สามวันต่อมา ในยามเช้าตรู่
หลี่เฉิงเฟิงกำลังนอนหลับอย่างสบายใจเฉิบอยู่ในจวนเจิ้นอ๋อง
กับเตียงนุ่ม ๆ จวนกว้างขวาง อาศัยอยู่ในจวนอ๋องอันวิจิตรงดงามเช่นนี้ หลี่เฉิงเฟิงไม่อยากตื่นเลยสักวัน
ขณะที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีขาว หวูกงกงก็มาเคาะที่หน้าประตูห้องของหลี่เฉิงเฟิงเบา ๆ
หวูกงกงเอ่ยขึ้นว่า “องค์ชายแปด ได้เวลาไปฟังประชุมหารือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ครอกฟี้ ครอกฟี้…”
หลี่เฉิงเฟิงพลิกตัวทึหนึ่ง ก่อนจะนอนกรนหลับใหลอยู่ในห้องบรรทม
หวูกงกงที่อยู่นอกประตูเป็กังวล
นี่เป็วันแรกที่องค์ชายแปดต้องไปฟังหารือ เขาจะไปสายไม่ได้
เพราะหากองค์ชายแปดไปสาย คนที่จะซวยก็คือเขาเอง
หวูกงกงจึงเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “องค์ชายแปด ได้โปรดตื่นจากบรรทมเร็วเถอะ ได้เวลาฟังหารือแล้ว! หากท่านไปสาย แล้วฝ่าาทรงตำหนิลงมา บ่าวคงมิอาจชดใช้ได้!”
“ปังปังปัง…ปังปังปัง…”
เสียงเคาะประตูเริ่มดังขึ้นและเร็วขึ้น
หลี่เฉิงเฟิงคิ้วขมวดพลางตวาดเสียงดังว่า “หยุดเสียงดังได้แล้ว ถ้ายังเสียงดังอยู่อีก ข้าจะตัดหัวสุนัขของเ้า!”
“ติ๊ง เนื่องจากหวูกงกงหวาดกลัว ค่าความซุกซน +10!”
แม้ว่าหวูกงกงจะกลัว แต่เขาก็มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะปลุกหลี่เฉิงเฟิงให้ลุกไปฟังหารือ
“องค์ชายแปด ท่านอย่าทรยศหัวใจอันบอบบางของฝ่าาเลยพ่ะย่ะค่ะ! วันนี้เป็วันแรกที่ท่านต้องไปฟังหารือ ท่านต้องไป อย่างไรก็ต้องไป!”
“หวูกงกง เข้ามาเถอะ!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”
เมื่อหลี่เฉิงเฟิงอนุญาต หวูกงกงก็รีบก้าวเข้ามาในห้องบรรทมของหลี่เฉิงเฟิง
หลี่เฉิงเฟิงตระหนักได้ว่าวันนี้เป็วันแรกที่เขาต้องไปฟังหารือ
ถ้าเขาไม่ไป หลี่ซื่อหมินก็จะขายหน้าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหลี่เฉิงเฟิงมีนิสัยเช่นนี้ั้แ่ชาติก่อน นั่นคือยามนอนต้องนอน นอนเต็มอิ่มแล้วจะตื่นขึ้นมาเอง มิเช่นนั้นเขาจะหงุดหงิดไปทั้งวัน
ดังนั้นหลี่เฉิงเฟิงจึงเอ่ยว่า “หวูกงกง หันหลังให้ข้า แล้วย่อตัวลง!”
“เอ๊ะ? องค์ชายแปดจะทำอันใดหรือ?”
“อย่ามัวพูดเหลวไหล ทำตามที่ข้าบอกเถอะน่า!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”
หวูกงกงรีบหันหลังให้หลี่เฉิงเฟิง แล้วย่อตัวลง
“ฮึบ!”
เห็นเพียงขาน้อย ๆ ของหลี่เฉิงเฟิงะโจากเตียงไปยังบนหลังของหวูกงกง ขณะเอ่ยว่า “พาข้าไปฟังหารือสิ ข้าจะหลับบนหลังเ้าสักพัก!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”
เมื่อหวูกงกงได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกปลื้มปริ่มทันที
ตราบใดที่หลี่เฉิงเฟิงไปฟังหารือ ตนก็ยินดีเป็วัวเป็ม้าแบกหลี่เฉิงเฟิงไปที่นั่น
……
ในเวลานี้ ณ พระราชวังแห่งราชวงศ์ถัง เหนือท้องพระโรง
หลี่ซื่อหมินขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางมองไปยังแท่นฟังหารือ
ซึ่งว่างเปล่า…
ลูกทรพี ตะวันโด่งฟ้าแล้ว เขายังไม่มาฟังหารืออีกเรอะ?
หลี่ซื่อหมินโกรธเกรี้ยวในใจ องค์ชายแปดผู้นี้ นี่ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าเขาไม่ได้ไว้หน้าตนเองเลย?
ในฐานะองค์ชายแห่งราชวงศ์ถัง ฟังหารือวันแรกก็มาสายเสียแล้ว? น่าอับอายอะไรอย่างนี้?
เมื่อหลี่ซื่อหมินวางแผนจะไม่รอหลี่เฉิงเฟิงอีกต่อไป
ก็มีขันทีคนหนึ่งอุ้มเด็กน้อยวัยหกขวบเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
“หืม? เฟิงเอ๋อร์มาแล้วเหรอ? มาแล้วก็ดี!”
หลี่ซื่อหมินถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยองค์ชายแปดก็ไม่ทำให้เขาต้องอับอาย
เมื่อเห็นหลี่เฉิงเฟิงมาถึงแล้ว หลี่ซื่อหมินจึงะโว่า “ว่าราชกิจ!”
“ท่านที่เคารพรักทั้งหลาย เริ่มว่าราชกิจได้!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
……
ภายในท้องพระโรง บางคนเริ่มถวายฎีกากิจบ้านเมืองให้แก่หลี่ซื่อหมินฟัง
ส่วนหลี่เฉิงเฟิงก็นั่งอยู่บนแท่นฟังหารืออย่างตั้งใจฟัง
ขุนนางคนแรกที่ถวายฎีกาก็คือจ่างซุนอู๋จี้
เขาเป็ผู้นำของยี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนแห่งยุคราชวงศ์ถัง
เห็นเพียงจ่างซุนอู๋จี้ถือหนังสือฎีกาไว้ในมือ ขณะทูลว่า “ฝ่าา กระหม่อมขอถวายฎีกา!”
“จ้าวกว๋อกงเชิญพูด…”
จ่างซุนอู๋จี้เอ่ยว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้ต้าถังตรงกับปีที่แห้งแล้ง ใน่อากาศร้อน การเก็บเกี่ยวผลผลิตของผู้คนในเมืองโยวโจวลดลงแปดส่วน ราษฎรทุกข์ทรมาน…”
เมื่อจ่างซุนอู๋ยี่ถวายฎีกา ภายในท้องพระโรง ทุกคนเงียบกริบไม่กล้าพูดอะไร
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงเอ่ยกับหวูกงกงว่า “หวูกงกง ไปเอาอ่างน้ำมาให้ข้าหน่อย!”
“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายแปด!”
ในไม่ช้า หวูกงกงก็มาพร้อมอ่างน้ำ ก่อนจะวางอ่างน้ำไว้บนโต๊ะด้านหน้าของหลี่เฉิงเฟิง
หลี่เฉิงเฟิงยื่นมือเล็ก ๆ คุ้ยค้นอยู่ในกระเป๋า
ไม่รู้ว่าเขากำลังจะหยิบอะไร
เว่ยเจิงที่อยู่ด้านข้างมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงด้วยสีหน้างุนงง
องค์ชายแปดผู้นี้ไม่ฟังหารือให้ดี เขาจะเล่นแผนอะไรอีก?
ปรากฏว่าหลี่เฉิงเฟิงหยิบแปรงสีฟันกับยาสีฟันออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะเริ่มแปรงฟันอยู่บนแท่นฟังหารือ
หลี่เฉิงเฟิงแลกเปลี่ยนแปรงสีฟันกับยาสีฟันในราคายี่สิบแต้มมาจากในระบบ
สิ่งที่เรียกว่า ‘ระบบเด็กซนขั้นเทพแห่งราชวงศ์ถัง’ นั้น สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดได้มากมาย
นอกจากแปรงสีฟันกับยาสีฟันแล้ว หลี่เฉิงเฟิงยังแลกเปลี่ยนเป็ผ้าเช็ดตัว กระจก และสิ่งจำเป็อื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดอยู่ในจวนเจิ้นอ๋องแล้ว
“แกร๊กแกร๊กแกร๊ก…แกร๊กแกร๊กแกร๊ก…”
หลี่ซื่อหมินว่าราชกิจ ส่วนหลี่เฉิงเฟิงแปรงฟันอยู่ด้านล่าง?
เว่ยเจิงมองไปที่หลี่เฉิงเฟิงด้วยสายตาแปลกประหลาด
“อะแฮ่ม…”
เว่ยเจิงกระแอมไอส่งสัญญาณให้หลี่เฉิงเฟิงเงียบเสียง
“กึกกึกกึก กึกกึกกึก…”
“องค์ชายแปดทำอันใดอีกแล้ว?”
เว่ยเจิงจ้องมองไปทางหลี่เฉิงเฟิงอย่างจนปัญญา
เห็นเพียงหลี่เฉิงเฟิงตักน้ำหนึ่งถ้วย แล้วแปรงฟันต่อไป โดยที่ในปากเต็มไปด้วยฟองสีขาว
เว่ยเจิงตื่นตระหนก ะโในทันใดว่า “ฝ่าา แย่แล้ว องค์ชายแปดถูกวางยาพิษ!”
“อะไรนะ?”
หลี่ซื่อหมินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ขุนนางในท้องพระโรงล้วนมองไปยังทิศทางของหลี่เฉิงเฟิง
หลี่ซื่อหมินเอ่ยด้วยความใ “เฟิงเอ๋อร์ ทำไมน้ำลายฟูมปากเช่นนั้น? เ้าถูกพิษงั้นเรอะ? เรียกหมอหลวง…”
“เสด็จพ่อ ลูกไม่ได้ถูกวางยาพิษ พวกท่านว่าราชกิจต่อเถอะ ข้าฟังอยู่!”
หลี่เฉิงเฟิงเช็ดฟองยาสีฟันออกจากปากแล้วจึงเอ่ยออกมา
หลี่ซื่อหมินสะบัดแขนเสื้อ ก่อนจะตวาดว่า “ไม่ได้ เ้าเป็องค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง ร่างกายเ้าเ็ป แล้วพ่อจะว่าราชกิจอย่างสบายใจได้อย่างไร? เรียกหมอมาดูอาการให้องค์ชายแปด!”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา!”
ดังนั้นหลี่ซื่อหมินจึงเรียกหมอหลวงจ้าวกั๋วอันมาตรวจสอบร่างกายของหลี่เฉิงเฟิง
หลังจากหมอหลวงจ้าวกั๋วอันตรวจชีพจรกับร่างกายของหลี่เฉิงเฟิงแล้ว เขาจึงทูลบอกหลี่ซื่อหมินว่า หลี่เฉิงเฟิงนั้นเืลมดี ร่างกายก็แข็งแรงมาก!
หลี่ซื่อหมินจึงรู้สึกสบายใจขึ้น และว่าราชกิจต่อไป
……
ในขณะที่หลี่ซื่อหมินกับจ่างซุนอู๋จี้หารือกันเื่การเมือง ส่วนเว่ยเจิงก็กำลังฟังอย่างตั้งใจ
แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดเสียงประหลาดดังขึ้นจากด้านข้าง
เห็นเพียงหลี่เฉิงเฟิงดื่มน้ำจากถ้วยใบใหญ่ที่ถืออยู่ในมือ
“อึกอึกอึก อึกอึกอึก…”
เว่ยเจิงทำอะไรไม่ถูก…ส่วนฝางเสวียนหลิงกับตู่หรูฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ สบตากันอย่างหมดหนทาง แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร
ทว่าในจิตใจของหลี่เฉิงเฟิงในขณะนี้ มีเสียงติ๊งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ติ๊ง เนื่องจากเว่ยเจิงหมดหนทาง ค่าความซุกซน +9!”
“ติ๊ง เนื่องจากฝางเสวียนหลิงสับสน ค่าความซุกซน +10!”
“ติ๊ง เนื่องจากตู้หรูฮุ่ยหดหู่ ค่าความซุกซน +9!”
ขุนนางภายในท้องพระโรงรู้สึกอัดอั้นเป็อย่างมาก เพราะในเวลาที่พวกเขาว่าราชกิจอยู่นั้น องค์ชายแปดที่อยู่ด้านข้างส่งเสียงแปลก ๆ อยู่เสมอ
ในที่สุดเว่ยเจิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เว่ยเจิงจึงหันไปมองหลี่เฉิงเฟิงแล้วเอ่ยว่า “องค์ชายแปด หยุดส่งเสียงได้หรือไม่? พวกกระหม่อมกำลังว่าราชกิจฟังคำตรัสของฝ่าากันอยู่นะพ่ะย่ะค่ะ!”
“โอ้ แต่ข้ากระหายน้ำ ข้าอยากกินน้ำ!”
“อึกอึกอึก อึกอึกอึก…”
หลี่เฉิงเฟิงยังคงดื่มน้ำต่อ เว่ยเจิงจึงยิ่งรู้สึกหมดหนทาง