ตอนที่ 7 เสี่ยวจื่อออกดอกแล้วนะ
่นี้เสี่ยวจื่อมีความสุขมากเลย >_<
พอมีจื่อหลงมาอยู่เป็เพื่อน วันเวลาของเสี่ยวจื่อก็ผ่านไปเร้วเร็ว
อาจเป็เพราะเสี่ยวจื่อไม่เหงา มีเพื่อนคุยสนุกมากจนเสี่ยวจื่อไม่รู้ตัวสักนิดว่าตอนนี้เสี่ยวจื่อกลายเป็ต้นไม้ที่เริ่มจะโตเต็มวัยแล้ว
“อืม… ตอนนี้เสี่ยวจื่อน่าจะอายุ 1 ปีแล้วละมั้งน้า….”
คิดไปเสี่ยวจื่อก็บ่นไป เผลอพูดออกเสียงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด
“ใช่ที่ไหนล่ะ ผ่านไป 3 ปีแล้วต่างหาก… เ้านี่มันซื่อบื้อจริงๆ เลย”
“อ้าว! จื่อหลงมาแล้วเหรอ วันนี้ไปเที่ยวที่ไหนมาล่ะ เจออะไรสนุกๆ มาอีกมั้ย? เล่าให้เสี่ยวจื่อฟังด้วยสิ! >_<”
เสี่ยวจื่อถามขึ้นมาทันทียามที่ได้เห็นว่าพี่ไส้เดือนของตนเองได้เลื้อยมาหาหลังจากหายหน้าไปหลายชั่วยามั้แ่เมื่อคืน เป็แบบนี้บ่อยๆ ใน่หลังๆ มานี้
จื่อหลงบอกว่าให้อยู่เฉยๆ เหมือนเสี่ยวจื่อทั้งวันก็เบื่อ วันไหนที่อยากหาอะไรทำก็จะเลื้อยออกไปสำรวจรอบๆ แรกๆ ก็ออกไปแค่ใกล้ๆ อยู่ในระยะที่เสี่ยวจื่อยังพอมองเห็นตัวและรู้สึกได้ถึงตัวตนของอีกฝ่าย แต่หลังๆ มานี้เหมือนจะหายไปนานขึ้น จื่อหลงบอกว่าเริ่มออกไปไกลขึ้นบางครั้งก็ออกไปพ้นเขตปลอดภัยเลยได้เจอสัตว์อันตรายมาบ้าง
วันก่อนได้ออกไปเจอนกตัวใหญ่ไล่จิกมา ตอนที่มาเล่าให้เสี่ยวจื่อฟังน่ากลัวมากเชียวหล่ะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่ออกไปจะไปเจอเื่แย่ๆ นะ บางครั้งก็มีเื่สนุกมาเล่าให้ฟังจนเสี่ยวจื่อยังอยากออกไปบ้างเลยหล่ะ >_<
‘ว่าแต่… เขตปลอดภัยคืออะไรกันน้า เสี่ยวจื่อสงสัยจัง… รู้สึกคุ้นๆ แต่คิดไม่ออกอีกแล้วอ่า…’
“วันนี้ไม่สนุกเลย… เหมือนที่ด้านนอกเขตตรงนั้นจะเป็จุดที่อันตราย มีปีศาจงูตัวใหญ่เป็เ้าถิ่นที่นั่นอยู่ พลังของมันเก่งกล้ากว่าข้ามากเลย ตัวก็ใหญ่กว่าหลายเท่า ดูแล้วน่าจะอายุหลายพันปี ข้าเลยยังออกไปไม่ได้ เนี่ยดูสิ แค่มันได้กลิ่นข้าก็พุ่งเข้ามาทำท่าจะกัด ถ้าไม่ใช่เพราะข้าอยู่ใกล้เขตมากจนหนีกลับเข้าเขตปลอดภัยได้ทัน ป่านนี้ข้าคงโดนมันกัดตายไปแล้ว…”
เสี่ยวจื่อได้ฟังเื่เล่าอันน่าตระหนกก็ในัก สมองน้อยๆ นี่พยายามคิดวิเคราะห์และประเมินผลเื่ราว หลังจากที่ได้พูดคุยกับจื่อหลงมาทุกวันตลอดสามปีมานี้ ความสามารถในการคิดและจดจำเื่ราวต่างๆ ก็ทำได้ดีขึ้นมาก ฟังเื่เมื่อครู่นี้แล้วก็รู้ว่าเื่ใดที่เป็จุดที่สมควรต้องสอบถาม
“เขตปลอดภัยคืออะไรเหรอ? …..”
“…-_-…”
เอิ่ม… มันใช่เหรอที่ถามเื่นี้…
ช่างมันเถอะ เื่ที่ว่าเริ่มคิดและเข้าใจอะไรได้บ้างแล้วน่ะ…. เสี่ยวจื่อก็ยังเป็เสี่ยวจื่ออยู่วันยังค่ำล่ะนะ…
ก็มันชัดอยู่แล้วว่าจากเื่ที่เล่าออกมาเมื่อกี้ทั้งหมด สิ่งที่ควรต้องถามมากที่สุดคือเื่ปีศาจงูชัดๆ ไม่ใช่เื่เขตปลอดภัยนี่!
“มันใช่เวลามาถามเื่เขตปลอยภัยรึไงกัน? อยู่มาตั้งกี่ปีแล้วเพิ่งจะมาสงสัย ติ๊งต๊องจริงๆ เลย… ที่น่าจะต้องคิดมากคือเื่ปีศาจงูนั่นต่างหาก ตัวมันใหญ่มาก อายุก็เป็พันปีแล้ว แปลว่าต้องอันตรายมากแน่ๆ มาอยู่ใกล้ๆ เขตของเราแบบนี้จะเป็อันตรายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้…. แต่คิดแล้วก็น่าแปลก สภาพของป่าแถบนั้นดูเหมือนเป็บ้านงูปีศาจนั่นมานานมากแล้ว เป็ไปได้เหรอที่มันอยู่ใกล้ขนาดนี้แต่ไม่เคยเข้ามาในเขตนี้ได้เลย…. แปลว่าเขตปลอดภัยนี้คงจะต้องทรงพลังมากแน่ๆ ใครกันนะที่สร้างมันขึ้นมา? …. คงต้องเป็เทพหรือมารที่พลังสูงส่งมากแน่ๆ”
เฟยหลงเสียเวลาบ่นครู่เดียวก็มาขบคิดเื่เขตปลอดภัยต่อ ไม่ทันได้สังเกตว่าในตอนนี้เสี่ยวจื่อกำลังหันไปให้ความสนใจกับเื่อื่นแล้ว
เป็เพราะที่ผ่านมาสนใจกับเื่เล่าของพี่ไส้เดือนมากไปจึงไม่ทันได้สังเกตกิ่งต่างๆ ของตนเองมากเท่าไหร่ แต่เพราะวันนี้เสี่ยวจื่อรู้สึกสดชื่นมากคล้ายดอกไม้บนต้นกำลังจะบาน จึงได้รีบเรียกให้จื่อหลงรีบหันมาสนใจตน คล้ายเด็กๆ ที่้าจะอวดของเล่นก็ไม่ปาน
“จื่อหลงๆ ดูนี่สิ รอบนี้เสี่ยวจื่อเป็ดอกไม้ล่ะ เหมือนว่ากำลังจะบานแล้ว! >_<”
“ดอกไม้บานรึ? … แปลว่าอีกไม่นานก็จะออกผลแล้วใช่มั้ย? แปลว่าข้าก็ใกล้จะได้กินผลของเ้าแล้วสิ!”
เฟยหลงได้ฟังเสี่ยวจื่อเล่าแล้วก็ต้องรีบหันมามองอย่างสนใจบ้าง ก่อนจะพาตัวเลื้อยเข้าไปมองสำรวจดอกตูมใกล้ๆ ชัดๆ อย่างคน้าวิเคราะห์
‘นี่แหละเวลาที่รอคอย เสี่ยวจื่อออกผลเมื่อไหร่ ข้าได้กินผลมากๆ ไม่นานพลังปราณคงจะมากขึ้นและออกไปต่อสู้กับเ้างูั์ได้!’
“ฮัดชิ้ว!!! ……."
คงเป็เพราะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ดอกไม้มากไปทำให้เฟยหลงได้กลิ่นบางอย่างฉุนจมูกนักจนต้องเผลอจามออกมา… จากนั้นก็เริ่มตาแดง และมีน้ำตาไหล… บนิัใต้ท้องงูอันเป็สีอ่อนไม่ดำสนิทของเขาก็เริ่มจะมีผื่นแดงผุดขึ้นมาให้เห็น…. อาการแบบนี้… อย่าบอกนะว่า… แพ้เกสรดอกไม้? …
“อ๋า!!! จื่อหลงเป็อะไรอ่า ร้องไห้ทำไม เสี่ยวจื่อโอ๋ๆ น้า ฮึก.. ฮือออออ T_T"
'ไหน… ไอ้ต้นไม้โง่ต้นไหนมันบอกจะโอ๋เขา ไม่ทันไรก็มาร้องไห้เองซะแล้ว ปวดหัววุ้ย!! '
คิดแล้วก็หงุดหงิดจนต้องเลื้อยไปพันรัดเ้าต้นไม้นี่เป็การระบายอารมณ์ ตอนเลื้อยก็จงใจให้ลำตัวครูดไปกับลำต้นของเสี่ยวจื่อไปทำให้จากที่ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นก็พลันเปลี่ยนเสียงหัวเราะคิกคักทันใด
‘เปลี่ยนอารมณ์ง่ายดายดีแท้… ช่างไร้สติเสียจริง!’
แต่เอาเถอะ หยุดร้องได้ก็ดี ร้องทีดังลั่นป่าจนหูจะแตก… เขายิ่งเป็พวกขี้รำคาญตอนเ้าเสี่ยวจื่อร้องไห้เสียด้วย เห็นทีไรเป็ต้องหงุดหงิดทุกที!
“ข้าไม่ได้ร้องไห้ ก็เห็นๆ อยู่ว่าแพ้เกสรดอกไม้นะ… ดีนะที่ดอกของเ้ายังไม่บานเลยแพ้ไม่มาก เ้าเป็ต้นไม้ประสาอะไร ออกดอกมาก็ทำให้คนอื่นแพ้ ช่างไม่ได้เื่ซะจริงเชียว! "
เมื่อได้รู้ว่าตนเองมีจุดอ่อน ยิ่งเป็จุดอ่อนที่เกิดจากเสี่ยวจื่อด้วยแล้ว เฟยหลงก็หงุดหงิดนัก ทำอะไรไม่ได้ก็บ่นใส่เสี่ยวจื่อซะเลยเป็การแก้แค้น!
“อ๋อๆ งั้นเหรอๆ คิกๆ เสี่ยวจื่อนี่แย่จังเลยน้า >_< ว่าแต่… แพ้เกษรดอกไม้คืออะไรเหรอ? …”
“….-_-…. ช่างมันเถอะ… เสี่ยวจื่อผู้น่ารัก… พี่เฟยหลงผิดเอง… ลืมๆ มันไปซะเถอะ… กลับมาที่เื่เดิมก่อนสรุปว่าเ้าเป็ไม้ดอก ออกดอกแล้วจะไม่ออกผลใช่มั้ย? "
เสี่ยวจื่อเมื่อถูกถามก็หันมาพยายามตั้งสติตอบคำถาม แต่แรงเลื้อยครูดของร่างงูผ่านลำต้นก็เรียกเสียงหัวเราะคิกคักได้ไม่หยุดคล้ายกับจั๊กจี้นัก คงเพราะเริ่มจะคุ้นเคยกันแล้ว ความหวาดกลัวสัตว์เลื้อยคลานของเสี่ยวจื่อจึงได้หายไป มีแค่่นี้ที่ตัวของพี่ไส้เดือนเองก็โตขึ้นมาก เลื้อยพันทีก็ต้องคอยระวังไม่ให้กิ่งเล็กๆ ของเสี่ยวจื่อหักไปที เพราะกิ่งของซาโม่เหมยกุ้ย หรือดอกไม้ทะเลทราย (ชวนชม) นี้ยามต้นไม่ใหญ่บอบบางนักอาจหักได้ง่าย
“ใช่แล้วเสี่ยวจื่อไม่ออกผลหรอก รอบนี้เสี่ยวจื่อเป็ซาโม่เหมยกุ้ย มีแต่ดอกนะ จื่อหลงอดกินแล้วหล่ะ….”
พูดไปก็ขำคิกคักไป แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เป็สาลี่ แต่เป็ซาโม่เหมยกุ้ยก็ไม่ได้แย่ เสี่ยวจื่อชอบนะ ตอนที่โตเต็มที่ ดอกจะบานแดงไปทั่วทั้งต้นเลย >_<
แต่เื่นี้ดูจะไม่ถูกใจเฟยหลงอย่างแรง… รอคอยมาตั้งสามปีไม่ไปไหน เหนื่อยคุยจนปากเปียกปากแฉะทุกวัน ผลสักลูกไม่ออกมาให้กิน มีแต่ดอกมาทำให้แพ้ แล้วแบบนี้พลังของข้าจะเพิ่มได้ยังไง! ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ปากของเฟยหลงจึงได้อ้ากว้างขึ้นแล้วงับหมับเข้าไปที่ดอกตูมดอกนั้น กระชากดึงมันมากินซะเลยแก้หงุดหงิด
‘ได้กลิ่นแล้วแพ้ จัดการกินซะให้หมดเลย! ตัดไฟั้แ่ต้นลม!’
“อ๊าาาาาา!!!!!!!!!! จื่อหลง!!!! กัดเสี่ยวจื่อทำมายยยยย”
“ข้าไม่ได้กัด แต่กินไปเลย! ก็เ้าไม่ยอมออกผลมาให้ข้ากินนี่!”
“แต่ดอกไม้กินไม่ได้น้าาาาา!!!”
“กินไม่ได้ที่ไหนเล่า ก็นี่ไง กำลังกินอยู่!”
ว่าแล้วก็งับหมับเข้าไปอีกดอกหนึ่งเป็การระบายอารมณ์ ท่ามกลางเสียงร้องงอแงของเสี่ยวจื่อที่ดังมาตลอดเวลา
‘แต่เดี๋ยวสิ! … ทำไมถึงได้รู้สึกได้ถึงพลังปราณที่กำลังพลุ่งพล่านขนาดนี้? …. หรือว่า… กินดอกก็ได้งั้นเหรอ?!!’
ว่าแล้วก็งับไปอีกที….
“งับ!!!”
“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!! อย่ากินหมดซี่!! ดอกยังไม่ทันบานเลยน้า!!!!!!!! แง่ๆๆๆๆๆๆ”
เสียงร้องงอแงของเสี่ยวจื่อยังทำให้เฟยหลงหงุดหงิดได้เช่นเดิม แต่รู้ว่าที่เขากัดกินอยู่นี่เสี่ยวจื่อเป็ต้นไม้ไม่มีทางเจ็บหรอก คิดแล้วก็งับเข้าไปอีกหนึ่งดอกเพื่อเป็การยืนยันความคิดของตนเอง
‘ใช่จริงๆ ด้วย… ขนาดกินดอกตูม พลังปราณเซียนยังมากมายขนาดนี้ แล้วถ้าได้กินผลพลังจะมากขนาดไหน… แต่เสี่ยวจื่อบอกว่าซาโม่เหมยกุ้ยไม่มีผล… น่าเสียดายจริงๆ …’
“เสี่ยวจื่ออยากเห็นดอกไม้บานน้า แง่ๆๆๆๆๆ”
“เ้าจะร้องโวยวายทำไมนักหนา ดอกไม้บานได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ร่วง ให้ข้ากินนั่นแหละมีประโยชน์กว่า…”
เฟยหลงก็ยังคงเป็เ้างูเด็กที่เห็นแก่ตัวเช่นเดิม คิดแต่จะเพิ่มพลังให้ตนเอง ไม่ได้สนใจเสี่ยวจื่อสักนิด…
“ก็ตอนดอกไม้บานมันสวยกว่านี่น่า… น้าๆ ไว้รอให้บานก่อนแล้วค่อยกินนะ”
เสี่ยวจื่อได้ทีรีบต่อรองเป็การใหญ่ เฟยหลงได้ฟังก็นิ่งไปอย่างคนกำลังคิด… ถ้าดอกไม้สวยที่สุดตอนบาน ก็ไม่แน่ว่าพลังจะมากที่สุดตอนนั้นด้วย… เช่นนั้นแล้วไว้กินตอนบานก็ไม่เสียหายไม่ใช่รึ? ถ้าบานเมื่อไหร่แล้วรีบงาบทันทีก็คงจะไม่ทันได้แพ้มากล่ะมั้งนะ…
"งั้นก็ได้… ข้าจะรอกินตอนบาน… แล้วดอกของเ้าจะบานตอนไหนล่ะ?
เมื่อเห็นจื่อหลงยอมหยุดกินเสี่ยวจื่อก็ดีใจนัก รีบร้อนบอกออกมาตามประสาซื่อ… ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วคล้ายคนที่ใจกว้าง ไม่มีคิดเล็กคิดน้อยสักนิด…
หรือบางทีก็อาจจะลืมไปว่าต้องคิดถือสาซะบ้าง….
“อืม…. ก็ใกล้แล้วหล่ะ… เสี่ยวจื่อคิดว่าพรุ่งนี้ก็คงจะบานแล้วล่ะน้า >_<”
“งั้นก็ได้ ไว้พรุ่งนี้ดอกบานเต็มต้นเมื่อไหร่ข้าค่อยกินให้หมดเลย!”
“ห๊า? … ทำไมรีบจังเลย ให้บานสักสองสามวันสิ! ให้เสี่ยวจื่อดูให้ชื่อใจก่อนค่อยกินน้า”
“….อืม…. ก็ได้……”
และเฟยหลงก็รับปากไปส่งๆ อย่างนั้นเอง….
เพราะในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ทุกดอกบานออกมาจนหมด เฟยหลงก็พุ่งเข้ามาฉกกินไปจนเกลี้ยงต้น
‘เื่อะไรจะให้ปล่อยกลิ่นเกสรออกมาให้แพ้ล่ะ งาบซะให้หมดเลยเป็อันจบเื่….’
และก็เป็อย่างงั้นมาตลอดทุกครั้งที่เสี่ยวจื่อออกดอกขึ้นมา… กลายเป็ว่ายามดอกซาโม่เหมยกุ้ยบานที่สวยงามมากที่สุดก็จะไม่ได้มีใครมีโอกาสได้เห็นอีกเลยนับั้แ่นั้น…..
______________
ขอบคุณคอมเมนต์ค่า
ปล.ความจริงแล้วอวัยวะช่วยรับกลิ่นของงูคือลิ้นนะคะ เพราะงูมีจมูกที่เล็กมากจนได้กลิ่นไม่ชัดเจน ขัดกับเนื้อหาในนิยายนิดหน่อยที่ให้เฟยหลงมีจุดอ่อนคือการแพ้เกสรดอกไม้ ก็ถือซะว่าเฟยหลงเป็งูผี กึ่งเทพกึ่งมารเลยพิเศษกว่าปกติก็แล้วกันนะคะ >_<