ดีจ๊ะอิงเอ๋อร์ แม่อยากหาอะไรทำบ้าง..”

            เมื่อมารดายืนยันแบบนั้น ซิ่วอิงจึงส่งมอบความรู้ด้านการทำชาชนิดต่างๆไปให้ทางจิตสัมผัส จนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ซิ่วอิงเอานิ้วออกจากหน้าผากมารดา แล้วกล่าวว่า

            “ ต่อไป.. ท่านแม่กับป้าเหอไม่เหงาแล้วนะเจ้าคะ ข้าจะให้คนงานมาช่วยพวกท่านด้วย.."

            จากนั้นซิ่วอิงจึงให้สาวใช้ไปเรียกคนงานชุดใหม่มาทั้งหมด และให้เรียกพ่อบ้านเหลียนมาพร้อมกันเลย เพราะพ่อบ้านเหลียนบอกกับเธอว่ายังไม่มีเวลาหาผู้ช่วย 

            ไม่นานคนงานจำนวน 60 คนก็มายืนต่อหน้า เป็นชาย 20 คน หญิง 30 คน เด็กๆอีก 10 คน ซิ่วอิงมองทุกคนอยู่ครู่นึงแล้วเอ่ยขึ้น

            “ พวกเจ้ามาอยู่กับข้าสองสามวันแล้ว.. เป็นอย่างไรกันบ้าง”

            “ บ่าวรู้สึกดีมากขอรับ/เจ้าค่ะ”

            “ อืม.. พวกเจ้าใครทำหน้าที่ผู้ช่วยพ่อบ้านได้บ้าง”

            ซิ่วอิงเอ่ยถามเข้าเรื่องทันที

            “ ข้าน้อยยู่ชาน.. เคยเป็นพ่อบ้านของเถ้าแก่ ตอนเดินทางมาค้าขายถูกพวกโจรจับตัวไปพร้อมกัน เคราะห์ดีที่ได้นายน้อยไปช่วยไว้.. แต่เถ้าแก่เลิกค้าขายไปอยู่กับบุตรชาย ข้าน้อยเลยตามนายน้อยมาขอรับ”

            ชายวัยกลางคนผู้นึงเอ่ยขึ้นมา

            “ ดี.. จากนี้ยู่ซานเจ้ามาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้านเหลียน.. ต่อไปใครที่อ่านออกเขียนได้ออกมาด้านหน้า” 

            สิ้นคำกล่าวของซิ่วอิง มีคนก้าวออกมา5คน เป็นชาย3คน หญิง2คน ซิ่วอิงชี้ให้ชายที่ดูอายุมากที่สุดพูดก่อน

            “ ข้าน้อยหวู่เจียง.. เคยเป็นครูสอนเด็กอยู่ในหมู่บ้าน ก่อนที่พวกโจรจะเข้าปล้นและจับตัวไปขอรับ”

            “ โอ้.. เจ้าเคยเป็นครูงั้นรึ.. จากนี้ไปเจ้าเป็นครูสอนหนังสือแก่คุณหนูเสี่ยวหยวนและเด็กๆในจวนทุกคน ข้าจะให้ทุกคนเรียกเจ้าว่า ครูหวู่ ”

            ซิ่วอิงกล่าวดัวยความดีใจ เธอลืมไปได้อย่างไรว่าต้องหาครูมาสอนหนังสือให้น้องสาว

            “ ขอบคุณขอรับ.. เอ่อ.. เรียนนายน้อย ท่านจะให้เด็กๆทุกคนเรียนหนังสือหรือขอรับ”

            หวู่เจียงหรือครูหวู่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยมีเจ้านายบ้านไหนให้บ่าวได้เรียนหนังสือ แม้กระทั่งนางจ้าวกับฮูหยินเหอที่นั่งดูการคัดเลือกคนอยู่ใกล้ๆ ต่างรู้สึกแปลกใจเช่นกัน

            “ ท่านเข้าใจถูกแล้ว.. คนของข้าต้องมีความรู้ ต่อไปจะได้ช่วยงานในร้านค้าของข้า.. เด็กอายุต่ำกว่า12ปี ให้มาเรียนหนังสือกับครูหวู่ .. หากมีเวลาว่างค่อยไปช่วยทำงานในจวน”

            “ ขอรับ/เจ้าคะ”

            เด็กๆลูกคนงานตอบเสียงใส ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข บรรดาพ่อแม่ของพวกเด็กๆ ต่างมองนายน้อยของตนด้วยความเคารพศรัทธาสุดหัวใจ

            " ต่อไป.. ใครสามารถสอนพื้นฐานการบ่มเพาะและวรยุทธให้กับเด็กๆได้บ้าง”

            ผ่านไปครู่นึงไม่มีผู้ใดออกมา ครูหวู่ที่ยืนอยูใกล้ๆจึงเอ่ยขึ้น

            “ เรียนนายน้อย.. เรื่องการบ่มเพาะข้าพอจะสอนได้บ้างขอรับ แต่เคล็ดวิชาบ่มเพาะและทักษะวรยุทธนั้น ข้าไม่มีขอรับ..” 

            ครูหวู่กล่าวจบซิ่วอิงจึงนึกขึ้นมาได้ เธอเคยพบเจอเรื่องทำนองนี้จากกลุ่มทหารรับจ้างมาแล้ว เมื่อมองปราณระดับปรมาจารย์ขั้นต้นของครูหวู่ จึงกล่าวขึ้นว่า

            “ เรื่องนั้นท่านไม่ต้องกังวล.. ข้ามีเคล็ดวิชาบ่มเพาะและทักษะมากมาย ข้าจะส่งมอบให้ท่านเอาไว้สอนเด็กๆ..”

            กล่าวจบซิ่วอิงถ่ายทอดทักษะบ่มเพาะพื้นฐานให้แก่ครูหวู่ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงกล่าวกับอีก4คนที่เหลือ

            “ พวกเจ้า4คน.. แบ่งไปร้านน้ำชา2คน ร้านโอสถ2คน.. ”

            ซิ่วอิงคัดเลือกบ่าวหญิงชายหน้าตาดูดีอีก 20 คน จากนั้นชี้เลือกทีละคน

            “ พวกเจ้าทั้ง 20 คน.. ไปช่วยที่ร้านน้ำชาและร้านขายโอสถ ร้านละ 10 คน ส่วนที่เหลืออยู่ในจวน ช่วยนายหญิงทำชาและช่วยท่านยายลี่ทำขนม.. เข้าใจหรือไม่ ”

            “ ขอรับ / เจ้าค่ะ”

            “ พ่อบ้านเหลียน ผู้ช่วยยู่.. ท่านสองคนจัดรถม้ารับส่งคนที่ต้องไปทำงานข้างนอกให้เรียบร้อย แยกย้ายกันไปได้..”

            “ รับทราบนายน้อย..”

            เมื่อทุกคนแยกย้านกันออกไปจากหน้าศาลา เด็กๆอีกสิบกว่าคนกำลังจะตามพ่อแม่ตัวเองไป แต่มีเสียงสาวน้อยเสี่ยวหยวนห้ามไว้เสียก่อน

            “ พวกเจ้าไม่ต้องตามไป.. ต้องมาฝึกยุทธเรียนหนังสือกับข้า อาฟาง อาซ่วน ยังมีเสียวไป๋กับเสี่ยวอัน..”

            คุณหนูเสี่ยวหยวนรีบเอ่ยขี้น ด้วยกลัวว่าเพื่อนๆที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกจะจากไป เด็กในจวนมีทั้งหมด13คน มีทั้งอายุน้อยกว่าและมากกว่าเสี่ยวหยวน แต่ไม่มีใครเกิน12ปี 

            ซึ่งซิ่วอิงตั้งใจให้เป็นเพื่อนเล่นกับน้องสาวอยู่แล้ว จึงกล่าวชึ้นว่า

            “ พวกเจ้าทุกคนให้เรียนหนังสือ ฝึกยุทธกับคุณหนูเสี่ยวหยวนน้องสาวข้า.. ต่อไปไม่ต้องทำงานใดๆ เพียงคอยช่วยเหลือและดูแลคุณหนูอย่างเดียว.. เข้าใจหรือไม่”

            “ ขอรับ.."

            " เจ้าค่ะ..”

            เด็กน้อยทั้งหลายตอบรับเสียงดังด้วยความดีใจ

            เมื่อจัดการเรื่องน้องสาวเรียบร้อย ซิ่วอิงบอกให้ทุกคนไปเตรียมตัวมาเรียนกับครูหวู่ ตอนนี้ให้ใช้เรือนรับรองเป็นที่เรียนชั่วคราวไปก่อน เธอตั้งใจจะสร้างห้องเรียนและสถานที่บ่มเพาะของเด็กๆไว้ตรงป่าไผ่หลังจวน เพราะเงียบสงบและไอปราณหนาแน่นกว่าที่อื่น

             

            ………………………………

    คล้ายกับเรื่องCEO สาวแห่งโลกลมปราณ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668