ชายหนุ่มระงับความหิวหลับตาทั้งสองข้างแน่น รวบรวมพลังการรับรู้ทางจิตวิญญาณแผ่ออกไป
เหนือศีรษะของเขาหินลาวาขนาดไม่ถึงกำปั้นค่อยๆ ตกลงมา
หลังจากผ่านการฝึกฝนมาสองสามครั้งชายหนุ่มรู้วิถีที่หินลาวาตกลงมาราวกับนิ้วตัวเอง ลวดลายสิบหกสายที่อัดแน่นอยู่บนหินลาวาพลันชัดเจนขึ้นในพลังการรับรู้ทางจิตวิญญาณของเขา
ฉับพลันนั้นลำแสงกระบี่เจิดจ้าสายหนึ่งก็เปล่งแสงสว่างวาบในถ้ำที่มืดมิด
“เคร้ง”
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน
กระบี่จุยเฟิงที่เหมือนดั่งปีกจักจั่นตวัดเป็นรอยงดงามกลางอากาศคมกระบี่ตัดผ่านลวดลายสายหนึ่งอย่างแม่นยำ
“แกรก”
“ปัง!”
พริบตานั้นหินลาวาที่แข็งแกร่งกลับระเบิดออกกลางอากาศกลายเป็นกลุ่มหมอกสีเทาปกคลุมทั่วทั้งถ้ำ
ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ขาวซีดเล็กน้อยมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นชายหนุ่มดวงตาเปล่งประกาย มุมปากหยักโค้งขึ้นน่าหลงใหล “สำเร็จแล้ว!”
หลังจากผ่านการฝึกฝนมาเกือบสองวันจนกระทั่งยามที่ร่างกายขาดน้ำอย่างถึงที่สุด ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว
ชายชราจ้องมองฉากนี้อย่างเงียบๆสีหน้าเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้น แล้วเอ่ยชมอย่างหาได้ยาก “ไม่เลวครานี้นับว่าเจ้าเรียนรู้วิชาชักกระบี่ขั้นแรกได้แล้ว...”
หลันเฟิงได้ยินก็ดวงตาเปล่งประกาย“ออกจากถ้ำได้แล้วใช่ไหม”
ยามนั้นเบ้าตาของหลันเฟิงกลายเป็นสีดำและยังโบ๋ลึกลงไปเล็กน้อย ร่างกายที่เดิมทีก็ผ่ายผอมอยู่แล้วยามนี้ยิ่งดูผ่ายผอมยิ่งกว่าเดิมมองปราดเดียวก็ดูเหมือนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกอย่างไรอย่างนั้นฝ่ามือผ่ายผอมคู่นั้นทำให้ผู้คนอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเขาจะกุมด้ามกระบี่ยาวได้หรือไม่
เขาไม่ได้ดื่มน้ำมาสองวันแล้วหากไม่ใช่เพราะปราณแท้ในร่างยังรับมือได้อย่างยากลำบากนั้นเกรงว่าคงหิวโหยจนเป็นลมล้มพับไปเสียแล้ว
แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้เขาก็ยังคงเวียนหัวจนตาลาย หากผ่านไปอีกสักวันสองวันคงมีเพียงแต่ต้องตายเพียงทางเดียวเท่านั้น
ชายชรามองใบหน้ารอคอยของชายหนุ่มแล้วพลันยิ้มเล็กน้อย“ได้แล้ว”
คำตอบที่ง่ายดายกลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลันเฟิงสดใสขึ้น
หลันเฟิงนั่งขัดสมาธิพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆหลับตาทั้งสองข้างลงฝึกฝน การโจมตีเมื่อครู่เขาเสียไอปราณไปสองในสามส่วนอาศัยเพียงไอปราณหนึ่งในสามส่วนที่เหลือ หลันเฟิงไม่คิดว่าตนจะเอาชนะราชาปีศาจลาวาได้
อานุภาพของวิชักกระบี่มากมายมหาศาลก็จริงแต่ไอปราณที่ต้องสูญเสียไปก็อยู่ในระดับที่น่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน
จุดตันเถียนที่เหนือกว่าคนธรรมดาอย่างหลันเฟิงยังสำแดงวิชาชักกระบี่ได้แค่ครั้งเดียวเห็นได้ชัดว่ากระบวนท่านี้ต้องการไอปราณที่โหดร้ายขนาดไหนหากเปลี่ยนให้คนอื่นสำแดงกระบวนท่านี้เกรงว่าต่อให้ต้องเสียไอปราณหมดตัวก็ยังสำแดงได้ยาก
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อหลันเฟิงก็ลืมตาขึ้น แสงสีขาวนวลไหลเวียนอยู่ในดวงตา
ชั่วลมหายใจ แสงสีขาวนวลถึงได้สลายหายไปอย่างช้าๆ
สีหน้าตกตะลึงระคนดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าผ่ายผอม“คิดไม่ถึงว่าจะทะลวงได้ในเวลานี้”
ระดับไอปราณขั้นหกในที่สุดก็มาถึงแล้ว!
พลังยุทธ์ที่เพิ่มขึ้นย่อมเพิ่มความมั่นใจให้หลันเฟิงยิ่งกว่าเดิมเขาหยัดกายลุกขึ้นยืน ขยับนิ้วทั้งห้าเล็กน้อย ชั่วขณะนั้นข้อนิ้วพลันส่งเสียงลั่น“กร๊อบแกร๊บ” ออกมา
หลันเฟิงเงยหน้าขึ้นมองนอกถ้ำแวบหนึ่งแล้วหันหน้ามาเอ่ยถามว่า“ตาเฒ่า ราชาปีศาจลาวายังอยู่ด้านนอกหรือไม่”
“หากเจ้าหวังให้มันไม่อยู่เกรงว่าเจ้าคงต้องผิดหวังแล้ว”
“ไม่ข้าหวังให้มันยังอยู่” หลันเฟิงเผยรอยยิ้มราบเรียบดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า“หากมันไม่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้ข้าข้าคงไม่อาจทะลวงระดับไอปราณขั้นหกได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้และไม่อาจควบคุมทักษะปราณวิชาชักกระบี่ที่มีอานุภาพมหาศาลเช่นนี้ได้ดังนั้นข้าจึงต้องขอบคุณมัน ต้องมอบความตายเป็นของขวัญการขอบคุณให้แก่มัน...”
สิ้นเสียง ไอปราณมหาศาลก็ระเบิดจากจุดตันเถียนพิษ
เงาร่างของชายหนุ่มพุ่ง“ฟิ้ว” ไปราวกับลูกธนูก็ไม่ปาน ชั่วลมหายใจก็อยู่ห่างจากพื้นสองจั้งกว่า แล้วร่อนลงด้านข้างปากถ้ำอย่างมั่นคง
“โฮก...”
ยามที่เงาร่างของชายหนุ่มเพิ่งปรากฏขึ้นก็มีเสียงคำรามดังสนั่นเสียดแก้วหูดังขึ้น
หลังต้นไม้ใหญ่ริมป่าห่างออกไปสิบจั้งเศษเงาร่างมหึมาสายหนึ่งพลันกระแทกต้นไม้จนโค่นล้มลงไปสองสามต้นร่างกายพวยพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ แล้วร่อนลงมาทางที่หลันเฟิงอยู่มองเห็นความโกรธบนใบหน้าของมันได้อย่างชัดเจน มือขวาที่เป็นตะปุ่มตะป่ำกระตุกเล็กน้อยสองมือกำหมัดแน่น พลังทั่วเรือนร่างรวมตัวกันอยู่ที่กำปั้นแล้วทุบไปที่เงาร่างของชายหนุ่มที่เล็กจิ๋วราวกับมดแมลงอย่างแรง
หลันเฟิงไม่ประหลาดใจเลยสักนิดมือขวากุมด้ามกระบี่ไว้อย่างไม่ร้อนรนเขาเอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วหลับตาทั้งสองข้างลง
ชั่วพริบตาที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาปิดสนิทเขาก็เข้าสู่สภาวะละเอียดอ่อน สายลมแผ่วเบาพลันกลายเป็นหยดน้ำค้างบนใบไม้ แสงอ่อนๆในยามเช้าสาดส่องลงมา...ภาพวาดที่ดูโปร่งใสพลันปรากฎขึ้นในหัวของหลันเฟิง
ลวดลายทั้งสิบหกปรากฎขึ้นบนร่างของราชาปีศาจลาวาเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ที่แขวนอยู่กลางอากาศอย่างไรอย่างนั้น
แม้แต่บนหินลาวาขนาดเท่ากำปั้นยังมีลวดลายสิบหกสายเรียงตัวอยู่ในสายตาของหลันเฟิงมันโคจรไปมาอย่างไร้รูปร่าง แล้วราชาปีศาจลาวาคือสิ่งที่มีขนาดตัวมหึมาจะเป็นเช่นไรกัน
หลันเฟิงรับรู้ถึงพลังอันน่าตกตะลึงที่ระเบิดมาจากเรือนร่างของราชาปีศาจแต่เขาไม่ไหวติงราวกับรูปปั้นแกะสลักรูปหนึ่ง
รอจนราชาปีศาจลาวาอยู่ห่างเพียงหนึ่งจั้งดวงตาของหลันเฟิงก็ลืมขึ้นทันที!
แสงเจิดจ้าจนแสบตาสายหนึ่งเปล่งแสงสว่างวาบแล้วหายวับไปในดวงตาสีดำสนิท
แทบจะในเวลาเดียวกันมือขวาที่กุมด้ามกระบี่อยู่ก็ใช้ด้ามกระบี่เป็นใจกลางหมุนควงมันเล็กน้อย นิ้วทั้งห้ากุมแน่นพลังอันน่ากลัวราวกับฟ้าดินจะถล่มทลายพลันระเบิดออกมาจากนิ้วทั้งห้าของร่างกายที่ผ่ายผอมนั้น
กระบี่บางราวกับปีกจักจั่นที่นอนนิ่งพลันพุ่งออกมาจากฝักลำแสงกระบี่เจิดจ้ากลบแสงอาทิตย์พาพลังแข็งแกร่งไร้รูปร่างแผ่ไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านโดยมีหลันเฟิงเป็นจุดศูนย์กลาง
“เกร๊ง~!”
เงาร่างพุ่งออกไปกลายเป็นเงาเลือนรางรอจนหลันเฟิงพุ่งแฉลบห่างออกไปหนึ่งจั้งเสียงกังวานของกระบี่ยาวที่ออกจากฝักถึงได้ค่อยๆ ดังขึ้น
ครู่ต่อมาเสียงคำรามของราชาปีศาจลาวาก็หยุดลง
เงาร่างมหึมาราวกับว่าวสายป่านขาดมันพุ่งไปข้างหน้าต่ออีกจั้งกว่าๆ ตามแรงเฉื่อยแล้วล้มกระแทกพื้นดังสนั่นทำให้ภูเขาลาวาทั้งลูกสั่นไหวอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้คนกังวลว่าภูเขาลาวาจะพังทลายลงมาในทันทีหรือไม่
หลันเฟิงมองร่างกายที่สั่นกระตุกเล็กน้อยมองแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมของราชาปีศาจลาวา แล้วเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้าก่อนถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “ไปสู่สุขคติเถิดข้าฝึกฝนมาสองวันโดยไม่ได้กินน้ำแม้แต่หยดเดียวก็เพื่อวินาทีนี้ด้วยเหตุนี้การตายของเจ้าจึงสมเหตุสมผลแล้ว สมเหตุสมผลแล้วจริงๆ ...”
จากนั้นไม่นานรูม่านตาของราชาปีศาจลาวาก็เบิกกว้างราศีที่ปรากฏบนใบหน้าสลายหายไปกลายเป็นมืดมน
ปีศาจอสูรระดับดาราขั้นปลายที่ตายด้วยน้ำมือของหลันเฟิงหลังจากราชาหมาป่ามารป่าลึกแล้วก็มีราชาปีศาจลาวาเพิ่มขึ้นมาอีกตน
“น่าเสียดาย เข็มรวบรวมกลิ่นอายไม่อยู่แล้วมิเช่นนั้น...ก็เพิ่มคะแนนได้อีกสองพันคะแนน” หลันเฟิงโคลงศีรษะพลางยิ้มเยาะตนเอง
ชั่วขณะนั้นความรู้สึกเวียนหัวตาลายพลันโจมตีศีรษะของเขาเงาร่างผ่ายผอมโอนเอนไปมาเล็กน้อย
หลันเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆพยายามควบคุมร่างกายของตนเองให้ยืนมั่น
“กำลังกายไม่ไหวแล้วภารกิจสำคัญในตอนนี้คือรีบหาของกิน!”หลันเฟิงฝืนประคองร่างกายที่เหนื่อยล้าของตนเองกระโดดลงจากยอดเขา
เขาเหลือบไปเห็นซากของหมาป่ามารป่าลึกที่มีแมลงวันจำนวนนับไม่ถ้วนตอมอยู่ก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวังสองเท้าของเขาเขาระเบิดพลังมหาศาลออกมา กระโดดขึ้นลงสองสามครั้ง เงาร่างก็หายวับเข้าไปในป่า
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ข้างลำธารในป่า ต้นหญ้าสีเขียวขจีมีก้างปลากระจัดกระจายไปทั่วรอบๆ ก้างปลาเหล่านี้ยังมีก้อนขี้เถ้าจากกิ่งไม้ที่ถูกเผาบนกองขี้เถ้ายังมีปลาสองสามส่วนถูกไม้เสียบไว้ ส่งกลิ่นปลาย่างน่าเย้ายวนลอยมา
หลันเฟิงกินปลาที่เหลือสามตัวจนหมดก็ตบท้องที่กลมมนของตนเบาๆ พลางเรอ รู้สึกปลงอนิจจัง “มีชีวิตมาสองชาติเพิ่งพบว่าเนื้อปลารสชาติดีขนาดนี้เป็นครั้งแรก...”
ชายชรากลอกตามองค้อนสายตาแฝงไว้ด้วยความอิจฉาเล็กๆ อย่างปิดไม่มิดพลางเอ่ยอย่างราบเรียบว่า“ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หากหิวไปสองวันสองคืนไม่ว่าอะไรเข้าปากก็รสชาติล้ำเลิศทั้งนั้น...”
แม้ว่าจะซ่อนไว้เป็นอย่างดีแต่แววตาอิจฉาที่ฉายวาบผ่านดวงตาของชายชรากลับยังคงถูกหลันเฟิงจับได้อยู่ดี
หลันเฟิงเงียบขรึมไปชั่วครู่แล้วเอ่ยปลอบว่า“บางทีท่านอาจจะมีร่างกายดั่งมนุษย์ในภายภาคหน้า จะต้องได้ชิมรสชาติล้ำเลิศในโลกมนุษย์แน่นอน”แต่แค่คำนี้ค่อนข้างไม่จริงใจถึงอย่างไรเสียความมหัศจรรย์ที่เกินไปนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ
“ก็อาจจะกระมัง”ชายชรายักไหล่แล้วหันหน้ามาถลึงตาใส่ชายหนุ่มแวบหนึ่งอย่างจนปัญญา“ข้ารู้สึกเสียใจแล้วที่สอนวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กให้เจ้าหลังจากที่เรียนวิชาพ่นลมหายใจตีเหล็กแล้ว สายตาของเจ้าก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆตาเฒ่ายอมรับว่าซ่อนไว้แล้ว คิดไม่ถึงว่ายังถูกเจ้าจับได้...”
หลันเฟิงลูบท้ายทอยแล้วหัวเราะแห้ง“แหะๆ”
“เอาล่ะพักผ่อนมานานแล้ว กำลังกายของเจ้าน่าจะฟื้นฟูขึ้นไม่น้อย ถึงเวลาต้องตามหาเข็มรวบรวมกลิ่นอายของเจ้ากลับมาแล้ว”ชายชราโคลงศีรษะอย่างจนปัญญาแล้วเอ่ยเตือน
เมื่อเอ่ยถึงเรื่องสำคัญหลันเฟิงเองก็หุบยิ้มแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง“อืม ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
สิ้นเสียงชายหนุ่มก็หยัดกายลุกขึ้นเดินไปที่จุดที่ต่อสู้กับราชาหมาป่ามารป่าลึกเมื่อวันก่อน
หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งเค่อเงาร่างแก่ชราและอ่อนเยาว์ก็ปรากฎขึ้นตรงจุดที่ต่อสู้กันในอดีตบนพื้นยังมีซากศพของราชาหมาป่ามารป่าลึกอยู่ แต่แค่มันเน่าเปื่อยแล้วและส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาล่อแมลงวันมาจำนวนนับไม่ถ้วนแม้ว่าราชาหมาป่ามารป่าลึกจะตายไปแล้ว แต่ในฐานะที่เป็นปีศาจอสูรระดับดาราขั้นปลายศพของมันจึงยังคงแผ่อานุภาพของราชาหมาป่าออกมาจางๆ ปีศาจอสูรรอบๆ จึงก็ไม่กล้าเข้าใกล้ถึงได้ทำให้ซากของมันยังถูกเก็บไว้อย่างสมบูรณ์
ทว่าพอมองซากของราชาหมาป่ามารป่าลึกสีหน้าของชายหนุ่มกลับกลัดกลุ้มเล็กน้อย “ศพยังอยู่ แต่เข็มรวบรวมกลิ่นอายกลับหายไปแล้ว...”
“หากตาเฒ่าเดาไม่ผิดเข็มรวบรวมกลิ่นอายของเจ้าน่าจะถูกจ้าวหยวนซานเอาไปแล้วและจุดประสงค์ที่เขาทำเช่นนี้ไม่ต้องเดาก็รู้” ชายชราเอ่ยอย่างเสียดาย
“จ้าว...หยวน...ซาน!” หลันเฟิงกัดฟันแน่น แววตาของชายหนุ่มเปี่ยมด้วยความเคียดแค้น
หากไม่มีเข็มรวบรวมกลิ่นอายเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปติดอันดับใดๆ
นั่นหมายความว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาเดือนกว่าของเขาหายไปกับสายน้ำความทุกข์ทรมานที่ผ่านมาล้วนเสียเปล่า