บทที่ 30 ขับรถช้าเกินไป เรามาย่อระยะทางกันเถอะ
"แค่ก… แค่ก…"
หลังจากแรงกดหนักหน่วงได้หายไป อากาศจำนวนมากไหลเข้าสู่ปอดของหลี่ตง ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในทันที เขาหายใจหอบแฮ่ก ๆ ด้วยความสับสนจึงทำให้เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว
เกิดอะไรขึ้น? เสียงกรีดร้องนั่นคืออะไรกันแน่? แล้วเสียงคำสั่งที่ชัดเจนนั่น เป็เสียงของอาจารย์น้อยใช่ไหม?
คำถามมากมายทำให้หลี่ตงแทบะเิหัว แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรได้ เสียงของอาจารย์น้อยก็ดังขึ้นอีกครั้งจากโทรศัพท์
"พี่ชาย ออกไปจากซากปรักหักพังนี้ก่อน เ้าสิ่งนั้นยังอยู่ที่นี่ หนูฆ่ามันผ่านมือถือไม่ได้หรอกนะ"
"อ๊ะ!" เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทั่วร่างของหลี่ตงก็ขนลุกซู่อีกครั้ง เขาหันกลับไปมองซากปรักหักพังในที่มืดมิด ก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว
ความรู้สึกหายใจไม่ออกเมื่อครู่นี้ช่างสมจริงเหลือเกิน เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เกือบจะเอาชีวิตเขายังอยู่ในที่แห่งนี้ หลี่ตงก็ไม่กล้าชักช้า เขารีบเก็บโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างอย่างลำบาก แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากซากปรักหักพังไม่ได้ใหญ่มาก ไม่นานนักหลี่ตงก็วิ่งออกมาได้ ภายใต้แสงแดด สภาพอันน่าสังเวชของเขาก็ปรากฏในห้องไลฟ์
หนูน้อยน่ารัก : เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพี่ชายคนนี้ถึงดูมอมแมมและหน้าถลอกแบบนี้ล่ะ?
บะหมี่ : ฉันจำได้ว่าอาจารย์น้อยน้อยให้พวกเขาออกไป แล้วพวกเขาก็เหมือนกับหลุดออกจากการเชื่อมต่อไปเลย เสียง ไร้ความเคลื่อนไหวใด ๆ จากนั้นอาจารย์น้อยตัวน้อยก็สวดมนต์อะไรบางอย่าง
ไอ้ด่างสามขา : โอ้ยตายแล้ว! คงไม่ใช่ว่าเจอผีเข้าหรอกนะ ดูสิ ทำเอาพี่ชายคนนั้นหน้าซีดไปเลย
ในห้องไลฟ์ เต็มไปด้วยะุคอมเมนท์หลั่งไหลไปอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกย้อนไปถึงสิ่งผิดปกติก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เดาคำตอบถูกไปโดยปริยาย
ส่วนเหยาเหยา เมื่อเห็นว่ากลิ่นอายแห่งความตายที่อยู่ตรงหว่างคิ้วของหลี่ตง ค่อย ๆ สลายหายไป คิ้วเล็ก ๆ ของเธอก็ค่อย ๆ คลายออก
“พี่ชาย อย่าเพิ่งรีบไปไหนนะ หนูจะติดต่อคนไปจัดการให้”
จากนั้น เธอก็หยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋า มันเป็นามบัตรที่หลิวตงทิ้งไว้ให้เมื่อวานนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้ เธอยื่นนามบัตรให้พี่ชายของเธอ
ที่ไม่ให้พวกเขากลับไป เพราะเมื่อครู่นี้ ในตอนที่ลงมือ เธอรับรู้ได้ว่าิญญาร้ายในซากปรักหักพังนั้น แข็งแกร่งถึงขั้นเป็ผีแดงระดับสูงแล้ว
อย่างที่รู้กันว่า ผีนั้นมีทั้งอ่อนแอและแข็งแกร่ง แบ่งเป็ระดับล่าง กลาง และสูง ระดับที่อ่อนแอที่สุดคือผีขาว จัดระดับได้อยู่ที่ 1 ถึง 3 ซึ่งเป็ิญญาของคนที่เพิ่งตาย มักจะอยู่ในระดับนี้ เมื่อเจอแสงก็จะสลายไป
ระดับถัดมา คือผีเขียว ที่มีวิชาอาคม อยู่ในระดับ 4 ถึง 6 แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถออกจากสถานที่ที่พวกมันตายได้ ยิ่งห่างไกลออกไป พลังิญญาก็จะยิ่งอ่อนแอลง ดังนั้น เพียงแค่หนีออกจากสถานที่ที่พวกมันตายได้ ก็จะปลอดภัยแล้ว
ส่วนผีแดงนั้น อย่างต่ำต้องมีระดับ 7 ซึ่งเทียบเท่ากับนักพรตขั้น 4 พวกมันมีพลังแข็งแกร่ง โลกมนุษย์นั้นกว้างใหญ่ พวกมันจะไปที่ไหนก็ได้
ดังนั้น มีเพียงภูตผีระดับ ‘ิญญาร้าย หรือ ผีแดง’ เท่านั้น ที่จะทำให้ผู้คนหวาดกลัวได้อย่างแท้จริง
ส่วนภูตผีระดับ ‘นายผี’ ที่อยู่เหนือผีแดงขึ้นไปนั้น เทียบเท่ากับนักพรตขั้นเจ็ดถึงเก้า ภูตผีระดับนี้ แข็งแกร่งพอที่จะสร้างความปั่นป่วนไปทั่ว แม้แต่ในนรกภูมิก็ยังสามารถเป็ใหญ่ได้ ส่วน ‘าาผี’ นั้นเทียบเท่ากับนักพรตขั้นจักรพรรดิทั้งสามขั้น
ในโลกมนุษย์นี้ จะมีาาผีอยู่จริงหรือไม่นั้น ยังเป็เื่ที่ไม่อาจทราบได้
ในตอนนี้ พูดถึงเพียง ‘ผีแดง’ ในสุสานโบราณ พวกหลี่ตงบุกรุกเข้าไปในดินแดนของมัน ยังล่อให้มันาเ็ เท่ากับเป็การสร้างความเจ็บแค้นให้กับมัน
ผีเป็สิ่งที่ตายแล้ว เมื่อผูกใจเจ็บแล้ว ย่อมไม่ยอมจากไปง่าย ๆ
ถ้าตอนนี้ให้พวกเขากลับไป ผีแดงตนนั้น ออกจากรังมา อาจจะตามฆ่าพวกเขาไปทีละคน ๆ ดังนั้น การอยู่ด้วยกันน่าจะปลอดภัยกว่า
“ตกลงครับอาจารย์น้อย พวกเราจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรออยู่ที่นี่แหละ” หลี่ตงเพิ่งจะเดินผ่านประตูผีมา ตอนนี้เขาแทบจะยกย่องอาจารย์น้อยเป็เทพเ้า อาจารย์น้อยพูดอย่างไร เขาก็ทำตามนั้น
กู้อวี่ ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เพียงแต่หยิบโทรศัพท์สำรองอีกเครื่องขึ้นมา แล้วกดหมายเลขโทรศัพท์ของเบื้องบน
ได้ยินเสียง ‘ตู๊ด ๆ’ สองครั้ง ปลายสายก็มีเสียงของหลิวตงดังขึ้นมา "สวัสดีครับ ที่นี่คือหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กลุ่มที่หก ผมหลิวตง ไม่ทราบว่าติดต่อมาจากไหนครับ?"
เหยาเหยารับโทรศัพท์ที่พี่เจ็ดส่งให้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "ลุงหลิว หนูเหยาเหยาเองค่ะ!"
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ หลิวตงดูก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วรีบกระตือรือร้นขึ้นมาทันที "เหยาเหยาเองเหรอ! ทำไมถึงนึกอยากโทรหาลุงขึ้นมาล่ะ"
คงไม่ใช่ว่าเปลี่ยนใจ ยอมเข้าร่วมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของพวกเขาแล้วใช่ไหม!
เมื่อนึกถึงความเป็ไปได้นี้ ใบหน้าแก่ ๆ ของหลิวตงก็เกือบจะบานออกด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยนจนแทบจะไม่เหลือเค้าความเคร่งขรึม
"คืออย่างนี้ค่ะ ซากโบราณสถานนอกเมืองหลวงนั่น…" เหยาเหยาอธิบายสถานการณ์ที่หลี่ตงและคนอื่น ๆ เผชิญอย่างคร่าว ๆ รวมถึงการคาดการณ์ของเธอเอง
จากที่หลี่ตงบอก ทุกวันมีคนเข้าไปในซากโบราณสถานนั้นไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ผีแดงนั่นยังไม่ออกอาละวาด ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้มันออกมาแล้ว ถ้ามีคนเข้าไปอีก จะออกมาได้หรือไม่ก็ยากจะบอกได้ ส่วนการปิดกั้นซากโบราณสถาน เื่แบบนี้มีแต่เ้าหน้าที่รัฐบาลเท่านั้นที่ทำได้ เธอเลยโทรหาหลิวตง
นึกถึงกลิ่นอายของผีแดง เหยาเหยาก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว นี่มันอาหารชั้นเลิศ เธอต้องออกโรงเองแน่นอน
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ!" เมื่อหลิวตงได้ยินว่ามีผีแดงออกมา หนังศีรษะของเขาก็แทบจะะเิ
ผีร้ายแบบนี้ อย่าว่าแต่เขาเลย ทั้งแผนก คนที่มีความสามารถปราบมันได้ ก็มีแค่สองคนที่อยู่ระดับสูงสุดเท่านั้น
แต่่ก่อนหน้านี้ พวกเขาออกไปตรวจตราข้างนอกกันหมดแล้ว ทางกรมตรวจราชการหลวงยังหาคนไม่ได้เลย!
หากเผชิญหน้ากับผีชนิดนี้ ถ้าฝีมือต่ำต้อย ไปก็มีแต่ทางตาย หน่วยปฏิบัติการพิเศษก็มีคนน้อยอยู่แล้ว ยิ่งถ้าสูญเสียคนไปอีกหนึ่ง ก็มีแต่จะเศร้าสร้อย
แต่ผีแดงปรากฏตัวขึ้นแล้ว ถ้าไม่จัดการก็จะยิ่งลำบาก
ส่วนเหยาเหยา มองออกว่าเขากำลังลำบากใจ จึงยิ้มหวานแล้วกล่าวว่า "คุณลุงให้คนไปปิดล้อมบริเวณสุสานเอาไว้ก็พอแล้วค่ะ ผีแดงตนนั้น เหยาเหยาจะจัดการเอง"
หลิวตงชะงักไป ครู่ต่อมาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
"ไม่มีปัญหา ตอนนี้ฉันจะพาคนไปเดี๋ยวนี้ รับรองว่า แม้แต่ยุงตัวเดียวก็บินออกมาไม่ได้"
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยรู้ถึงฝีมือของเด็กน้อยคนนี้ แต่เธอสามารถจัดการเสวียนกวงได้ แม้จะสู้ผีแดงตัวนั้นไม่ได้ ก็น่าจะไม่เสียเปรียบ ถึงตอนนั้น พวกเขามีคนมาก กำลังก็เยอะ บางทีอาจจะสำเร็จก็ได้
หากฆ่าผีระดับนี้ได้ ทางกรมจะมอบรางวัลให้มากมาย หลิวตงจะไม่โลภได้อย่างไร
ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปีของหลิวตง เขาต้องรู้วิธีจัดการกับเื่ลี้ลับแบบนี้แน่นอน เหยาเหยากดวางสายโทรศัพท์ แล้วกลับเข้าไลฟ์ในทันที
"พี่ ๆ ทุกคน ขอโทษด้วยนะคะ เหยาเหยาต้องไปทำธุระกับพี่เจ็ดแป๊บหนึ่ง เหลือที่ว่างอีกหนึ่งที่ไว้ แล้วเราจะกลับมาสุ่มใหม่นะคะ"
ผีแดงตนนั้นมันเป็เหมือนะเิเวลา ถ้าไม่กำจัดทิ้งั้แ่ตอนนี้ ปล่อยให้มันหลุดรอดไปได้เมื่อไหร่ พวกเราจะยุ่งกันใหญ่
อาจารย์เคยสอนไว้ว่า มีแต่ขโมยที่ทำการขโมยได้ทุกวัน ไม่เคยมีใครป้องกันขโมยได้ตลอดเวลา สิ่งชั่วร้ายต้องกำจัดให้สิ้นซาก อย่าได้ทิ้งร่องรอยปัญหาไว้เื้ั
แน่นอนว่า สาเหตุสำคัญที่สุดก็คือ เธอกลัวว่า ‘เป็ดที่ต้มสุกแล้วจะบินหนีไปได้อีก’
ตาบอดเพราะรัก : อาจารย์น้อย ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งปิดไลฟ์เลย พวกเราจะขอสุ่ม ขอแค่ดูไลฟ์เงียบ ๆ ก็พอแล้ว"
คุณรักผมไหม : อยากเห็นฝีมือแบบสายฟ้าฟาดของอาจารย์น้อย ขอร้องอย่าเพิ่งปิดไลฟ์!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชาวเน็ตจะพยายามรั้งไว้แค่ไหน เหยาเหยาก็ให้พี่เจ็ดปิดไลฟ์อยู่ดี เพราะบางสิ่งบางอย่างก็ไม่ควรให้คนทั่วไปได้เห็น นี่เป็กฎของวงการนักพรต
"พี่จะไปเอารถเดี๋ยวนี้" ตอนนี้กู้อวี่ก็ตื่นเต้นจนอยู่ไม่สุข
รู้ทั้งรู้ว่าทุกครั้งที่ได้เห็นวิชาที่เหนือจินตนาการแบบนั้น เขาก็รู้สึกว่ามันเจ๋งสุด ๆ ไปเลย
เพียงแต่ เท้าของเขายังไม่ทันได้ก้าวออกไป ก็ถูกเหยาเหยารั้งเอาไว้ กู้อวี่มองน้องสาวด้วยความสงสัย
เหยาเหยาส่ายหน้า หยิบยันต์สองใบออกจากกระเป๋า แปะลงบนตัวเธอและพี่เจ็ดคนละใบ แล้วพูดว่า "พี่เจ็ด ขับรถมันช้าไปนะ พวกเราย่นระยะทางไปกันเลยดีกว่า"
กู้อวี่ตกตะลึง ม่านตาเบิกกว้าง แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ในขณะเดียวกัน เขารู้สึกว่าตนเองยังประเมินความสามารถของเหล่านักพรตต่ำเกินไปมาก