ใน่เย็นของวันเดียวกัน กู่ฉิงฉิงก็ได้พบกับแขกแปลกหน้าที่มาพบเขาโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสั่งตัดสไตล์เรียบหรูของห้องเสื้อชื่อดังระดับโลก เท้าในรองเท้าหนังขัดมันก้าวเหยียบเดินเข้ามาในห้องนอนของกู่ฉิงฉิงโดยไม่มีแม้แต่จะมีมารยาทพื้นฐานที่ต้องเคาะบอกเ้าของห้องหรือขออนุญาตล่วงหน้า
กู่ฉิงฉิงที่กำลังสไลด์โทรศัพท์เล่นบนที่นอนระหว่างรออาหารมื้อเย็นเงยหน้าขึ้นมองผู้บุกรุกแบบงง ๆ
" เอ่อ...คุณ...เอ่อ เข้ามาได้ยังไงครับ "
กู่ฉิงฉิงมองหน้าผู้บุกรุกที่มีใบหน้าหล่อเหลาตามมาตรฐานชายในฝันของตนอย่างเหม่อลอย ลืมบทบาทที่ต้องแสดงในฐานะคุณชายเล็กของตระกูลไปเสียสนิท
" เหอะ! ความจำเสื่อมจริง ไม่หลอกสินะ "
ประโยคที่ไม่มีที่มาที่ไปเปล่งออกมาจากริมฝีปากได้รูปของชายรูปงามตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเ็า ราบเรียบ แฝงแววเยาะเล็กน้อย
" ??? "
กู่ฉิงฉิง นึกไม่ออกว่าเคยไปเจอหรือไปเหยียบกีบ...เอ้ย เท้าของอีกฝ่ายตอนไหนทำให้ไอ้คุณพี่หน้าหล่อตรงหน้าถึงออกอาการไม่ชอบขี้หน้าเขาแบบออกนอกหน้าขนาดนี้
อย่าคิดว่าหล่อแล้วทำได้ทุกอย่างนะ เพ้ย!!!
" คุณ!!..."
ก่อนจะได้พูดเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกถึงความรีบร้อนก็วิ่งมาทางห้องของเขาพอดี จากนั้นร่างของแม่นมเฉินก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู
" สวัสดีค่ะคุณชายหยาง "
คำเรียกจากปากแม่นมเฉินเป็ตัวบ่งบอกสถานะของไอ้คุณหน้าหล่อตรงหน้าคือคู่หมั้นของเขา ถึงว่ามาถึงก็หาเื่ท่าเดียว
" แม่นมเฉิน "
อีกฝ่ายทักกลับแค่การเรียกชื่อไม่แม้แต่จะกล่าวสวัสดี ก่อนจะผินหน้ากลับมามองที่คนบนเตียงอีกรอบด้วยสีหน้าเ็าเรียบนิ่ง
" ฉันมาเยี่ยมและจะมาเตือนว่า งานแต่งพรุ่งนี้หวังว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอีกนะ "
น้ำเสียงราบเรียบผสมรังสีกดดันจากคนที่บริหารคนนับหมื่นเปล่งออกมาจากร่างกายสูงใหญ่นั่น เล่นเอากู่ฉิงฉิงชะงักไปชั่วครู่ นึกไปถึงท่านประธานของตนที่โลกเดิมเลยทีเดียว แต่แค่นี้ยังไก่อ่อน ท่านประธานของเขาโหดกว่านี้มากนัก
หยางเฟยหลงมองกู่ฉิงฉิงที่นิ่งไม่แสดงอาการอันใดก็รู้สึกแปลกใจ หรือเขาจะข่มขู่มากเกินไปจนอีกฝ่ายใจนช็อกไปแล้ว พลันคิดในใจว่า...ไม่ดีแน่ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงหวานใสก็ดังบอกแม่นมของตนให้ออกไปจากห้อง แม้ตอนแรกแม่นมเฉินจะอิดออดแต่ก็ตามใจคุณชายของตนในที่สุด
" เอาล่ะเหลือแค่เราสองคนแล้วนะคุณชายหยาง "
ร่างสูงยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ เขาอยากรู้ว่าคู่หมั้นกำมะลอตรงหน้าคิดจะทำหรือแผลงฤทธิ์อะไรอีก
" นั่งก่อนสิครับ เกรงว่าเราอาจต้องคุยกันยาว~ "
เสียงหวานลากยาวทิ้งท้ายแบบจงใจ ทำเอาคนฟังจั๊กจี้หัวใจแบบแปลก ๆ
หยางเฟยหลงนิ่งไปซักพักก่อนจะลากเก้าอี้ที่วางไว้ตรงมุมห้องมาที่ตำแหน่งข้างเตียงทางด้านขวาก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง ขาเรียวแกร่งยกขึ้นไขว้ทับขาอีกข้าง แผ่นหลังเอนพิงพนักอย่างสบาย ๆ เหมือนนักล่าที่รอดูว่าเหยื่อของตนเองจะเล่นตุกติกอะไร
กู่ฉิงฉิงเห็นปฏิกิริยาแบบนี้จากพ่อพระเอกก็รู้สึกว่าเื่ที่จะพูดต่อน่าจะมีหวัง
" คุณหยาง คุณก็รู้ใช่ไหมว่าการแต่งงานนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเราทั้งคู่ "
กู่ฉิงฉิงพูดจบก็มองไปยังหยางเฟยหลงเพื่อดูปฏิกิริยาตอบรับแต่อีกฝ่ายยังคงแสดงท่าทางนิ่งเฉย แบบไม่รู้สึกรู้สาอันใด
สมกับเป็ตัวพ่อแห่งวงการธุรกิจ!
" คุณอยากให้เื่มันดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ งั้นหรือครับ "
ไม่มีปฏิกริยาตอบรับใด ๆ จากอีกฝ่ายแม้สักนิด เริ่มทำเอากู่ฉิงฉิงเริ่มจะตื่นตระหนกแทน
" ถ้าเธอคิดจะล่มงานแต่งเกรงว่าคงไม่ทันเสียแล้วล่ะนะ "
หยางเฟยหลงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแฝงแววเยาะในทีหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง
" ไม่ครับ! ผมไม่ได้จะยกเลิกงานแต่ง...ในตอนนี้ "
ประโยคหลังสุดทำเอาหยางเฟยหลงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจระคนสนใจ
บุตรชายคนเล็กของท่านประธานกู่มีอะไรมาเล่นอีกล่ะ?
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้านิ่งเงียบ กู่ฉิงฉิงจึงชิงโอกาสพูดต่อ
" ผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากแต่งงานแต่ก็โดนบังคับจากตระกูล ผมเองก็เช่นกัน และอย่างไรมันก็เลื่อนหรือห้ามไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่...คุณกับผมหาโอกาสจบมันได้...ในภายหลัง เมื่อเวลาเหมาะสม "
เหอะ ๆ เดี๋ยวพอพ่อแสงจันทร์ขาวกลับมา ต่อให้ไม่อยากจบนายก็จะพยายามจบมันให้ได้อยู่ดี แต่ขอฉันใช้ประโยชน์ตรงนี้สักหน่อยเถอะ!
" พูดต่อสิ "
เสียงราบเรียบกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่พูดต่อ
" ผมมีข้อเสนอ ผมจะแต่งงานกับคุณแค่หนึ่งปีหลังจากนั้นผมจะเซ็นใบหย่าให้ โดยที่คุณต้องรับรองว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการร่วมธุรกิจระหว่างตระกูลกู่กับหยาง และ... "
คิ้วหนาได้รูปยกตัวขึ้นอีกรอบด้วยความสนใจว่าเ้าของปากเล็กๆน่าจูบนี่อยากจะพูดอะไรต่อ
" คุณจ่ายค่าเลิกราให้ผมเป็เงิน 100 ล้าน แบ่งจ่ายก่อน หลังจดทะเบียนสมรส 50 ล้าน หลังผมเซ็นใบหย่า 50 ล้าน "
" ทำไมฉันต้องจ่ายนาย "
หยางเฟยหลงถามเสียงเรียบ เปล่งออร่านักธุรกิจเขี้ยวลากดินออกมา
กู่ฉิงฉิงนายจะมากลัวตอนนี้ไม่ได้นะ!
" พอเลิกรากับคุณแล้ว คุณคิดว่าตระกูลจะยอมรับผมหรือไง มีความเป็ไปได้ว่าผมอาจจะถูกไล่ออกจากตระกูลสูง ผม้าันตีค่าครองชีพของตนเองไปอีกหลายสิบปีนะครับ "
เขากัดฟันพูดออกไปในที่สุด
" อืม...ก็สมเหตุสมผล แต่ฉันเลือกจะไม่แต่งกับนายก็ได้นี่นา "
เหอะ! ถ้าเขาไม่รู้เหตุผลที่นายนี่ยอมกลั้นใจแต่งมาก่อนล่ะก็นะ
" งั้นเกรงว่าหุ้นในส่วนที่จะทำให้คุณกลายเป็ผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของเครือตระกูลหยางคงไม่อาจตกมาถึงมือคุณแล้วล่ะ การขึ้นเป็ประธานบอร์ดบริหารของคุณคงได้แต่จบลงตรงนี้ "
สิ้นประโยค ม่านตาของร่างสูงหดแคบลงทันใด ความลับนี้ไม่มีใครรู้และเขาไม่เคยบอกใคร
การแต่งงานนี้ ปู่ของหยางเฟยหลงจะยกหุ้นบางส่วนของบริษัทให้เป็ของขวัญแต่งงาน เมื่อรวมกับหุ้นที่รวบรวมไว้ในก็ทำให้ชายหนุ่มเป็ผู้มีสิทธิ์ขาดในการบริหารหยางกรุ๊ป มีสิทธิ์มีเสียงมากกว่าปู่หรือพ่อของเขาเสียอีก เื่นี้ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเองและผู้ช่วยประจำตัวซึ่งเป็คนที่ปั้นมาเองกับมือเท่านั้น
ร่างสูงของหยางเฟยหลงลุกขึ้นจากเก้าอี้มาบนเตียง นำร่างสูงใหญ่ของตนเข้ามาประชิดร่างเล็กของคู่หมั้น แต่เป็การประชิดที่เต็มไปด้วยรังสีคุกคาม
" เธอรู้เื่นี้ได้อย่างไร!? "
หยางเฟยหลงถามเสียงเข้ม เย็นเยียบ เต็มไปด้วยรังสีสังหารจนกู่ฉิงฉิงเกิดอาการขนลุกขึ้นมากะทันหัน
กู่ฉิงฉิงอยากจะตบกะโหลกตัวเองสักสิบที ลืมไปเสียสนิท เื่นี้หยางเฟยหลงเก็บเงียบเป็ความลับ มีแค่เ้าตัวกับผู้ช่วยคนสนิทเท่านั้นที่รู้เื่
ตอนนี้ในหัวของเขาประมวลผลเร็วรี่เพื่อหาทางออกให้ตนเอง ถ้าตอบไม่ดีเขาจะโดนคู่หมั้นหักคอตายกลายเป็ข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ไหมเนี่ย!
" ดะ เดา ผมเดาเอาน่ะ "
ร่างสูงทำสีหน้าไม่ต่างจากเดิม แววตาหรี่ลง แสดงถึงความไม่เชื่อ
" ก็ผมไม่มีอะไรน่าสนใจสักอย่าง ผิดกับคุณที่เลือกคนนั้นคนนี้ได้สบาย ๆ แล้วก็คุณไม่ได้มีคนรักเป็ตัวเป็ตนแสดงว่าคุณยังไม่ได้อยากแต่งงาน การที่คนอย่างคุณยอมแต่งทั้ง ๆ ที่ปฏิเสธได้ง่าย ๆ มันต้องมีอะไรดึงดูดใจมากพอ ผมก็เลยเดาเอาว่าน่าจะเกี่ยวกับหุ้นในหยางกรุ๊ป ผมเคยได้ยินพ่อกับพี่คุยกันว่าถ้ามีจำนวนอัตราส่วนหุ้นมากก็จะมีสิทธิ์มีเสียงมาก ผมก็เลยเดา ๆ เอา "
คำอธิบายดูสมเหตุสมผลแต่ก็ยังไม่ทำให้หยางเฟยหลงเชื่อสนิทใจอยู่ดี เกรงว่าข่าวการเคลื่อนไหวของเขาาอาจจะออกหลุดไปเสียแล้วและคนตรงหน้าเหมือนจะไม่โง่ตามรายงานที่ได้รับมาสักนิด
หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ ร่างของหยางเฟยหลงจึงถอยกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงตามเดิม
" มีอะไรที่เธอ้าอีกไหม "
" หนึ่งปีนี้ ใช้ชีวิตกับผมแบบคู่แต่งงานทั่วไป ไม่มีความรุนแรงในครอบครัว ดูแลผมให้ดี ที่สำคัญห้ามมีคู่นอนคู่รักในระหว่างการแต่งงานยังมีผล "
ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจในคำขอ ก่อนจะเอ่ยแซวแหย่คนตรงหน้า
" ถ้าเธอไม่ให้ฉันไปหาที่ระบายอารมณ์ เธอก็ต้องรับหน้าที่นั้นเองนะ เข้าใจใช่ไหม "
เออ...ลืมคิดไป! แต่พอมองหน้าตาหล่อเหลาผิดมนุษย์มนาของพ่อพระเอกที่ตรงตามบรรยายในหนังสือเป๊ะ ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ขาดทุนอะไรที่จะเสียตัวและมีอะไรกับพระเอก ออกจะได้กำไรด้วยซ้ำ เพราะในนิยาย ฉากเซ็กซ์ระหว่างพระนาย แซ่บหลาย!!!
" ครับ ผมตกลง "
กู่ฉิงฉิงตอบด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ทำให้ใบหน้าหวานสวยดูน่ารักจนน่าจับบีบ และมือของหยางเฟยหลงก็ทำตามที่สมองคิด
" อื้อ! "
ผิวนุ่มเนียนละเอียดยิ่งบีบยิ่งเพลินมือ
พอโดนแกล้งมากเข้า ร่างกายของกู่ฉิงฉิงก็ตอบรับโดยหางตาแดงมีน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย ยิ่งทำให้หยางเฟยหลงยิ่งอยากรังแกหนักขึ้นไปอีก การกลั่นแกล้งนี้หยุดลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสุขของท่านประธานหยาง
" แค่ก ขอโทษที "
หยางเฟยหลงกล่าวขอโทษเมื่อเห็นรอยแดงบนผิวเนื้อนิ่มบนใบหน้าของคนตัวเล็ก
ประตูห้องนอนของกู่ฉิงฉิงก็เปิดออกทันใด บิดาของกู่ฉิงฉิง เดินเข้ามาดูสภาพว่าที่คู่แต่งงานทั้งสองคน ใจหนึ่งก็กลัวลูกชายตัวเองอาละวาด
" สวัสดีครับ ประธานกู่ "
หยางเฟยหลงกล่าวทักทายว่าที่พ่อตา
" อืม มาเยี่ยมฉิงฉิงงั้นหรือ อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ "
" ไม่ดีกว่าครับ ผมต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับงานวันพรุ่งนี้ พอดีได้ข่าวว่าฉิงฉิงอาการไม่ดีเลยแวะมาเยี่ยม "
พร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงที่นั่งอยู่อย่างเป็ธรรมชาติ ก่อนจะเดินไปทางประตูที่เปิดอ้าไว้
" โอ้ งั้นก็ตามกำหนดการเดิม ทางนี้จะเตรียมฉิงฉิงให้พร้อม "
" ครับ ขอบคุณครับ "
กู่ฉิงฉิง มองตามแผ่นหลังกว้างในสูทสั่งตัดของหยางเฟยหลงที่เดินจากไป พลันนึกได้ว่า อีกฝ่ายยังไม่ตกลงในข้อเสนอเลยนี่หว่า...หวา ๆๆๆๆ แต่ทันใดมือถือของเขาก็มีข้อความเข้า หลังจากเปิดดูก็พบว่าเป็ข้อความจากหยางเฟยหลงที่มีแค่คำว่า 'ตกลง'
กู่ฉิงฉิงได้แต่ยิ้มกริ่มในความสำเร็จของแผนที่วางไว้ หนึ่งปี...แสงจันทร์ขาวก็กลับมาพอดี เขาก็เก็บกระเป๋าแพ็กของเผ่นได้ทันที ไม่อยู่เป็สิ่งกีดขวางทางจราจรในความรักของคู่พระนายให้ตัวเองเจ็บตัวเล่นหรอกนะ อีกอย่างเขามีข้อมูลจากหนังสือนิยายที่อัดแน่นในหัว เงินที่ได้มาเขาจะเอาไปลงทุนในการสร้างกำไรให้ตัวเองมีกินมีใช้ระยะยาว เพราะหลังจากหย่ากับหยางเฟยหลงแล้ว มีความเป็ไปได้ว่าพ่อกับพี่ชายของเขาจะตัดหางปล่อยวัด เขาจะอดตายข้างทางหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ต้องวางแผนการันตีปากท้องของตนเองไว้ก่อนดีที่สุดจะมาหวังพึ่งพาคนอื่นไม่ได้!
พูดถึงเงิน กู่ฉิงฉิงเริ่มเช็กเงินในบัญชีของตนเอง
โอ้! หลายสิบล้าน น่าจะมาจากค่าขนมที่ทางบ้านให้ไว้และเ้าตัวไม่ค่อยได้ใช้ เอาจริง ๆ กู่ฉิงฉิงในโลกนิยายไม่ได้ชอบเที่ยว แต่ติดบ้าน เงินค่าขนมรายเดือนอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับเงินที่พี่ชายมี แต่ก็นับว่ามากมายมหาศาลสำหรับคนทั่วไปอยู่ดี ยิ่งเ้าตัวไม่ค่อยซื้ออะไรด้วย เงินเลยเหลือในบัญชีจำนวนมาก อืม..เขาต้องหาทางเอาไปลงทุนเสียแล้ว ส่วนอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ เกรงว่าคงต้องเช็กผ่านทนายของตระกูลในวันหลัง
พอคิดว่าตัวเองกลายเป็เศรษฐีน้อย ๆ ก็รู้สึกใจฟูเป็อย่างมาก จากที่เคยใช้เดือนชนเดือนตอนนี้กลับสุขสบายเหมือนฝัน อา...ไม่อยากตื่นเลยจริง ๆ
ขณะกำลังฝันหวาน เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความฝันแสนหวานอีกรอบ ตามมาด้วยเสียงอันแสนคุ้นเคย
" หยางเฟยหลงมาคุยเื่อะไร "
ประธานกู่ หรือกู่เกา พ่อของกู่ฉิงฉิงดำเนินการสอบสวนบุตรชายคนเล็กของตนด้วยเกรงว่าจะเผลอหลุดพูดอะไรไม่เหมาะสมออกไปทำให้กระทบต่องานแต่งอันแสนสำคัญของทั้งสองตระกูล
เบื้องหน้าแม้เป็งานแต่งงานธรรมดา ๆ แต่เื้ัคือการร่วมมือกันทางธุรกิจและการประสานปรองดอง จะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด!
" ก็ไม่มีอะไรมากครับ มาถามอาการและบอกให้เตรียมตัวสำหรับงานวันพรุ่งนี้ "
" อย่าพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไปล่ะ "
เสียงเข้มแฝงแววข่มขู่ในที
" โอ้...คุณพ่อ คุณพ่อทำให้ผมนึกได้พอดีว่า ผมยังไม่เห็นสินเดิมของฝ่ายผมเลยนะครับ ถ้าสะดวกผมขอตอนนี้เลยได้ไหม "
ประธานกู่ได้ฟังบุตรชายคนเล็กกล่าวก็ชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจ
" แกกลัวว่าพ่อจะไม่ยกอะไรให้แกหรือไง ฉันไม่ยอมให้เสียหน้าตระกูลหรอก! "
" ครับ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าอย่างไร ผมขอให้คุณพ่อเรียกทนายมาดำเนินการวันนี้เลยได้ไหมครับ ผมจะได้สบายใจ เพราะไม่งั้นพรุ่งนี้ผมอาจไม่มีแรงเข้าร่วมงานแต่งก็เป็ได้นะครับ "
" ฮึ่ม! แก! "
กู่เการู้สึกโมโหจนแทบกระอักเืหมดสติเสียให้ได้ แต่ก็ได้แต่อดทน ใจจริงเขาตั้งใจรั้งรอการตัดแบ่งทรัพย์สินออกไปให้นานที่สุด ใครจะอยากให้ทรัพย์สินของตนเองติดมือไปกับลูกชายที่แต่งออกกันล่ะ แต่สภาพนี้เกรงว่าถ้าไม่ทำอะไรซักอย่างลูกชายของเขาคงจะเล่นแง่จนทำงานใหญ่เสีย
ช่างเถอะ! ไว้ค่อยเอาคืนทีหลังจากฝ่ายตระกูลหยางก็ยังไม่สาย!
" ไปเรียกทนายฟงให้มาพบฉันเดี๋ยวนี้ "
ประธานกู่บอกพ่อบ้านที่ยืนรอด้านนอก โดยทนายฟงคือทนายประจำตระกูลที่มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเื่ต่าง ๆ ของตระกูลที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ
" ครับนายท่าน "
ชั่วเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงทนายฟงซึ่งเป็ชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ที่ผมเถิกไปเกือบจะครึ่งศีรษะ แต่แต่งกายดูดีมีระดับ สมฐานะที่ทำงานกับตระกูลกู่ เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือจำนวนหนึ่ง
" สวัสดีครับท่านประธานกู่ คุณชายเล็ก "
ประธานกู่เดินพาอีกฝ่ายไปยังโซฟาชุดในห้อง ส่วนกู่ฉิงฉิงก็ลงจากเตียงตามไปด้วย วินาทีสำคัญในชีวิตของเขามาถึงแล้ว!...