ตอนที่ 55 พี่น้องหัวร้อน
"แปลกจัง ทำไมจู่ๆวันนี้ลูกค้าน้อยจัง ทั้งที่เวลานี้น่าจะเป็นช่วงคนเยอะสุด"
ผู้จัดการร้านเสื้อผ้า ที่ได้รับการคัดเลือกมาช่วยบริหารร้านให้กับนางหอที่เป็นเจ้าของร้านแปลกใจกับจำนวนลูกค้าที่มาน้อยลง
ตอนนี้แม้แต่ร้านอื่น ทั้งร้านเครื่องประดับ ร้านสมุนไพร ร้านอุปกรณ์ยันต์มนตรา ต่างมีลูกค้าเข้ามาใช้น้อยลงเช่นกัน จนต้องออกมาดูนอกร้าน เพื่อค้นหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"เฮ้อ มาชนกันแบบนี้แล้วไม่ขอโทษงั้นรึ"
"ใครชนแกกัน มีหลักฐานรึไง อย่ามากล่าวหาลอยๆดีกว่า"
"จริงด้วย ไม่มีหลักฐานแบบนี้ พูดใส่ร้ายกันชัดๆ"
เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทของชาวบ้านที่จะมาเลือกซื้อสินค้าตรงลานกว้างซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่คนจะมาออกกำลัง พักผ่อนกันอย่างเหนียวแน่น
แน่นอนว่าการทะเลาวิวาทของชาวบ้านก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที แต่จะส่งผลต่อร้านค้าบริเวณโดยรอบ
เมื่อคนทะเลาะกันต่างไม่ใครยอมใคร ยอมรับความผิดของตนเอง จึงมีการปะทะกันก่อนจะแยกย้ายกันจากไป
ผู้จัดการร้านทั้งสี่ที่เข้ามาดูเหตุการณ์ ต่างรู้สาเหตุแล้วว่าทำไมลูกค้าถึงน้อยลง เพราะหากพื้นที่ไหนมีปัญหา ชาวบ้านย่อมต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ตรงนั้นเป็นธรรมดา
การทะเลาะวิวาท จากปัญหาสารพัด ทั้งมองหน้ากัน กระทบกระทั่งกัน ชนกัน หรือการกล่าวหาลอยๆเกิดขึ้นได้ทุกวันอย่างต่อเนื่องจนเข้ามาเป็นวันที่ห้าแล้ว จนชาวบ้านแถวนี้ต่างตั้งชื่อ คนที่ชอบหาเรื่องทะเลาะ วิวาทว่าเป็น พี่น้องหัวร้อน ที่มักจะมากันสองคนแล้วก่อเรื่องกับคนอื่นไปทั่วจนชาวบ้านเอือมระอา แล้วพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้จนส่งผลกระทบต่อร้านค้าทั้งสี่อย่างมาก
"พวกเจ้าไปขับไล่เจ้าพวกนั้นให้พ้นจากบริเวณนี้ซะ"
ผู้จัดการร้าน เริ่มทนไม่ไหวเมื่อเกิดการทะเลาะ หาเรื่องแบบนี้ทุกวัน จนข่าวลือแพร่ออกไป ชาวบ้านต่างรับรู้ข่าวลือนั้น ต่างหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ทันที จนทำให้ร้านค้าทั้งสี่รายได้ตกลง จนเริ่มขาดแคลนรายได้แล้ว
คนดูแลเฝ้าร้านค้า ที่ถูกจ้างมาก็ไม่สามารถทำไรได้เลย เพราะเป็นพื้นที่นอกเหนือร้านค้า จนไม่สามารถจัดการกันเองได้
"สองคนนั่นเป็นใครกัน จู่ๆก็มาสร้างความเดือดร้อนเช่นนี้"
นางหอ ที่เข้ามาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สงสัยกับการกระทำของพี่น้องหัวร้อน ที่ชอบระราน หาเรื่องชาวบ้านที่จะมาซื้อของไปทั่ว จนทุกคนต่างไม่อยากยุ่งเกี่ยว เข้ามาวุ่นวายอีก
ตามข่าวลือ พี่น้องสองคนมีคนเบื้องหลังที่แข็งแกร่งน่ากลัวคอยคุ้มครองอยู่ด้วย จนแทบไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องพี่น้องสองคนนี้อีกเลย
"ข้าไม่สนว่ามันเป็นใครมาจากไหน จงไปขับไล่พวกมันซะ"
นางหอ ที่เป็นเจ้าของร้านสมุนไพร ย่อมไม่เกรงกลัวคนเบื้องหลัง เมื่อตนเองก็มีคนคอยสนับสนุนอยู่เช่นกัน
คนเฝ้าร้านสมุนไพร จะเป็นจอมยุทธยันต์มนตรา ที่ได้รับสมุนไพรจากร้านเป็นกรณีพิเศษ เพื่อแลกกับการคุ้มครอง ดูแลปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับ คนเฝ้าร้านอุปกรณ์ยันต์มนตรา ที่ได้รับอุปกรณ์ต่างๆมาใช้งาน แลกกับการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นต่อร้านตนเองด้วย
"ออกมาแล้วสินะ"
ลู่หาน ที่มองดูก็รู้ได้เลยว่า ชายบึกบึนทั้งสองที่เป็นจอมยุทธยันต์มนตรา ที่ทำหน้าที่ดูแล จัดการปัญหาของร้านสมุนไพร กับร้านอุปกรณ์ยันต์มนตรา ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่หาใช่ว่าจะแข็งแกร่งจนเกินไปนัก เมื่อคนเหล่านี้ล้วนมีการฝึกฝนที่ล่าช้า ความสามารถต่ำอย่างมาก จนต้องมาทำหน้าที่เช่นนี้
หากเป็นจอมยุทธยันต์มนตรา ที่เก่งกาจมีความสามารถ ย่อมต้องหาสมุนไพร อุปกรณ์ยันต์มนตราด้วยตนเอง แล้วไม่ยอมถูกใช้งานแบบนี้แน่
ลู่หาน ที่มองดูก็บอกได้ว่า จอมยุทธยันต์มนตราทั้งสองคนต่างอยู่ระดับลมปราณก่อเกิดขั้น 5 สามารถจัดการชาวบ้านที่มาสร้างปัญหาวุ่นวายได้อย่างสบาย แต่ตอนนี้คนที่สร้างปัญหาคือ พี่น้องหัวร้อน ที่เป็นเพียงหุ่นเชิดของลู่หานเท่านั้น
"ข้าขอเตือนให้พวกเจ้าออกไปที่นี้ซะ"
"ใช่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือนไม่ได้ละ"
จอมยุทธยันต์มนตรา ปลดปล่อยปราณออกมากดดัน แน่นอนว่าคงไม่มีชาวบ้านธรรมดาที่ไหนทนรับแรงกดดันจากพลังปราณเช่นนี้ได้แน่ แต่หาใช่กับ พี่น้องหัวร้อนทั้งสองคน ที่ไม่แปลกใจอะไรเลย
"อะไรกัน แรงกดดันจากลมปราณไม่มีผลต่อพวกมันรึ"
จอมยุทธยันต์มนตรา ที่เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่หนีไป และยืนมองการกระทำของพวกตนราวกับเป็นเรื่องตลก
"พวกเจ้าทำได้ยังไงกัน"
จอมยุทธยันต์มนตราทั้งสอง ที่ประหลาดใจกับพี่น้องหัวร้อน ที่ยืนนิ่งไม่กลัวลมปราณของพวกตนแม้แต่น้อย
"หึ แค่ระดับลมปราณก่อเกิดขั้น 5 จะมาสู้กับเจ้าเด็กเปรตได้ยังไงกัน"
พี่น้องหัวร้อนตอนนี้ถูกวิญญาณของลู่หานทั้งสองสิงอยู่ ไม่สะเทือนกับระดับลมปราณแค่นี้ เมื่อทั้งสองเคยเป็นจอมยุทธยันต์มนตราระดับปราณก่อเกิดขั้น 6 กับ ระดับหลอมรวมขั้น 1 มาแล้ว จนสุดท้ายแม้จะถูกสังหารลงไป จนเหลือแต่วิญญาณก็ยังมีระดับลมปราณค้างอยู่ในรูปแบบวิญญาณตนเอง
ด้วยฝีมือของลู่หาน ที่ใช้รูปแบบยันต์ลมปราณ ทักษะ ถ่ายโอนลมปราณ, กักลมปราณ ทำให้ลมปราณที่เคยอยู่ในร่างกายถ่ายโอนมาสู่วิญญาณ จากนั้นก็ทำการกักลมปราณไม่ให้รั่วไหลออกมาจากวิญญาณอีก เพราะหากไม่ได้ลู่หานเข้ามาสักยันต์รูปแบบนี้ให้ ก็จะกลายวิญญาณไร้ลมปราณที่รอวันสลายหายไปจากโลกนี้เท่านั้น
เฟี้ยว เฟี้ยว
ตูม เปรี้ยง
พี่น้องหัวร้อน พุ่งเข้ามาอัดจอมยุทธยันต์มนตราจนกระเด็นลอยออกไป
"นี้มัน พลังรุนแรงราวกับจอมยุทธยันต์มนตราระดับลมปราณก่อเกิดขั้น 6 กับ ระดับหลอมรวมขั้น 1 เลย"
จอมยุทธยันต์มนตรา ที่เป็นคนคุ้มครองร้านของนางหอต่างตกใจยิ่งขึ้น เมื่อไม่คิดว่า พี่น้องหัวร้อน จะเป็นจอมยุทธยันต์มนตราระดับสูงเช่นนี้
"หึ คิดจะมาหาเรื่องพวกข้างั้นรึ"
พี่น้องหัวร้อน ที่ปลดปล่อยลมปราณออกมา จนกลายเป็นว่ากดดันอีกฝ่ายกลับไปแทน
"กระจอกแบบพวกแก ไม่สมควรเป็นคู่มือข้าเลยสักนิด"
พี่น้องลู่หาน ที่อัดเข้าเล่นงานคู่ต่อสู้จนต้องล่าถอยหนีออกไปทันที
"หนอย จะไปไหนกันพวกแก"
"เจ้าพวกเลี้ยงเสียข้าวสุก"
นางหอที่เป็นเจ้าของร้านสมุนไพร กับร้านอุปกรณ์ยันต์มนตรา ไม่คิดว่าจอมยุทธยันต์มนตราของตนที่ให้มาคุ้มครองร้านจะชิ่งหนีไปเช่นนี้