หลังจากน้องชายคนโตออกจากห้องไป จูฉิงอันได้ยินเสียงคุยของแม่และน้องชายคนรองกำลังกังวลเื่อาการป่วยของนาง
“ท่านแม่ เราจะทำยังไงกันดีเล่าขอรับ ฮึก.. ท่านพ่อยังไม่กลับจากล่าสัตว์ั้แ่เมื่อคืนแล้ว เราจะหาเงินที่ไหนช่วยพี่ใหญ่ขอรับ ฮือ..”
“โธ่ ลูกรัก อาหยางอย่าร้องไห้ลูก เดี๋ยวแม่จะเอาผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดตัวให้พี่สาวเ้าก่อน เมื่อครู่อาเฉิงบอกแล้วว่าพี่สาวเ้ารู้สึกตัวแล้ว หากนางได้กินข้าวต้มร้อน ๆ กับเช็ดตัวลดไข้สักหน่อยอาการน่าจะดีขึ้น เ้าไปช่วยอาเฉิงป้อนข้าวพี่ใหญ่ก่อนเถอะ แม่จะไปเตรียมน้ำร้อน”
“ฮึก.. ขอรับท่านแม่”
จูฉิงหยางปาดน้ำตาที่ไหลรินออกก่อนจะเดินไปหาพี่ชายในห้องครัว หลินอ้ายมองตามหลังลูกชายคนรองทั้งน้ำตา ใช่ว่านางจะไม่ห่วงลูกสาว เพียงแต่นางไม่สามารถทำสิ่งใดรุนแรงกับแม่สามีได้ เพราะสามีของนางเป็คนกตัญญูมากเกินไปจนเขาไม่กล้าว่ากล่าวครอบครัวตัวเอง ทั้งที่นางกับลูกถูกรังแกมาตลอด เขากลับทำเพียงปลอบโยนพวกนางและทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น โดยที่พวกนางไม่เคยได้แตะต้องเงินที่สามีหามาเลยแม้แต่น้อย อาหารการกินก็เป็พวกนางช่วยกันหาของป่าบนเขาไปแลกกับชาวบ้านมาตลอด เขายังทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นจนลูกสาวนางต้องป่วยหนักถึงขนาดนี้ ครั้งนี้หากสามีกลับมา หลินอ้ายคิดที่จะคุยกับเขาให้รู้เื่ว่าต่อไปจะทำอย่างไรในเมื่อลูก ๆ นางก็เติบโตขึ้นทุกวัน อาหารการกินตอนนี้แทบไม่พอให้ทั้งห้าคนประทังชีวิต
หลินอ้ายทอดถอนหายใจก่อนจะเดินออกไปหาฟืนที่เก็บเอาไว้ด้านหลังบ้านดินผสมฟางหลังเก่าซึ่งสามีนางลงมือสร้างด้วยตัวเอง นางไม่คิดมาก่อนว่าหลังแต่งงานจะต้องมาอยู่ในที่ซอมซ่อเช่นนี้ ทั้งที่แม่สามี พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ของนางต่างได้นอนในบ้านไม้หลังใหญ่ เงินทั้งหมดก็มาจากน้ำพักน้ำแรงสามีของนาง เื่นี้มีชาวบ้านเล่าให้นางฟังเองว่าสามีนางทำงานั้แ่จำความได้ เขาไม่เคยมีเงินเก็บมาก่อนนอกจากตอนที่้าขอนางแต่งงาน เขาแอบเก็บเงินส่วนตัวเอาไว้จนแม่เฒ่าจูโกรธมาก จนใจที่จูฉางหยูถึงวัยออกเรือน แม่เฒ่าจูจึงไม่อาจยึดเงินก้อนนั้นกลับมาได้ตามที่นาง้า ขนาดคนที่ไปสู่ขอนางยังเป็ผู้ใหญ่บ้านแทนที่จะเป็แม่สามี หากตอนนั้นครอบครัวนางไม่ลำบากล่ะก็ นางคงไม่ตกลงแต่งงานกับเขาแน่
ระหว่างที่หลินอ้ายกำลังเก็บฟืนไปเติมไฟในห้องครัว จูฉางหยูก็กลับจากไปล่าสัตว์เมื่อคืนนี้พอดี เขารีบเข้าไปช่วยภรรยาเพราะรู้ว่านางร่างกายอ่อนแอหลังจากคลอดลูกชายฝาแฝดให้เขาเมื่อหลายปีก่อน
“ภรรยา เ้าไม่ต้องยกของพวกนี้ ให้พี่จัดการเอง เ้าไปรอที่ห้องครัวเถิด”
“ฮึก.. ท่านพี่ วันนี้ข้าไปขอเงินท่านแม่เพื่อจะพาฉิงอันไปหาหมอ แต่นางกลับไม่ให้แถมยังทุบตีข้ากับลูก ๆ จนสะบักสะบอมไปหมด ข้าขอถามท่าน ท่านยังรักข้ากับลูก ๆ อยู่หรือไม่เ้าคะ ฮือ…”
จูฉางหยูพอได้ยินเสียงร้องไห้พร้อมกับประโยคตัดพ้อของภรรยาเข้าก็ได้แต่รีบวางฟืนลงแล้วเข้าไปกอดภรรยา เขาคิดไม่ถึงว่าท่านแม่จะใจร้ายกับครอบครัวเขามากถึงขนาดนี้ หลังจากกอดปลอบหลินอ้ายไม่นาน จูฉางหยูจึงตอบกลับภรรยาไปตามความรู้สึกของเขา
“เหตุใดข้าจะไม่รักพวกเ้าเล่า เ้าอย่าร้องไห้อีกเลยนะภรรยา วันนี้ข้าจะไม่มอบเงินให้ท่านแม่ ตกลงหรือไม่? ข้าจะให้เ้าเก็บเงินพาลูกไปหาหมอนะ”
“ท่านพี่พูดจริงหรือเ้าคะ?”
“จริงสิ ข้าจะโกหกเ้าทำไมกันเล่า เอาล่ะ ๆ เ้าเลิกร้องไห้ได้แล้ว”
หลินอ้ายปาดน้ำตาออกก่อนจะพยักหน้ารับคำสามี จูฉางหยูเห็นนางหยุดร้องไห้แล้วจึงรีบเก็บท่อนฟืนขึ้นมาใหม่และเดินนำนางเข้าไปยังห้องครัว หลังวางท่อนฟืนใส่ในเตาให้นางแล้ว จูฉางหยูส่งเงิน 100 อีแปะจากการขายสัตว์ป่าให้กับนางเก็บเอาไว้
หลินอ้ายรับเงินมาเก็บเอาไว้ในอกเสื้ออย่างดี พรุ่งนี้นางจะหายืมรถเข็นพาลูกสาวไปบ้านท่านหมอในหมู่บ้าน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่มีกะจิตกะใจขึ้นเขาไปหาของป่ามาแลกอาหารกับชาวบ้านแน่ จูฉางหยูเห็นภรรยาเก็บเงินเอาไว้อย่างดีก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาไม่คิดเลยว่าเงินทั้งหมดที่หามาได้ ท่านแม่จะไม่ยอมให้ครอบครัวเขาแม้แต่อีแปะเดียว ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จากชาวบ้านว่าภรรยากับลูก ๆ ต้องขึ้นเขาไปหาของป่ามาแลกอาหาร เพียงแต่เขาไม่รู้จะพูดกับท่านแม่อย่างไรเพื่อขอเงินคืน ั้แ่จำความได้ เขาก็ทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว พี่ใหญ่ของเขาไม่เคยให้เงินท่านแม่แม้แต่อีแปะเดียว ทั้งที่พี่ใหญ่ทำงานเป็เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมใหญ่ในอำเภอแท้ ๆ ส่วนน้องสาวของเขาก็ชอบกลับมาขโมยเสบียงอาหารของท่านแม่มาตลอดหลายปี แต่ท่านแม่กลับตบตีภรรยาเขาและหาว่าเป็ขโมยแทนเสียนี่ กว่าที่เขาจะรู้เื่ก็มักจะเป็หลังกลับจากการล่าสัตว์ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านแม่จึงได้ทำเช่นนี้ ทั้งที่เขาเองก็เป็ลูกชายนางเช่นเดียวกับพี่ใหญ่และน้องสาว ตอนนี้เขาชักจะสงสัยแล้วว่าตนเองเป็ลูกของนางจริงหรือไม่ เพราะหน้าตาและผิวพรรณของเขาต่างจากทั้งคู่ราวฟ้ากับเหว
ขณะที่จูฉางหยูกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงไอในห้องทำให้เขาต้องรีบตั้งสติก่อนจะเดินเร็ว ๆ เข้าไปดูลูกสาวที่กำลังป่วยหนัก
“พี่ใหญ่!!! ท่านเป็อะไรมากหรือไม่ขอรับ อย่าทำให้ข้าใสิขอรับ”
“แค่ก ๆ ข้า.. ไม่เป็อะไร แฮ่ก..” จูฉิงอันพูดอย่างเหนื่อยหอบ
นางเพียงแค่กินข้าวต้มซึ่งเต็มไปด้วยน้ำมากกว่าเม็ดข้าวได้ไม่กี่คำ อาการไอจากพิษไข้ก็กำเริบขึ้นมาเสียแล้ว
“ฉิงอัน! เป็ยังไงบ้างลูก มาให้พ่อดูเ้าก่อน”
จูฉิงเฉิงกับจูฉิงหยางรีบหลบทางให้ท่านพ่อเข้าไปดูพี่สาวพวกเขาบนเตียง จูฉางหยูวางมือบนหน้าผากของนางก็พบว่าลูกสาวของเขาตัวร้อนมากจนมือแทบไหม้ หากเขามาช้ากว่านี้ล่ะก็ ลูกสาวของเขาคงตายแน่แล้ว
“พวกเ้าไปตามท่านแม่ก่อน พ่อจะอุ้มพี่สาวเ้าไปบ้านท่านหมอ”
พูดจบจูฉางหยูก็ไม่รอคำตอบจากลูกชาย เขากลัวว่าถ้าช้าไปกว่านี้อาจเกิดเื่ไม่ดีกับลูกสาวของเขาขึ้นจริง ๆ จูฉางหยูอุ้มจูฉิงอันที่ตัวเบาราวกับนุ่นวิ่งออกจากกระท่อมซอมซ่อไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางเขาเอาแต่เรียกไม่ให้จูฉิงอันหลับไปอีกครั้งก่อนถึงมือหมอ เพราะเขากลัวว่าหากลูกสาวหลับไปแล้วจะไม่ตื่นขึ้นมาพบเขากับทุกคนอีก
ก่อนจูฉางหยูจะพาจูฉิงอันไปถึงบ้านหมอชรา แม่เฒ่าจูที่นั่งนินทาชาวบ้านกับบรรดาแม่เฒ่าบ้านอื่นเห็นเขาเข้าพอดี นางรีบหยิบไม้เท้าแล้วเดินไปขวางทางเขาพร้อมกับด่าทอเสียงดัง
“เ้าลูกบ้า!!! นี่เ้าจะพานังตัวขาดทุนไปไหนอีก เหตุใดกลับมาจากล่าสัตว์แล้วไม่นำเงินมาให้ข้า เอาเงินที่เ้าขายสัตว์ป่าออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ!”
“ท่านแม่ ข้าจะพาลูกไปหาหมอ เงินล่าสัตว์ข้าไม่มีหรอกขอรับ ท่านแม่โปรดอย่าขวางทาง!”
คราวนี้จูฉางหยูไม่ยอมแม่ของเขาอีกแล้ว ในเมื่ออาการของจูฉิงอันจำเป็ต้องพบหมอเป็การด่วน
“บังอาจนัก! ข้าเป็แม่ของเ้านะ เ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ? ข้าจะตีเ้ากับนังตัวขาดทุนนี่ให้ตาย นี่แน่ะ ๆ”
เพี๊ยะ! ปั่ก!
จูฉางหยูได้แต่เอาร่างที่สูงใหญ่บังลูกสาวเอาไว้ ก่อนที่หลินอ้ายกับลูกชายของเขาจะมาถึงพอดี เขาจึงบอกภรรยาให้วิ่งไปบอกท่านหมอไว้ก่อน เขาจะพาลูกตามไปทีหลัง
“เพ้ย! พวกเ้าคิดว่าข้าเป็หัวหลักหัวตอหรืออย่างไร ข้าบอกว่าไม่ให้พามันไปหาหมอ เ้าหูหนวกหรือ?”
“ท่านแม่!!! ท่านทำเกินไปแล้วนะขอรับ ลูกสาวข้าป่วยหนักขนาดนี้ เงินทั้งหมดที่ข้าทำงานมาเหตุใดท่านไม่เอาให้ภรรยาข้าพาลูกไปหาหมอเล่า ถ้าข้ามาไม่ทันแล้วลูกสาวข้าเป็อะไรไปจะทำเช่นไร”
“บ๊ะ! นี่เ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้าหรือ? ลูกเ้าป่วยตายแล้วอย่างไร? นางเป็แค่ตัวขาดทุนของบ้าน จะดูแลอะไรดีนักหนา”
“เหตุใดท่านแม่จึงได้ใจร้ายยิ่งนัก? ตอนนี้ข้าไม่มีเวลามาเถียงกับท่าน ถ้าท่านยังไม่ถอยไป ข้าคงต้องล่วงเกินท่านแล้วขอรับ”
จูฉางหยูรีบหลบไม้เท้าแม่เฒ่าจู ก่อนจะวิ่งผ่านนางไปยังบ้านท่านหมอโดยไม่เหลียวหลังกลับ มีเพียงเสียงก่นด่าของแม่เฒ่าจูที่ลอยอยู่ด้านหลังเขาเท่านั้น