เมื่อผ่านไปถึงเวลาฟ้าสว่าง ตู้เซ่าฝู่ยังคงอยู่ภายในห้องฝ่ามือของเขาเคลื่อนไหวไปมาบนร่างของสตรีที่สลบไสล สุดท้ายก็เริ่มเก็บฝ่ามืออักษรยันต์ประกายแสงเริ่มจางหายไป
“ฟู่!”
ตู้เซ่าฝู่ถอนลมหายใจยาวๆ สีหน้าซีดเพราะใช้พลังไปมาก
การรักษาอาการบาดเจ็บที่บริเวณจุดเสินเชวี่ยของสตรีนางนี้ยากกว่าที่ตู้เซ่าฝู่จินตนาการไว้มากบริเวณแผลเก่ามีลมปราณเย็นยะเยือกที่ขับออกไม่ได้
ลมปราณเย็นยะเยือกนั้นจะขับออกไปอย่างไรก็ขับไม่ได้มันสามารถกัดกร่อนพลังปราณได้ เป็นพิษที่ชั่วร้ายมาก
ตอนแรกตู้เซ่าฝู่เองก็รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดผ่านไปสามปีอาการป่วยของสตรีคนนี้จึงยังไม่หายดีอาการบาดเจ็บนี้ดูผิวเผินไม่รุนแรงนักเวทยันต์สามดาวสามารถสกัดยารักษาได้ตัวเองยังสามารถบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูได้ง่าย
ขณะนี้ตู้เซ่าฝู่เพิ่งจะรู้สาเหตุที่แท้จริงลมปราณเย็นยะเยือกเหล่านั้นนักเวทยันต์ธรรมดาไม่สามารถรักษาได้ตัวเขาเองหาวิธีรักษาได้ยาก
ทว่าตู้เซ่าฝู่ฝึกวิชาลมปราณของอสูรตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองวิชาลมปราณนี้แข็งแกร่งและมีธาตุหยางอยู่ภายใน สามารถต่อสู้ลมปราณเย็นยะเยือกของธาตุหยินได้จึงบังเอิญทำให้ ตู้เซ่าฝู่พอกำจัดรากเหง้าของอาการป่วยร้ายนี้ได้
“ภารกิจใหญ่สำเร็จแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองสตรีที่ยังสลบไสลไม่ได้สติคาดว่าอีกไม่นานนางก็น่าจะฟื้นแล้วนอกจากยาขับพิษของเขาจะใช้ไม่ได้ผล เขายิ้มออกมาจากนั้นเดินออกจากห้องของสตรีคนนี้ไป
“แอ๊ด ปึก…………”
เมื่อประตูเปิดออกและปิดสนิทสตรีที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขั้นมาทันใด ขนตางอนยาวของนางเริ่มขยับดวงตาสุกใสเหมือนสายน้ำบริสุทธิ์ในลำธาร ใบหน้ายามตื่นของนางแลดูแล้วน่าประทับใจ
“เขาเป็นใครกันนะ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนรักษาอาการป่วยเรื้อรังเก่าของข้าได้แต่เขาช่างเป็นคนซื่อสัตย์ดีนะ ไม่ได้ล่วงเกินอะไรข้าเลยหรือว่าเสน่ห์ของข้ายังมีมากไม่พอ…ดูจากเงาด้านหลังแล้วน่าจะเป็นเด็กหนุ่มนะ…”
สตรีคนนั้นพึมพำกับตัวเองสีหน้าซีดเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว
ที่จริงนางพื้นมาได้ครึ่งชั่วยามแล้วเมื่อเริ่มได้สตินางก็รู้สึกได้ว่ามีฝ่ามือใหญ่ๆของผู้ชายกำลังสัมผัสบนร่างของนางอยู่ก็แอบตกใจมากคิดว่าร่างของนางตกไปอยู่ในมือของพวกสารเลวที่ไหน
ทว่าก็รู้สึกได้เช่นกันว่าบริเวณภายในจุดเสินเชวี่ยมีพลังปราณธาตุหยางกำลังไหลอยู่ภายในนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเขากำลังรักษาอาการป่วยให้นางอยู่ฝ่ามือสองข้างของชายคนนั้นเคลื่อนไหวบนร่างของนางอย่างอ่อนโยนและสัมผัสที่จุดที่เหมาะสมสำหรับการรักษาไม่ได้เข้าใกล้จุดที่ห้ามสัมผัสของหญิงสาว แสดงออกได้ว่าไม่ได้คิดล่วงเกินอะไรนาง
ทว่านางเองก็เป็นผู้หญิงการอยู่ลำพังสองต่อสองในห้องเช่นนี้เป็นสถานการณ์ล่อแหลมที่มีโอกาสให้ชายหญิงพลอดรักกันมากและไม่เคยมีบุรุษคนไหนใกล้ชิดนางถึงขนาดนี้พอนางคิดถึงสัมผัสจากฝ่ามืออันอ่อนโยนที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างสัมผัสนั้นทำให้นางรู้สึกอบอุ่น ราวกับมีคลื่นอุ่นๆ ไหลผ่านเข้ามายิ่งไปกว่านั้นคือจุดบริเวณท้องน้อย นั่นมันคือ……เพราะคิดถึงจุดนี้นางก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
“พี่เซ่าฝู่ น้าเล็กของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่ออกมา ดวงตาของไต้ซิงอวี่เป็นประกาย สีหน้าตั้งตารอคอย
“น่าจะไม่เป็นอะไรแล้วภายในสองชั่วยามก็น่าจะฟื้น ข้าขอตัวไปบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูพลังหน่อยนะ” ตู้เซ่าฝู่บอกกับไต้ซิงอวี่
“ได้ ข้าจะส่งพี่เซ่าฝู่ไปที่ห้อง”
ไต้ซิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเมื่อได้ยินว่าน้าเล็กไม่เป็นไรความเครียดในใจของนางปล่อยวางได้สักที นางจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ไม่ต้องหรอก ข้าจำทางได้ เจ้าเองก็รีบพักผ่อนเถิด” ตู้เซ่าฝู่กล่าวขณะนี้เขาทำเหมือนตัวเองไม่ใช่แขกแล้ว
“โฮก!”
ในที่สุดอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนก็หาโอกาสได้รีบสะบัดหลุดออกอ้อมแขนของไต้ซิงอวี่ และเดินไปอยู่ข้างกายตู้เซ่าฝู่เขาไม่อยากถูกนางหนูไต้ซิงอวี่ย่ำยีความรู้สึกอีกแล้ว
“ก็ได้ ขอบคุณนะพี่เซ่าฝู่”
ไต้ซิงอวี่พูดอย่างดีใจนางอยากเข้าไปเยี่ยมน้าเล็ก ทว่าก็กลับกลัวว่าตนจะไปรบกวนการฟื้นฟูอาการของน้าเล็กสุดท้ายเลยกระโดดเขย่งอย่างร่าเริงเดินเข้าห้องไป
ยามรัตติกาลความมืดปกคลุมทั่วมณฑลหลันหลิงอันกว้างใหญ่ไพศาลนภาเต็มไปด้วยดวงดาราระยิบระยับ
“คุณชายน้อยกัว ข้าพบตำแหน่งของเจ้านั่นแล้ว”
ภายในตำหนักที่สวยงามและโอ่อ่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใบหน้ายังมีรอยฝ่ามือประทับอยู่วิ่งโผงเข้าประตูมาบอกกับชายหนุ่มที่กำลังเอนตัวพิงหญิงสาวสองคนที่กำลังนวดตัวให้เขากล่าวว่า “ข้าส่งข้ารับใช้ของบิดาข้าไปตั้งมากมายในที่สุดก็ตรวจสอบที่อยู่ของมันได้แล้วหรือ?”
ชายหนุ่มในห้องสะดุ้งตอนแรกที่เขาเขย่าตัวเบาๆ อยู่ในอ้อมอกของสาวสวยด้วยความเคลิ้มจากการนวดเมื่อได้ยินดวงตาสองข้าก็เปิดพรึบขึ้นมา แววตาเย็นชาอาฆาต เอ่ยถามว่า “ตรวจสอบรู้ที่มาที่ไปของเจ้าหมอนั่นแล้วหรือยัง?”
“เรื่องนี้ยังเลยเขาอยู่ในเรือนโบราณแห่งหนึ่ง น่าจะยังอยู่กับนางหนูเมื่อวานตอนกลางวันคนนั้นด้วย” ชายหนุ่มคนนั้นรีบตอบ
“เหอะข้าไม่สนว่าเป็นใคร บัญชีแค้นนี้ข้าต้องให้มันชดใช้ ไม่อย่างนั้นข้ากัวคุนไม่มีหน้าปรากฏตัวในมณฑลหลันหลิงอีกแล้ว”
กัวคุนสีหน้าเคร่งขรึมท่าทางอาฆาตแค้นอย่างมาก เขาดูดุดันน่ากลัวจนทำให้สาวงามข้างกายเขาตัวสั่นแสดงสีหน้าหวาดกลัว พวกนางเกรงกลัวว่าจะทำให้เจ้านายของเขาไม่พอใจ
ชายหนุ่มที่ใบหน้ามีรอยฝ่ามือลังเลสักครู่รวบรวมความกล้า ก่อนกล่าวว่า “คุณชายน้อยกัวเจ้าหมอนั่นมีความสามารถไม่ธรรมดา ขอให้บิดาของข้าช่วยอีกแรงดีหรือไม่”
“เจ้าเศษสวะ เหอะ!”
กัวคุนเหล่มองชายหนุ่มคนนั้นจากนั้นเหอะออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา กล่าวว่า “ก็แค่เด็กบ้าคนหนึ่งพวกเราต้องทำอะไรให้มันเอิกเกริกขนาดนั้นด้วยหรือ อยากทำให้คนของมณฑลหลันหลิงคิดกันว่าพวกเราไร้ความสามารถหรือให้ข้าเรียกบิดาของเขาลงมือจัดการหมอนั่นเองหรือไม่ล่ะ?”
“คุณชายน้อยกัวพูดถูกข้าผิดไปแล้ว” เด็กหนุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนยกมือขึ้นมากุมรอยฝ่ามือที่ใบหน้าอย่างเกรงกลัว
“หากแค่หมอนั่นคนเดียวพวกเรายังจัดการเองไม่ได้หมายความว่าพวกเรานี่แหละเป็นเศษสวะที่ไม่ได้เรื่อง”
กัวคุนลุกขึ้นมานั่งแสดงสีหน้าดุร้ายและเย็นชาออกมา จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ข้าจะไปหาเฮ่อจวินให้เขาลงมือ ข้าว่าแค่เขาก็น่าจะพอแล้ว”
“ใช่แล้ว หาคุณชายน้อยเฮ่อคุณชายน้อยเฮ่อต้องจัดการหมอนั่นได้แน่”ชายหนุ่มอีกคนแสดงสีหน้าดีใจขึ้นมา
…………………………………………
“ฟู่……”
แสงตะวันอ่อนๆยามอรุณเริ่มสาดลงมายังผืนโลกทำให้โลกเกิดสีสันสดใส ตู้เซ่าฝู่หยุดการบำเพ็ญเพียรฝึกวิชาในห้องเขาพ่นลมหายใจยาวออกมาหลังจากนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรไปหลายชั่วยามพลังในร่างของเขาฟื้นฟูมาได้ไม่น้อย
ตู้เซ่าฝู่เดินออกมาจากห้องจากนั้นยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจ พร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นยามเช้าทำให้สมองปลอดโปร่งกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา ทั้งร่างรู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยม
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามพร้อมกับเดินไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรีบร้อนสีหน้าของมันดูระแวดระวัง ท่าทางของมันเหมือนกำลังพยายามสื่อความหมายบางอย่างให้ตู้เซ่าฝู่อยู่
ตู้เซ่าฝู่เห็นก็สีหน้าขรึมขึ้นมาพูดพึมพำว่า “ใช่พวกอันธพาลเมื่อวานหรือไม่”
“ปึงๆ!”
เพิ่งจะเช้าตรู่ประตูใหญ่ของจวนโบราณแห่งนี้ก็ถูกถีบอย่างแรงประตูใหญ่ที่ดูแข็งแรงมากถูกถีบออกจนหลุดออกจากขอบประตูไปล้มกองบนพื้นจากนั้นก็มีคนราวๆ ร้อยคนบุกเข้ามาอย่างเอิกเกริก ท่าทางไม่ได้มาดี
“กัวคุน เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม”
คนกลุ่มหนึ่งยกโขยงกันเข้ามาชายหนุ่มหัวโจกคนหนึ่งเดินอยู่ตรงกลางๆซึ่งก็คือกัวคุนและคนที่อยู่ข้างเป็นชายหนุ่มร่างบึกบึน
กัวคุนยืนอยู่ด้านหน้าชายหนุ่มบึกบึนคนนั้นเมื่อเทียบกันเขากลายเป็นเพียงแค่คนตัวเล็กๆ เขากวาดสายตามองไปทั่วจวนเก่าแห่งนี้จากนั้นกล่าวว่า “ข้าพาเจ้ามาหาเจ้าหนูคนหนึ่งมันมีพละกำลังแข็งแกร่งมาก ไม่รู้ว่าเจ้าจัดการมันได้หรือไม่”
“เจ้าเอาชนะมันไม่ได้หรือ?” ชายหนุ่มบึกบึนคนนั้นมองไปที่กัวคุน เขามีร่างใหญ่อกผายไหล่ผึ่ง กล้ามอกเป็นมัดๆ
“พวกเจ้าเป็นใคร บุกเข้ามาในบ้านของข้าทำไม?”
ภายในลานทางเดินในจวน ทันใดนั้นไต้ซิงอวี่ก็รีบวิ่งออกมาอย่างรีบร้อนเมื่อเห็นหน้าของกัวคุนที่ยืนนำเป็นหัวโจกของคนกว่าร้อยคน นางก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนอุทานออกมาว่า “เจ้าคนเลวคนนั้นนี่”
“นางหนูน้อยพวกเราพบกันอีกแล้วนะ” นัยน์ตาของกัวคุนสั่นไหว กล่าวว่า “เจ้าหนุ่มเมื่อวานล่ะ มันอยู่ที่ไหน?”
“ข้าไม่รู้…………พี่เซ่าฝู่ไม่อยู่ เขาไปแล้ว”
ไต้ซิงอวี่ตื่นเต้นร้อนรนใจทว่านางเองก็ไม่ได้โง่ กลุ่มคนพวกนี้ท่าทางเหิมเกริมดุดันเช่นนี้จะต้องมาเพื่อล้างแค้นพี่เซ่าฝู่แน่นอน พวกเขามากันจำนวนมากขนาดนี้ พี่เซ่าฝู่ต้องเอาชนะไม่ได้แน่ดังนั้นนางต้องห้ามอย่าให้พวกเขาหาพี่เซ่าฝู่พบ นางแอบหวังว่าพี่เซ่าฝู่จะไปแล้วจริง
“นางหนูน้อย แค่โกหกยังไม่เป็นเลยนะ”
กัวคุนสีหน้าขรึม มองท่าทางตื่นเต้นของไต้ซิงอวี่ก็ดูออกว่าไต้ซิงอวี่กำลังพูดโกหก “ข้าขอหาตัวเจ้าบ้านั่นให้ได้ก่อนนะไว้จะค่อยๆ มาเล่นสนุกกับเจ้า”
“นึกไม่ถึงว่าคุณชายน้อยกัวกับคุณชายน้อยเฮ่อจะมาเยี่ยมของเราอย่างเอิกเกริกเช่นนี้บังเอิญจริงๆ แล้ว”
เสียงใสราวกับเสียงระฆังท้องของหญิงสาวดังขึ้นจากนั้นก็มีสตรีนางหนึ่งอายุราวๆ ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองเดินออกมาจากภายในเรือนท่าทางที่ค่อยๆ ย่างเท้าออกมาอย่างอ่อนช้อย ร่างบางๆพลิ้วไหวราวกับใบต้นหลิ่วที่พัดพลิ้วตามลม
มีสตรีบางคนแม้จะสวย ทว่าความสง่าไม่พอสตรีบางคนแม้จะสง่า ทว่าความงดงามยังขาดไปบ้าง แต่สตรีนางนี้เพียบพร้อมทั้งสองอย่าง จะบอกว่าดูดีอย่างสมบูรณ์แบบก็ไม่ถือว่าพูดเกินจริง
แม่นางคนนี้งดงามมาก ไม่เพียงแต่สวยทว่ามีความสง่าอย่างเต็มเปี่ยม นางมีผมที่ดำขลับดุจดั่งสีหมึกชั้นเลิศทั้งยังเงางามมีน้ำหนัก มีร่างเล็กยาวเอวบางที่ดูธรรมชาติสวมชุดกระโปรงยาวยิ่งทำให้ดูสง่าชดช้อยอย่างบริสุทธิ์ความงามนี้ราวกับเป็นเทพธิดาในภาพวาดก็ไม่ปาน
ทุกคนหันมามองสตรีนางนี้หลายคนเหม่อมองจนตาไม่กะพริบ
กัวคุนและเฮ่อจวินเองก็ตกใจมากเพราะสตรีนางนี้พวกเขารู้จักทว่าคิดไม่ถึงว่านางจะมาปรากฏตัวที่นี่
“น้าเล็กพวกเขาเป็นคนไม่ดี แถมเมื่อวานยังรังแกข้าด้วย หากไม่ได้พี่เซ่าฝู่มาช่วยเมื่อวานข้าคงกลับมาไม่ได้แล้ว”
เมื่อไต้ซิงอวี่เห็นสตรีนางนี้นางที่กำลังขวัญอ่อนก็รีบวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังสตรีคนนี้ จากนั้นราวกับคิดอะไรออกพูดอย่างดีใจว่า “น้าเล็กท่านหายดีแล้วหรือดีจังเลย ทำเอาข้าตกใจหมด ข้าไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรดียังดีที่ได้พบกับพี่เซ่าฝู่”
“เอาล่ะมีข้าอยู่ เจ้าไม่ต้องกลัวแล้วนะ”
น้าเล็กลูบผมของไต้ซิงอวี่อย่างอ่อนโยนจากนั้นก็หันไปจ้องกัวคุนและคนอื่นๆ พวกเขาเป็นคนอย่างไร นางจะไม่รู้ได้อย่างไรล่ะ
“แม่นางโยวรั่ว ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ นางหนูคนนี้คือ……”
กัวคุนตกใจมากเขาจ้องไปที่สตรีคนงามที่ปรากฏตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางหนูน้อยคนนั้นเรียก มู่หรงโยวรั่วว่าน้าเล็ก
“ที่นี่คือบ้านเก่าที่ข้าซื้อไว้ตั้งนานแล้วซิงอวี่เป็นบุตรสาวของพี่สาวของข้า พี่สาวข้าอายุห่างกับข้ามาก ดังนั้นซิงอวี่จึงอายุต่างจากข้าไม่มาก”
มู่หรงโยวรั่วดวงตาสุกใสเป็นประกายนางมองไปทางกัวคุน เฮ่อจวินและคนอื่นๆ กล่าวว่า “คุณชายน้อยกัวกับคุณชายน้อยเฮ่อมาด้วยท่าทางเหิมห้าวเช่นนี้มีใครทำให้คุณชายน้อยสองท่านไม่พอใจอะไรหรือ?”