ตอนที่ 4
สตีฟวิ่งออกมาได้ไม่นานก่อนจะรู้สึกว่าหนูแอนนาที่อุ้มมาด้วยนั้นเริ่มขยับ
“อืม !!! นี่มันที่ไหน” แอนนาลืมตาขึ้นมาก่อนจะพูด
“ตื่นแล้วเหรอหนูแอนนา” สตีฟถาม
“อ่าวคุณลุงนี่มันอะไรกันคะ ทำไมถึงอุ้มหนูอยู่ล่ะ แล้วหนูไม่ได้อยู่บนรถบัสแล้วเหรอ นี่เราลงมาที่สถานีไหนกันคะ” แอนนาถามเป็นชุด
“ใจเย็นๆก่อนหนูแอนนา พอดีมีปัญหานิดหน่อย ตอนนี้พวกเรากำลัง.........” สตีฟยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงระเบิดออกมาซะก่อน
ตู้ม !!!! เสียงระเบิดดังมาจากอาคารด้านหลังที่สตีฟล่อเจ้าวัวกระทิงกลายพันธ์ให้ไปชนกับอาคาร
“อ๊ะตึกระเบิดเฉยเลยค่ะคุณลุง ดูสิกำลังถล่มอยู่ด้วย ว้าวสุดยอดไปเลย” แอนนาพูดออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนจะมีร่างของตัวอะไรบางอย่างค่อยๆเดินออกมาจากซากตึกนั้น
“นั่นตัวอะไรคะคุณลุง” แอนนาถามเพราะเธอไม่รู้จักวัวกระทิงนั่นเอง
“เวรล่ะ มันยังไม่ตายงั้นเหรอเนี่ยซวยล่ะสิ” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นวัวกระทิงกลายพันธ์ค่อยๆเดินออกมาจากซากอาคารเขาเห็นแววตาของมันมีแต่ความโกรธ ที่หัวของมันนั้นมีเลือดออกเป็นน้ำพุ ดูเหมือนมันจะได้รับบาดเจ็บจากอาคารถล่ม
มอ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! มันร้องออกมาเสียงดังก่อนจะมองหาเป้าหมายที่ทำให้มันบาดเจ็บ ก่อนจะเห็นสตีฟและเด็กสาววิ่งอยู่ห่างไปกว่าสองร้อยเมตรมันเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้าใส่ทันที
“แบบนี้ไม่ทันแน่ หนูแอนนาครับหนีไปก่อน ผมจะล่อมันมาอีกทางเอง” สตีฟพูดออกมาก่อนจะวางแอนนาลงและถอดเสื้อออก
“หนีเหรอคะคุณลุง” แอนนาถามอย่างไม่เข้าใจว่าจะให้หนีทำไม
“ใช่หนีไปตรงนั้นเลย ไปแอบหลังต้นไม้ก่อนเราจะเล่นซ่อนหากัน” สตีฟพูดก่อนจะชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล เขารีบกลับเสื้อไปอีกด้านให้ด้านที่เปื้อนเลือดมาอยู่ข้างหน้าก่อนจะใส่มันกลับไปเพื่อจะใช้สีแดงในการล่อสายตาของวัวกระทิง
“เล่นซ่อนหาสินะคะ ได้ค่ะเดี๋ยวหนูจะนับหนึ่งถึงร้อยนะคะ” แอนนาพูดออกมาก่อนจะวิ่งไปแอบหลังต้นไม้ทันทีและเริ่มนับ
“เอาล่ะหมดตัวภาระแล้ว เราเองก็ต้องลองสู้กับเจ้ากระทิงนี่ดู วันนี้ขอเป็นมาทาดอร์ซักวันแล้วกัน” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเตรียมตัวรับมือกับเจ้าวัวกระทิงที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
สตีฟนั้นไม่รู้จะจัดการกับมันอย่างไร แต่เขาคิดว่าเขาน่าจะพอต้านมันไหว เพราะค่าสถานะของเขานั้นสูงพอๆกับพวกเลเวลยี่สิบเลยยังไงล่ะ โดยเฉพาะค่าสถานะพลังกายที่สูงมากกว่าปกติ สตีฟคิดได้ดังนั้นก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้วก่อนจะพุ่งเข้าใส่เตรียมประสานงากับมันทันที
ย๊าก !!!!!!!!!! สตีฟร้องตะโกนออกมาปลุกใจตนเองก่อนจะชกใส่หัวของเจ้าวัวกระทิงเมื่อเข้าถึงระยะ
ตู้ม !!! ผัวะ !!! มอ !!!!!!!!!!!! เสียงสตีฟถูกขวิดเข้าให้อย่างแรงก่อนจะกระเด็นไปหลายเมตร ส่วนเสียงผัวะนั้นเป็นเสียงหมัดของสตีฟชกเข้าที่หัวของมัน เจ้าวัวกระทิงถึงกับร้องออกมาถึงแม้หมัดของสตีฟจะไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บมากนักแต่มันก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บ
ครืด !!!!!! เสียงสตีฟถูกขวิดกระเด็นไถลกับกับพื้นถนนกว่าห้าเมตร
“อูย !! จุกชะมัก” สตีฟพูดออกมาก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นพลางสำรวจตัวเอง
“เหลือเชื่อเลยเราสามารถทนรับการโจมตีมันได้ด้วย นี่สินะคือผลของการที่เป็นเป้าซ้อมให้ซาร่ามาตลอดสิบปี” สตีฟพูดออกมาเพราะซาร่านั้นเป็นคนที่มือไว เวลาทะเลาะกันจึงเผลอต่อยสตีฟเสมอๆ ซึ่งเมื่อก่อนซาร่านั้นยังออมมือบ้างแต่หลังๆซาร่าเริ่มไม่ค่อยจะออมมือแล้ว ซาร่านั้นเป็นฮีโร่เลเวลสูงพอสมควรแถมยังมีสกิลหมัดพลังช้างอีกด้วย
ตอนนี้สตีฟมั่นใจแล้วว่าสามารถทนรับการโจมตีของวัวกระทิงเลเวลสามสิบได้แน่นอน แต่มันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งที่เขายังคิดไม่ออก
“เราจะฆ่ามันยังไงดีล่ะ สกิลด้านการต่อสู้เราก็ไม่มี แถมเลเวลก็ห่างกันมาก อาวุธเราก็ไม่มีด้วย” สตีฟพูดออกมาแต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรอีกครั้งเจ้าวัวกระทิงมันก็เริ่มวิ่งเข้าใส่สตีฟอีกแล้ว
“โว้ย !! ไอ้นี่ก็ขวิดจังเลยเอาแบบนี้แล้วกัน” สตีฟพูดออกมาอย่างโมโหก่อนจะวิ่งล่อมันย้อนกลับไปอีกทางซึ่งทางนั้นเป็นบริเวณอาคารเก่านั่นเอง
มอ !!!! เสียงวัวกระทิงวิ่งไล่หลังมาระยะมันค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ความเร็วของสตีฟนั้นไม่ได้สูงมากไปกว่าเจ้าวัวกระทิงนี่เท่าไหร่จึงไม่สามารถวิ่งหนีมันพ้น
อีกด้านหนึ่ง
“หนึ่ง !! สอง !! สาม !! สี่ !!” เสียงแอนนาค่อยๆนับก่อนเธอจะรู้สึกถึงแรงลมด้านบนแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเธอยังนับต่อไป
“มารับแล้วค่ะคุณหนู” เสียงอลิเชียร์ดังขึ้นที่ด้านบนหัวของแอนนาทำให้เธอลืมตาขึ้นและเงยหน้ามองด้านบน
“อ๊ะพี่อลิเชียร์ นี่เองว้าแบบนี้ก็แย่สิ เจอหนูจนได้” แอนนาพูดออกมาพลางทำสีหน้าเศร้าๆเพราะถ้าอลิเชียร์หาเธอเจอแบบนี้แสดงว่าได้เวลากลับบ้านแล้ว
“วันนี้หนีออกมาไกลนะคะทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะรู้มั้ย” อลิเชียร์ดุเด็กสาว
“ขอโทษค่ะ” แอนนาพูดขอโทษอย่างสำนึกผิด
“อ๊ะแล้วคุณลุงล่ะไปไหนแล้ว ต้องรีบไปบอกก่อนว่าหนูจะกลับบ้านแล้ว” แอนนาพูดออกมาพลางออกมาจากหลังต้นไม้และมองหาคุณลุงที่เธอจะเล่นไล่จับด้วย
“ดูเหมือนจะไปหาคุณหนูทางนู้นแล้วค่ะ” อลิเชียร์พูดซึ่งเมื่อครู่ตอนเธออยู่บนฟ้ากำลังบินลงมาเธอนั้นคิดว่าชายเลเวลหนึ่งคนนั้นจะตายแล้วซะอีกตั้งแต่ตอนตัดสินใจเข้าสู้กับวัวกระทิงกลายพันธ์ซึ่งๆหน้า แต่ผิดคาดพอเขาโดนขวิดไปแล้วกลับลุกขึ้นมาได้เฉยโดยไม่บาดเจ็บอะไร และเธอก็เห็นเขานั้นล่อวัวกระทิงกลับไปทางตึกเก่าพวกนั้น เธอเห็นดังนั้นจึงมารับคุณหนูของเธอก่อน
ส่วนถ้าถามว่าเธอกลัวคุณหนูของเธอบาดเจ็บมั้ย เธอบอกได้เต็มปากเลยว่าไม่กลัวเพราะว่าคุณหนูของเธอมีสุดยอดสกิลสายแท้งอยู่ยังไงล่ะซึ่งสกิลของแอนนานั้นก็คือ ร่างคงกระพัน ซึ่งผลของสกิลนี้นั้นจะทำให้ตัวผู้ใช้เพิ่มพลังกายร้อยเท่าซึ่งเป็นยูนีคสกิล แต่ต้องแลกกับที่ค่าทุกอย่างที่เหลือจะอยู่ที่หนึ่งตลอดชีวิต
“พี่อลิเชียร์คะไปหาคุณลุงกันเถอะ หนูอยากไปเล่นกับคุณลุงแล้วก็เจ้าตัวที่วิ่งไล่เมื่อกี้ด้วย” แอนนาพูด
“ได้ค่ะ” อลิเชียร์พยักหน้าก่อนจะอุ้มคุณหนูแอนนาของเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาวและออกบินอีกครั้ง เธอนั้นกะว่าพอมารับคุณหนูเธอแล้วก็กะจะไปช่วยจัดการเจ้าวัวกระทิงนั่นเหมือนกัน เพราะดูท่าแล้วชายคนนั้นไม่สามารถจัดการได้แน่ๆ
อลิเชียร์กางปีกของเธอออกและออกบินขึ้นฟ้ามุ่งตรงไปที่เขตอาคารเก่าทันที
ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! ตู้ม !! เสียงระเบิดของอาคารดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอาคารหลายหลังเริ่มถล่มลงมา
“ว้าวกำลังเล่นกันอยู่เลยล่ะ อยากไปเล่นด้วยจังเลย” แอนนาพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
อลิเชียร์มองลงไปด้านล่างก่อนจะเห็นวัวกระทิงตัวใหญ่เลือดท่วมจากการโดนตึกถล่มใส่
“ดูเหมือนจะล่อให้มันตายด้วยตัวเองสินะ วิธีนี้ก็ไม่เลว แต่คงอีกนานแน่ๆกว่ามันจะตาย” อลิเชียร์พูดออกมาหลังจากเห็นวิธีที่สตีฟใช้ สตีฟนั้นล่อให้เจ้าวัวกระทิงกลายพันธ์นั้นวิ่งชนตึกไปเรื่อยๆ มันค่อยๆบาดเจ็บจากการกระทำของตัวมันเอง
“เฮ้อ ช่วยหน่อยแล้วกัน ต้องรีบพาคุณหนูกลับไปอาบน้ำอีก” อลิเชียร์ถอนหายใจออกมาก่อนจะบินขึ้นสูงทันที
“ว้าวสูงมากเลย !!” แอนนาพูดออกมาหลังจากอลิเชียร์พาเธอบินขึ้นสูงจนตอนนี้เธออยู่สูงที่ระดับก้อนเมฆแล้ว
“หลับตาเอาไว้นะคะคุณหนู เรากำลังจะทิ้งดิ่งกันค่ะ” อลิเชียร์พูดออกมา
“ค่ะ” แอนนาพยักหน้าอย่างว่าง่ายก่อนจะหลับตาลงอลิเชียร์เห็นดังนั้นก็หุบปีกลงทันทีก่อนแรงโน้มถ่วงของโลกจะทำให้ร่างของเธอตกลงมา
ฟิ้ว !!! เสียงร่างของอลิเชียร์แหวกอากาศลงมาอย่างรวดเร็ว
ทางด้านสตีฟ
“บ้าจริงต้องใช้ตึกอีกกี่หลังกันเนี่ยมันถึงจะหมดฤทธิ์” สตีฟบ่นออกมาหลังจากพามันวิ่งชนตึกมาสี่ห้าหลังแล้ว ตึกหลายตึกนั้นต่างพากันล้มระเนระนาดไปหมดเพราะสตีฟและเจ้าวัวกระทิงกลายพันธ์ตัวนี้
“เอาล่ะตึกนั้นใหญ่หน่อยหวังว่าจะจัดการกับมันได้นะ” สตีฟพูดออกมาพลางวิ่งไปที่ตึกด้านหน้าซึ่งเป็นตึกขนาดใหญ่กว่าห้าชั้นซึ่งตึกที่ผ่านๆมา
“เอาล่ะนะ” สตีฟหยุดอยู่หน้าตึกก่อนจะกลับหลังหันไปจ้องมองเจ้าวัวกระทิงที่กำลังไล่เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
มอ !!!! มันร้องออกมาเมื่อเห็นเป้าหมายมันหยุดอีกครั้งระยะห่างของทั้งคู่นั้นค่อยๆเข้าใกล้กันเรื่อยจนเหลือสิบเมตร สตีฟเตรียมตัวจะหลบฉากออกไปเพื่อให้มันชนเข้ากับตึกด้านหลังของเขาแต่ทันใดนั้นเองสตีฟก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังแหวกอากาศมาจากด้านบนทำให้เขาเผลอแหงนหน้าขึ้นไปมอง
“นั่นอะไร !!!!” สตีฟอดพูดออกมาไม่ได้มันมีอะไรบางอย่างกำลังร่วงลงมาจากบนท้องฟ้า สตีฟเผลอมองจนลืมไปเลยว่าเจ้าวัวกระทิงกำลังพุ่งเข้าใส่เขา
สิ่งที่ตกลงมาค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนสตีฟพอจะเห็นแล้วว่ามันคืออะไรเขาจึงอดอุทานออกมาไม่ได้
“นั่นมัน !! คนงั้นเหรอ !!!!!!!!!!!!!!!” สตีฟอุทานออกมาเสียงดังคนที่ตกลงมาจากด้านบนนั้นพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วเป้าหมายของคนๆนั้นก็คือเจ้าวัวกระทิงนั่นเอง
สตีฟมองภาพของคนที่ตกลงมาเหมือนกับภาพถ่ายของกล้องที่กำลังรัวชัตเตอร์เป็นช็อตๆ
แชะ !! แชะ !! แชะ !! แชะ !! แชะ !! เสียงรัวภาพถ่ายดังขึ้นในจินตนาการของสตีฟเองก่อนจะเห็นร่างที่ตกลงมานั้นชัดๆ ซึ่งเป็นร่างของผู้หญิงวัยทำงานคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กผู้หญิงร่างบางที่เขาเจอบนรถบัสหรือก็คือแอนนานั่นเอง
ตู้ม !!!! เท้าของผู้หญิงคนนั้นกระแทกเข้ากับวัวกระทิงที่อยู่ห่างจากสตีฟไปห้าเมตรเข้าเต็มๆจนฝุ่นควันจากการปะทะฟุ้งกระจายไปหมดจนสตีฟต้องยกแขนขึ้นบังดวงตาเอาไว้
“แค่ก !! แค่ก !! แค่ก !! แค่ก !!” สตีฟไอออกมาหลายครั้งเนื่องจากฝุ่นมันฟุ้งกระจายไปทั่วจนเข้าไปในปอดเขาสตีฟค่อยๆยกแขนลงก่อนจะได้ยินเสียงดังออกมาตรงใจกลางฝุ่นนั่น
“อ่า !! ไม่ได้ใช้ท่าทิ้งดิ่งนี้นานเล่นเอาปวดขาเหมือนกันแฮะ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากใจกลางฝุ่นนั่น
“ว้าวสุดยอดไปเลยค่ะพี่อลิเชียร์ ขออีกรอบได้มั้ยคะ” เสียงแอนนาพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะมีลมพัดมาค่อยๆพักฝุ่นพวกนั้นออกไปจนสตีฟได้เห็นภาพของวัวกระทิงกลายพันธ์ที่นอนแน่นิ่ง กลางหัวของมันนั้นยุบเป็นรูปรองเท้าส้นสูง มีเลือดไหลออกมาจากปากมันพร้อมๆกับภาพของหญิงสาวที่อุ้มเด็กผู้หญิงอยู่ในท่าเจ้าสาวยืนอยู่บนร่างของมันตอนนั้นเองแอนนาก็สังเกตเห็นสตีฟ
“อ๊ะเจอคุณลุงแล้ว !!!!” แอนนาพูดออกมาก่อนจะชี้มาที่สตีฟ ที่กำลังยืนอ้าปากค้างอยู่
“คุณลุงคะคือหนูจะกลับบ้านแล้วขอบคุณที่วันนี้อยู่เป็นเพื่อนนะคะ” แอนนาพูดออกมาก่อนจะบอกให้อลิเชียร์พาเธอกลับบ้านเพราะเธอหิวแล้ว อลิเชียร์ที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะกางปีกออกและบินขึ้นฟ้าไปโดยไม่ได้สนใจสตีฟที่กำลังอึ้งอยู่
วี้ !! หว่อ !! วี้ !! หว่อ !! เสียงหวอตำรวจดังขึ้นก่อนจะมีรถตำรวจขับเข้ามาสตีฟที่ได้ยินเสียงหวอนั้นก็ได้สติขึ้นมาพลางอดพูดออกมาไม่ได้
“ให้ตายสิ นี่มันละครหรือไง ตำรวจมาตอนจบทุกที” สตีฟพูดออกมาพลางมองรถตำรวจที่กำลังวิ่งเข้ามาทางเขา
จบ...
ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ